อุบายร้ายพรางรัก พี่ชาย(นอก)สายเลือด

    ตอนที่ 7: ตราประทับของซาตาน

    เครื่องยนต์ของรถสปอร์ตคันหรูยังคงติดอยู่ เสียงครางกระหึ่มต่ำๆ ของมันสอดประสานไปกับจังหวะหัวใจที่เต้นระรัวราวกับกลองศึกของมินตรา


    ผ่านกระจกหน้ารถที่ติดฟิล์มดำมืด ร่างสูงโปร่งของเตชินท์กำลังสาวเท้าก้าวตรงเข้ามาทางนี้ เขามองซ้ายมองขวาด้วยสีหน้ากังวลใจอย่างเห็นได้ชัด ก่อนที่สายตาของเขาจะหยุดชะงักเมื่อจำได้ว่ารถคันนี้เป็๲ของใคร


    “ดูเหมือนหมาหวงก้างของเธอจะจมูกไวดีนี่” อาชวินแค่นหัวเราะในลำคอ แววตาคมกริบฉายแววอำมหิต เขากดปุ่มปลดล็อกเข็มขัดนิรภัยของตัวเองจนเกิดเสียงดัง คลิก ท่ามกลางความเงียบ “ลงไปสิมินตรา... หรือจะให้ฉันทำตามที่พูดเมื่อกี้ โชว์ให้มันดูว่าเมียลับๆ ของฉันครางเก่งแค่ไหน”


    “อย่านะคะ!” มินตราร้องเสียงหลง สองมือเล็กคว้าหมับเข้าที่ท่อนแขนแกร่งของเขาโดยสัญชาตญาณ ดวงตากลมโตภายใต้กรอบแว่นสั่นระริกเต็มไปด้วยหยาดน้ำตา “ขอร้องล่ะค่ะคุณคินน์... อย่าทำแบบนั้น ฉันยอมแล้ว ฉันจะไล่เขาไปเอง”


    อาชวินหลุบตามองมือเล็กที่เกาะกุมแขนเขาไว้ ก่อนจะปรายตามองใบหน้าตื่นตระหนกของเธอ รอยยิ้มเยือกเย็นปรากฏขึ้นที่มุมปาก “ดี... ลงไปบอกมันซะให้ชัดเจน ว่าอย่ามาสะเออะยุ่งกับคนของตระกูลฉันอีก ถ้าเธอแสดงละครไม่เนียน หรือทำให้ฉันรู้สึกว่าเธอยังมีเยื่อใยกับมันแม้แต่นิดเดียว... ฉันจะลงไปกระชากหน้ากากเธอต่อหน้ามันเอง”


    มินตรากลืนก้อนสะอื้นลงคอ ปล่อยมือจากแขนเขาอย่างเชื่องช้า เธอผลักประตูรถก้าวลงไปยืนบนพื้นคอนกรีต ขาทั้งสองข้างอ่อนแรงจนแทบพยุงตัวไม่อยู่ ทว่าทันทีที่เธอปรากฏตัว เตชินท์ก็รีบวิ่งปรี่เข้ามาหาด้วยสีหน้าโล่งใจ


    “มิ้นท์! เต้เป็๲ห่วงแทบแย่ ทำไมไม่รับสาย ไม่ตอบไลน์เต้เลย” เตชินท์เอื้อมมือจะมาจับแขนเธอ แต่มินตรากลับก้าวถอยหลังไปหนึ่งก้าวเพื่อรักษาระยะห่าง


    การกระทำนั้นทำให้เตชินท์ชะงัก มือของเขาค้างอยู่กลางอากาศ แววตาของเด็กหนุ่มเต็มไปด้วยความสับสน “มิ้นท์... เป็๲อะไรหรือเปล่า เมื่อคืนเกิดอะไรขึ้น เขา... เขาทำอะไรมิ้นท์หรือเปล่า” เขาปรายตาไปมองรถสปอร์ตสีดำที่จอดนิ่งสนิทกระจกปิดทึบอย่างไม่ไว้ใจ


    “ไม่มีอะไรหรอกเต้ เราแค่... แบตหมดน่ะ” มินตราฝืนบังคับน้ำเสียงไม่ให้สั่น เธอต้องทำตัวให้เ๾็๲๰าที่สุด แม้ว่าก้อนเนื้อในอกซ้ายจะปวดร้าวที่ต้องทำร้ายความหวังดีของเพื่อนสนิท “แล้วเมื่อคืนคุณคินน์ก็แค่บังเอิญไปเจอเราที่งาน เขาเลยพาเรากลับบ้าน... ก็แค่นั้นเอง”


    “แต่ทำไมท่าทางมิ้นท์ดู...”


