Demonlord online ราชาอสูรสะท้านโลก

    สงครามเทวะ:มากันโดยไม่ได้นัดหมาย

               ย้อนกลับไปเมื่อครั้งที่ศิลาปะทะกับนางพญาภุชคินทร์ครั้งแรกภายในเมืองตำหนักศิลาที่อยู่ใกล้ที่สุดก็ได้รับผลกระทบทันที   เสียงดังสนั่นหวั่นไหว   แรงสั่นสะเทือนแผ่นดินไหว   ผู้คนพากันตื่นตกใจว่าเกิดอะไรขึ้นหลังจากนั้นเพียงไม่นานพวกเขาก็ทราบคำตอบเมื่อทางระบบประกาศว่าจะถ่ายทอดสดการต่อสู้ของผู้เล่นศิลาและสัตว์อสูรระดับเทพเจ้า

                อย่างที่ทราบกันในโลก Demonlord แบ่งเขตเป็นสามพื้นที่ใหญ่ได้แก่ทวีปเริ่มต้น  ทวีปมืดหรือตอนนี้เรียกว่าแดนสวรรค์   และทวีปผู้กล้า

                ในทวีปผู้กล้าถือเป็นทวีปที่มีผู้เล่นมากที่สุดและมีเมืองน้อยใหญ่เกิดขึ้นมามากที่สุดแต่ในบรรดาเมืองทั้งหมดจะมีจุดสำคัญคือทุกเมืองจะตั้งอยู่รายล้อมเมืองมนตราหรือก็คือมีเมืองมนตราเป็นจุดศูนย์กลางและการปะทะกันของศิลาและนางพญาภุชคินทร์เมืองมนตราก็ได้รัลผลกระทบเช่นกัน

                ภายในวิหารจอมเวทย์ที่เงียบสงบมีแสงสลั่วจากเสาร์เวทมนต์เจ็ดสี   ใจกลางห้องมีโซฟาตั้งไว้ปรากฎเงาของคนสามคนในชุดจอมเวทย์หลากสีกำลังนั่งจิบชาพร้อมกับมองไปยังใจกลางเสาร์เวทมนต์ทั้งเจ็ดที่กำลังสาดแสงออกมาโดยใจกลางนั้นปรากฎภาพการต่อสู้ของศิลาและนางพญาภุชคินทร์

                มนตราเดินเข้ามาในห้อง  บุรุษทั้งสามหันมามองก่อนยืนทำความเคารพพูดพร้อมกันว่า

                “ขอต้อนรับกลับครับท่านเจ้า”

                มนตรามองหน้าทุกคนยกมือขึ้นเชิงบอกว่าทำตัวตามสบายก่อนที่เขาจะพูดขึ้น

                “เริ่มแล้วหรอ...”  มนตรามองไปยังใจกลางเสาร์เวทมนต์  เดินไปนั่งยังโซฟา  เห็นศิลากำลังต่อสู้อยู่

                “ครับ  ในที่สุดกรงล้อแห่งชะตากรรมก็ได้หมุนแล้ว”  บุรุษจอมเวทย์หน้ามล  สะอาดหล่อเหล่าคมเข้มผมสีขาวยาวถึงกลางหลัง  ในชุดจอมเวทย์สีขาวพูดขึ้น  เขามีนามว่าเซเม

                “ท่านคิดยังไงเซเม”  มนตราถาม

                “นั่นสินะครับ”  เซเมหันไปมองฉากต่อสู้  “ผมคิดว่าถ้าจะมีใครสักคนที่ยืนต่อหน้าสุริยเทพได้ก็คงเป็นเขา  บังลังก์มารสูงสุดผู้กลืนกินทุกชีวัน  สิ่งที่เป็นขั้วตรงข้ามกับบัลลังก์เทพสูงสุดผู้รังสรรค์ฟ้า  นามนั้นคือสุริยเทพ”  เซเมมองหน้าศิลาสีหน้าบ่งบอก

    วามีความกังวล

                “แต่ผมเป็นห่วงอยู่เรื่องหนึ่ง”  บุรุษผมสีทองไว้ทรงรีเจ้นหน้าดุดันคล้ายนักเลงพูดขึ้น 

