หวงฮูหยินแจ้งข่าวมายังจวนให้หลินเฟยหลิงเตรียมตัวไว้ นางจะไปรอรับอยู่ในวัง แม่ทัพหวงเป็คนอาสาพาไปส่งถึงที่ เพื่อที่เขาจะได้รู้ที่อยู่ ตอนไปทำงานเขาคงหมดห่วงเสียที ทั้งคู่เดินตามระเบียงทางเดินมาด้วยกัน เหมยเหม่ยใที่พบเจอชายหนุ่มและเห็นเขาอยู่ไม่ไกล
“พ่อเทพบุตรของข้า” นางพึมพำดีใจควบคุมแทบไม่อยู่ อยากจะเดินเข้าไปทักทายทำความรู้จัก
“เก็บอาการหน่อยสิ เราเป็ผู้หญิงนะ หากเขาคือคู่ของเ้าเดี๋ยวคงได้พบกันอีก”
เพื่อนสาวคนเดิมรีบดึงแขนเอาไว้ เตือนขึ้นเบาๆ
“เขาเดินมากับหญิงสาว” เหมยเหม่ยหน้ามุ่ยกลัวผิดหวัง เพื่อนสาวจึงปลอบใจ
“อาจจะเป็น้องสาวหรือญาติก็เป็ได้ ยังดูเด็กอยู่เลย” เหมยเหม่ยเชื่อสนิทใจกระหยิ่มยิ้มย่อง ชายหนุ่มรูปงามที่หมายตาต้องเป็ของนางสิ
หวงฮูหยินยืนคอยท่าอยู่ก่อนแล้ว ทั้งคู่ทำความเคารพ นางยิ้มอบอุ่นให้
“ข้าจะคอยดูแลเ้าเอง” หลินเฟยหลิงยิ้มเจียมตัว นางวางตัวต่อหน้าผู้ใหญ่ได้ดี
“ฝากด้วยนะขอรับ” เขาเอ่ยอย่างเกรงใจ
“เ้าอย่าห่วงเลย นางคือลูกสะใภ้ที่ข้าเลือกกับมือ ข้าย่อมดูแลนางดี”
หวงฮูหยินยิ้มให้แม่ทัพ เขาจึงถือโอกาสลา
“ครั้งนี้ข้าไปนานหลายเดือน” เขากุมมือนางให้กำลังใจ
“สบายใจได้ลูกรัก ขอให้โชคดี” นางยิ้มแย้มให้มั่นใจอีกครั้ง เขาจึงเอ่ยลาทั้งสองคนแล้วเดินออกไป
เหมยเหม่ยดักรออยู่บันไดด้านหน้า เห็นแม่ทัพเดินออกมาจึงรีบเข้ามายืนดักหน้าไว้
หวงฟู่เฉินสงสัย
"แม่นาง เ้ามีธุระกับข้ารึ”
“เราเคยพบกันแล้ว ข้าเห็นท่านเข้ามาอีก จึงอยากทราบว่าท่านมาทำอะไรที่นี่เ้าคะ” เหมยเหม่ยรุกเขาออกนอกหน้าชายหนุ่มรู้ทันเริ่มอึดอัด
“…ข้า…”
“ข้าชื่อเหมยเหม่ยเ้าค่ะ ยินดีที่ได้พบท่าน…” นางช้อนตามองเขาให้ท่าเต็มที่ เว้นว่างประโยคหลัง ขอทราบชื่อเขากลายๆ
“ข้าต้องขอตัวเถิด ข้ารีบมาก ขอลา” เขาเอ่ยขึ้นรีบร้อนเดินจ้ำอ้าวจากไป เหมยเหม่ยรู้สึกเสียหน้า ตำหนิตัวเองที่เก็บอาการชอบชายหนุ่มเอาไว้ไม่ไหว ได้แต่ยืนฮึดฮัดอยู่คนเดียว
หวงฮูหยินยื่นมือลูบหัวลูกสะใภ้ด้วยความเอ็นดู
“โถ! เ้าช่างน่าสงสารนัก มาเถอะเข้าห้องพักของเ้า พรุ่งนี้ตื่นแต่เช้า ข้าจะให้คนมาตาม”
นางจูงมือลูกสะใภ้เดินไปส่งเข้าห้องพัก หลินเฟยหลิงรู้สึกว่าผู้หญิงคนนี้ช่างแสนอบอุ่นเหมือนแม่ของนางในร่างเก่าทำให้นางดูซึมๆ ลงเพราะคิดถึงมารดา หวงฮูหยินส่งนางให้พักผ่อนส่วนตัว ให้นางรีบเข้านอนแต่หัววันเพื่อจะได้ตื่นแต่เช้า
