เช้าวันรุ่งขึ้น คฤหาสน์การุซิงห์
เสียงโวยวายของรามันเรียกคนขับรถให้เข้ามาหา “นานู หายหัวไปไหน” จีย่าก้าวลงบันไดเพื่อไปมหาวิทยาลัย “อ้าว นั่นพี่จะไปไหน ตามหานานูั้แ่เช้า” จีย่าเดินลากรองเท้าเข้าไปนั่งบนโต๊ะอาหารในห้องอาหาร มอลลี่กำลังจัดอาหารให้สามีหรือนายใหญ่ “ลูกมีเรียนกี่ชั่วโมงจ๊ะ” จีย่าวางห่อถุงพลาสติกเก่าบนโต๊ะข้างร่างของเเม่ที่ยืนวางจานอาหารเช้า “ห่ออะไรลูก” รามันเดินตามน้องสาวเข้ามานั่งด้วย “ห่อเศษขยะครับแม่” จีย่าปาขนมปังก้อนกลมใส่หน้าพี่ชายที่นั่งหัวเราะและยกมือรับก้อนขนมปังไว้ทัน “หนูจะไปอบรมเตรียมเข้าค่ายค่ะ และห่อนี้คือ ข้อหาที่ทุกคนกล่าวหาหนู”
จีย่าแววตาแสดงความรำคาญเมื่อทุกคนหันหน้ามองเธอ “จะมองหนูทำไม เปิดดูซิคะ” มอลลี่คลี่ปากห่อและใ “พระเ้า นี่มัน…….” สองมือของแม่หยิบสร้อยคอ แหวนเพชร และนาฬิกาหลายเรือนออกมาวางเรียงบนโต๊ะอาหาร “ลูก...” มอลลี่มองดวงตาเรียวงามของลูกสาว “หนูไม่ได้ขโมยพวกมัน หนูตามมันเอากลับมาให้แม่ นาฬิกาที่พ่อซื้อให้หนูมันก็อยู่กับหนูครบทุกเรือน” การุซิงห์กลับเข้ามาหลังจากไปพบแพทย์ประจำตระกูล “มีเื่อะไรกัน มอลลี่”
“ไม่มีค่ะ ทานอาหารเช้านะคะ” มอลลี่หันหน้าไปสั่งแม่บ้านรีบจัดอาหารให้นายใหญ่ “วันนี้ฉันจะไปส่งลูกสาวที่มหาวิทยาลัย และจะเลยไปประชุมกับวิศกรจากอินเดีย เขาเดินทางมาถึงเมื่อคืนนี้” จีย่านั่งหน้าซีดเผือด “พ่อจะไปส่งหนูที่มหาวิทยาลัย” เสียงแหลมของลูกสาวทำให้การุซิงห์ตอบทันควัน “มีอะไรเหรอ” จีย่าส่ายหน้าไปมา “และขอบอกอีกเื่ “ฉันจะเป็คนเลือกลูกเขยเอง มอลลี่ติดต่อญาติพี่น้องของพวกเราทั้งหมดที่อินเดีย เตรียมหาเ้าบ่าวได้แล้ว” เสียงหัวเราะของพ่อดังขึ้นเมื่อลูบศีรษะของลูกสาวอย่างหวงแหน “หนูไม่ไปอยู่อินเดียนะคะ”
“อยู่บ้านหลังนี้ไปตลอดชีวิตก็ได้” รามันตอบเเทนการุซิงห์ “ใช่ พี่เขาพูดถูก ลูกอยู่ที่นี่ได้ตลอดชีวิต ”
Georgia State University
อนูปเร่งเครื่องยนต์ที่ลานจอดรถของมหาวิทยาลัย “อากาศเริ่มเย็น ปีนี้คงหนาวจัด” ชายหนุ่มกล่าวขึ้นมาและมองหาเพื่อนรักที่จ้องหน้าของเขา “มองหน้าฉันทำไมวะ” วินัยยิ้มพร้อมถาม “นายรักอารีน่าสุดหัวใจแล้วใช่ไหม” อนูปดับเครื่องยนต์
“ยัง ฉันยังไม่ได้รักเธอ”
วินัยยกคิ้วขึ้นสูง “แล้วแหกกฏบ้าๆทำไม สร้างความปวดร้าวให้เธอรอบที่สอง ” น้ำเสียงของวินัยเต็มไปด้วยความสงสารอารีน่า “อนูป นายไม่สงสารเธอหรือวะ เมื่อคืนฉันเข้าใจต่อหน้าพวกนั้น นายต้องแสดงออกว่ารักเธอ” อนูปนิ่งไม่ตอบ ชายหนุ่มทั้งคู่ลงมาจากรถเก๋งเดินบนถนนปูด้วยหินทรายขัดทางยาว “นายอย่าเดาซิวะ” อนูปยกเป้ขึ้นมาคล้องที่หัวไหล่ ต้นไม้สูงใหญ่ เสียงนกร้องเกาะกิ่งไม้ เสียงน้ำไหลในลำธารตื้นๆทำให้พวกเขาหยุดยืนมองธรรมชาติในฤดูฝนของที่นี่
