กำเนิดราชาแห่งราชันย์

    Ep.1

    ตึ้ง...ตึ้ง...ตึ้ง
    เสียงฝีเท้าของสัตว์อสูรวัวทมิฬดังขึ้นเป็นระยะๆ สัตว์อสูรวัวทมิฬนั้นมีขนาดสูงเกือบเท่าตึก 3 ชั้น และลำตัวเต็มไปด้วยขนสีดำหนาทึบบวกกับเขาทั้งสองข้างที่ทั้งใหญ่และแข็งเเรงทำให้มันดูหน้าเกรงขามเป็นอย่างมาก ตลอดทางที่มันผ่านมานั้นจะเต็มไปด้วยหลุมลึก 1-2 เมตร ไม่ต้องบอกก็รู้ว่ามันคือหลุมรอยเท้าของตัวมันเอง      บนหลังของอสูรวัวทมิฬมีคนนั่งอยู่ด้วยกัน 2 คน คนหนึ่งเป็นชายวัยกลางคนแต่งตัวคล้ายชุดพ่อบ้านที่กำลังทำหน้าที่บังคับอสูรวัวทมิฬ ส่วนอีกคนเป็นเด็กหนุ่มวัย 15 ปีปลายๆหน้าตาของเด็กหนุ่มจัดว่าหล่อเหลาเลยทีเดียว ด้วยที่มีผิวแทนและผมสีช็อกโกแลตแถมดวงตายังมีสีฟ้าอ่อนๆ จึงทำให้เด็กหนุ่มดูดีไม่น้อย เด็กหนุ่มคนนี้มีชื่อว่า จางหมิง  จางหมิงนั้นเติบโตขึ้นที่ตระกูลจางโดยถูกประมุขตระกูลจาง คนปัจจุบันชุบเลี้ยงมาตั้งแต่ยังแบเบาะ    ในตอนที่ประมุขจางเจอกับจางหมิงในสภาพแบเบาะที่อยู่ในตระกล้าสีทองห่มด้วยผ้าสีขาวอย่างดี บนตัวของจางหมิงนั้นมีเพียงกำไลอยู่ด้วยกันคู่หนึ่ง กำไลคู่แรกอยู่ที่มือข้างซ้ายมันสลักคำว่า จาง ส่วนกำไลคู่ที่สองอยู่ข้างขวาสลักคำว่า หมิง ด้วยความที่ประมุขจางอยากมีผู้สือทอดตระกูลต่อแต่ภรรยาของประมุขจางดันเสียไปก่อนด้วยโรคร้าย        ประมุขจางจึงรับจางหมิงมาเลี้ยงเป็นหลานบุญธรรมเพื่อให้สืบทอดตระกูลต่อจากตนเอง โดยตั้งชื่อให้ว่า ' จางหมิง ' ตามคำที่ถูกสลักไวในกำไล      '' ลุงจางหง...ส่งข้าแค่นี้ก็พอ '' เป็นจางหมิงในชุดสีฟ้าลวดลายมังกรสีทอง กล่าวบอกพ่อบ้านประจำตัวก่อนจะค่อยๆ ลูบหัววัวทมิฬและลงจากหลังของมัน อสูรวัวทมิฬนั้นเป็นสัตว์ประจำตระกูลจางตั้งแต่สมัยบรรพบุรุษผู้ก่อตั้งตระกูลจางรุ่นแรก มันจึงเปรียเสมือนสัตว์อสูรศักดิ์สิทธิ์ประจำตระกูล      '' จ..จะดีหรอครับนายน้อย ที่ไม่ให้ข้าและผู้ติดตามไปกับนายน้อยด้วย  ขืนท่านประมุขรู้มีหวังพวกข้าตายแน่เลย '' ลุงจางหงหรือพ่อบ้านประจำตัวจางหมิง กล่าวออกมาอย่างเป็นห่วงและคำนึงถึงโทษที่พวกเขาจะโดนจากผู้นำจาง      '' ไม่เป็นไรหลอกลุงจางหง ข้าไม่ได้ไปนานสักหน่อย '' จางหมิงตอบกลับมาอย่างสนุกสนาน ความจริงจางหมิงเบื่อที่จะอยู่แต่บ้านหรือภายในรั่วตระกูล