ยื้อยุทธ (Zombie) ออนไลน์

    เส้นทางแห่งฝันร้าย (1)

    เช้าวันที่ 2 เวลาแปดโมงเช้า
    ณ หน้าอาณาจักรต้นกำเนิด ในเวลานี้นั้นมีผู้เล่นกว่าสี่พันคนเพิ่มขึ้นจากเมื่อวานพันคน เนื่องจากมีผู้เล่นเลเวล 21 อยากจะออกจากอาณาจักรแล้วแต่ก็ไม่รู้เส้นทางที่ปลอดภัย ทำให้บ่อยครั้งพวกเขาได้ตายและจำใจต้องอาศัยอยู่ที่จุดเริ่มต้นของเกมสักพัก
    ในเวลาเดียวกันแม้คนจะเพิ่มขึ้นมามาก แต่ซอว์ก็ไม่ได้รู้สึกรู้สาอะไรมากนัก เพราะไม่ว่าอย่างไงคนพวกนี้ก็เป็นแต้มต่อของเขาพอสมควรในการสร้างข่าวลือหรืออะไรบางอย่างที่พวกเขาสู้ไม่ได้ ซึ่งนั้นทำให้แผนของเขาเร็วขึ้นกว่าเดิม ในตอนนั้นเองเบื้องหน้าของเขาก็มีผู้หญิงทั้งสี่คนหน้าตาสวยน่ารักเซ็กซี่ขยี้ใจมองอยู่
    “พี่ซอว์จะไปด้วยจริง ๆ หรอคะ? ”
    พลอยถามขึ้นอย่างสงสัย จะเรียกว่าไม่สงสัยก็ไม่ได้แต่เป็นการเช็คความแน่ใจมากกว่า เพราะอีกฝ่ายนั้นระดับลมปราณยังอยู่ที่สิบอยู่เลย การที่จะออกเดินทางไปด้วยย่อมเป็นเรื่องอันตรายมาก ๆ และการกระทำแบบนี้มันก็เหมือนกับหาพี่เลี้ยงอย่างไงอย่างงั้น แต่สาว ๆ ที่อยู่กับพี่ซอว์มานานย่อมรู้ว่ามันไม่ใช่แบบนั้นแน่ ๆ
    “ทำไมถามพี่แบบนั้นล่ะครับ? พี่ก็แค่อยากไปเดินเล่นเอง” ซอว์กล่าวยิ้ม ๆ แม้ในใจเขาอยากจะบอกว่า พลอยไม่ต้องไปนะครับ แต่ถ้าเขาจำไม่ผิดดูเหมือนว่าจะยังมีเพื่อนร่วมชั้นของเธออยู่ในทวีปกลางอยู่ ดังนั้นการกีดกันชั่วคราวหรืออ้อนวอนเขาย่อมทำไม่ได้แน่ ๆ ไม่งั้นหญิงสาวคงสงสัยเขาได้
    “พี่ชอบทำตัวมีพิรุทอะ” พลอยพูดแก้มป่อง
    แอร๋~ ทันใดนั้นจอมยุทธเด็กก็คลานมาบนไหล่ชายหนุ่ม
    “เสี่ยวเสี่ย!!! (x4)”
    ชายหนุ่มหัวเราะเบา ๆ ขณะที่สาว ๆ ลากซอมบี้ที่รักของเธอไป แน่นอนว่าการแบ่งสมาธิทำสองอย่างพร้อมกัน มันทำให้เขารู้สึกอึดอัดมาก ๆ นั่นทำให้ซอว์จำเป็นต้องหลับตาลงเฉย ๆ เพื่อทุ่มเทไปกับการแสดงในรูปแบบของเด็กนรกนั้น เป็นเวลาเดียวกันที่อสูรลวงตาเข้ามาด้วยใบหน้ายิ้มแย้ม มองไปทางพลอยและสาว ๆ ทั้งสาม
