บทที่ 43 เสี่ยวซู่สนิทกับชิงชิง
หลังจากฉินเสี่ยวซู่ถูกไป๋อวี้ตะโกนใส่ เขาก็เดินไปอุ้มน้องสาวตามคำสั่งของผู้เป็นแม่
แล้วก็เดินจากไปพร้อมกับเธอ
กระทั่งเขาเดินออกจากบ้านมาได้สักระยะหนึ่งก็ตระหนักได้ว่า ไม่ใช่สิ ทำไมเขาถึงฟังผู้หญิงคนนั้นมากขนาดนี้ล่ะ?
เขาเริ่มกล่าวหาไป๋อวี้ “เธอด่าคนแซ่หลินไม่ใช่เหรอ! ทำไมเธอถึงทำแบบนั้นกับคนอื่นด้วยล่ะ!”
ไป๋อวี้ล้อเลียนเขา “เธอรังเกียจแม่ม่ายคนนี้ไม่ใช่เหรอ?”
ฉินเสี่ยวกั่วกระซิบ “พี่ชายกับพี่ชิงชิงสนิทกันค่ะ”
ทันใดนั้น ใบหน้าของฉินเสี่ยวซู่ก็เปลี่ยนเป็นสีแดงและพูดด้วยน้ำเสียงหยาบคาย “ไร้สาระ ฉันขี้เกียจเกินกว่าจะสนยัยคนไร้มารยาทนั่น!”
ฉินเสี่ยวกั่วพูดทันที “นั่นไม่จริงสักหน่อย…”
พี่ชายของเธอตกใจมากจนรีบปิดปากเธอ
ไป๋อวี้เงยหน้าขึ้นมองไปยังบ้านดินของหวังเหลียน เธอไม่มีเวลาหยอกล้อกับเด็ก ๆ อีกต่อไปแล้ว
“กลับไปยืนพิงกำแพงแล้วแอบฟังสิว่าพวกเธอคุยอะไรกัน”
ฉินเสี่ยวซู่พูดด้วยความเหลือเชื่อ “อะไรนะ! ฉันจะไม่ทำแบบนั้นเด็ดขาด!”
ถ้านายไม่ทำแล้วใครจะทำ อย่าคิดว่าฉันไม่รู้นะว่านายเป็นคนขี้นินทา
แต่ไป๋อวี้อธิบายให้เขาฟังอย่างอดทน “ฉันคิดว่าหล่อนดูเหมือนจะมีปัญหาบางอย่าง ดังนั้นฉันจึงขอให้นายไปแอบฟัง เธอคงมีบางสิ่งที่ไม่สะดวกที่จะพูดต่อหน้าเรา”
สีหน้าของฉินเสี่ยวซู่ผ่อนคลายลงอย่างเห็นได้ชัด จากนั้นก็วางเสี่ยวกั่วเอ๋อร์ลง
แต่เขายังคงอยากจะวิพากษ์วิจารณ์ไป๋อวี้ “เธอนี่ชอบเข้าไปยุ่งเรื่องของคนอื่นซะจริง!”
“จ้า จ้า ฉันเอง” ไป๋อวี้พูดอย่างช่วยไม่ได้ “ฉันไม่อยากให้การช่วยเหลือของฉันกลายเป็นการทำร้ายพวกเธอ คิดซะว่าฉันขอร้องให้นายไปแอบฟังแล้วกัน”
ฉินเสี่ยวซู่พอใจมากแล้ววิ่งกลับไป
……
ทว่าในขณะนี้ หวังเหลียนรู้สึกหวาดกลัวมากจนไม่สามารถหยุดร้องไห้ได้
จ้าวชิงชิงโกรธมากและดุเธอ “หยุดร้องไห้สักที พี่หยุดร้องไห้ได้แล้ว! ไม่มีอะไรต้องกลัว! หากพวกเขากล้าแตะต้องพี่ ฉันจะไปสู้กับพวกเขาเอง!”
