หลังจากที่เป่ยชานชานตื่นมาท่ามกลางความมืดมิดของค่ำคืนอันโหดร้าย หัวใจของเป่ยชานชานแตกสลายเป็นเสี่ยงๆ กับความจริงอันโหดร้าย สามีที่เธอรักและไว้ใจอย่างหวังเฉาเฟย ได้ทรยศเธออย่างเลือดเย็น เขามีอะไรกับเป่ยจินอวี๋ น้องสาวของเธอเอง และตอนนี้เธอก็กำลังตั้งท้องลูกของเขาอีกด้วย
ความเจ็บปวดและความโกรธเกรี้ยวแผดเผาในดวงตาของเป่ยชานชาน ในขณะที่พ่อแม่ของเธอพยายามเกลี้ยกล่อมให้หวังเฉาเฟย สามีของเธอรับผิดชอบต่อการกระทำของเขา โดยการหย่ากับเธอและแต่งงานกับเป่ยจินอวี๋น้องสาวของเธอ
ความคิดที่จะต้องสูญเสียสามีและเงินที่เธอทำงานมาอย่างยากลำบากทั้งหมดทำให้เป่ยชานชานเดือดดาล เธอปฏิญาณว่าจะแก้แค้นและปกป้องสิ่งที่เป็นของเธอ
จนเวลาล่วงเลยผ่านไป 3 วันนับจากวันที่พ่อแม่ของเธอเดินทางมาเจรจาเรื่องของน้องสาว เป่ยชานชานออกจากบ้านตามปกติ ด้วยความฉลาดและความมุ่งมั่น เป่ยชานชานวางแผนอย่างรอบคอบ เธอเริ่มต้นด้วยการหาทางแยกเงินของเธอ ออกจากหวังเฉาเฟยอย่างเงียบๆ โดยใช้ความรู้ด้านการเงินของเธอที่มี
ในขณะเดียวกัน เธอก็เริ่มสืบหาหลักฐานการนอกใจของหวังเฉาเฟยและเป่ยจินอวี๋ เธอแอบไปขอกล้องของโรงแรมที่น้องสาวของเธออาศัยอยู่ โดยอ้างว่าเธอได้ทำกุญแจรถหายระหว่างขึ้นไปที่ห้องของน้องสาว หลังจากที่เธอได้ภาพและวิดีโอจากกล้องวงจรปิดของโรงแรมมาแล้ว เธอก็รวบรวมข้อความและการโทรที่เป็นหลักฐานความผิดของพวกเขาเพิ่มเติมก่อนที่จะนำกลับมา
เมื่อเตรียมการทุกอย่างพร้อมแล้ว เป่ยชานชานก็เปิดเผยความจริงทั้งหมดต่อหน้าพ่อแม่ของสามี และหวังเฉาเฟย หลักฐานที่เธอมีทำให้พวกเขาตกใจและอับอาย
ด้วยความโกรธเกรี้ยวและความผิดหวัง หวังเฉาเฟยพยายามจะปกป้องตัวเอง รวมไปถึงพ่อแม่ของสามีและพ่อแม่ของเธอ ต่างก็ช่วยกันปกป้องสามีของเธอ และน้องสาวของเธอเช่นกัน แต่เป่ยชานชานไม่ยอมให้พวกเขาหนีรอดไปได้ เธอเผชิญหน้ากับเขาอย่างกล้าหาญและเรียกร้องให้เขาจ่ายค่าความเจ็บปวดที่เขาได้ก่อไว้
“คุณสามีค่ะ! หลักฐานพวกนี้ฉันได้ส่งไปให้กับเพื่อนของฉันที่เป็นนักข่าวแล้วเรียบร้อย ถ้าคุณยังต่อต้านฉัน และไม่ยอมทำตามที่ฉันบอก ฉันจะฟ้องหย่าคุณและใช้สื่อทำลายชื่อเสียงของคุณ เหมือนที่คุณทำลายชีวิตฉันในตอนนี้” เป่ยชานชานกล่าว
“นี่เธอกำลังขู่ฉันเหรอ?” หวังเฉาเฟยกล่าว พร้อมกับทำหน้าโกรธใส่เธอ
“ฉันไม่ได้ขู่! แต่ครั้งนี้ฉันเอาจริง คุณอยากจะลองก็ได้นะ ฉันไม่ว่า” เป่ยชานชานกล่าว
“นี่หล่อนจะถือดีเกินไปแล้วนะ หล่อนกล้าดียังไงมาต่อปากต่อคำลูกชายของฉัน” แม่สามีเอ่ยด่าทอเธอด้วยน้ำเสียงที่ดัง
“นี่คุณแม่ก็อีกคนหรือคะ! ถ้าอยากแก่ตายดีๆ ก็หุบปากไปค่ะ อย่าส่งเสียงดังออกมา มันน่ารำคาญ” เป่ยชานชานกล่าว
“เพี๊ย!” เสียงฝ่ามือกระทบที่ใบหน้าของเป่ยชานชานดังขึ้น เสียงฝ่ามือของสามีที่ตบหน้าเธอ ทำให้เธอเจ็บ
“คุณจะฟ้องหย่าผม? จะเอาอำนาจไหนมาฟ้องหย่า คุณลืมไปแล้วเหรอว่า ผมรู้จักกับผู้ใหญ่คนไหนบ้าง” หวังเฉาเฟยเอ่ยขึ้น ก่อนที่จะหัวเราะออกมาเสียงดังด้วยความสะใจ
เป่ยชานชานนิ่งไปพักใหญ่ เธอลืมคิดถึงเรื่องนี้ไปเลย เธอไม่รู้จะเดินหน้าไปยังไงต่อ ทุกอย่างที่เธอวางแผนมามันได้จบลงแล้ว เป่ยชานชานเงยหน้ามามองหน้าสามีและพ่อแม่สามี พร้อมกับน้องสาวของสามีที่อยู่ต่อหน้าเธอด้วยสายตาที่เคียดแค้น
“ถ้าเธอยอมไปจากที่นี่ดีๆ ฉันจะให้เธอ 200 หยวนเพื่อไปตั้งต้นชีวิตใหม่” หวังเฉาเฟยกล่าว “แต่ถ้าเธอยังดื้อดึงที่จะเอาเรื่องของฉันออกไปแฉ เธอจะไม่ได้อะไรเลย”
“ตัดสินใจเร็วๆ นะพี่สะใภ้! จะได้ไม่ต้องหมดตัว” หวังลี่จู น้องสาวของสามีกล่าว พร้อมกับมองเป่ยชานชานด้วยสายตาที่เหยียดหยามเธอ และไม่ให้เกียรติ
“ว่าไงล่ะ! ตกลงจะเอาไหม 200 หยวน” แม่สามีเอ่ยถามเป่ยชานชาน
เป่ยชานชานไม่ได้โต้ตอบแต่อย่างใด เธอแสร้งนั่งร้องไห้ บีบน้ำตาให้ไหลออกมา เหมือนว่าเธอกำลังเจ็บปวดกับการกระทำของพวกเขา
ครอบครัวของสามีอย่างหวังเฉาเฟยไม่รู้เลยว่า เธอกำลังคิดจะทำการใดอยู่ พวกเขาทุกคน หัวเราะเป่ยชานชานด้วยความสะใจ ที่ดูเหมือนว่าเป่ยชานชานกำลังพ่ายแพ้ต่อพวกเขา ทั้งที่สงครามครั้งนี้ยังไม่ได้เริ่มเลยด้วยซ้ำ แต่ครอบครัวของสามีดันเขียนจุดจบเองแล้ว