ตอน 20 อู๋เชียงตง
“ชู่ตันหรง... ข้ารักเ้า... ยินดีแต่งกับข้า เป็นายหญิงอวิ๋นเทียนหรือไม่” ไฉเฉิงกระซิบนางเบาๆ อย่างอ่อนโยนและอบอุ่นจับใจ
“อื้ม... ข้ายินดี” ชู่ตันหรงตอบกลับแบบไม่ทันคิด เพราะนางก็มีใจให้ไฉเฉิงเหมือนกัน
“เฮ้!!!!”
“เฮ้”
เสียงโห่ร้องยินดีของศิษย์ทั้งหลายแสดงความยินดีกับพวกเขาทั้งคู่ นับว่าไม่เสียแรงเปล่าที่คนของอวิ๋นเทียนหยุดราชการ ร่วมกันจัดสรรสถานที่ให้เกลี้ยงหูสะอาดตาได้ขนาดนี้
ภาพสักกระโยงโคลงเคลง พี่น้องะโโลดเต้นด้วยสีหน้าปีติยินดี ทำให้พวกเขาสองคนสุขใจแบบที่ไม่เคยเป็มาก่อน
**********
ข่าวลือที่น่ายินดีนี้ถูกแพร่ออกไปอย่างเร็วไว ชู่ตันหรงเป็ที่อิจฉาของหมู่สาวงามยศสูงทั้งสี่แคว้น พวกนางปรารถนาไฉเฉิงมาเนิ่นนาน แต่ไม่เคยสมหวัง
ณ ตลาดหลวงแห่งโฮ่วฉิน มหานครผิงหยาง
เช้าตรู่ตะวันส่อง ตลาดวุ่นวายดูคึกคัก ข่าวคราวที่โด่งดังที่สุดในเขตแคว้น เห็นทีคงจะเป็เื่นี้ ชาวบ้านซุบซิบพูดถึงกันให้สนุกปาก
“ข้าอยากเห็นหน้าแม่นางชู่ตันหรงผู้นี้จริงๆๆ นางจะสูงส่งเพียงใด ถึงได้ครองใจท่านเ้าอวิ๋นเทียนผู้ยิ่งใหญ่” คำพูดของชาวบ้านดันไปสะกิดใจ ใครหลายคนในเวลาเดียวกัน
ต่างจากคนของโรงหมอที่ติดป้ายประกาศแจกยาฟรีให้คนยากไร้ เพื่อเป็การแสดงออกถึงการร่วมยินดีกับชู่ตันหรง
“แม่นางชู่ ข้าชักจะกลับมาหวนนึกคำพูดของเ้าในภายหลัง หรือข้าจะเปลี่ยนความคิด กลายเป็คนใจบุญให้ทานอย่างที่เ้าชี้แนะ เผื่อว่าข้าจะได้เป็คนมีวาสนาเช่นเ้าอยู่บ้าง” คนของโรงหมอเหม่อมองฟ้า หวนนึก นับถือคำพูดที่แสนประเสริฐของนาง
เื่ในอดีตถูกสะสาง คนโรงหมอไม่ติดใจเอาความ ไร้ซึ่งความบาดหมาง ซ้ำแล้วลุงเฒ่ายังนับถือนางว่าเป็ยอดหญิงผู้น้ำใจงาม มีเพียงเขาผู้เดียวที่เข้าใจว่าตำแหน่งนายหญิงอวิ๋นเทียน เหมาะสมกับนางที่สุด
...ทว่าภัยร้ายยังไม่หมดสิ้น แม้เื่ราวจะถูกปูมาในทิศทางที่ดี
อดีตฮองเฮาแฝงตัวในหมู่คน สมคบคิดกับขุนนางชั่ว
ั้แ่วันที่นางหนีออกจากตำหนักหนินเหินฟ้าได้ (ตำหนักเย็น) อดีตฮองเฮา บัดนี้ กลายเป็เพียงคนธรรมดา ใช้ชื่อแซ่เดิม นามว่าหลีจิ้งเยว่ ไร้ซึ่งที่พึ่งพิง หนีไม่พ้นที่จะเข้าหาขุนนางชั่ว ร่วมมือวางแผนร้ายรอทวงคืนอำนาจ
แม้นางจะตกต่ำถึงขีดสุด กลายเป็สาวชาวบ้าน แต่ความมักใหญ่สูงไม่อาจเปลี่ยนกันได้ง่ายๆ
“จวนหลีไม่มีที่ให้ข้าบากหน้ากลับไป ข้าต้องตกต่ำกลายเป็เมียลับของไอ้ขุนนางชั่ว” หลีจิ้งเยว่ถูกย่ำยีทางร่างกาย เพื่อแลกกับการได้รับความช่วยเหลือ
“ที่รักของข้า เ้ากำลังคิดอะไรอยู่งั้นเหรอ...” อดีตฮองเฮานั่งหย่อนขาที่เตียงเก่าๆ อยู่ในเรือนเล็กๆ โทรมๆ ซอมซ่อเหมือนรังหนู ข้างเตียงเป็ขุนนางผู้ชั่วผู้มั่วโลกีย์เคล้าเครือร่างกาย
*อู๋เชียงตง ขุนนางยศสูง อัครมหาเสนาบดีกรมหมื่น ผู้ดูแลคลังอาวุธ*
อู๋เชียงตง ขุนนางร้าย ตัวละครหลักที่แฝงตัวซ่อนเงื่อนข้องเกี่ยวกับทุกเหตุการณ์ในวัง
นี่ไม่ใช่ครั้งแรกที่เขาได้เสียกับฮองเฮา...
