ทางฝั่งชายแดน
ั้แ่ฮั่วอี่รู้ข่าวไป๋ชิงถูกลอบทำร้ายจนตกหน้าผาก็เศร้าซึมเสียใจ ทางด้านท่านเสนาบดีผู้เป็บิดาก็ส่งคนไปค้นหาแต่เจอแค่ซากรถม้าและเืมากมาย ต่างพากันคาดเดาว่าถูกสัตว์ป่าลากร่างไปแทะหรือลากกลับรังไปแล้ว จึงไม่มีใครออกตามหาต่อ
ผ่านไปเกิอบเดือนข่าวคราวไป๋ชิงเงียบหาย ฮั่วอี่พยายามทำใจและได้ส่งจดหมายถอนหมั้นให้จวนเสนาบดีเพื่อให้ท่านพ่อท่านแม่ตัวเองสบายใจ ในเื่ว่าที่ภรรยาของเขา หากยังมีสัญญาหมั้นหมายกับคนที่หายไปหรือตายจากก็ไม่รู้ว่าแม่สื่อจะทำหน้าที่หาภรรยาให้หรือไม่หรืออาจจะหาว่าเขาทำให้คู่หมั้นตายเพราะดวงข่มภรรยาทั้งที่เพิ่งจะหมั้นหมายกันไม่กี่วัน จึงกลัวว่าจะไม่ได้แต่งภรรยาให้ตระกูลตน เขาเป็ลูกชายคนเดียวที่สืบสกุลยังมีหน้าที่ต้องแบกรับคือการมีทายาทให้ตระกูล หากไม่ใช่ไป๋ชิงก็คงหาแค่คนที่เหมาะสมเท่านั้นแม้ไม่รักก็ตาม เพื่อบิดามารดาของตน
่เวลาที่ฮั่วอี่อยู่ชายแดน อยู่ๆก็มีกลุ่มหญิงงามเกือบ 10 คนมาขอความช่วยเหลือที่ค่ายทหาร บอกว่าโดนพวกค้ามนุษย์ล่อลวงจับมาขายแถวชายแดนแต่พากันหลบหนีมาได้เพียงเท่านี้ ไม่มีบ้านให้กลับไม่รู้จะไปไหนจึงขออาศัยทำงานแลกข้าวและที่พักในค่ายไปก่อน ฮั่วอี่อนุญาตให้อยู่ทำงานครัวและซักผ้าทำความสะอาดทั่วไป มีค่าจ้างให้เล็กน้อย หากพวกนางเก็บเงินได้สักหน่อยคงจากไปเอง ฮั่วอี่คิดเช่นนั้น แต่ไม่ว่าจะไปทางไหนเวลาที่เจอสาวงามเหล่านี้ บางทีก็แกล้งชนเขาแล้วกอดซบ บางทีก็ยั่วยวนพยายามทำตัวใกล้ชิด สาวงามทั้ง 10 เกือบครึ่งที่ทำให้รู้สึกผิดปกติ
จนวันหนึ่งฮั่วอี่ไปเดินเล่นแถวริมแม่น้ำแต่บังเอิญเจอหญิงงามกำลังเปลื้องผ้าอาบน้ำกัน 2-3 คนอย่างมีความสุข เสียงหัวเราะต่อกระซิกกันดังไปทั่ว ฮั่วอี่รีบหลบหลังต้นไม้แต่ยังไม่จากไปแอบดูหญิงงามเ่าั้ต่อ ในใจก็เต้นรัวมองอกอวบและผิวขาวเนียนของหญิงงามเ่าั้อย่างเลื่อนลอย จนบางสิ่งบางอยางเริ่มดุนดันขึ้นมา
พอเห็นดังนั้นจึงคิดจะเดินเลี่ยงไปก่อนจะควบคุมตนเองไม่ได้ พอหันหลังกำลังจะจากไปก็ไปชนกับหญิงอีกผู้หนึ่งที่เดินผ้าผ่อนหลุดลุ่ยมาพอดีจนนางล้มกระแทกพื้นกระโปรงที่บางอยู่แล้วก็เลิกขึ้นสูง เสื้อที่คอกว้างอยู่แล้วก็ยิ่งเผยอออกกว้างกว่าเดิมเห็นอะไรต่อมิอะไร