ถึงเวลานางในเข้ามาตามแต่เช้า เพื่อพานางออกไปที่ห้องรับประทานอาหาร หลินเฟยหลิงกินข้าวอย่างเอร็ดอร่อยตามเคย นางกินเยอะจนหวงฮูหยินประหลาดใจ เมื่อเสร็จแล้วทุกคนต้องนั่งเรียงแถวฝึกการทรงตัวโดยมีหนังสือเล่มหนากันคนละเล่ม
“ค่อยๆ ก้าวอย่างมีสติ” ข้าหลวงผู้ฝึกสอนร้องบอก ทุกคนทำตาม นางทำได้ดีเพราะเคยฝึกหนักมาก่อนตอนเป็นักบาสเกตบอล ทั้งวันสาวๆ จึงง่วนอยู่กับการเดินทรงตัวเพียงอย่างเดียว ตอนค่ำหวงฮูหญิงเข้าพบกับนางเป็การส่วนตัว
“เป็อย่างไรบ้าง เหนื่อยไหม”
“นิดหน่อยเ้าค่ะ แต่ข้าทำได้เ้าค่ะ” นางบอกอย่างสบายใจไม่กังวล หวงฮูหยินพยักหน้าพึงพอใจยิ้มให้
“พักผ่อนเถอะ พรุ่งนี้ยังมีอีก”
“เ้าค่ะ”
เป็เวลานานถึงสองสัปดาห์ที่เหล่าหญิงสาวฝึกเดินการทรงตัว มีการสอบอย่างเป็ทางการ หญิงสาวทุกคนสอบผ่านได้ด้วยความเรียบร้อย
ทุกคืนหลินเฟยหลิงต้องนั่งคัดอักษรตามที่หวงฮูหยินสั่งและนำมาส่งในตอนเช้า มีครูมาสอนการอ่านส่วนตัวเป็พิเศษกว่าทุกคน เมื่อนางอ่านออกเขียนได้จึงมีหนังสือให้อ่านเล่มหนา นางค่อนข้างรับบทหนัก เพราะคนอื่นๆ มาเรียนเป็นางกำนัล เป็นางในหรืออาจจะมากกว่านั้น เพื่อรับใช้ราชวงศ์ นางต้องอ่านออกเขียนได้ไว้ช่วยงานสามีไปด้วย นางก็ทำได้ดีเพราะเป็คนหัวไว สามารถเรียนรู้ได้เร็วเป็ที่พอใจของหวงฮูหยิน
ต่อมามีการเรียนชงชา ซึ่งเป็ขั้นตอนละเอียดอ่อนที่ทุกคนต้องรู้ ขั้นตอนนี้ต้องเรียนอยู่หลายวันกว่าจะได้ชารสชาติที่พอดีลงตัว และมีการสอบอีกเช่นเคย เมื่อการเรียนชงชาเสร็จ เหล่าหญิงสาวได้รับอนุญาตให้พักผ่อนตามอัธยาศัย หลินเฟยหลิงได้พักไม่มาก เพราะต้องอ่านหนังสือให้หวงฮูหยินฟังและนางไม่จำเป็ต้องพบปะเพื่อนฝูงที่ชอบจับกลุ่มนินทาไร้สาระ หวงฮูหยินไม่อยากเห็นสะใภ้เป็อย่างนั้น
หมดวันพักผ่อนก็ต้องเรียนมารยาทบนโต๊ะอาหารต่อ เริ่มั้แ่วิธีการรับประทานอาหาร การวางตัวต่อหน้าเ้านายผู้ใหญ่และบุรุษ หรือผู้น้อยกว่า การใช้คำพูด การเรียนรู้วิธีการสื่อสารต่างๆ การสำรวมกิริยา ซึ่งขั้นตอนนี้ใช้เวลาเรียนนานที่สุด เพราะมีความละเอียดสูง ต้องไม่หลุดแม้แต่นิดเดียว หลินเฟยหลิงได้รับความรู้ใหม่มากมาย นางได้รับการฝึกอย่างเข้มงวดเช่นเดียวกับสตรีนางอื่น วันเวลาผ่านไปนานหลายเดือนที่นางเข้ามาอยู่ในวัง การฝึกฝนเริ่มใกล้จบหลักสูตร นางจึงมีเวลาออกมาเดินเล่นใกล้ๆ ที่พักเท่านั้น ไม่ได้รับอนุญาตให้ออกไปไกลกว่านั้น นางเดินเลยเถิดออกนอกบริเวณมานิดหน่อย
