ตอนที่ยื่นมือออกมารับนั้น อาจเป็เพราะเร็งระยะผิดมือของเธอจึงไปถูกมือที่เปื้อนน้ำมันเครื่องนั้นเข้า ทำให้พลอยเปื้อนไปด้วยชาร์ลีมาสังเกตเห็นเอาตอนที่เธอเอาประแจใส่คืนลงไปในกล่องเครื่องมือขณะที่เธอลุกขึ้นยืน แชดก็ดีดตัวขึ้นยืนพร้อมกัน
“คุณมีผ้าขี้ริ้วไหมนี่” เธอถามเมื่อเธอมองเห็นรอยเปื้อนนั้น“น้ำมันเครื่องมันติดมือฉันด้วย”
“อยู่บนกันชนด้านซ้ายนั่นไง” เขาชี้ให้เธอดู
ขณะที่เธอเดินไปหยิบผ้าเร็วนั่นเอง สายลมแรงก็พัดชื่อเข้ามาทำให้ปอยผมปลิวมาปิดดวงตา ชาร์ลียกมือ ข้างที่เปื้อนขึ้นปัดมันออกโดยไม่รู้ตัวน้ำมันเครื่องจึงเปื้อนติดอยู่บนโหนกแก้ม แต่ชาร์ลีไม่รู้จึงก้มหน้าก้มตาใช้ผ้าขี้ริ้วเช็ดมืออยู่
“มีรอยเปื้อนบนแก้มของคุณด้วย” แชดพูดยิ้มๆ แววตาเปล่งประกายขบขันอยู่
“อ้าว...งั้นรึนี่” เธอใช้ปลายนิ้วเช็ดออกแต่กลับทำให้เปื้อนเป็ทางลงมา
“ให้ผมช่วยเช็ดให้ดีกว่า” แชดเอ่ยขึ้นและดึงผ้าไปจากมือของเธอซึ่งชาร์ลีก็มิได้ขัดขวางแต่อย่างใด
เธอสังเกตเห็นรอยยิ้มที่ปรากฏอยู่ในสีหน้าและแววตาแม้ริมฝีปากของเขาจะหุบสนิท แชดพับผ้าให้เล็กลง เลือกแต่เฉพาะส่วนที่สะอาดและค่อยๆบรรจงเช็ดรอยเปื้อนนั้นออกซึ่งการเช็ดดังกล่าวเท่ากับเป็การบังคับให้เขาต้องเข้ามายืนอยู่ใกล้ตัวเธออย่างมากและหัวใจของชาร์ลีก็เต้นระทึกขึ้นกว่าเดิม
ในความใกล้ชิดนั้นเธอสังเกตเห็นแม้แต่ขุมขนบนใบหน้าจุดสีดำที่ลอยเด่นอยู่ตรงใจกลางดวงตาสีฟ้าซึ่งหรี่ลงยามที่ก้มลงมองเธออยู่มันทำให้ลมหายใจของชาร์ลีตื้นขึ้นอันเนื่องมาแต่พลังแห่งความเป็ชายชาตรีที่กระจายออกมาจากตัวของบุคคลผู้นั้น
ชาร์ลีหลบตาลง ต่อสู้กับความรู้สึกหวั่นไหวที่เขาก่อให้เกิดขึ้นอยู่การที่ได้เห็นแผงอกเปลือยเปล่าแสงตะวันได้ฉาบไล้จนมองดูคล้ายหล่อขึ้นด้วยทองสัมฤทธิ์นั้นมันมีอิทธิพลต่อประสาททุกส่วนในเรือนกายอย่างเหลือประมาณเมื่อเธอเงยหน้าขึ้นอีกครั้งนั้น ก็ได้เห็นดวงตาของเขากำลังจรดจ้องอยู่กับเรียวปากด้วยพลังที่สร้างความรบกวนจิตใจอย่างเหลือประมาณและมันทำให้เธอรู้สึกตีบตันในลำคอขึ้นมาอย่างช่วยไม่ได้
มันไม่จำเป็เลยที่ร่างกายของเธอจะมีปฏิกิริยาอย่างไรชาร์ลีบอกตัวเองว่า บัดนี้เธอมิใช่สาววัยรุ่นอีกต่อไป แม้เธอจะไม่มีความรู้อะไรนักแต่ชาร์ลีก็รู้อยู่ว่าอะไรจะเป็อะไร ไม่ว่าเธอจะฉลาดหลักแหลมสักแค่ไหนก็ตามเธอก็ต้องเป็ฝ่ายสูญเสียอยู่ดี ถ้าเกิดไปมีสัมพันธภาพฉันชู้สาวกับผู้ชายคนนี้ได้
“หยุดนะ แชด” เธอพูดเสียงต่ำพยายามควบคุม น้ำเสียงไว้ไม่ให้สั่น