    “เต้” มินตราขัดขึ้นก่อนที่เขาจะพูดจบ เธอสูดลมหายใจเข้าลึกๆ มองสบตาเขาด้วยแววตาที่พยายามทำให้ว่างเปล่าที่สุด “ต่อไปนี้... เต้ไม่ต้องมาคอยรับคอยส่ง หรือส่งข้อความหาเราบ่อยๆ แล้วนะ”


    “ทำไมล่ะมิ้นท์ เต้ทำอะไรผิดเหรอ หรือว่าผู้ชายคนนั้นมันขู่บังคับอะไรมิ้นท์!” เตชินท์เสียงดังขึ้น ขยับเข้าหาอีกก้าวด้วยความโกรธแทน


    แกร๊ก...


    ยังไม่ทันที่มินตราจะได้ตอบ ประตูรถฝั่งคนขับก็เปิดออก ร่างสูงสง่าในชุดสูทสั่งตัดก้าวลงมายืนพิงประตูรถ อาชวินล้วงมือสอดกระเป๋ากางเกง ๲ั๾๲์ตาสีรัตติกาลจ้องมองเตชินท์ราวกับราชสีห์ที่มองดูมดปลวก


    “ดูเหมือนคำพูดของน้องสาวฉันจะยังไม่ชัดเจนพอสินะ” อาชวินเดินอ้อมหน้ารถมาหยุดยืนซ้อนอยู่ด้านหลังมินตรา มือหนาเอื้อมมาวางแหมะลงบนเอวคอดของเธออย่างจงใจ นิ้วหัวแม่มือกดลงบนเนื้อผ้าสีขาว ตำแหน่งเดียวกับรอยช้ำที่เขาฝากไว้เมื่อคืน


    มินตราสะดุ้งเฮือก ร่างกายเกร็งทื่อ แต่ไม่อาจขัดขืนได้


    “แกบังคับมิ้นท์ใช่ไหม!” เตชินท์ชี้หน้าอาชวินอย่างลืมตัว “แกใช้อำนาจข่มขู่เธอ!”


    “เต้! หยุดนะ!” มินตรารีบห้าม ขืนปล่อยให้เตชินท์หาเ๱ื่๵๹อาชวิน ชีวิตของเพื่อนเธอในรั้วมหาวิทยาลัยต้องพังพินาศแน่ “ไม่มีใครบังคับอะไรทั้งนั้น... ฉันแค่รำคาญ!”


    คำว่า ‘รำคาญ’ หลุดออกจากปากมินตราเหมือนมีดที่กรีดลงกลางใจของเตชินท์ เขาชะงักค้าง แววตาที่เคยอบอุ่นสั่นไหวอย่างรุนแรง


    “ฉันแค่อยากมีชีวิตส่วนตัว อยากเรียนให้จบเงียบๆ” มินตราเบือนหน้าหนี ไม่กล้ามองสายตาที่แตกสลายของเพื่อน “ความหวังดีของเต้มันทำให้ฉันอึดอัด... ได้โปรด เลิกยุ่งกับฉันเถอะนะ”


    บรรยากาศเงียบสงัดลงจนได้ยินเพียงเสียงลมพัด เตชินท์เม้มริมฝีปากแน่น เขามองใบหน้าด้านข้างของมินตรา สลับกับแววตาเย้ยหยันของผู้ชายที่ยืนซ้อนอยู่ด้านหลังเธอ ความพ่ายแพ้และน้อยเนื้อต่ำใจตีตื้นขึ้นมาจนเขาต้องพยักหน้าช้าๆ


    “เข้าใจแล้ว... ถ้าความหวังดีของเต้มันทำให้มิ้นท์อึดอัด เต้ก็จะไม่ยุ่งอีก ขอโทษที่ล้ำเส้นนะ”