เวลาจะไปไหนก็จะมีแต่คนคอยตามคอยรับใช้มันน่าเบื่อ จางหมิงจึงต้องสร้างแผลแอบหนีไปผจญภัยคนเดียว      ''โถ่นายน้อยครับ เอ๊ะ!! นายน้อยครับ เดียวก่อนสิครับ นายน้อยจะไปหรือว่า... '' เผลอแปปเดียวจางหมิงก็วิ่งแจ่นไปได้ไกลเเล้ว ทำให้เขาต้องรีบลงจากวัวทมิฬและรับวิ่งไล่ตามไป     '' ข้าก็จะเข้าไปเที่ยวในป่าไงลุงจางหง '' จางหมิงหันหลังมาตอบแต่เท้ายังคงวิ่งไปข้างหน้าอยู่     '' นายน้อยมันอันตรายนะครับ ให้ผมไปด้วยเถอะ '' จางหงชำเลืองมองลึกเข้าไปในป่าที่มีแต่ต้นไม้สูงใหญ่และเสียงคำรามของสัตว์อสูรเป็นระยะๆ      '' ไม่เอาอะลุงจางหง ข้าว่าข้าไปคนเดียวมันจะสนุกกว่า '' คราวนี้เป็นจางหมิงที่รีบกลับหลังหันยกมือขึ้นมาปฏิเสธทันที     '' นายน้อย แต่ แต่.. '' ลุงจางหงยังคงดื้อดันที่จะไปกับจางหมิงอยู่     '' ไม่มีแต่ทั้งนั้นลุง ข้าไปไม่กี่วันเองไม่ได้ไปเป็นปีสักหน่อย แต่ยังไงก็ฝากลุงช่วยกลับไปบอกท่านปู่ด้วยนะ '' ว่าเเล้วจางหมิงก็กลับหลังเดินเข้าป่าอีกครั้ง      '' นายน้อยงั้นรักษาตัวด้วยนะครับบบ.. '' ลุงจางหงตะโกนออกไปสุดเสียง เมื่อเห็นนายน้อยดื้อดันไม่ยอมให้ตนไปด้วย เขาจึงทำได้แต่ตะโกนห่วงใยนายน้อยเท่านั้น       ทางด้านจางหมิงหลังจากได้ยินเสียงของจางหงมุมปากของเด็กหนุ่มก็ยิ้มและโบกมือลาเล็กน้อยโดยไม่หันกลับมามอง

    นับตั้งแต่จางหมิงเข้ามาในป่าแห่งนี้ เวลาก็ล่วงโลยผ่านมา 2 ขั่วยามแล้ว
    ในตอนนี้มือซ้ายของจางหมิงกำลังถือสมุดเล่มเล็กๆสุดโปรดของเขาในท่าชันเข่า ส่วนมือขวานั้นถือพู่กันกำลังวาดเขียนอะไรบางอย่างลงไปในสมุดของเขา
    ใช้แล้วตลอดทางที่จางหมิงเดินผ่านจางหมิงมักจะเก็บพืชและสมุนไพรที่ตัวเขาไม่รู้จักลงไปในแหวนมิติพร้อมทั้งวาดรูปลงในสมุดเพื่อเก็บไว้ศึกษาต่อเมื่อเดินทางกลับ
    จางหมิงเดินลึกเข้าไปในป่าเลื่อยๆจนเขาสังเกตเห็นแสงสีน้ำเงินเลือนลางอ่อนๆอยู่ใต้พุ้มไม้ ด้วยแรงดึงดูดความอยากรู้อยากเห็นของจางหมิงนั้นจึงทำให้เขาเริ่มเดินเข้าไกล้มันที่ละนิด ละนิด จนพบกับหญ้าสีน้ำเงินประหลาด หญ้าสีน้ำเงินประหลาดนี้มันซ้อนอยู่ใต้พุ้มไม้อยู่สองต้น รอบๆหญ้าพวกนี้มันมีออร่าประหลาดสีน้ำเงินอ่อนๆแผ่ออกมา