ย้อนไปเมื่อหลายสิบปีก่อน ั้แ่ฮองเฮายังไม่ได้เป็แม่ของแผ่นดิน... นางแอบได้เสียกับขุนนางชั่วเชียงตง เอาตัวเข้าแลก เพื่อหวังใช้ประโยชน์ เพียงเพราะเชียงตง มีอำนาจมาก ปูทางให้นางดำเนินการทุกสิ่งได้อย่างง่ายดาย
แผนการลอบสังหารฝ่าา เพื่อตนจะได้เป็ใหญ่เสียเองมิใช่เื่ที่เพิ่งเกิดขึ้น แต่นั่นคือเป้าหมายของฮองเฮาและเชียงตงั้แ่แรกที่มีร่วมกัน
“ท่านเลิกเล้าโลมกายข้าสักครู่เถอะ... ข้า้าใช้ความคิด” จิ้งเยว่นั่งชันเข่าพร้อมร่างเปลือยเปล่าบนเตียง มีเพียงผืนผ้าเล็กๆ ที่ปกปิดช่องสามเหลี่ยมของสตรีไว้เท่านั้น
“มีอะไรให้เ้าต้องกังวล ในเมื่อมีข้าอยู่” ตาเฒ่าเชียงตงที่ลุ่มหลงในกาม ไม่อยากคิดเื่อื่น ตอนนี้เขาเพียง้าหลับนอน เสียวซ่านที่ท่อนล่างเท่านั้น
“เพราะไม่ใช่ว่าท่านเอาแต่ใจเย็นรอดูสถานการณ์ไปก่อนเหรอ ข้าถึงได้ตกอยู่ในสภาพเช่นนี้” จิ้งเยว่กลับตวาดเสียง โทษเชียงตงเสียเอง
“หุบปาก!!!” เชียงตงตบหวดนางจนกรามสั่น ฮองเฮาใบหน้าบอบช้ำได้เื
“ที่เ้าตกอยู่ในสภาพนี้ก็เพราะเ้าวู่วามโผงผาง ข้าบอกแล้วว่าหน้าที่ชิงตัวไท่จื่อให้เป็น้ำมือของข้าเอง ไม่ใช่เพราะเ้าระแวงไม่ไว้ใจข้า คิดว่าข้าจะเก็บไท่จื่อไว้ต่อรองเองยั้งงั้นเหรอ เ้าถึงได้ชิงลงมือ” ตาเฒ่าเชียงตง ที่แท้ก็ฉลาดเฉลียว มิเช่นนั้นคงอยู่ไม่ถึงทุกวันนี้
“สตรีจองหองเหมือนงูพิษอย่างเ้า มีเหรอที่ข้าจะรู้ไม่เท่าทัน ดังนั้นคำพูดที่เ้าสมควรจะพูดกับข้าคือขอบคุณ มิใช่โทษข้า!!!” เชียงตงสั่งสอนจนนางปากไม่ออก น้ำตาสองข้างไหลพรากเป็สาย
“ครั้งที่แล้ว...ก่อนหลบหนีออกมา ข้าพบแม่นางน้อยผู้นี้ในฐานะชายาของชวนอ๋องสาม บัดนี้ถูกประกาศลือก้องให้เป็นายหญิงอวิ๋นเทียน แต่งกับโจวไฉเฉิง...”