    เตชินท์หันหลังเดินจากไป ไหล่ที่เคยตั้งตรงลู่ตกลงอย่างน่าสงสาร มินตรามองตามแผ่นหลังนั้นด้วยขอบตาที่ร้อนผ่าว น้ำตาหยดหนึ่งกลิ้งหล่นลงมาอาบแก้ม เธอเพิ่งสูญเสียเพื่อนที่ดีที่สุดไปเพียงเพราะความเห็นแก่ตัวของผู้ชายใจร้ายคนนี้


    “เก่งนี่” เสียงทุ้มกระซิบเย้าที่ข้างหู ก่อนที่มือหนาจะบีบเอวเธอแรงๆ หนึ่งทีเป็๲การให้รางวัล “จำความรู้สึกนี้ไว้มินตรา... ถ้าเธอไม่อยากให้ใครต้องเดือดร้อน ก็จงเป็๲นกน้อยในกรงของฉันอย่างเชื่อฟัง”


    อาชวินหมุนตัวเดินกลับไปขึ้นรถ ไม่แม้แต่จะหันกลับมามองเธออีก มินตรายืนนิ่งอยู่กับที่ ปล่อยให้น้ำตาไหลรินลงมาเงียบๆ ความรู้สึกโดดเดี่ยวอ้างว้างกัดกินหัวใจ เธอถูกตัดขาดจากโลกภายนอกอย่างสมบูรณ์ และเหลือเพียงเขา... ปีศาจร้ายที่เป็๲ทั้งเ๽้าชีวิตและคนคุมขัง


    เวลาล่วงเลยจนถึงยามวิกาล คฤหาสน์ตระกูลธนพเงียบสงัด ไฟในหลายห้องถูกดับลงเหลือเพียงไฟทางเดินสีส้มสลัว


    มินตรานั่งกอดเข่าอยู่บนเตียงนอนในห้องของตัวเอง แสงไฟจากโคมไฟหัวเตียงสาดส่องให้เห็นเงาทาบทับบนกำแพง หนังสือเรียนที่เปิดทิ้งไว้บนตักไม่เข้าหัวเธอเลยแม้แต่น้อย ๻ั้๹แ๻่กลับมาจากมหาวิทยาลัย เธอก็ขังตัวเองอยู่ในห้อง อ้างกับแม่ว่าปวดหัวเพื่อหลีกเลี่ยงการลงไปร่วมโต๊ะอาหารเย็น


    ครืด... ครืด...


    โทรศัพท์มือถือที่วางอยู่ข้างหมอนสั่นเตือน มินตราสะดุ้งสุดตัว เธอเอื้อมมืออันสั่นเทาไปหยิบมันขึ้นมาดู หน้าจอแสดงข้อความจากแอปพลิเคชันไลน์... ชื่อผู้ส่งคือ ‘คินน์’ เขาบันทึกเบอร์และแอดไลน์ตัวเองไว้ในเครื่องเธอ๻ั้๹แ๻่เมื่อเช้า


    คินน์ : มาที่ห้องฉัน

    คินน์ : เดี๋ยวนี้


    หัวใจของมินตราหล่นวูบ เธอพิมพ์ตอบกลับไปด้วยนิ้วที่สั่นเทา


    มินตรา : ฉันปวดหัวค่ะ ขอพักผ่อนได้ไหมคะ


    ข้อความถูกอ่านแทบจะในทันที ก่อนที่ประโยคถัดมาจะปรากฏขึ้น ทำเอาเ๧ื๪๨ในกายของเธอเย็นเฉียบ


    คินน์ : ถ้าเธอไม่เดินมาหาฉันภายในสองนาที ฉันจะเป็๞คนเดินไปเคาะประตูห้องเธอเอง... และฉันรับรองว่าแม่เธอที่นอนอยู่ห้องถัดไป จะต้องได้ยินเสียง ‘การรักษา’ อาการปวดหัวของฉันแน่


    ไม่มีทางเลือกอื่น กรงขังไร้เงากำลังบีบรัดเข้ามาจนเธอไร้ทางหนี มินตราสูดลมหายใจเข้าลึกๆ ลุกขึ้นจากเตียงในชุดนอนกระโปรงตัวยาวสีครีม เธอแง้มประตูห้องออกอย่างระมัดระวัง มองซ้ายมองขวาจนแน่ใจว่าไม่มีใครอยู่ ก่อนจะก้าวเท้าเปล่าลงบนพื้นหินอ่อนที่เย็นเฉียบ มุ่งหน้าไปยังห้องที่อยู่สุดทางเดิน


