หลังจากที่รถเข้ามาจอดเทียบท่าตรงจุดจอดรถของบ้านเคน ชัยยุทธก็จัดแจงอุ้มขิมลงมาจากรถอย่างเบามือ โดยมีเอมตามประกบไม่ห่าง เพื่อช่วยเื่การเปิดปิดประตูให้ร่างสูง
เคน ภูมิ และอังเคร์ สามหนุ่มกำลังมองไปยังร่างสูงตรงหน้า ที่อุ้มขิมไปวางไว้ที่เตียงอย่างเเผ่วเบา
ทุกการกระทำ ทุกกิริยาของเขานั้น ล้วนเเล้วเเต่แสดงออกมาอย่างชัดเจนมาหวงแหนขิม และถนุถนอมเธออย่างมาก
ทุกคนต่างยอมรับว่ามันแปลก
แปลกตั้งเเต่ได้เดินทางมาถึงอุดรเเล้ว มันมีแต่เื่แปลกๆสุดจะคาดเดาตลอด แถมยังไม่สามาถหาคำอธิบายได้อีกต่างหาก
และที่แปลกมากที่สุดก็คงไม่พ้นชายหนุ่มตรงหน้าพวกเขา
เเม้นว่าทั้งขิมเเละเขาจะไม่ยอมพูดความจริงออกมา เเต่ที่เเน่ๆยังไงก็ไม่มีทางเปนญาติกันจริงๆอย่างเเน่นอน
“เอาละ นี้ก็ดึกมากแล้ว แยกย้ายกันไปพักเถอะ..ที่เหลือ พรุ่งนี้ค่อยว่ากัน”
เคนบอกเพื่อนๆ ซึ่งทั้งภูมิและอังเดร์ก็ได้เเต่มองหน้ากัน เหมือนทั้งคู่เองก็มีบางอย่างอยู่ในใจ แต่ก็ยอมเเยกย้ายกันเเต่โดยดี เว้นเพียงเเค่เอมที่ยืนมองขิมอย่างเป็ห่วง
“เอมด้วยนะ เคนอยากให้เอมพักได้เเล้ว ไอ้ขิมมันน่าจะเหนื่อยเลยหลับลึก ไม่ได้เป็อะไรหรอก เดี๋ยวพรุ่งนี้ก็ฟื้นแล้วล่ะ”
“เอมอยากนั่งเฝ้าขิมก่อนน่ะ…” เอมมีสีหน้าที่กังวล เคนค่อนข้างมั่นใจเลยว่า ลึกๆแล้ว เอมจะต้องคิดอะไรคล้ายๆเขาเเน่ๆ
“เชื่อเคนนะ เดี๋ยวพรุ่งนี้มันก็ตื่นมาโวยวายเหมือนเดิม แต่ถ้ามาตื่นมาเเล้วเอมป่วยอีกคน ไอ้ขิมมันต้องวิ่งมาหยุมหัวเคนเเน่ๆเลย” เคนยิ้มออกไปอย่างอ่อนโยนพร้อมกับยื่นมือหนาไปจับมือบางอย่างให้กำลังใจ
“อื้อ ถ้าอย่างนั้นเอมขอไปทำธุระส่วนตัวก่อนนะ เดี๋ยวจะไปเตรียมข้าวต้มไว้ผื่อว่าขิมจะตื่นขึ้นมากลางดึกด้วย ถ้ามีอะไรเคนเรียกเอมได้เสมอเลยนะโอเคไหม”
“อื้อ” เคนรับคำ พร้อมกับมองเอมค่อยๆเดินออกไปจากห้อง