                มนตราหันมามอง  “ท่านเป็นห่วงเรื่องอะไรหรอเมอลิน”  

                “นางพญาภุชคินทร์มีเกล็ดที่สามารถต้านทางเพลิงสุริยะได้  หากนางไปเข้าพวกกับศิลาแน่นอนว่าสุริยเทพจะต้องเสียเปรียบ”

                มนตราสีหน้าครุ่นคิด  “จริงสิ  สุริยเทพเองก็เริ่มเคลื่อนไหวอีกครั้งแล้วด้วย”  เขาหันไปมองบุรุษในชุดจอมเวทย์สีดำวัยกลางคนหน้าตาสงบ  “เนโร่คิดว่าไง”

                “ผมว่าเราควรจะส่งคนไปสังเกตุการณ์ในระยะใกล้เคียง  ผมมีรางสังหรว่าอาจจะมีแขกไม่ได้รับเชิญไปทักทายศิลา”  เนโร่หันมาบอกกับมนตรา

             


                ในร้านคาเฟ่ชาพะยอมของเมืองยุทธภพ

                โมนาและนีวากำลังนั่งอยู่ในคาเฟ่ชาพะยอมพร้อมกับผู้เล่นอื่นอีกมากมายแน่นร้าน  ทุกคนกำลังนั่งมองจอมอนิเตอร์ขนาดใหญ่ความชัดของภาพในระดับ  Super  Fuu  HD  แต่ในนั้นก็ยังมีสิ่งที่บรรดาชายหนุ่มให้ความสนใจกว่าจอมอนิเตอร์นั่นคือสาวงามลำดับที่สองของแผ่นดิน

                “เป็นอะไรน้องวา”  โมนาหันมาถามน้องสาว

                นีวากำลังนั่งหน้าเคลิ้มคล้ายเพ้อฝันปนตาหวานแก้มแดงสายตาสุกสระกราวระริกสั่นไปมาคล้ายกำลังนึกถึงความหลัง

                “ศิลา........”  หญิงสาวเผลออุทานออกมาเสียงอ่อย  “ห่ะ!...อะไรนะคะ”  เธอได้สติหลุดจากอาภรณ์แห่งการวาดฝันมามองโมนา

                โมนาส่ายหัวถอนหายใจ  “น้องกรู  สติสตังไปหมดแล้ว  แค่เห็นหน้าผ่านทีวียังป้ำเป๋อได้ขนาดนี้  ถ้าครั้งหน้าศิลามาเยือนวังยอดยุทธจริงมีหวังช็อคตาย”  บ่นจบเขาก็หันไปมองในจอมอนิเตอร์

                ภายในจอภาพเป็นการต่อสู้ของศิลาและมุมหนึ่งของจอภาพมีกรอบสีเหลี่ยมพอประมาณ  ในกรอบจอสีเหลี่ยมนั้นมีจีเอ็มหนึ่งหนุ่มและหนึ่งสาวกำลังพากษ์และให้ข้อมูลการต่อสู้ของศิลาเพื่อเพิ่มอรรถรส

                “ท่านผู้ชมครับกระผมจีเอ็มวิ๊งแซ่บแวะมากินเดินมาชิม  และจีเอ็มใจร้อนแต่ไม่ร้อนใจ  ขอนำท่านผู้ชมเข้าสู่การถ่ายทอดสดถึงเหตุการณ์ต่อสู้ที่หาชมได้ยากครับ”  จากนั้นจีเอ็มสาวใจร้อนแต่ไม่ร้อนใจ  ก็พูดขึ้นต่อ

                “ใช่แล้วค่ะ  เมื่อสักครู่ได้เกิดเหตุผิดปกติขึ้นที่เมืองตำหนักศิลาบริเวณทางเหนือของเขตเมืองตำหนักศิลา   เมื่อสักครู่สายข่าวของเรารายงานมาว่าปราสาท?...หรือเมืองตำหนักศิลาได้ถล่มลงมาจากแผ่นดินไหวเพียงแค่สัตว์อสูรตนเดียวขยับตัว”