    '' นั้นหรือว่าจะเป็นหญ้าวิญญาณระดับสูง! แถมมีตั้งสองต้นด้วย '' เสียงจางหมิงตะโกนด้วยความตื่นเต้น
    ในตำราสมุนไพรที่จางหมิงได้อ่านมา หญ้าวิญญาณระดับกลางนั้นมีสรรพคุณเปลียบเสมือนโอรสก่อเกิดระดับต่ำเลยทีเดียวยิ่งไม่ต้องพูดถึงหญ้าวิญญาณระดับสูง พวกมันต่างมีสรรพคุณไม่แพ้โอรสก่อเกิดระดับกลางเลยก็ว่าได้ แตกต่างกับหญ้าวิญญาณระดับต่ำมีสรรพคุณเพียงเป็นตัวยาช่วยลดไข้ยามเป็นไข้เท่านั้น
    หญ้าวิญญาณระดับกลางและสูง จึงเป็นที่ต้องการอย่างมากสำหรับผู้ที่เริ่มฝึกหัดพลังลมปรานจนถึงระดับก่อเกิดเพราะถ้าหากระดับสูงกว่านี้หญ้าวิญญาณพวกนี้จะหมดประโยชน์ต่อพวกเขาทันที ทางร้านสมุนไพรจึงรับพวกมันในราคาตามนี้
    หญ้าวิญญาณระดับต่ำรับซื้อในราคา 10 เหรียญเงินต่อต้น หญ้าวิญญาณระดับกลางรับซื่อในราคา 2 เหรียญทองต่อต้นหญ้าวิญญาณระดับสูงรับซื้อในราคา 10 เหรียญทองต่อต้น
    ที่หญ้าวิญญาณระดับสูงมีราคาสูงกว่าระดับกลาง 3-4 เท่าก็เพราะว่าหญ้าวิญญาณระดับสูงยังเป็นส่วนหนึ่งของวัตถุดิบสำหรับปรุงโอรสรวบรวมระดับต่ำราคาของมันจึงมากขึ้นตาม ในเวลานี้สมองของจางหมิงนั้นกำลังใช้ความคิดเป็นอย่างมาก
    นั้นเพราะหญ้าวิญญาณระดับสูงพวกมันมีความสามารถล่องหนและเคลื่อนที่ไปมาได้มันจึงเป็นการยากทีจะเก็บหญ้าวิญญาณระดับสูงพวกนี้ หากไม่ได้วางแผนมาดีเสียก่อน
    '' ถ้าข้าเอาไปให้ท่านปู่คงได้เพียง 5 เหรียญทองต่อต้นแน่ สู้เอาไปขายให้พวกร้านสมุนไพรไม่ดีกว่าหรอได้มากกว่าท่านปู่ตั้ง 2 เท่าแนะ  '' จางหมิงทำท่าทางปิ๊งไอเดียดีๆได้
    ที่จางหมิงใช้สมองคิดอย่างหนักนั้นก็เพราะว่าหลังจากเอาหญ้าวิญญาณระดับสูงไปขายให้ร้านสมุนไพรเขาก็จะได้รับเงินมา 20 เหรียญทอง 
    ซึ่งจางหมิงไม่รูู้ว่าจะเอาเงินพวกนี้ไปทำอะไรดี จางหมิงหาใช้คิดอย่างหนักเพื่อวางแผนที่จะเก็บหญ้าวิญญาณระดับสูงไม่ แต่กลับคิดอย่างหนักไม่รู้จะเอาเงินไปทำอะไรดี
    '' เอาไปเปย์น้องเหมย น้องหยางดีไม่น้าาา.. '' '' หรือจะเอาไปเที่ยวเมืองข้างๆก็ดีไม่น้อย '''' ใช้เอางี้แหละ..เอาไปซื้อขนมมาให้หมดเก็บไว้ในห้องของข้าดีกว่าาฮี่ฮี่ '' (งี้ก็ได้ด้วยหรอ????) 
    =============================================================================(รีไรท์รอบแรก)