ไคอัสจ้องเขม็งไปที่สามยามเฝ้าประตูที่นั่งหน้าซีดเผือดอยู่ข้างพรมโดยเฉพาะคนตรงกลาง—ไอ้หน้าบากที่มีแผลเป็ที่คาง—ซึ่งดูจะครองสติและเก็บอาการตื่นตระหนกได้ดีที่สุดราวกับมันมั่นใจว่าตนมีข้ออ้างที่ฟังขึ้น
"มาสะสางเื่ที่เกิดขึ้นเมื่อครู่กัน...ที่พวกเ้าเอะอะโวยวายราวกับหมูถูกเชือด มันเกิดอะไรขึ้น?"
ได้ยินดังนั้นชายหน้าบากก็เริ่มเปิดฉาก "การแสดง" ระดับรางวัลตุ๊กตาทองคำมันปั้นหน้าเศร้าสร้อย บีบน้ำตาคลอเบ้าเล่าเื่ราวโกหกพกลมที่เตรียมมาอย่างดีด้วยน้ำเสียงสั่นเครือแต่ชัดถ้อยชัดคำ
"ข...ข้าแต่ท่านดราคอนในขณะที่พวกข้าปฏิบัติหน้าที่เฝ้าประตูตามปกติ จู่ๆคุณชายคีลก็โผล่มาพร้อมกับความบ้าคลั่งบังคับขู่เข็ญให้พวกเราเปิดประตูเหมือนครั้งก่อน...ครั้งที่เกิดเื่น่าเศร้านั่นขอรับ"
มันหยุดเล่าแสร้งทำท่าสะอื้นฮัก แล้วเงยหน้ามองเ้านายด้วยสายตาตัดพ้อ
"พวกเราจำคำสั่งของนายท่านที่กำชับว่าห้ามให้นายน้อยออกไปข้างนอกได้แม่นยำและไม่อยากให้เกิดโศกนาฏกรรมซ้ำสอง... ข้าจึงพยายามห้ามด้วยวาจาแล้วแต่ด้วยฐานะอันต่ำต้อยของบ่าวไพร่ ไม่อาจใช้เวทมนตร์ทำร้ายร่างกายเ้านายได้จึงจำต้องยืนเฉยๆ ยอมให้นายน้อยทุบตีระบายอารมณ์... แม้แต่สาวใช้ที่พยายามเข้ามาห้ามปรามก็ยังโดนลูกหลงจนาเ็ไปด้วยขอรับ!"
มันผายมือไปทางเบลราวกับเป็พยานปากเอก
"หากท่านไม่เชื่อดูรอยแผลที่ไหล่จางๆ ของนางสิขอรับ...นั่นคือน้ำมือของนายน้อยผู้ขาดสตินะขอรับ!"
"ไม่จริงนะเ้าคะ!!"เบละโสวนทันทีจนลืมความกลัว "พวกท่านนั่นแหละที่รุมทำร้ายคุณชาย!พวกท่านโกหก! ศักดิ์ศรีของลูกผู้ชายอยู่ที่ไหนกัน!"
ชายหน้าบากแสร้งทำหน้าสลดส่ายหัวช้าๆ ส่งสายตาเวทนาไปให้เบลราวกับจะบอกว่า 'โถๆแม่สาวน้อย เข้าใจนะว่ากลัวเ้านาย แต่จงพูดความจริงเถอะ'
"แม่นางเบล...ข้าเข้าใจว่าเ้าภักดี แต่เ้าจะยอมให้ความภักดีบังตาจนใส่ร้ายเพื่อนร่วมงานผู้บริสุทธิ์งั้นรึ?เ้าเองก็เห็นว่าพวกเราไม่ได้ร่ายเวทใส่คุณชายแม้แต่บทเดียว...มีแต่คุณชายที่ใช้ไม้ทิ่มแทงพวกเราอย่างโเี้!"
"นั่นเพราะคุณชายป้องกันตัวต่างหาก!"เบลเถียงคอเป็เอ็น น้ำตาแห่งความคับแค้นรินไหล "ถ้าพวกท่านไม่เริ่มก่อนคุณชายจะทำร้ายพวกท่านทำไม!?"