                “เอาล่ะครับอีกสักครู่อุปกรณ์ถ่ายทอดสด   สเปคตราโดมรีนูดีบังกี้  ของเรากำลังจะไปถึงที่เกิดเหตุ  พร้อมกับปิงข่าวเกาะติดสถานการณ์กับคุณอัปโชคโชคไปไหน  จีเอ็มผู้ควบคุมสเปคตราโดมรีนูดีบังกี้”

                จากนั้นภาพการต่อสู้ของศิลาก็ปรากฎขึ้นบนจอภาพ  ทุกคนอ้าปากตาค้างเมื่อมองเห็นสัตว์อสูรตัวสีดำ

                จากนั้นก็มีนักข่าวยืนรายงานสถานการณ์ราวกำลังถ่ายทอดสดข่าวในโลกจริงไม่มีผิด  เพื่อส่งข้อมูลต่างๆให้ทางจีเอ็มที่พากษ์อยู่ในห้องส่ง

                “นี่มันการต่อสู้แบบไหนกันคะถึงได้เปลี่ยนสภาพภูมิประเทศไปได้ถึงขนาดนี้  หรือว่านี่คือเวทมนต์อนันตกาลแห่งสูญของจอมมารศิลากันคะ”  จีเอ็มสาวบรรยายใส่อารมณ์ถึงพริกถึงขิง  “คุณผู้ชมดูนั่นค่ะ  บนฟ้าบริเวณดวงอาทิตย์”

                “นั่นพญานาคครับ”  จีเอ็มหนุ่มเสริมข้อมูล  “แต่เราบอกข้อมูลมากกว่านี้ไม่ได้เพราะเป็นการระเมิดเกินไป”  จีเอ็มจับหูฟังคล้ายกำลังรับคำสั่งอะไรบางอย่างก่อนจะพยักหน้าประมาณว่า  ออ  อืม ก่อนจะพูดขึ้นต่อ  “ด้วยเหตุบางประการหากเป็นข้อมูลของผู้เล่นศิลาเราสามารถล่วงละเมิดได้  งั้นเต็มที่กันไปเลย   นั่นคือสัตว์อสูรระดับเทพเจ้านางพญาภุชคินทร์สัตว์ในตำนานและมีผลต่อการพิชิตเกม”  จีเอ็มหนุ่มออกท่าทางรสชาติเข้มข้น  “หรือผู้เล่นศิลาจะรู้ข้อมูลนี้จึงได้ไปล่านางพญาภุชคินทร์กันแน่นะครับ”  จีเอ็มหนุ่มสุมไฟให้ศิลา

                “แล้วพิกัดของเขาตอนนี้ล่ะคะ”  จีเอ็มสาวถาม

                “ทิศเหนือของเมืองตำหนักศิลา  ห่างออกไปสองร้อยกิโลเมตร 42 องศาเหนือ32 ริปดา  ผ่านเส้นลองจิจูด35 องศาเหนือครับ  ผู้เล่นคนไหนสนใจ  แค้นใจสามารถไปตืบผู้เล่นศิลาได้เลยครับ  นีเป็นโอกาสเหมาะที่สุดเลยนะครับ  แต่ตำแหน่งที่ผมบอกไปเมื่อครู่ผมมั่วทั้งหมด  แต่ใครอยากไปเชิญเลยเพราะเขาต้องเสียพลังไปกับการต่อสู้กับสัตว์อสูรมากแน่อย่างไม่ต้องสงสัยเลย”  จีเอ็มวิ๊งแซ่บออกทาทางชักจูงปลุกระดม  “ถ้าเป็นผม  ผมไปแล๊วววว  จริงจริ๊ง.....”

                “แต่ระวังด้วยนะคะ  ข้อมูลของเราบอกว่านางพญาภุชคินทร์ขั้นเทพเจ้า  ระดับ 300  และผู้เล่นศิลา”  จีเอ็มสาวตกใจก่อนจะพูดเสียงติดขัดเมื่อมองดูข้อมูลของศิลา  “ย...ยมเทพขั้นตำนาน  ระดับ300  ได้ไง!?”