เมื่อหันกลับมาเคนก็ยังคงยืนพิจารณากับสิ่งที่เขาเห็นอยู่..ร่างสูงของบุรุษหนุ่มตรงหน้านั้น ยังคอยนั่งลูบหัวของขิมไปเรื่อยๆ มืออีกข้างนั่งก็ยังคงกุมมือบางไม่ยอมปล่อย เเต่สีหน้าของขิมในขณะหลับตอนนี้นั้นดูผ่อนคลายมากขึ้นผิดกับตอนที่อยู่ในรถเพราะในระหว่างทางที่เดินทางกลับมายังบ้านของเคน ขิมมีอาการไม่สบายตัวเเละน่าจะปวดหัวเพราะเธอนอนขมวดคิ้วตลอดและเหงื่อซึมไปทั้งตัว เคนยืนมองร่างสูงที่ยังคงลูบหัวของขิม เพื่อนสาวของเขาอย่างแ่เบาเรื่อยๆ จนเขาหยุดมือเเล้วค่อยๆนำมือบางซุกกลับไปใต้ผ้าห่มก่อนที่จะหันมามองเขาเหมือนมีบางสิ่งที่อยากจะพูดด้วย
เคนมองไปยังร่างสูงอยากเเปลกใจ เเต่สิ่งที่ทำให้แปลกใจที่สุดคงไม่พ้นเขาเห็นว่าร่างสูงนั้นยกมือขวาขึ้นมาสบัดเบาๆ ก็พลันปรากฏหมอกจางๆขึ้นมาล้อมรอบห้องก่อนจะค่อยๆจางลงไป อละประโยคแรกที่ร่างสูงนั้นพูดกับเคนหลังจากที่เงียบมานาน
“นั้นเป็เพียงม่านมนตราที่ข้าสร้างขึ้นเพื่อกันคนนอกไม่ให้มาได้ยินบทสนทนานี้…ข้ารู้ ข้ารู้ว่าเ้าสงสัยข้า…ใช่…ข้าไม่ใช่มนุษย์” ร่างสูงพูดเสียงเรียบ
“ห๊ะ????” เคนอุทานออกมาอย่างไม่ค่อยอยากเชื่อหู
“นามข้าคือ ชัยยะนาคราช เสนาธิการฝ่ายขวา หนึ่งในอำมาตย์ทั้ง6ของพญาศรีสุทโธนาคราช”
“บ้าน่า เป็ไปไม่ได้…” เคนอุทานขึ้นอย่างไม่อยากจะเชื่อหู
เขาน่าจะหูฝาด
เเต่ไม่ทันที่จะได้ซักไซ้ต่อ ร่างสูงตรงหน้าก็ค่อยเรืองเเสงสีแดงขึ้น ก่อนที่จะกลับมาอยู่ในร่างเดิมของเขา
งูั์..ไม่สิ…พญานาคราชต่างหากที่อยู่ตรงหน้าเขา
เคนมองไปยังพญานาคลำองค์สีแดง 7เศียร ขนาดมหึมาที่ปรากฏอยุ่ตรงหน้าเขา ด้วยความในั้นทำเอาเคนทรุดลงไปกองกับพื้น
และเพียงไม่นานนักพญานาคราชสีแดงก็ค่อยๆกลับมาสู่ร่างที่ทรงชุดไทยและเครื่องสังวาลย์ ก่อนจะค่อยๆกลายกลับมาอยู่ในชุดลำลองเหมือนคนปกติอีกครั้ง
เหนือจินตนาการ และเกินกว่าที่วิทยาศาสตร์จะอธิบายได้แบบสุดๆ
ทีแรกเคนคิดเเค่ว่าชัยยุทธเป็เพียงคนที่น่าจะมีวิชาอาคม แต่นี้!! เขาดันเป็ถึง1ใน6อำมาตย์ของเ้าปู่ศรีสุทโธ นามว่าชัยยะนาคราช!!