“ฉันไม่ได้เดา นายฝากรอยรักที่ซอกคอของเธอเมื่อคืน มันก็คือคำถามของฉันในวันนี้” วินัยรู้สึกไม่พอใจที่เพื่อนชายไม่ยอมรับความจริงว่ารักอารีน่า “เธอไม่ได้รักฉัน เธอวางแผนทำสิ่งเหล่านี้เพื่อทำให้ฉันเสียใจ และ เสียดาย แต่..” อนูปพยายามมองหาประเด็นเก่าๆ “ อนูป นายโกหกเป็ด้วยเหรอวะ”
“นายจะหาเื่ฉันใช่ไหม วินัย” อนูปเริ่มหงุดหงิดมองซ้ายและขวา อนูปเริ่มไม่พอใจเมื่อถูกรุกหนักขึ้น มือไม้ของเขาชี้ไปที่ต้นไม้ “เธอคือแม่ของหลานฉัน และเพื่อตระกูลอันวากุมาร ฉันทำหน้าที่ได้แค่นี้ ไม่ดีหรือวะ”
“ั้แ่วันที่นายรู้ว่า อารีน่าจะแต่งงานกับพี่อรุณ นายก็เริ่มมีอาการเพี้ยน ฉันสังเกตนายมาตลอด นายไม่กล้ายอมรับว่า อารีน่าคือผู้หญิงที่นายเคยสนใจ ไม่อย่างนั้นนายคงไม่รับท้าพนันของไอ้ดอนในคืนนั้น ส่วนฝ่ายหญิงรักนายเต็มหัวอก ยอมขึ้นเตียงด้วย คราวนี้เมื่อได้แต่งงานกัน ทำไมไม่ยอมรับออกมาตรงๆวะ” วินัยร่ายยาวทำให้อนูปนิ่งเงียบ
“เด็กในท้องจะได้มีความสุขแบบครอบครัวที่สมบรูณ์” วินัยมองสุดสายตาขึ้นสู่ท้องฟ้า “พี่ชายนายคงมีความคิดอะไรบางอย่างถึงยอมรับอารีน่าเป็ภรรยา” วินัยกล่าวแค่นี้ อนูปก้มมองหาปลาตัวเล็กๆที่ว่ายวนไปมาทวนกระเเสน้ำ หัวใจของเขารู้สึกผองโตทุกครั้งเมื่อเข้าใกล้อารีน่า เวลานี้ทำไมเขาพูดออกมาไม่ได้ว่าเขารักเธอ
“วันอาทิตย์เราเจอกันที่ไหน” อนูปเปลี่ยนเื่ทันที “ที่ท่าเรือจำลองก็ได้” วินัยจับบ่าด้านซ้ายของเพื่อน “อารีน่า ไม่มีเจตนาให้พี่ชายของนายตาย คนที่เริ่มต้นส่งข้อความไปหาพี่อรุณในคืนนั้น คือ พ่อของนายเพราะมีราบอกพ่อว่า นายอยู่ในห้องกับอารีน่า และพ่อของนายก็ถามพี่อรุณว่า อารีน่าอยู่ที่ไหน หลังจากนั้นเพียง 5นาที พ่อของนายส่งข้อความถามอารีน่า เธอจึงตัดสินใจบอกพี่อรุณว่าเธออยู่กับนาย” อนูปคว้าคอเสื้อของเพื่อนพร้อมกระชากอย่างแรง “ทำไมมาบอกฉันตอนนี้วะ ไอ้งั่ง” วินัยดึงมือของเพื่อนออกจากคอเสื้อ “ นายคือไอ้งั่ง ถ้าฉันบอกตอนนี้แล้วเป็อะไร นายไม่ได้รักเธอ แล้วอารมณ์เดือดหาวิมานอะไรวะ” วินัยหัวเราะออกมา “ฮ่าๆๆๆ ยอมรับสิ่งที่มันแอบซ่อนในหัวใจออกมาเถอะวะ” ปลายเท้าของอนูปถอยหลังหนึ่งก้าวไม่นึกว่าเพื่อนรักจะล่อให้เขาแสดงอาการเช่นนี้ออกมา
“อนูป !!!” อาจารย์นพดลทั้งวิ่งทั้งเดิน “ผมโทรหาคุณเมื่อเช้า” อนูปผละร่างของเขาเดินเข้าไปหาอาจารย์นพดล “ผมติดธุระครับ” อนูปก้าวเข้าไปทักทายตามปกติ ชายหนุ่มหันหลังกลับซ่อนอารมณ์ที่ร้อนระอุ การตอบโต้ก่อนหน้านี้ทำให้อนูปไม่สามารถพูดคุยต่อกับเพื่อน เขาไม่กล่าวลาเพียงแต่โยนพวงกุญแจให้วินัยที่ยืนยิ้มเหมือนได้คำตอบเรียบร้อย “เจอกันตอนค่ำ”
คณาจารย์คณะรัฐศาสตร์ กลุ่มวิชาการปกครอง