                จากนั้นจีเอ็มหนุ่มก็หาข้อมูลก่อนจะอธิบาย

                “ยมเทพคือขั้นสุดท้ายของผู้เล่นนั่นไม่ว่าผู้เล่นจะเลือกเผ่าไหนจะวิวัฒนาการได้อีกขั้นเป็นขั้นที่เรียกว่ายมเทพอสูร  หรือยมเทพมาร  ตามแต่ละเผ่าที่ตนเองเลือกครับซึ่งการจะวิวัฒนาการได้เงื่อนไขคือหลอมรวมกับเศษวิญญาณแห่งธรรมชาติกุญแจพิชิตเกม  และที่ผู้เล่นศิลามีระดับ300ในตอนนี้นั้นให้ทุกคนดูนั่น”  จีเอ็มหนุ่มพูด

                ทุกคนที่ดูการถ่ายทอดสดมองร่างของศิลาที่มีเทพเจ้าอามาเทราสึสถิตอยู่  จากนั้นจีเอ็มหนุ่มก็อธิบาย

                “นั่นคือสกิลการสถิตร่างของผู้เล่นศิลาที่จะทำให้ผู้ใช้มีระดับขั้นทุกอย่างเท่ากับเทพหรืออะไรก็แล้วแต่ที่เข้ามาสถิตร่าง  และที่สถิตร่างของผู้เล่นศิลาอยู่ก็คือเทพีอามาเทราสึขั้นตำนานระดับ 300  การจะได้สกิลนี้มาใช้มีวิธีเดียวคือต้องทำให้สัตว์อสูรตนนั้นมอบพลังของตนให้เท่านั้น”  จรเอ็มหนุ่มรากยาวใส่อารมณ์

                “โฮยยย....”  จีเอ็มสาวรากเสียง  “โกง  โกงเกินไปแล้ววววว....  เขาเป็นลูกจีเอ็มหรือไง  หรือพ่อเป็นเจ้าของเกม  หรือเป็นลูกคนที่มาซื้อหุ่นส่วนอีก 48% ของเกมนี้”  จีเอ็มสาวใส่ไฟอีกละลอก  “แบบนี้ถ้าเป็นฉันรีบโอนเงินในบัญชีเปลี่ยนเป็นเงินในเกมเติมสู้แล้ว  จริงจริ๊ง....ไม่ได้ยุนะคะ  แต่อำนาจเงินทำได้ทุกอย่าง  เอารออะไรโอนเงินเติมสู้กับผู้เล่นศิลากันไปเลย  การที่เขามีของเทพๆใช้ผู้เล่นศิลาก็ต้องโอนเงินในบัญชีมาซื้อหามากมายแน่นอนเขาก็ต้องเปร์มากมายแน่ๆ”

                ในขณะที่ทุกคนทั่วโลกกำลังดูฉากการต่อสู้ของศิลาอย่างตื่นตาตื่นใจที่กำลังดำเนินไปราวไปรู้จบจนกระทั่งถึงฉากวายุเทพปรากฎตัวขึ้น  ภาพก็ตัดลง

                “จากนี้ไม่สามารถถ่ายทอดสดได้ครับ  เนื่องจากติดปัญหาด้านกฎการถ่ายทอดสดเพราะตัวละครลับปรากฎตัวขึ้นมาเอง”  จีเอ็มหนุ่มบอกจากนั้นภาพก็ดับไป

               ในเวลาเดียวกันภายในวิหารจอมเวทย์

                “เวรแล้วไง”  เซเมพูด  รุกขึ้นยืนสีหน้าแตกตื่นจาก 

                เนโร่รุกขึ้นยืนหันไปมองมนตรา  “พวกเราต้องไปเองแล้ว  ศิลาในตอนนี้ยังเอาชนะขุนพลยมเทพไม่ได้”