"ก็เพราะเขาเสียสติไงล่ะ!"ยามอีกคนรีบเสริม "คนบ้าที่ไหนจะทำอะไรมีเหตุผล?ดูสิ ตอนนี้เขายังยืนยิ้มไม่รู้เื่รู้ราวอยู่เลย!"
..
ทลายฟ้าที่ยืนกอดอกพักขาด้วยท่วงท่าแสนชิลราวกับกำลังยืนต่อแถวรอซื้อข้าวแกงหน้าปากซอย มองดูละครลิงตรงหน้าอยู่นานเริ่มรู้สึกเบื่อจนต้องหาวหวอดใหญ่
เขาเหลือบตามองลงไปที่พ่อบ้านหนวดงามซึ่งยังคงนั่งคุกเข่าก้มหน้าตัวลีบอยู่ข้างๆ ขา ก่อนจะโน้มตัวลงไปกระซิบถามด้วยน้ำเสียงกวนๆ
"นี่เซบาสเตียน...มีป๊อปคอร์นไหม? หรือขอน้ำอัดลมสักแก้วก็ได้ไอ้หน้าบากนั่นมันกำลังแต่งนิทานที่โคตรลิเกอยู่แน่เลย (ถึงจะฟังไม่ออกก็เถอะแต่ดูท่าตอแหลเก่งใช่ย่อย)"
พ่อบ้าน(ที่ทลายฟ้าเรียกว่าเซบาสเตียน) ได้แต่นั่งงงเป็ไก่ตาแตก ไม่เข้าใจภาษาต่างดาวที่เด็กอ้วนพ่นใส่แต่ก็ไม่กล้าเงยหน้าขึ้นมาสบตา
และดูเหมือนเสียงบ่นพึมพำนั้นจะไปเข้าหูคนบนบัลลังก์ที่เริ่มหมดความอดทนกับการโต้เถียงของข้ารับใช้แล้ว
ไคอัสตวัดสายตาคมกริบมามองเสียงเ็าเอ่ยถาม "เ้า... มีอะไรจะแก้ตัวไหม?"
ทลายฟ้าสบตาพ่อของร่างนี้
**แม้หูจะไม่เข้าใจภาษาที่อีกฝ่ายพูดออกมาสักคำแต่สายตากดดันที่จ้องเขม็งมาและจังหวะการหยุดพูด... มันสื่อความหมายชัดเจนว่า 'ถึงตาแกพูดแล้ว' **
เขายักไหล่เบาๆแล้วส่ายหน้ายิ้มๆ อย่างไม่ยี่หระ...
'ตูพูดภาษาพวกเอ็งได้ที่ไหนเล่า' คิดได้ดังนั้นเขาก็สูดลมหายใจเข้าแล้วตอบกลับด้วยถ้อยคำที่คิดว่า 'เหมาะสมกับสถานการณ์'ที่สุด
"แบะๆๆๆๆ...บาบู้ๆๆๆ... บ๊าบๆๆๆ"
"..."เส้นเืที่ขมับของไคอัสกระตุกตุบ "มันพูดไม่รู้เื่จริงๆ ด้วย...น่ารำคาญสิ้นดี"
ดราคอนผู้ยิ่งใหญ่ลุกขึ้นยืนเต็มความสูงกล่าวด้วยใบหน้าเรียบเฉยราวกับจะอ่านคำพิพากษาเพราะรู้สึกว่าฟังความคนบ้าไปก็ไร้ประโยชน์จึงเลือกตัดสินโดยเด็ดขาดเพื่อจบเื่เลยแล้วกัน
"งั้นเอาเป็ว่าเื่เหล่านี้ไม่เคยเกิดขึ้นแล้วกัน”
เบลเบิกตากว้าง"ด...ได้ยังไงกันเ้าคะ!? ก็นายน้อย—"
“ข้าคือผู้นำตระกูลนี้และข้าคือคำตัดสินของทุกอย่างในตระกูล หรือเ้าจะมีปัญหากับข้างั้นรึ?”