ฮั่วอี่เห็นนางล้มแรงจึงก้มลงไปประคองนางลุกขึ้นแล้วก้มหน้าขอโทษขอโพยไม่มองสิ่งที่ไม่ควร แล้วพยายามจะเดินจากไปแต่กลับถูกหญิงนางนั้นดึงไว้อย่างแรงจนเขาเสียหลักล้มลงไปทับนาง สิ่งที่อัดอั้นอยู่ยิ่งใกล้จะกดไว้ไม่ไหวทั้งดุนดันทั้งแข็งจนปวดร้าว
สาวงามยิ้มหวานให้พลางเอามือคล้องคอฮั่วอี่ให้โน้มลงมาและกดปากจูบฮั่วอี่ก่อนอย่างดูดดื่ม ฮั่วอี่ที่อ่อนประสบการณ์ไม่เคยทำเช่นนี้กับใคร ขนาดกับคู่หมั้นยังแค่จูบหน้าผากเลย เขามือไม้สั่นแต่ก็ไม่แข็งขืน ยอมจำนนให้หญิงนางนั้นจูบอย่างเร่าร้อนเพราะเขาเองก็เริ่มเคลิ้มตาม ปล่อยให้นางทำตามใจ ตัวเขาเป็ชายย่อมไม่เสียหาย ถือว่าเป็การเรียนรู้อย่างหนึ่งละกัน ฮั่วอี่คิดในใจ
หลังปล่อยตัวปล่อยใจไปกับหญิงงาม รู้สึกตัวอีกทีเสื้อผ้าก็หลุดลุ่ย สักพักหญิง 3 คนที่เล่นน้ำอยู่ก็เดินมา ทุกคนมารุมล้อมเขาและช่วยกันปรนนิบัติทุกอย่างจนเขางงงวย แต่ก็ปล่อยเลยตามเลย ด้วยอัดอั้นและเครียดมานานเื่คู่หมั้นที่ตกหน้าผาตาย ไหนจะเื่ถอนหมั้นอีก ไหนจะเื่หาภรรยาใหม่อีก จึงคิดว่าหาความรื่นเริงให้ตนบ้างละกัน ไหนๆตอนนี้ก็ถอนหมั้นแล้ว จึงปล่อยเนื้อปล่อยตัวให้เหล่าสาวงามเสพสมกับตนเองจนมืดค่ำ ผลัดเปลี่ยนหมุนเวียนไปหลายรอบจนแทบหมดแรงด้วยเป็ครั้งแรกของฮั่วอี่จึงทำให้เขาตื่นเต้นคึกคักแข็งขันยิ่งนัก เหล่าสาวงามต่างครวญครางอย่างสุขสมกับความคึกคะนองของฮั่วอี่ที่แรงไม่มีตก ถือเป็การขึ้นครูกับเหล่าสาวงาม
ฮั่วอี่หลงใหลการปรนนิบัติของเหล่าสาวงามที่ทำให้เขาเสร็จสมที่ริมน้ำ จึงให้มาปรนนิบัติที่กระโจมตนต่อด้วย โดยให้เป็สาวใช้อุ่นเตียงทั้ง 4 คนสลับสับเปลี่ยนกัน ในใจก็คิดว่าหากพวกนางท้องก็อาจจะมีทายาทให้ตระกูลได้ด้วยแต่ตอนนี้ยังไม่ให้ฐานะใดๆ จึงไม่ให้ใครกินยาคุมกำเนิด และบอกพวกนางว่าหากใครท้องจะรับเป็อนุ หากเป็ลูกชายจะให้เป็รองฮูหยิน
สาวงามที่เหลือทราบเช่นนั้นจึงมาขอใช้สิทธิ์ผลิตทายาทให้ฮั่วอี่ทุกคืน โดยอ้างเหตุผลว่า อยากเป็อนุหรือรองฮูหยินแม่ทัพน้อย ทำให้ฮั่วอีต้องทำภารกิจก่อนนอนสลับสับเปลี่ยนให้ทั่วถึง เขาเองก็จะได้มีทายาทและสบายตัวทุกวัน เหล่าสาวงามทั้ง 10 ก็ได้ทำหน้าที่ตามที่เ้าสำนักพยัคฆ์ทมิฬสั่งการมาว่าทำให้แม่ทัพน้อยหลงใหลร่วมรักกับพวกนางจนลืมหญิงคู่หมั้น โดยไม่รู้เลยว่าฮั่วอี่ถอนหมั้นไปแล้ว