               มนตราพยักหน้า  “เซเมเจ้าไปจัดเตรียมกองกำลังเสริม  บางทีอาจจะไม่ได้มีแค่วายุเทพ  ข้ามั่นใจว่าต้องมีขุนพลยมเทพตนอื่นอยู่แถวนั้นอีกแน่”  เขาหันไปมองเนโร่และเมอร์ลิน  “เจ้าทั้งสองไปกับข้า”  พูดจบมนตราก็รีบเดินออกไป  เช่นเดียวกับเซเมที่รีบไปจัดกองทัพจอมเวทย์เพื่อเป็นกำลังเสริม

              

                

                ตัดมาปัจจุบันทางด้านศิลา 

                สุริยะเทพที่ยืนอยู่บริเวณเนินเขาห่างออกไปเงยหน้ามองไปยังด้านเมืองมนตรา

                “มนตรา  เมอร์ลิน  เนโร่กำลังมา”  เขาฉีกยิ้ม 

                “ดิฉันคิดว่าคงไม่ได้มีแค่นั้นหรอกคะ”  วารีเทพหันไปมองอีกทาง  “ฉันสัมผัสได้ถึงพลังบางอย่าง  พลังแบบนี้เซนต์?  นักรบของอาเธน่า”

                แค่สุริยเทพเคลื่อนไหวเพียงเล็กน้อยเหล่าทวยเทพก็เริ่มเคลื่อนไหวและกำลังมารวมกันในที่นี้

                เสียงฝีเท้าดังขึ้นจากด้านหลังของสุริยเทพ  

                สุริยเทพฉีกยิ้มก่อนจะพูดขึ้นโดยไม่หันกลับมองผู้มา  “ไม่คิดว่าท่านจะมาด้วยตนเอง  อาเธน่า”

                ด้านหลังของสุริยเทพปรากฎร่างของหญิงสาวโฉมงามในชุดผ้าฝ้ายสีชมพูอ่อนผมสีน้ำตาล  ใบหน้าหวาน  มือขวาถือไม้เท้าสีทอง  ปลายไม้เท้ามีรูปนกกางปีกทั้งสองข้างขึ้นปลายปีกชิดกันเป็นรูปวงกลมดูคล้ายพระจันทร์

                “ถือว่าเห็นแก่เรา  ท่านจะยอมลามือไปแต่โดยดีได้หรือไม่สุริยเทพ”  อาเธน่าพูดเสียงหวานใสแต่แฝงไปด้วยพลังคุกคราม  ด้านหลังปรากฎนักรบสิบสามคนในชุดเกราะสีทองสะท้อนแสงวาววับจนแสบตา

                “เหตุใดเล่า   หรือว่าท่านคิดจะเข้าพวกกับจอมมาร  เหอ...”   สุริยเทพแค้นเสียงถอนหายใจ  ส่ายหน้าคล้ายเอือม  “ไม่คิดเลยว่าเทพีแห่งสงครามอย่างท่านจะตกต่ำถึงเพียงนี้”

                เมื่อได้ยินสุริยเทพพูดแบบนั้นชายหนุ่มหนึ่งในเซนต์ของอาเธน่าก็ตวาดลั่นท่าทางจะเอาเรื่องผู้พูด

                “อย่าเท็นมะ...”  อาเธน่าห้าม  “หากเราลงมือก็เข้าทางของสุริยเทพ”  

                ชายหนุ่มเซนต์เพกาซัสหยุดชะงักทันที  

                “อย่างที่อาเธน่าพูด”  เสียงหญิงสาวดังขึ้นจากอีกมุม  “ท่านจะยอมกลับไปแต่โดยดีได้หรือไม่”  

                สุริยเทพหันไปมองเจ้าของเสียง

                “โอ  วันนี้มันวันอะไรกันเนี่ยแม้แต่เทพีแห่งแสงอามาเทราสึก็มากลับเขาด้วย”  

                “เราต้องมาอยู่แล้ว  เพราะบุรุษจอมมารผู้นั้นมีบุญคุณต่อเรา  หากท่านจะลงมือทำอะไรเขา  เราก็จะใช้โอกาสนี้ตอบแทนบุญคุณนั้นโดยการขัดขวางท่าน”

                สุริยเทพยิ้มอัมหิต  นัยน์ตาดุจประกายไฟ  

                “คิดว่าพวกเจ้าทั้งหมดในที่นี้ร่วมมือกันจะเอาชนะข้าได้ยังงั้นลึ”