    “เตรียมตัวกันรึยัง? ” พวกหล่อนพยักหน้าหงึก ๆ อสูรลวงตาได้ยินก็ตอบโอเคหันหลังเดินจากไป แต่ระหว่างที่เธอกลับนั้นซอมบี้เด็กก็เห็นว่าหล่อนเหลือบตามองซอว์ในร่างมนุษย์ราวกับรู้สึกค้างคาอะไรก่อนจะจากไป ทำให้เขาแอบยกยิ้มมุมปาก
    “เดินทางกันเถอะ” รับทราบ!! สิ้นคำสั่งทุกคนก็ทำตามทันที การเดินทางครั้งนี้ไม่ได้รีบร้อนอะไร เพราะผู้เล่นจำนวนมากพูดคุยกันเพื่อสร้างไมตรีบวกกับจะลากผู้เล่นเลเวล 21 เข้าสำนักโดยการพูดถึงชีวิตภายในนั้น แน่นอนว่าท้ายขบวนสุดนั้นมีชายหนุ่มชาวบ้านกาก ๆ หลับตาเดินโดยมีสาว ๆ ตามหลังเขาไปติด ๆ เรียกได้ว่าหากเกิดอะไรขึ้นด้านหน้า พวกหล่อนคงไม่ออกโรงทันทีแน่ ๆ อย่างน้อยก็ต้องใช้เวลาสนทนากันนานหรือหาจังหวะกันพอสมควร
    “เสี่ยวเสี่ย….น้องนำโชคของพี่” เบลพูดพร้อมกอดเด็กนรกนั้นไปมา
    “อย่ากอดน้องแรงสิ! เดี๋ยวน้องก็ตายห่าหรอก” เอล่าถลึงตาใส่ เบลที่เห็นก็ขมวดคิ้ว
    “ก็น้องตายไปแล้วไง จะตายห่าได้ไงย่ะ” พลอยเดินไปฟังไปก็ยิ้ม ๆ มุมปาก แอร๋⁓ ในเวลานั้นเองซอมบี้เด็กก็ร้องขึ้นเบา ๆ ตลอดทาง ทำให้พลอยคว้าตัวเด็กขึ้นมาถามอย่างอดสงสัยไม่ได้
    “เป็นอะไรคะเด็กดี” สิ้นคำกล่าวเสียงแหบแห้งก็ดังขึ้น
    “มันกำลังบอกว่ามีลางร้ายน่ะ” สี่สาวหันไปมองพี่ซอว์ที่เงียบมาตลอดทาง
    “ทำไมพี่ถึงรู้ล่ะ? ” ชายหนุ่มหันมายิ้ม ๆ
    “ก็มันเล่นร้องตลอดทาง และเสียงกระดูกสั่นถี่ ๆ ดูก็รู้ว่ากลัวอยู่ปะ? ” ทั้งหมดที่ฟังก็สังเกตุดูดี ๆ ก็ใช่อย่างที่พี่ซอว์พูดจริง ๆ หล่อนลูบหัวเด็กน้อยนั้นไปมา มันก็สั่นเทาน้อยลง แต่เพื่อขจัดข้อสงสัยของเธอหญิงสาวก็ถามเจ้าเด็กน้อยของเธออย่างเป็นห่วง
    “ที่สั่นเพราะมีลางร้ายหรอคนดี” แอร๋⁓ ซอมบี้เด็กพยักหน้าหงึก ๆ ทำให้ทุกคนมองหน้ากัน
    “ร้ายแรงกว่าครั้งก่อนอีกหรอ? ” พลอยถามขึ้น ครั้งก่อนที่ว่าของเธอก็คือเทพยักษ์ที่สร้างความฉิบหายให้กับเธอ และผู้เล่นหลายหมื่นคนไม่เว้นแม้กระทั่งสี่มหาอำนาจ สี่ผู้ทำลายล้างเลยทีเดียว เรียกได้ว่าหากการเดินทางครั้งนี้รุนแรงกว่ารอบนั้นล่ะก็ มีความเป็นไปได้สูงที่พวกผู้เล่นเลเวล 21 จะได้กลับไปเฝ้าอาณาจักรต้นกำเนิดทั้งน้ำตาอีกรอบ