“หยุดอะไร” ดวงตาของแชดรื่นรมย์ยิ่งนักมันแสดงออกถึงความเสน่หาอย่างเปิดเผย
“ก็หยุดมองฉันอย่างนี้เสียที่น่ะสิ” ชาร์ลีตอบห้วนๆ แสร้งทำเป็ใจเย็นสู้เสือ
“อย่างอะไรล่ะ” เขาแสร้งทำเป็สนใจอยู่กับโหนกแก้มที่ยังมีรอยเปื้อนของน้ำมันเครื่องแต่ชาร์ลีออกจะแน่ใจว่ารอยนั้นถูกเช็ดหมดไปนานแล้ว “อย่างที่ผมอยากจะฝากรักกับคุณนั่นน่ะหรือ”เขาเน้นนัยแห่งคำถามให้จำเพาะเจาะจงลงไป
ชาร์ลีพยายามที่จะไม่สนใจกับแรงเต้นของหัวใจที่ระทึกขึ้นกว่าเดิม
“ใช่” เธอตอบอย่างเผลอไผล
“ทำไม...มันรบกวนจิตใจคุณอย่างงั้นรึ” มุมปากของเขากดลึกลงเป็รอยยิ้มล้อเลียน
“นี่แชด...ฉันก็เป็มนุษย์ปุถุชนเหมือนคุณนะแต่ฉันไม่โง่หรอก” ชาร์ลีตอบ และเคลื่อนตัวออกห่างเขาพยายามตั้งสมาธิให้มั่นเข้าไว้
แต่แชดมิได้มีทีท่าว่าจะเดินตามมาใช้ผ้าขี้ริ้วเดียวกันเช็ดมืออยู่
“เพราะผมเป็เพียงแค่คนที่ผ่านมาเท่านั้นสินะ”เขาเดาเหตุผลที่ทำให้เธอแสดงท่าคล้ายรังเกียจขึ้นมา
“แล้วจริงหรือเปล่าล่ะ” เธอทำให้เขาปฏิเสธ
สีหน้าของเขาเคร่งขรึมลงขณะที่แชดเอี้ยวตัวโยนผ้าขี้ริ้วลงบนหน้าหม้อรถ อาการลังเลเกิดขึ้นกับเขาก่อนที่จะตอบคำถามนั้น ทำให้ชาร์ลีต้องกลั้นลมหายใจไว้ แต่เขาก็ให้คำตอบอย่างที่เธอคาดไว้แต่แรก
“อีกไม่ช้าไม่นานผมก็คงจะต้องไปต่อ” แชดตอบตามตรง น้ำเสียงมิได้แสดงออกว่าเขารู้สึกเสียใจหรือใคร่จะขอโทษเธอแม้แต่น้อย
ไร่ปศุสัตว์แห่งนี้มิได้เป็อะไรมากไปกว่าจุดหยุดพักชั่วคราวในระหว่างการเดินทางของเขาเท่านั้นและเธอเองก็มิได้มีความหมายพิเศษอะไรสำหรับเขาการที่แชดแสดงออกถึงความสนใจในตัวเธอก็เพียงเพราะชาร์ลีเป็ผู้หญิงคนเดียวที่เขาได้พบและยังไม่มีผู้ชายคนใดให้ความสนใจเท่านั้นเองซึ่งเธอก็เดาไว้แล้วว่าเื่มันจะต้องเป็เช่นนี้แต่เธอก็ยังรู้สึกไม่พอใจที่ความสงสัยดังกล่าวได้รับการยืนยัน ลึกลงไปในใจเธออยากจะให้ตอบประโยคนี้เป็คำกล่าวเท็จเสียเหลือเกิน
สายตาของเธอจับจ้องอยู่กับเสียวหน้าด้านข้างนั้นมองดูสายลมที่พัดเป่าอยู่กับเรือนผมดกดำ เมื่อเขาหันมา และประสานสายตากับเธออยู่ชาร์ลีรู้สึกถึงความตึงเครียดที่เกิดขึ้นในบรรยากาศแต่แล้วมันก็ถูกทำลายลงด้วยเสียง
เครื่องยนต์ของรถคันหนึ่งที่กำลังแล่นใกล้เข้ามาทั้งคู่หันไปมองยังที่มาของเสียงพร้อมกัน
“รู้สึกว่าคุณจะมีแขกมาเยือนนะ” แชดเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงราบเรียบ สีหน้ามิได้บอกความรู้สึกยินดียินร้าย