“เ้าเป็ใคร” เสียงทุ้มนุ่มนวลเอ่ยถามขึ้น นางเงยหน้าขึ้นก็ต้องชะงักที่มีผู้ชายอยู่บริเวณนี้ เขาเป็ชายหนุ่มผิวขาวหน้าตาสะอาดเกลี้ยงเกลา หล่อเหลาเหมือนเทพเซียน รูปร่างสูงโปร่ง ดวงตาโฉบเฉี่ยว ยืนไพล่หลัง ใบหน้าเปื้อนยิ้ม เขาดูเป็มิตร เมียงมองใบหน้าหวานซึ้งของนางไม่วางตา นางไม่ตอบ ทำท่าจะเดินหนี
“เดี๋ยวก่อน ข้าถามทำไมไม่ตอบ” เขาทักท้วง
“เอ่อ…ข้ามาเรียนที่นี่ และออกมาเดินเล่น” นางตอบเขา เงอะงะ หน้าซื่อ
“เข้าใจละ แล้วเ้ามีชื่อว่าอะไร” เขาอยากทำความรู้จักกับนางมากขึ้น แววตาเป็ประกาย หลินเฟยหลิงไม่แน่ใจเพราะหวงฮูหยินกำชับว่าหากเจอคนแปลกหน้าให้ระวังไว้ก่อน นางไม่ตอบรับรีบหันหลังเดินหนีไปดื้อๆ ชายหนุ่มหน้าขาวเอื้อมมือจะเรียกแต่ไม่ทัน เขานึกเสียดายในใจที่เจอสาวงามแล้วหลุดมือไป
ในวังมีการประชุมเล็ก จึงต้องจัดเตรียมอาหารและน้ำชา ดูค่อนข้างวุ่นวาย ข้าหลวงมีโอกาสทดสอบเหล่าสตรีที่เข้าฝึก ให้ยกน้ำชาไปยังห้องประชุม หลินเฟยหลิงก็ต้องรวมกลุ่มไปกับคนอื่นๆ ด้วย นางรู้สึกประหม่าเล็กน้อย กลัวทำงานพลาด ภายในห้องประชุมมีการพักดื่มชาและกินอาหารว่าง เหล่าว่าที่นางกำนัลฝึกหัดเดินเรียงแถวเสิร์ฟอย่างเป็ระเบียบเรียบร้อย หลินเฟยหลิงยืนอยู่ตรงกลาง ก้มหน้าก้มตาวางถาดน้ำชาลงตรงหน้าบุรุษผู้หนึ่ง
“พบกันอีกแล้ว” เขาเอ่ยแ่เบา นางค่อยๆ เงยหน้าขึ้น ก็ต้องสะดุ้งหน้าตื่นที่เจอบุรุษหน้าขาว เขายิ้มอ่อนให้พลางหยิบถ้วยชาที่นางส่งให้เขา
“ท่านพี่เจอสาวงาม ยิ้มไม่หุบเลยนะ” หนุ่มน้อยหน้าใสที่นั่งข้างๆ เขาแซวขึ้น
“เ้าคอยบริการข้าจนกว่าจะเสร็จงานได้หรือไม่” เขาพูดกับนาง จ้องมองไม่ยอมละสายตา หลินเฟยหลิงหน้าแดงระเรื่อที่ถูกบุรุษจ้องหน้าตรงๆ นางก้มหน้าไม่พูดว่าอะไร รู้สึกตื่นตระหนก
“ท่านพี่อย่าเพิ่งใจร้อน ดูหน้านางสิ” หนุ่มน้อยห้ามปราม เขาจึงได้สตินั่งเงียบไม่เซ้าซี้อีก
หมดหน้าที่แล้วหลินเฟยหลิงขอตัวออกมาสูดอากาศข้างนอก บรรยากาศภายในช่างอึดอัดเสียนี่กระไร