    ครืน ๆ ๆ ซอว์เงยหน้ามองท้องฟ้าที่มีริ้วเมฆสีแดงออกมา พร้อมกับเสียงฟ้าร้องเบา ๆ ดูเหมือนว่าภารกิจในครั้งนี้ เกมจะสร้างออกมาเพื่อเอาใจในการสร้างเส้นทางแห่งฝันร้ายจริง ๆ ไม่รู้ว่ามันคาดหวังว่าเขาจะทำสำเร็จมากเกินไปรึเปล่า ถึงได้สร้างบรรยากาศเช้าสดใสแบบนี้ คาดว่าอีกไม่นานช่วงเวลาถัดไปคงมืดสลัวราวกับดินแดนซอมบี้แรกกำเนิดแน่ ๆ
    “พลอย…ฉันว่าน่าจะร้ายแรงกว่าก่อนหน้านี้วะ” เอล่ากล่าวสั่น ๆ คนอื่น ๆ ก็พยักหน้า แต่พลอยนั้นส่ายหน้า ในฐานะสมญานามอย่างธิดาศักดิ์สิทธิ์บวกกับไพ่ตายใหม่ของเธอ เธอมั่นใจว่าเธอสามารถจัดการภัยอันตรายนี้ได้แน่ ๆ อย่างน้อยไม่ว่ามันหรือเราก็ต้องตายกันไปข้างนึง
    “ซอมบี้แห่งความว่างเปล่า…” พี่ซอว์กล่าวขึ้น หญิงสาวขมวดคิ้ว เธอไม่เข้าใจด้วยซ้ำว่าพี่ชายของเธอจะพูดชื่อไอ้ซอมบี้เศษเดนนั้นทำไม ถึง ๆ ที่เธอก็สังหารมันจะตายห่าไปกว่าสิบรอบ แม้จะใช้พลังทั้งหมดตกตายไปพร้อมมันก็ตาม พลอยไม่รอช้ารีบเอ่ยถามอย่างสงสัยทันที
    “พี่เรียกชื่อมันทำไมหรอคะ? ” ชายหนุ่มเค้นเสียงหันมามองพลอยยิ้ม ๆ
    “หึ! ซอมบี้ไม่กลัวซอมบี้หรอกนะ เว้นแต่จะไม่ใช่ซอมบี้ธรรมดา” ไม่ทันได้ถามอีก พี่ซอว์ก็เดินออกไปแล้ว หญิงสาวหยุดเดินเงียบลงสักพักพยายามวิเคราะห์คำพูดของอีกฝ่ายที่พูดขึ้น เธอมั่นใจว่าพี่ชายของเธอกำลังบอกใบ้บางอย่าง ตั้งแต่การเดินทางครั้งนี้พี่เขาก็กล่าวเป็นพัก ๆ ให้พวกเธอได้คิดได้วิเคราะห์ จนพลอยอดสงสัยไม่ได้ว่าทำไมพี่ซอว์ถึงรู้ไปหมดทุกอย่างเลย
    “ทำไมพี่ซอว์ถึงเจอเสี่ยวเสี่ยกันนะ? ”
    ถ้ำถล่มนั้นกินพื้นที่กว้างไปหลายร้อยเมตร ถึงเธอจะใช้กำลังทั้งหมดทำลายหินนั้นก็ต้องใช้เวลาหนึ่งวันเต็มอยู่ดีในสภาพที่ตัวเองสมบูรณ์ที่สุด แต่กับพี่ซอว์…อีกฝ่ายระดับลมปราณที่ยี่สิบสามารถนำเสี่ยวเสี่ยออกมาบางทีไม่ถึงวันด้วยซ้ำ ทั้งการเดินเล่นแล้วไปกระตุ้นราชาซอมบี้ยักษ์ มันทำให้เธอรู้สึกคาดการณ์อะไรไม่ได้สักอย่างเลย
    “รีบ ๆ เดินสิย่ะ! ยัยเพี้ยนนี่!” 