ชาร์ลีจํารถบูอิครุ่นล่าสุดซึ่งวิ่งเข้าไปจอดใกล้บ้านได้ในทันทีเธอพร้อมที่จะบอกให้เขาได้รับรู้ว่าเ้าของรถคันนั้นเป็ใครถ้าแชดแสดงความสนใจออกมาบ้างแต่เขากลับหันหลังให้คล้ายกับสนใจกับเครื่องยนต์รถบรรทุกคันที่กำลังซ่อมอยู่มากกว่า
ชาร์ลีเม้มปากแน่นขณะที่ออกเดินไปต้อนรับบุรุษร่างล่ำสันที่กำลังลงจากรถบูอิคสีครีมคันนั้นและพยายามบังคับรอยยิ้มให้ปรากฏขึ้นเมื่อเธอเดินเข้าไปใกล้
“เฮลโหล ชัค” เธอทักเพื่อนบ้านซึ่งเป็เ้าของไร่ปศุสัตว์ติดกันและเป็ผู้ชายคนเดียวที่แสดงออกถึงความชื่นชมในตัวเธอด้วยความอดทนมาตลอด
เขาถอดหมวกปีกกว้างที่สวมอยู่ออกทันทีเมื่อเห็นเธอเข้ามันเป็การแสดงออกถึงความสุภาพตามแบบของคนหัวโบราณเมื่อมีสตรีอยู่ในที่นั้นด้วยเสื้อเชิ้ตสีขาวที่สวมอยู่เน้นให้เห็น่เอวที่ค่อนข้างหนา ใบหน้าคล้ำเกรียมเนื่องจากต้องทำงานกลางแจ้งอยู่ตลอดเวลาส่วนบนของหน้าผากเป็รอยขาวเฉพาะตรงที่หมวกช่วยปิดบังแสงแดดอันแรงกล้าไว้ ท่าทางของเขาบอกความเป็คนใจดีมีเมตตาและชื่นชมในตัวชาร์ลียิ่งนักความรู้สึกของเขาที่มีต่อเธอกระจ่างชัดอยู่ในดวงตาคู่สีน้ำตาลอ่อนโยนนั้น
“เฮลโล ชาร์ลี วันนี้คุณสวยจัง” เขาตอบคำทักทายด้วยสีหน้ายิ้มแย้ม
“ขอบคุณค่ะ” มันออกจะแปลกที่คำชมจากชัคเวทเธอร์บี้ มิได้มีความหมายอะไรต่อเธอเลย ถ้าแชดเป็ผู้ กล่าวคำนี้ชาร์ลีจะต้องเต็มตื่นไปด้วยความรู้สึกปลาบปลื้มยินดียิ่งนัก
“ผมมาขัดจังหวะอะไรหรือเปล่านี่” ชัคเอ่ยถามก่อนที่จะอธิบายต่อว่า “ผมขับรถไปธุระมาแล้วก็เลยถือโอกาสแวะมาดูว่าคุณเป็ยังไงบ้าง”
“คุณไม่ได้มาขัดจังหวะอะไรหรอกค่ะ” ชาร์ลีตอบ แต่จริงๆแล้วเธอก็อดคิดอยู่ในใจไม่ได้ว่าเขาไม่ควรจะโผล่เข้ามาตอนนี้เลยเพราะเธอตั้งใจอย่างเต็มที่ว่าจะคุยกับแชดมากกว่า “ฉันก็ออกมาเดินย่อยอาหารอยู่เหมือนกัน”
“แล้วผู้ชายคนที่คุณคุยด้วยตอนที่ผมขับรถเข้ามาเป็ใครกันล่ะรู้สึกว่าผมไม่เคยเห็นหน้าเขาเลยนี่” ชัคขมวดคิ้วอย่างสงสัยมองไปทางที่แชดยืนอยู่
เธอมองตามสายตาของเขารู้สึกชื่นชมยิ่งนักที่ได้ลอบมองยามที่เขาเผลอตัวเช่นนี้ หยดเหงื่อบางๆซึ่งอยู่ตามกล้ามเนื้อเป็มันเลื่อม ราวทองสัมฤทธิ์ที่ถูกขัดถูจนเงางามและสะท้อนอยู่กับแสงอาทิตย์
“เขาเป็คนงานที่เราจ้างมาค่ะ” ชาร์ลีตอบเรียบๆ ราวไม่ตั้งใจ
“เขาไม่ใช่คนแถวนี้นี่” ชัคเอ่ยขึ้นพร้อมกับหันมามองหน้าเธอเป็เชิงถาม
“อ๋อ...ไม่ใช่หรอกค่ะ เขาชื่อแชด รัสเซลล์มาจากโคโลราโด้ค่ะ” ชาร์ลีรู้สึกอยู่ว่าเธอกับพี่ชายช่างมีความรู้เกี่ยวกับบุรุษผู้นี้น้อยเหลือเกินที่รู้จริงๆ ก็แค่ชื่อกับนายจ้างเก่าเท่านั้นเ้าของไร่ปศุสัตว์จำเป็จะต้องมีความรู้เกี่ยวกับคนที่ตนจ้างเข้ามาว่าเขาจะสามารถทำงานได้หรือไม่การที่เธอบังเกิดความอยากรู้เกี่ยวกับอดีตของเขา ก็เป็เพราะเธอเริ่มบังเกิดความสนใจในตัวเขาขึ้นมาเท่านั้น