หวังเหลียนทั้งร้องไห้และตัวสั่นในเวลาเดียวกัน “เธอจะขอให้จ้าวต้าหมินมาจัดการฉัน จ้าวต้าหมินจะไม่ปล่อยฉันไป…”
จ้าวชิงชิง “ทำไมพี่ถึงไม่กล้าต่อสู้กับพวกเขาล่ะ?! พี่จะปล่อยให้ไอ้สารเลวนั่นมาทำร้ายพี่ได้ยังไง!”
หวังเหลียนปิดหน้าและร้องไห้ “ฉะ…ฉันมันไร้ประโยชน์…”
“รู้ว่าไร้ประโยชน์ก็แค่เปลี่ยนตัวเองซะ! เธอคนนั้นก็เคยเป็นผู้หญิงของจ้าวต้าหมินไม่ใช่เหรอ? ทำไมพี่ถึงไม่บอกหวังหนิวแล้วปล่อยให้เขาทุบตีเธอจนตายล่ะ!”
หวังเหลียนพูดด้วยความหวาดกลัว “อย่า…อย่าทำแบบนั้นนะ ถ้าพวกเขาไม่เชื่อ พวกเขาจะทุบตีฉันแทน…”
เมื่อเห็นท่าทีของเธอ จ้าวชิงชิงก็โกรธจนไม่อยากพูดอะไรต่อ
เธอคิดกับตัวเองว่าถ้าพี่สะใภ้ยังถูกรังแกแบบนี้ เธอก็จะสู้จนตายไปพร้อมกับทุกคน!
ทำไมหวังเหลียนถึงไร้ประโยชน์ขนาดนี้กันนะ!
เงินที่ได้รับก็มอบให้กับครอบครัวของสามี ตั๋วที่ได้รับก็มอบให้กับครอบครัวของสามี และทุกอย่างก็เป็นของครอบครัวสามีทั้งหมด
แต่ลูกสะใภ้ของครอบครัวฝ่ายแม่เป็นผู้หญิงที่ชอบมั่วผู้ชาย และยังพาคนมาทำร้ายเธออีก!
ทำไมเธอถึงไม่หยิ่งในศักดิ์ศรีเลยนะ?!
“ชิง... ชิงชิง...”
หวังเหลียนร้องไห้อยู่นานและในที่สุดก็กลับมาเป็นปกติ
เธอรีบลุกขึ้นยืนและดึงจ้าวชิงชิง “ไม่เป็นไร ไม่เป็นไร พวกเขาไม่กล้าทำให้มันกลายเป็นเรื่องใหญ่หรอก เธอกลับไปที่หมู่บ้านหลิงสุ่ยก่อนแล้วค่อยกลับมาใหม่เถอะ”
จ้าวชิงชิงมองเธออย่างเย็นชา “พี่จะปล่อยให้ไอ้เดรัจฉานนั่นมาทำร้ายพี่อีกครั้งอย่างนั้นเหรอ?”
หวังเหลียนเบือนหน้าหนี “ไม่ มันจะไม่เกิดขึ้น ช่วงนี้เขาก็เจอโชคร้ายอยู่เหมือนกัน”
จ้าวชิงชิงกัดฟันแล้วพูดว่า “ฉันจะไม่ไปไหนทั้งนั้น! ฉันจะไม่ไปไหน! ถ้าเขากล้ามา ฉันจะเอามีดสับเขาให้ตาย!”
…….
ฉินเสี่ยวซู่โกรธมาก
เขาผละออกจากกำแพงแล้ววิ่งกลับไปหาไป๋อวี้
“ดูเหมือนว่าหลินเยี่ยนจะเป็นรองเท้าขาด*[1]ของจ้าวต้าหมิน!” ฉินเสี่ยวซู่เปิดปากพูด
ไป๋อวี้ตกใจมากจนรีบปิดหูของเสี่ยวกั่วอย่างรวดเร็ว
แต่มันก็ช้าเกินไป
ฉินเสี่ยวกั่วเอียงศีรษะน้อย ๆ แล้วมองแม่ของตน “แม่คะ รองเท้าขาดหมายถึงอะไรคะ?”