น้ำเสียงนั้นไม่ได้ตวาดแต่หนักแน่นและกดดันจนเบลหน้าซีดเผือด เธอกัดริมฝีปากแน่น กำมือจนเล็บจิกเข้าเนื้อจำต้องก้มหน้าลงยอมรับชะตากรรมด้วยความเจ็บใจ เธอค่อยๆ หันไปหาคีลเขาพยักหน้าให้เธอเบาๆ ราวกับจะบอกว่า 'ไม่เป็ไรช่างหัวมันเถอะ'
ในขณะที่พวกยามกำลังแอบอมยิ้มลำพองใจกับชัยชนะที่ได้มาง่ายๆพวกมันก็ต้องขนลุกเกรียวไปทั้งตัวกับประโยคถัดมา
“แต่จงจำไว้...ครั้งนี้ผู้กระทำหลักเป็ลูกชายของข้า และข้าเห็นมันกับตา...แต่ถ้าหากครั้งต่อไปมีอันเป็ไปกับลูกชายข้า โดยมีผู้ใดเข้ามาเกี่ยวข้องข้าจะเอามันขึ้นแขวนคอหน้าประตูเมือง”
นั่นคือคำประกาศิตที่ห้ามใครหน้าไหนเข้ามายุ่มย่ามกับคนในสายเืดราคอนอีกเด็ดขาดไม่รู้ว่าเพราะห่วงศักดิ์ศรีของตระกูลเลยพูดออกไป หรือลึกๆ แล้วเป็ห่วงลูกชาย...แต่สำหรับเบลที่รับใช้บ้านนี้มานาน เธอรู้ดีว่า "ไม่ใช่ความรัก"อย่างแน่นอน
ไคอัสหันกลับมามองเบล
“เบลเน่เ้าจงพานายน้อยของเ้ากลับไปเรือนเล็กซะ และอย่าปล่อยให้มันเพ่นพล่านออกมาอีกข้าจะส่งหมอและครูสอนภาษาไปให้ ขาดเหลืออะไรให้แจ้ง 'ซัสติน' ทันที"
"ด...เดี๋ยวเ้าค่ะ!"
เบลรวบรวมความกล้าเฮือกสุดท้ายเอ่ยแทรกขึ้นมา
"ดิฉัน...อยากขอให้ท่านจัดหา 'เพื่อนเล่น' ให้คุณชายด้วยเ้าค่ะ ดิฉันคิดว่าที่คุณชายพยายามหนีออกไปเพราะท่านเหงาและ้าเพื่อนวัยเดียวกันเ้าค่ะ"
แม้จะเป็เพียงสาวใช้แต่เธอกล้าต่อรองกับประมุขตระกูลเพื่อผลประโยชน์ของเ้านาย
ไคอัสนิ่งไปครู่หนึ่งสายตาอ่านยาก ก่อนจะตอบรับเสียงเรียบ "ย่อมได้... เ้าจงปฏิบัติตามที่ 'นายหญิง' ของเ้าฝากฝังไว้เถิด"
คำว่า'นายหญิง' ทำให้สีหน้าของเบลเ็ปวูบหนึ่งเธอตอบรับสั้นๆ "เ้าค่ะ" แล้วก้มกราบขอบคุณ
"ทุกคนแยกย้ายไปปฏิบัติหน้าที่ได้!"
สิ้นเสียงประกาศิตวงประชุมก็แตกฮือ ขณะที่สามหน่อเฝ้าประตูเดินผ่านหน้าทลายฟ้า พวกมันส่งสายตาอาฆาตมาดร้ายราวกับจะกินเืกินเนื้อ
ทลายฟ้าแสยะยิ้มมุมปากเขาไม่พูดอะไร... เพียงแค่ยกมือขึ้น "ทำท่ากุมเป้า" แล้วบีบอากาศเบาๆขยำ... ขยำ...
เพียงแค่นั้นหน้าที่เคยดุร้ายของพวกมันก็ซีดเผือดเป็ไก่ต้ม ขนลุกซู่ไปทั้งตัวรีบเดินหนีหางจุกตูดไปทันทีโดยไม่กล้าหันกลับมามองอีก