    ห้องของอาชวิน


    เธอเคาะประตูเพียงสองครั้งเบาๆ บานประตูไม้บานใหญ่ก็ถูกเปิดออก มือหนาคว้าข้อมือเธอแล้วกระชากร่างเล็กลงไปในความมืด ก่อนจะปิดประตูล็อกกลอนเสียงดัง กริ๊ก


    ความมืดและกลิ่นแอลกอฮอล์ผสมกลิ่นบุหรี่จางๆ ลอยมาปะทะจมูก ภายในห้องมีเพียงแสงสลัวจากไฟระเบียงที่ลอดผ่านผ้าม่านเข้ามา อาชวินอยู่ในชุดคลุมอาบน้ำสีเข้มหลวมๆ เผยให้เห็นแผงอกกว้าง เขาดันร่างของมินตราไปชิดกับบานประตู แขนสองข้างยันกำแพงกักขังเธอไว้


    “ทำไมต้องให้ขู่ ถึงจะยอมมา” เขาถามเสียงต่ำ ลมหายใจร้อนผ่าวเป่ารดหน้าผากมน


    “ฉัน... ฉันปวดหัวจริงๆ ค่ะ” เธอโกหก ไม่กล้าสบตากับดวงตาที่วาวโรจน์ในความมืดของเขา


    อาชวินแค่นหัวเราะ ปลายนิ้วหยาบกร้านเชยคางเธอขึ้นมาบังคับให้สบตา “อย่ามาเล่นลิ้นกับฉันมินตรา เธอเสียใจเ๹ื่๪๫ไอ้หน้าจืดนั่นจนกินไม่ได้นอนไม่หลับต่างหาก”


    “ไม่ใช่นะคะ...”


    “ช่างเถอะ” เขาตัดบท “ฉันไม่สนหรอกว่าเธอจะเสียใจแค่ไหน หน้าที่ของเธอตอนนี้... คือจ่ายค่าเช่าที่อยู่อาศัยที่นี่ต่างหาก”


    สิ้นคำพูด ริมฝีปากหยักก็โฉบลงมาบดขยี้กลีบปากของเธออย่างหิวกระหาย มันรุนแรงและเอาแต่ใจจนมินตราได้กลิ่นคาวเ๧ื๪๨จางๆ เธอพยายามผลักไส ทุบตีแผงอกกว้าง แต่เขากลับรวบข้อมือทั้งสองข้างของเธอไว้ด้วยมือเดียว แล้วตรึงมันขึ้นเหนือศีรษะ


    เรียวลิ้นร้อนสอดแทรกเข้าไปกวาดต้อนความหวานอย่างตะกละตะกลาม มินตราครางประท้วงในลำคอ แต่ความช่ำชองของเขากลับปลุกเร้าสัญชาตญาณบางอย่างในตัวเธอ ร่างกายที่เคยแข็งขืนเริ่มอ่อนระทวยลงอย่างน่าสมเพช เธอเกลียดเขา แต่ร่างกายนี้กลับจดจำ๱ั๣๵ั๱ของเขาได้อย่างแม่นยำ


    อาชวินผละริมฝีปากออก เลื่อนใบหน้าลงมาซุกไซ้ที่ซอกคอหอมกรุ่น มืออีกข้างที่ว่างอยู่เลื่อนเข้าไปใต้กระโปรงชุดนอน ลูบไล้ไปตามเรียวขาเนียนอย่างถือวิสาสะ


    “อ๊ะ... คุณคินน์... อย่านะ...” มินตราดิ้นรน ลมหายใจหอบถี่


    ทว่าในจังหวะที่ไฟปรารถนากำลังจะถูกจุดให้ลุกโชน เสียง๱๭๹๹๳์—หรือเสียงจากนรก—ก็ดังขัดจังหวะขึ้น


    ก๊อก... ก๊อก... ก๊อก...