“ก็เป็คนพเนจรสินะ” มันมีสำเนียงบอกความไม่เห็นด้วยปรากฏอยู่ในน้ำเสียงของชัค“ผมคิดว่าคุณกับ พี่ชายจะจ้างคนแถวนี้มาช่วยทำงานเสียอีก”
“บังเอิญไม่มีใครว่างเลยน่ะค่ะ” ชาร์ลีอธิบายพร้อมกับไหวไหล่อย่างไม่วิตกทุกข์ร้อนอะไร
“ที่จริง ถ้ามีเหตุการณ์อย่างนี้เกิดขึ้นคุณก็ควรบอกให้ผมทราบก็ได้นี่” เขาประสานสายตาอยู่กับเธอ “ผม
อาจจะแบ่งคนให้มาช่วยคุณตอนฤดูร้อนปีนี้ได้”
“ถ้าทำอย่างนั้นคนงานของคุณก็ขาดไปสิคะ ชัคไม่เอาล่ะค่ะ วิธีนี้ล่ะดีแล้ว” เธอปฏิเสธข้อเสนอและความ เอื้อเฟื้อของเขาโดยสิ้นเชิงทั้งนี้เพราะเธอไม่้าจะมีข้อผูกมัดใดๆ กับเพื่อนบ้านไม่ว่าความตั้งใจของเพื่อนบ้านนั้นจะดีสักแค่ไหนก็ตามเพราะเธอจะต้องมีความรู้สึกว่าตัวเองเป็หนี้เขาอยู่ แม้ว่าชัคจะไม่คิดก็ตาม
เขามิได้โต้แย้งกับเธอแต่แววตาที่มองไปทางแชดบอกความไม่พอใจนัก
“ที่จริงพี่ชายของคุณควรจะสอบประวัติเขาให้รอบคอบอีกประการหนึ่งก็ควรจะอบรมเขาด้วย ผู้ชายไม่สมควรจะถอดเสื้อทำงานในขณะที่มีผู้หญิงร่วมอยู่ในที่นั้นด้วย มันไม่ใช่มรรยาทที่เหมาะสมเลย”
“ฉันคิดว่าเขาคงไม่อยากให้เสื้อเปื้อนน้ำมันเครื่องจากไอรถเก่าคันนี้ละมังคะอีกประการหนึ่ง ฉันเองก็ไม่ได้รู้สึกอะไรหรอกค่ะ” ชาร์ลีพยายามกลั้นยิ้มไว้เมื่อได้ยินชัควิจารณ์แชดออกมา อดคิดมิได้ว่าบางทีคำวิจารณ์นั้นอาจจะเกิดจากการที่เขารู้สึกอิจฉาในรูปร่างของแชดก็ได้ เพราะรูปร่างของแชดนั้นมิได้มีไขมันส่วนเกินยื่นออกมาให้เห็นเลยแม้แต่น้อยแม้แต่ท่อนกลางของลำตัวก็ยังมีกล้ามเนื้อ มันทำให้เธออดสงสัยไม่ได้ว่าชัคจะเคยมีรูปร่างอย่างแชดมาก่อนหรือเปล่า โดยเฉพาะเมื่อตอนที่เขายังหนุ่มอยู่
“แต่ถึงกระนั้นผมก็ยังรู้สึกว่าเขาขาดความสุภาพอยู่ดี” ชัคยืนยันอย่างดื้อดึง
“โธ่...ข้างนอกนี้อากาศมันร้อนออก” และแล้วเธอก็เปลี่ยนเื่พูดเพื่อดึงความสนใจของชัคไปเสียทางอื่น “เข้าไปหาอะไรเย็นๆ ดื่มกันดีกว่าค่ะ” เธอออกเดินนำโดยมีชัคตามไปติดๆ“ฉันทราบค่ะ ว่าคุณต้องอยากคุยกับแกรี่แน่ไม่อย่างนั้นคงไม่อุตส่าห์แวะมาวันนี้”
“ใช่...ผมอยากคุยกับแกรี่จริงๆ” ชักตอบอย่างที่ชาร์ลีคาดไว้ แต่เธอก็รู้อยู่ว่าเขามิได้แวะมาเยี่ยมพี่ชายเธอ อย่างแน่นอน เขา้าจะคุยกับเธอมากกว่า “ตอนนี้เขา เป็ยังไงบ้างล่ะ”
“ค่อยยังชั่วขึ้นมามากแล้วละค่ะ”