"ท่านไม่คิดหรือว่าเื่นี้ฟังดูไม่ปกติ "
“อืม... ที่เ้าว่ามาก็มีเหตุผล” เชียงตงหมดอารมณ์ร่วมรัก เดินไปหยิบเสื้อผ้าอาภรณ์มาสวมใส่ พลางฟังนางพูดไปพร้อมกัน
“ป่านนี้ อ๋องเบาปัญญาต้องไขว้เขว มิสู้... ว่าดึงเขามาอยู่ฝ่ายเราจะไม่ดีกว่าเหรอ” จิ้งเยว่ออกความเห็นที่ทำให้ตาเฒ่าอู๋เชียงตงพอจะมองเห็นอนาคตอันเรืองรองเนืองๆ
"อะฮ่า... งั้นจะรอช้าอะไรอยู่ล่ะ "เชียงตงหัวเราะพอใจเสียงดัง เดินเข้าสูดหอมหลังหุของนางอย่างแรง ก่อนจะกัดขบฟันผลักนางลงเตียง เสียบสอดแท่งเอ็นที่แข็งตัวเข้าแยงแผ่นสามเหลี่ยมใต้ท้องน้อยทั้งที่ยังสวมผ้าอาภรณ์เพรียบพร้อม ความเร็วแรงของบั้นเอวเร่งจังหวะขึ้นเรื่อยๆ กระทั่งนางร้องครางเสียวสั่นเสียงหลงไม่เป็ภาษา
“อือ”
"อืม... อื้อ "เสียงอู้อี้ดังในลำคอ ยิ่งทำให้เขาเสียวซ่านจนน้ำรักพุ่งแตกฉีดชุ่มช่องท้องของสตรี
ตลอดหลายปีในวังหลวง ฮองเฮาผู้เหงาใจ หากไม่ได้ขุนนางผู้นี้ไว้แก้ขัดมีหวังเหือดแห้งจนแตกระแหง...
"นี่ถือว่าข้าตอบแทนที่เ้าออกความเห็นดีๆ แทนข้าก็แล้วกัน "
“พอใจหรือไม่” หลังจากร่วมรักกันอย่างรุนแรงจนจบเพลงรักลง ตาเฒ่าเชียงตงผู้แรงดีไม่เคยตก กระซิบกระซาบข้างหู
“ไอ้เฒ่าเอ๊ย!!รอวันที่ข้าได้ขึ้นเป็ไทหวงไทเฮาก่อนเถอะ วันนั้นข้าจะให้เ้าเป็ได้แค่ชายบำเรอกามข้า!!” จิ้งเยว่รู้สึกต่ำต้อย ที่ถูกตบตีไม่ถึงหนึ่งเค่อ (15 นาที) ก็ถูกสอดเสียบแท่งเอ็น ราวกับว่านางเป็เพียงโสเภณีเพื่อระบายอารมณ์
ความรู้สึกไร้ค่านี้ ทำให้นางมีแรงแค้นฝังลึก เตรียมใจฮึดสู้สักหน... มือเล็กหนึ่งข้างโอบอังข้างแก้มที่บวมช้ำ มืออีกข้างจิกผ้าห่มผืนเก่าๆ บนเตียงจนขาดลุ่ย
ณ วังหลวง เขตจำลองจวนอ๋องซานตี้
ท้องฟ้ามืดครึ้ม ต้นไม้ใบหญ้าตายเหี่ยว แม้แต่ดอกไม้ประดับแจกันสักดอกยังไม่มี กลิ่นเหม็นคาวเนื้อตัวโชยคลุ้งไกลถึงหน้าจวน ถึงกระนั้นก็ยังไม่มีผู้ใดกล้าเอ่ยตักเตือน
แม้จะอยู่ในตำแหน่งอ๋อง เครือญาติผู้เดียวของราชวงศ์ ชวนกู้ฝูกลับรู้สึกต่ำต้อยด้อยค่า น้ำไม่ดื่ม อาหารไม่เตะ รอยยิ้มหล่นหาย ไม่พูดไม่จาเหมือนคนบ้าใบ้
“ท่านอ๋องขอรับ เสนาบดีอู๋เชียงตง ขอเข้าพบท่านขอรับ” บ่าวเข้ารายงานต่ออ๋องสามวันช้ำหนองตรอมใจ อาวรณ์รักแรกที่ลาจาก
“อู๋เชียงตง ขุนนางยศสูง อัครมหาเสนาบดีกรมหมื่น ผู้ดูแลคลังอาวุธ มีเหตุอะไรเกี่ยวข้องที่้าขอพบข้าเป็การส่วนตัว..”
“ข้าไม่พบ!!!” ชวนกู้ฝูหวังจะตายให้ได้ ชั่วชีวิตนี้ไม่รู้จะอยู่ไปเพื่อสิ่งใด... ยิ่งเขาได้ยินข่าวคราวที่ไฉเฉิงจะแต่งนางอันเป็ที่รักเป็ภรรยา ยิ่งทำให้ชายผู้งมงายปวดใจแทบคลั่ง
"ขอรับ... "บ่าวตัวน้อยกลั้นหายใจจนแทบอ้วก เพราะไม่อยากได้กลิ่นเหม็นเน่าของเ้านาย