“ก็แค่รองเท้าของป้าขาดน่ะ” ไป๋อวี้กล่าวอย่างสบาย ๆ
ฉินเสี่ยวซู่หันหน้าหนี
สุดท้ายแล้วฉินเสี่ยวกั่วก็พูดกับตัวเอง “ไม่แปลกใจเลยที่ต้องมาขอให้ป้าหวังซ่อมรองเท้าให้”
ในขณะนั้น ไป๋อวี้และฉินเสี่ยวซู่ก็รีบอุ้มฉินเสี่ยวกั่วกลับบ้าน
ระหว่างทางไป๋อวี้ยังคงอยากแอบดูห้วงมิติของฉินเสี่ยวกั่วมาตลอด
แต่ขากลับ ไป๋อวี้กลับไม่สนใจเรื่องนี้แม้แต่น้อยและตามฉินเสี่ยวซู่กลับบ้านอย่างเร่งรีบ
เสี่ยวกั่วก็ช่างใส่ใจผู้อื่นเป็นอย่างมาก
วินาทีก่อนที่จะเข้าไปในบ้าน เด็กน้อยก็หลับอิงบนไหล่ของฉินเสี่ยวซู่ไปแล้ว
นอกจากนี้ยังช่วยให้ไป๋อวี้ไม่ต้องหาข้ออ้างเพื่อธิบายให้ลูกฟังอีก
……
เมื่อเสี่ยวกั่วถูกวางลงบนเตียง ฉินเสี่ยวซู่ก็รู้สึกตื่นเต้นมาก
เขาพูดสิ่งที่ได้ยินและสิ่งที่เขาคาดเดาออกมา
“ทุกคนในหมู่บ้านรู้ดีว่าหวังเหลียนและจ้าวต้าหมินเกี่ยวข้องกัน และเราทุกคนต่างก็รู้ว่าหลินเยี่ยนชอบประจบประแจงจ้าวต้าหมินมาก แต่ไม่เคยคิดเลยว่าหลินเยี่ยนจะเป็นคนที่ชักใยให้จ้าวต้าหมินมายุ่งกับแม่ม่ายคนนี้!”
ฉินเสี่ยวซู่เป็นเด็กอายุแปดขวบที่พูดหยาบคายมาก
ไป๋อวี้กุมหน้าผากของตนด้วยอาการปวดหัวและตัดสินใจอย่างแน่วแน่ว่า จะต้องส่งเด็กคนนี้ไปโรงเรียนโดยเร็วที่สุด!