    เบลดันไหล่พลอยอีกครั้ง เจ้าตัวก็ขำแห้งออกเดินทางไป
    เวลาผ่านไปถึงห้าโมงเช้า ท้องฟ้าที่สดใสตอนนี้ก็มืดขึ้นเริ่มกลายเป็นก้อนเมฆสีแดงทำให้แสงอาทิตย์ไม่มี ส่งผลให้พื้นที่มืดมิดอย่างน่ากลัวสร้างความประหลาดใจแก่ใครหลาย ๆ คนมาก โดยเฉพาะอสูรลวงตา และสามผู้ทำลายล้าง ในตอนนั้นเองบรรยากาศก็เย็นเชียบลงจนผู้เล่นหลาย ๆ คนอดตัวสั่นไม่ได้ สายตาของเขานั้นไม่สามารถมองไปได้ไกลกว่า 10 เมตรรอบร่างกาย นั่นทำให้ผู้เล่นระดับเทียบเท่าหรือมากกว่า 30 ต่างพึ่งเขตแดนเฝ้าระวังของตัวเอง
    “บรรยากาศแปลก ๆ ”
    อสูรลวงตากล่าวขึ้น เธอจับพัดสองดาวของตัวเองลวดลายยักษาที่ได้มาใหม่ หลังจากทำการแบ่งสมบัติกล่องสีทองกันแล้ว และแน่นอนว่าเธอยังสวมกำไล และสร้อยสีทองบวกกับปิ่นปักผมอันใหม่ เรียกได้ว่าหล่อนค่อนข้างมั่นใจว่าศึกครั้งนี้ต่อให้เทพยักษ์มาเอง เธอก็ไม่ได้หวาดวิตกเหมือนตอนแรกแน่นอน ซึ่งนั้นก็ไม่ต่างจากเทพอสูรอีกสามคนที่ได้รับอาวุธใหม่อย่างเดียว เนื่องจากตนมาทีหลัง ทั้งนี้ทั้งนั้นผู้เล่นเลเวล 35-39 แต่ละสำนักก็มีไอเทมบ้างประปราย
    “เกมนี้น่าจะมีไฟฉายเนอะ” เทพอสูรแห่งแสงกล่าว
    “ใช่…แต่ต้องใหญ่หน่อยนะ โคตรมืดเลย” เทพอสูรวายุพูดขึ้น
    “พอได้แล้ว ไวท์นายรีบจัดการซะ” เทพอสูรปฐพีพูดพลางกรอกตา
    “ครับ ๆ ” สิ้นคำกล่าว เทพอสูรแห่งแสงก็ระเบิดลมปราณจำนวนมากออกมา ปราณสีขาวราวกับแสงนีออนทำให้ทุกคนแสบตาสุด ๆ ไวท์ไม่รอช้านั่งรอใช้นิ้วจรดพื้นพริบตาพื้นดินก็ถูกปกคลุมด้วยแสงมากขึ้น ความสว่างของมันลดลงจนสบายตา ความกว้างของแสงนี้เริ่มขยายไปไกลเรื่อย ๆ จนในที่สุดก็ทำให้ผู้เล่นจำนวนมากมองเห็นในระยะ 50 เมตรได้ไม่อยาก
    “ดูเหมือนจะมีประโยชน์ก็ตอนนี้แหะ ไอ้วงแหวนแห่งแสงเนี่ย” 
    ไวท์พูดขึ้นด้วยรอยยิ้มทำให้สองเทพอสูรเบะปาก เป็นเวลาเดียวกันที่อสูรลวงตาหันไปมองท้ายขบวน เธอสังเกตุเห็นว่าแก๊งสี่สาวยังเล่นกับซอมบี้เด็กตามปกติ แต่กับหนุ่มชาวบ้านกาก ๆ นั้นตอนนี้กำลังสวมแว่นสีดำอยู่ก็ขมวดคิ้วสงสัยโดยพลัน อ๊าก!! ทันใดนั้นเสียงเจ็บปวดของใครบางคนก็ดังขึ้นดึงความสนใจของเธอเข้า