                อาเธน่าส่ายหัว  “มิได้  ท่านมันเกินกำลังของพวกเรา  แต่ถ้าขัดขวางท่านมันก็อีกเรื่อง  อีกอย่างมนตราก็กำลังมา  หากศิลาปลุกจันทราเทพสำเร็จในตอนนี้ท่านคิดว่าจะเป็นยังไง  เขาที่เป็นนายจะได้พลังขนาดไหนไปครอบครองถึงตอนนั้นท่านยังจะกล้าพูดอย่างมั่นใจแบบนี้อีกหรือไม่”

                สุริยเทพหรี่ตาลงมองไปยังฟ้าครามเบื้องหน้าที่กำลังหลบอยู่หลังศิลา  พร้อมกับฉากต่อสู้ของศิลาและวายุเทพ

                “จันทราเทพ...ฟ้าคราม”  สุริยเทพกำหมัด  “ศิลา”  เขาเน้นเขี้ยวแค้นเสียง

                “ไม่พบกันนานเลยนะน้องชาย”  เสียงของมนตราดังขึ้นก่อนที่ร่างจะปรากฎออกมาจากอากาศธาตุด้ายหลังคือกองทัพจอมเวทย์จำนวนหนึ่งร้อยคน  ยืนประจันหน้ากับสุริยเทพ

                “มนตรา..........”  สุริยเทพคำราม  “แกซินะที่ให้พลังแห่งการลบทุกสรรพสิ่งกับไอ้เจ้านั่นไป”  สุริยเทพชี้ไปทางศิลา

                “ใช่แล้ว  ก็เขาเป็นนายเหนือหัวของเทพีรัตติกาลที่อีกไม่นานจะคืนร่างเป็นจันทราเทพน้องสาวของท่านไง”  มนตราตอบเสียงเรียบ

                “ไม่ใช่”  สุริยเทพเดือด  “จันทราเทพตายไปแล้ว  ตายด้วยน้ำมือคู่นี้ของข้า  จันทราเทพองค์นี้ไม่ใช่น้องข้า”

                “ท่านก็รู้นี่ว่าเราพวกเราที่เกิดจากท่านแม่ผู้ซึ่งเป็นทุกสรรพ  พวกเราจะไม่มีวันตาย  เมื่อตายไปก็จะกลับมาจุติอีกครั้งเพื่อคงไว้ซึ่งกฎแห่งโลกา  แต่ว่าท่านกำลังจะเปลี่ยนกฎที่ว่านั่น” 

                สุริยเทพกลายเป็นดวงแสงก่อนจะหายไปในอากาศ  พร้อมกันนั้นวายุเทพที่กำลังต่อสู้อยู่กับศิลาก็หยุดมือลงได้ยินเสียงเดือดดาลโกรธเกรี้ยวของสุริยเทพดังขึ้นมาภายในหัวก่อนจะถอยกลับไป  จากนั้นเสียงของสุริยเทพก็ดังขึ้นทั่วบริเวณที่ศิลายืน

                “บัลลังก์สูงสุดศิลา  วันนี้ยังไม่ถึงวันตายของเจ้า  เมื่อเวลานั้นมาถึงข้าจะมอบหายนะให้กับเจ้า  ข้าจะรอวันที่เราจะพบกันอย่างใจจดจ่อ  อย่าคิดว่าเจ้าเป็นดวงวิญญาณต่างโลกที่แข็งแกร่งที่สุด  เหนือฟ้ายังมีฟ้า” 

                ศิลามองรอบกาย  “สุริยเทพหรอ”  

                โหล...ฮัลโหล   โหลเทจ “ยังอยู่ไหม”  เขาร้องถามทว่าก็ไม่มีสัญญาณตอบรับจากเลขหมายที่เขาเรียก   แหม่ยังกับโทรศัพท์

                “ฮู่ววว...”  เขายืนปาดเหงื่อ  “รอดตัวไปครั้งหนึ่ง”  