เล่าให้ใครฟัง ใครเขาก็ต้องหาว่าบ้าเเน่ๆ
“ข้าอยู่มานาน นานมากพอที่จะเรียนรู้ศิลปวัฒนธรรมและแฟชั่นตามและยุคแต่ละสมัยของพวกเ้า พญานาคราชไม่จำเป็ต้องนุงโจงกระเบนใส่สังวาลเสมอไป พวกเราใส่เสื้อยืดกางเกงยีนก็ได้เช่นกัน”
“ผมก็ยังไม่เข้าใจอยู่ดีว่าเื่ราวมันเป็ยังไง”
“เดิมทีข้าเป็องค์รักษ์และคนรักในภพชาติก่อของขิม ขิมคือลูกสาวของพญาศรีสุทโธและพญานาคินีศรีปทุมมา และใช่ สิ่งที่เกิดขึ้นกับขิมในวันนี้คนที่ทำคือเทวะนาคราช เขาคือ พญานาคราชที่เคยเป็คู่หมั้นกับแต่ทว่าขิมเป็คนขอถอนหมั้นเองและขอตัดขาดความสัมพันธ์ทั้งหมดเพราะเทวนาคราชไปแอบมีชายาอื่น
เมื่อขิมขอถอนหมั้นก็เลยทำให้มันรู้สึกเสียหน้า และขิมก็ได้มาสนิทกับข้ามากขึ้น มากขึ้นจนกลายเป็ความรัก แต่ทว่าข้ากับเทวนาคราชก็ไม่กินเส้นกันอยู่แล้วเลยทำให้เกิดเื่ขึ้นมากมาย ขิมไม่คิดจะกลับไปหาเทวนาคราช แต่เลือกที่จะยังคงยืนเคียงข้างข้า นั้นเลยทำให้เทวนาคราชเกิดความแค้น และด้วยนิสัยของเทวนาคราช เป็นาคที่มีมิฐฉาทิฐิ โมโหร้าย คอยตามรังขวางไม่เลิก ในครานั้นข้าอบู่ใน่จำศีลเข้าพรรษา นั้นเลยทำให้เทวนาคราชใช้โอกาสนี้มาตามรังขวานขิม ขิมจึงตัดสินใจหนีมาเกิดเพื่อสร้างบุญเพิ่มและหนีห่างจากเทวนาคราชมาโดยตลอด
ทว่าในชาตินี้เมื่อพอขิมได้มาเหยียบที่คำชะโนดนั้นเลยทำให้เทวนาคราชรู้สึกถึงการกลับมาของขิม และตอนนี้ขิมไม่ได้มีพลังอำนาจแบบสมัยก่อน ทำให้ไม่สามารถป้องกันตัวได้
อายุขัยของขิมมันมากพอสมควรสำหรับมนุษย์ มากพอที่จะใช้ในการเพิ่มกำลังบุญ แต่เทวนาคราชคงไม่ยินดีเป็แน่และคงจะพยามทุกทางที่จะพาขิมได้กลับไปวังบาดาลและบังคับให้ไปเป็ชายาดังเดิม”
เื่สุดจะแฟนตาซี
เคนพยามรวบรวมสติฟังชัยยุทธเล่า มันเหนือความคาดหมายของเขาไปมากแล้วจริงๆ
“แล้วที่วังบาดาลเขาไม่เข้ามาช่วยเหลือบ้างหรือครับ เ้าปู่กับเ้าย่าละ”
“ฟังข้านะเคน..ท่านปกป้องได้เพียงเล็กน้อยเท่านั้น นั่นก็เพราะมันเป็กรรมที่ขิมต้องเจอทั้งสองพระองค์ถึงไม่สามารถยื่นมือเข้ามาช่วยได้”
“แล้วท่านล่ะ” เคนถาม
“ข้ามีวาสนาผูกพันกับขิมอยู่ถึงสามารถเข้าว่าช่วยเหลือได้ตามสมควร แต่บ้างครั้งก็อาจจะต้องฝากฝังท่านไว้เช่นกัน เพราะแหล่าพญานาคก็มีเวลาจำศีลเช่นเดียวกัน”
โดยรับฝากของแรงอีกแล้ว
“ผมขอถามอีกข้อ ใช่ท่านไหมที่ปรากฏในรูปถ่ายของขิมที่ริมโขง”
“ใช่ เป็ข้าเอง” ชัยยุทธยอมรับ