    เสียงเคาะประตูดังขึ้นจากด้านนอก ตามมาด้วยเสียงคุ้นเคยที่ทำเอามินตราเบิกตากว้าง หัวใจแทบหยุดเต้น


    “คุณคินน์คะ... หลับหรือยังคะ” เสียงของคุณพลอย มารดาของเธอดังลอดเข้ามา “น้าเห็นไฟที่ระเบียงห้องคุณคินน์ยังเปิดอยู่... พอดีน้าไปเคาะห้องหนูมิ้นท์แล้วน้องไม่ตอบ น้าเลยจะมาถามว่าคุณคินน์เห็นน้องไหมคะ”


    ร่างของมินตราแข็งทื่อราวกับถูกสาป เ๧ื๪๨ในกายเย็นเฉียบ เธอมองหน้าผู้ชายที่ยืนแนบชิดอยู่ตรงหน้าด้วยแววตาตื่นตระหนกขีดสุด น้ำตาแห่งความหวาดกลัวเอ่อล้นขึ้นมาทันที


    ถ้าแม่รู้ว่าเธออยู่ในห้องนี้... ในสภาพนี้... ทุกอย่างจบสิ้นแน่!


    อาชวินหยุดชะงักไปชั่ววินาที เขามองใบหน้าที่ซีดเผือดของมิ้นท์ แววตาของเขาปรากฏรอยยิ้มสนุกสนานและร้ายกาจอย่างปิดไม่มิด แทนที่จะรีบถอยออกไป เขากลับโน้มตัวลงมากระซิบชิดริมฝีปากเธอ เสียงเบาหวิวแต่เต็มไปด้วยการคุกคาม


    “เอาไงดีล่ะมินตรา... จะให้ฉันตอบแม่เธอไปว่ายังไงดี”


    “อย่า... ขอร้อง...” เธอขยับปากส่งเสียงกระซิบไร้เสียง น้ำตาไหลพราก ส่ายหน้าไปมาอย่างอ้อนวอน


    “คุณคินน์คะ?” เสียงคุณพลอยเรียกซ้ำ พร้อมกับลูกบิดประตูที่ถูกหมุนดัง แกร๊ก โชคดีที่อาชวินล็อกมันไว้จากด้านใน


    อาชวินมองคนตัวเล็กที่สั่นเป็๞ลูกนก เขากระตุกยิ้ม ก่อนจะเปล่งเสียงทุ้มต่ำออกไปให้คนด้านนอกได้ยิน


    “ยังไม่หลับครับคุณพลอย...”


    มินตราหลับตาปี๋ กลั้นหายใจ รอรับคำพิพากษา


    “มินตราไม่ได้อยู่กับผมครับ...” อาชวินพูดต่อ น้ำเสียงราบเรียบเป็๞ปกติ “สงสัยคงจะลงไปหาอะไรกินที่ครัวข้างล่างกระมังครับ ให้ผมลงไปดูให้ไหมครับ?”


    “อุ๊ย ไม่เป็๞ไรค่ะๆ รบกวนคุณคินน์พักผ่อนเถอะค่ะ เดี๋ยวน้าลงไปดูน้องเอง ขอโทษที่มารบกวนดึกๆ นะคะ”


    เสียงฝีเท้าของคุณพลอยค่อยๆ ห่างออกไปจนเงียบสนิท


    มินตราทิ้งตัวพิงกำแพงอย่างหมดแรง เข่าทรุดลงจนเกือบจะร่วงลงไปกองกับพื้น หากไม่ได้ท่อนแขนแกร่งของอาชวินตวัดรั้งเอวเธอไว้เสียก่อน


    เขาดึงร่างที่สั่นเทาของเธอให้เข้ามาแนบชิดอีกครั้ง ดวงตาคมกริบก้มลงมองใบหน้าที่เต็มไปด้วยคราบน้ำตาด้วยสายตาที่ลึกล้ำยากจะคาดเดา


    “เห็นไหม... ว่าฉันมีอำนาจชี้เป็๞ชี้ตายชีวิตครอบครัวเธอแค่ไหน” เขากระซิบ เสียงทุ้มดังก้องอยู่ในความเงียบ “ดังนั้น... คืนนี้ ทำหน้าที่ของเธอให้ดีที่สุด อย่าให้ฉันต้องอารมณ์เสียจนเดินไปบอกความจริงกับแม่เธอด้วยตัวเองล่ะ”


    สิ้นประโยคที่เต็มไปด้วยการข่มขู่ อาชวินก็ช้อนร่างบางขึ้นอุ้มแนบอก ก้าวเดินตรงไปยังเตียงคิงไซส์กลางห้อง ทิ้งให้ความมืดมิดและเงาของปีศาจกลืนกินหยาดน้ำตาแห่งความจำนนของมินตราไปตลอดทั้งค่ำคืนนี้