                “สุริยเทพหรอคะที่รอดตัวไป”  ฟ้าครามถาม

                “พี่นี่แหละค่ะที่รอด  ขืนมันโผล่มาตอนนี้ดอกเดียวพี่คงเดี้ยง  ขนาดลูกน้องยังเก่งเวอร์  แล้วไอ้วายร้ายนั่นจะขนาดไหน”

                เมื่อทุกอย่างสงบหงอคงก็พูดขึ้นจากในที่สถิต

                “เหอ...มาไม่กลัว  กลัวไม่มา  ถ้ามันมาจริงข้านี่แหละจะทุบมันด้วยกระบองทองให้หัวแบะ”

                ศิลามองกำไลข้อมือสีหน้าปั้นยากปนเอือม  และเริ่มจะปวดหัวกับเจ้าลิงตัวนี้

                “เหรอ”  เขารากเสียง  “โดนวายุเทพซัดดอกเดียวลอยเข้าที่สถิตยังจะทำเก่ง”

                 “ชิชิ”  หงอคงจีบปากจีบคอ  “วายุเทพมันอ่อนไปไม่ต้องถึงมือลูกพี่อย่างข้า  แค่ลูกน้องอย่างเจ้ารุยก็พอ”

                 โอ่วน่าน....   เอากับมัน  เขากลายไปเป็นลูกน้องมันตั้งแต่เมื่อไหร่

                 ศิลาส่ายหัว  เวรกรรมล่ะมั้งเนี่ยหาเรื่องปวดหัวให้คนอื่นเยอะเจอกับตัวบ่างอยากจะได้พารา

    คล้ายกับเรื่องDemonlord online ราชาอสูรสะท้านโลก ที่คุณอ่าน

    เลเวลอัพ

    เลเวลอัพ

    นิยาย เกมออนไลน์
    738K 4984
    นี่ข้าเป็นเพียงตัวประกอบงั้นรึ

    นี่ข้าเป็นเพียงตัวประกอบงั้นรึ

    นิยาย จีน,กำลังภายใน,เทพเซียน
    215K 948
    ก็แค่ตาลุงธรรมดาๆ คนหนึ่งที่บังเอิญได้รับพรจากพระเจ้าแล้วถูกส่งไปยังต่างโลก

    ก็แค่ตาลุงธรรมดาๆ คนหนึ่งที่บังเอิญได้รับพรจากพระเจ้าแล้วถูกส่งไปยังต่างโลก

    นิยาย แฟนตาซี
    161K 179
    กำเนิดใหม่ : ปรมาจารย์เทพโอสถ [จบ]

    กำเนิดใหม่ : ปรมาจารย์เทพโอสถ [จบ]

    นิยาย จีน,กำลังภายใน,เทพเซียน
    6.78M 1459
    (จบ)The Era Online : ย้อนอดีตกลับมาเป็นเทพ นิยายเกมออนไลน์

    (จบ)The Era Online : ย้อนอดีตกลับมาเป็นเทพ นิยายเกมออนไลน์

    นิยาย เกมออนไลน์
    603K 912
    พลิกฟ้าคืนชีวาชายาอนุ [แปลจบแล้ว]

    พลิกฟ้าคืนชีวาชายาอนุ [แปลจบแล้ว]

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    295K 786
    ระบบคัดลอกพรสวรรค์ (Your Talent Is Mine) 【จบ】

    ระบบคัดลอกพรสวรรค์ (Your Talent Is Mine) 【จบ】

    นิยาย แฟนตาซี
    2.91M 3613
    ประชา : 2090 (จบแล้ว)

    ประชา : 2090 (จบแล้ว)

    นิยาย ผจญภัย,แอคชั่น,ไซไฟ
    18K 258
    มังกรพิชิตฟ้าออนไลน์ [แปลจบแล้ว]

    มังกรพิชิตฟ้าออนไลน์ [แปลจบแล้ว]

    นิยาย เกมออนไลน์
    3.72M 1271
    คัมภีร์จักรพรรดิพิชิตฟ้า 【จบแล้ว】

    คัมภีร์จักรพรรดิพิชิตฟ้า 【จบแล้ว】

    นิยาย จีน,กำลังภายใน,เทพเซียน
    3.87M 2416