“ชื่อเสียงของแม่ม่ายหวังไม่ธรรมดา” ไป๋อวี้คิดเกี่ยวกับเรื่องนี้แล้วพูดว่า “แม้แต่อิ้งหงป้าของนายก็ยังเกลียดแม่ม่ายคนนี้เลย”
และหล่อนก็มีเรื่องอื้อฉาวกับพ่อของเขาด้วยซ้ำ
“มีคนมากมายวิพากษ์วิจารณ์หล่อน” ตอนนี้ฉินเสี่ยวซู่ดูเหมือนจะพยายามทวงคืนความบริสุทธิ์ให้แม่ม่ายคนนี้ “ครอบครัวของหล่อนไม่มีทายาทแล้ว นั่นเลยทำให้ผู้ชายพวกนั้นเข้ามาควบคุม”
ดังที่ไป๋อวี้เห็น หวังเหลียนมีทักษะและได้รับมอบหมายงานจากหมู่บ้าน
แต่เนื่องจากเธอ ‘ไม่มีทายาท’ จึงหวาดกลัวถึงขนาดมอบเงินและตั๋วทั้งหมดที่ได้รับให้กับครอบครัวฝ่ายสามี
ครอบครัวฝ่ายสามีรังแกเธอ และครอบครัวของแม่เธอก็ไม่ใช่คนดีเช่นกัน ดูจากพฤติกรรมของหลินเยี่ยนวันนี้
แม้แต่สถานการณ์ระหว่างเธอกับจ้าวต้าหมิน ไม่รู้ว่าถูกหลินเยี่ยนวางแผนมาหรืออะไร แต่บอกได้คำเดียวว่าเธอไม่ได้สมัครใจอย่างแน่นอน
ดังนั้น…
การกระทำที่หลินเยี่ยนทำก่อนจากไปในวันนี้น่าจะหมายความว่าจ้าวต้าหมินจะมาจัดการหวังเหลียนอย่างแน่นอน
ถ้าลองคิดให้ลึกลงไปกว่านี้ บางทีอาจจะสกปรกมากกว่าที่คิดเลยก็ได้
เป็นไปได้ว่าจ้าวต้าหมินจะทรมานหญิงม่ายคนนี้
ไป๋อวี้ขมวดคิ้ว เธอรู้สึกรังเกียจอย่างมาก
ฉินเสี่ยวซู่ยังคงพูดพล่อย ๆ และสาปแช่ง “ฉันไม่เคยเห็นคนไร้ประโยชน์ขนาดนี้มาก่อน ถ้าเธอตรงไปตรงมาได้สักครึ่งหนึ่งของชิงชิง เธอคงไม่ไร้ประโยชน์ขนาดนี้”
ไป๋อวี้เริ่มสนใจมากขึ้น เธอเงยหน้าขึ้นแล้วพูดว่า “ชิงชิงเก่งขนาดนั้นเลย?”
ฉินเสี่ยวซู่ไม่ตอบคำถามของเธอ แต่พูดกับเธออย่างดุเดือด “เฮ้ วันนี้ทำไมเธอถึงใส่อารมณ์กับหลินเยี่ยนอย่างนั้นล่ะ”
ไป๋อวี้นิ่งเงียบ “...”
“แม่ม่ายที่น่าสงสารคนนี้ ถ้าเธอต้องเจอกับโชคร้ายขึ้นมา เธอจะรู้สึกยังไง!”
ฉินเสี่ยวซู่พูดอย่างนั้นออกมาจริง ๆ เหรอเนี่ย?!
เดิมทีไป๋อวี้วางแผนที่จะจัดการเรื่องนี้ แต่คู่ต่อสู้คือจ้าวต้าหมินจึงไม่สามารถทำอะไรได้มาก
ถึงอย่างนั้น เธอก็ยังมีแผนอยู่ โดยคิดที่จะเหยียบย่ำจ้าวต้าหมินจนตาย
ทว่าสิ่งที่ไป๋อวี้สนใจตอนนี้คือ “นายสนิทกับจ้าวชิงชิงเหรอ?”
การแสดงออกของฉินเสี่ยวซู่เปลี่ยนไป “มันเกี่ยวอะไรกับเธอล่ะ?!”
ไป๋อวี้พูดอย่างเชื่องช้า “ถ้านายไม่เกี่ยวข้องกับจ้าวชิงชิง ฉันก็คงไม่ยุ่งอะไรกับเรื่องนี้หรอก แล้วอีกอย่างเมื่อกี้นายเพิ่งบอกว่าฉันชอบยุ่งเรื่องชาวบ้าน”
เมื่อถูกบีบบังคับ ฉินเสี่ยวซู่จึงทำได้เพียงตอบเสียงเบา “อย่า... ฉันเป็นหนี้ชีวิตเธอ”
[1] รองเท้าขาด หมายถึง ผู้หญิงที่ชอบมั่วผู้ชาย ถ้าเป็นผู้ชายก็แปลว่ามั่วผู้หญิง