เวลา 09.05น อนูปเข้ามานั่งในแถวสุดท้ายในห้องประชุม “การอบรมเข้าค่ายที่
Everglades National Park, Florida
” เวลาผ่านไป 2 ชั่วโมงเต็มในห้องประชุมใหญ่ 120ที่นั่งเต็มไปด้วยนักศึกษาภาควิชารัฐศาสตร์ “พวกท่านทุกคนเลือกกิจกรรมนี้ที่ฟอริด้า ผมใคร่ขอร้องให้ทุกท่านลงชื่อความสมัครใจอีกครั้ง นักศึกษา และอาจารย์ทุกท่าน ผมขอจบการบรรยายแค่นี้ครับ” เสียงปรบมือดัง อนูปเลื่อนเอกสารตรงหน้า เขากรอกชื่อ ที่อยู่ และเซ็นชื่อลงท้าย “ 7วัน ….อืม เรียบร้อย” สีหน้าของเขาเริ่มดีขึ้น ชายหนุ่มเสียบปากกาในสมุดบันทึก
เสียงปรบมือดังขึ้นเมื่อการุซิงห์เข้ามาในห้องประชุม อนูปเงยใบหน้าขึ้นมองและจ้องไปที่ร่างของหญิงสาวสูงสง่ายืนข้างๆคณบดีเจมส์ “จินนี่” อนูปเพ่งสายตามองจีย่าอีกครั้งั้แ่ศีรษะจรดปลายเท้า “วันนี้พวกเขาจะมอบตึกหลังคาสีฟ้าเข้มให้มหาวิทยาลัย” อาจารย์นพดเล่าที่มาของอาคารอบรมหลังใหม่ อนูปยิ้มที่มุมปากเมื่อรู้ว่า จีย่าคือลูกสาวของมหาเศรษฐี เขาเริ่มรู้สึกสงสารอารีน่าที่เขาตบหน้าของเธอไปในวันนั้น “มิน่า อาจารย์เจมส์ประคบประหงมอย่างดี” อาจารย์นพดลหัวเราะแล้วก้มใบหน้าลง “พวกเขาคือชาวอินเดียวรรณะเหมือนพวกคุณใช่ไหมครับ” อนูปยืนขึ้นคว้าเสื้อสูทมาแขวนที่ลำเเขน “ไม่เหมือนกันครับ พวกเขาคือพวกราชบุตรรุ่นใหม่ ที่กลับมาเจริญอำนาจอีกครั้ง ชื่อเสียงของการุซิงห์โด่งดังมากในสหรัฐและอังกฤษ ตระกูลของเขาคืออดีตผู้ปกครองแคว้นทางตอนใต้ซึ่งไม่ได้เป็เมืองขึ้นของอังกฤษครับ” อาจารย์นพดลยืนอ้าปากฟังเื่ราวของราชบุตร “แต่ผมได้ยินว่า พวกเขาเป็หนึ่งในกลุ่มมาเฟีย” เสียงคุยเริ่มแ่ลงเมื่อทั้งคู่เดินผ่านสมุนร่างั์ของการุซิงห์ยืนเรียงรายมากกว่า 20 คนหน้าห้องประชุมใหญ่ “ทำนองครับ เมื่อมีเงินก็แสวงหาอำนาจ และอำนาจต้องได้มาอย่างผิดบ้างและถูกบ้างตามกฏหมาย”
อนูปเดินอย่างช้าๆ สายตาของเขามองใบหน้าของจีย่าเพียงคนเดียว หญิงสาวไม่ทันสังเกตยืนก้มหน้า มือของเธอจับฝ่ามือของพ่อไว้แน่น อนูปเริ่มสังเกตสีหน้าของหญิงสาวที่เขินอายเมื่อการุซิงห์หันมองลูกสาวพร้อมรอยยิ้ม
พิธีมอบตึกหลังคาสีฟ้าเข้มเสร็จสิ้น คำกล่าวสดุดีนายการุซิงห์ทำให้อนูปหยุดยืนฟังั้แ่ต้นจนจบ ชายหนุ่มปรบมือท่ามกลางนักศึกษากลุ่มหนึ่งที่ยืนฟังนอกอาคาร “นี่พวกเรา ไม่นึกว่า จีย่าคือลูกสาวท่านอภิมหาเศรษฐีคนนี้ ดูนั่นท่านนายกเทศมนตรีมอบกุญแจเมืองให้พวกเขา วู้ๆๆๆๆ” นักศึกษาคนหนึ่งกล่าวพร้อมปรบมือ อนูปแทรกร่างของเขาเดินต่อ “มาถึงตอนนี้ผม้าทราบการแต่งงานของชาวราชบุตรครับ ผมเคยชมภาพยนตร์เื่ Dor น่าสงสารผู้หญิงที่แต่งงานเมื่อสามีตายต้องสวมผ้าสาหรี่สีฟ้า และพิธีSati ซึ่งผมศึกษาอ่านมาบ้างแล้วไม่ค่อยเข้าใจครับ”