The Legend of Altea: โลกเวทมนตร์แห่งเทพธิดา

    ตอนที่89 เผชิญหน้ากับนักรบเงา5 (จบ)

              นักรบเงาถีบพื้นร่นระยะห่างจนเหลือ0 ในพริบตา

              “!”

              เรเวลไม่อาจมีปฎิกิริยาต่อสิ่งนั้น

              “อรั๊กก!!..”

              หมัดเหล็กชกเข้าไปที่ท้อง…จนเด็กหนุ่มลอยกระเด็น

              “อึก…"

              เรเวลรีบใช้หอกปักที่พื้นเพื่อไม่ให้ตัวเองกระเด็นไปกระแทกบ้านเรือน

              ‘ครืดดด…’

              ปลายหอกแหลมขูดพื้นจนกระเบื้องถูกลากเป็นแนวยาว

              เด็กหนุ่มงอตัวแล้วใช้มือข้างซ้ายกดไปที่ท้องของตัวเองเพราะความจุกมหาศาลที่เกิดขึ้นหลังจากถูกชก

              “อึก..กะ…สะ..สไตล์การต่อสู้เปลี่ยนไปงั้นหรอ”

              “ไม่ใช่แค่นั้นหรอกนะ..” นักรบเงากล่าวแล้วชูมือขึ้นมา

              ตอนนั้นเองแท่งสี่เหลี่ยมแบบยาวงอกออกมาจากพื้นดินแล้วพุ่งเข้าหาเรเวลทันที

              เด็กหนุ่มพยายามกระโดดหลบ..แต่ว่าหลบไม่พ้นเนื่องจากผิวหน้าของแท่งสี่เหลี่ยมมีความกว้างเกินไป

              ‘ตุบบ…’

              เกิดแรงกระแทกมหาศาล..

              "อรั๊กกก..”

              เรเวลถูกกระแทกจนลอยกระเด็นไปชนขอบบ่อน้ำพุขนาดใหญ่

              ‘ตู้มมม…’ บ่อน้ำแหลกละเอียด

              ‘ฟรืดดด..ซู่วววว’  น้ำพุกระจายออกไปรอบทิศทาง

              นักรบเงาอัญเชิญแท่งสี่เหลี่ยมยืดยาว2แท่งเข้าประกบตัวเด็กหนุ่มจากทั้งสองทาง

              “!”

              เรเวลถีบพื้นเพื่อกระโดดหลบขึ้นไปทันที

              แต่ตอนนั้นเองมีแท่งสี่เหลี่ยมอีกอันพุ่งลงมาจากด้านบน..แล้วกระแทกตัวเขาให้กระเด็นกลับไปที่พื้นอีกครั้ง

              นักรบเงาพุ่งเข้าประชิดตัวในตอนที่เด็กหนุ่มร่วงลงมา..แล้วชกเข้าไปทีหน้าอก…

             “อร่อกก..”

              เด็กหนุ่มลอยกระเด็น…แต่นักรบเงามุดพื้นดินหายไปในเงาแล้วไปโผล่ทางด้านหลัง..แล้วชกเขาอีกครั้ง 

              ‘ตุบ…ฟิ้ววว’

              เรเวลกระเด็นไปด้านหน้า

              ตัวเขาพยายามร่ายสกิล

              “เวทย์ไฟ…."

              นักรบเงาไม่ยอมให้ทำแบบนั้น..

              มันหายเข้าไปในเงาแล้วไปโผล่ที่ด้านหน้า…หลังจากนั้นชกเข้าไปที่ท้องของเรเวลทันที

              “อรั๊กกก!!….”

              น้ำลายปนเลือด..กระเด็นออกมาจากปาก

              เรเวลลอยกระเด็น…แต่นักรบเงาจับขาของเขาเพื่อยั้งเอาไว้

              “!?”

              เรเวลที่งอตัวเนื่องจากจุก..พยายามจะร่ายสกิลเพื่อพลิกสถานการณ์

              นักรบเงายิงบอลพลังเวทย์สีดำอัดมือข้างขวา..จนอาร์ติเฟกซ์ของเด็กหนุ่มลอยกระเด็น 

              'ปิ้วว…ตุ้มม...ควับๆๆๆๆ…ปัก’

              หอกศักดิ์สิทธิ์สีเงิน..ปักที่พื้นในตำแหน่งไกลห่างเกือบ20เมตร

              “ขีดจำกัดของแก..ก็คือการที่ต้องร่ายสกิลก่อนจะใช้…แต่สำหรับฉันแล้วสามารถใช้การโจมตีใดๆโดยไม่ต้องร่ายเลยแม้แต่นิดเดียว”

              นักรบเงาจับขาเรเวลแล้วทุ่มอัดพื้นสุดแรง..จนกระเบื้องบริเวณนั้นแหลกกระจุย

              ‘ตุ้มมมมม’

              “หึๆๆ”

              นักรบเงาจับขาเรเวลดึงขึ้นมา...แล้วจับเหวี่ยงทุ่มอีกครั้ง

              “ไฟเยอร์…อั๊กก”

              เรเวลหัวจมดินก่อนที่จะร่ายเวทย์สำเร็จเสียอีก

              ‘ชิ..บ้าเอ้ยย…ถึงท่าหอกของมันจะหายไปหลังเปลี่ยนร่าง..แต่เจอแบบนี้ไม่ขำเลยนะ’ เรเวลสบถด่าในใจ

              “อะไรกัน…มีแค่นี้รึไง” นักรบเงากล่าวแล้วดึงขาเรเวลขึ้นมา

              เรเวลถูกดึงขึ้นมาในสภาพห้อยกลับหัว

              เลือดไหลออกจากศีรษะ..หยดลงไปที่พื้น

              ผมสีขาวหลายเส้นเปื้อนเลือดและถูกย้อมจนกลายเป็นสีแดง

              ตัวเขาพยายามเรียกอาร์ติเฟกซ์กลับมาที่มืออีกครั้ง

              “โอ๊ะ..โอ..แบบนั้นแย่เลยนะ”

              นักรบเงาเหวี่ยงเรเวลทุ่มลงที่พื้นอีกรอบ…แล้วใช้บอลพลังเวทย์สีดำยิงใส่หอกสีเงินที่ลอยเข้ามาจนกระเด็นไปไกลยิ่งกว่าเดิม

              “อา…ฉันจะฆ่าแกตอนนี้เลยก็ได้…แต่ว่าแบบนั้นคงน่าเบื่อแย่..”

              “มะ..นา..”

              เรเวลถูกดึงขึ้นแล้วเหวี่ยงกระแทกพื้นอีกครั้งเพื่อไม่ให้ร่ายเวทย์มนต์

             ‘ตุ้มมมม’

             “อั๊กกก..”

             ‘ตุ้มมมม’

              “อ้าา..”

             ‘ตุ้มมม’

             ‘ตุ้มมม’

             ‘ตุ้มมม’

             พื้นบริเวณลานกว้างกลายเป็นหลุมบ่อลึก

             นักรบเงาดึงขาของเรเวลขึ้นมา

             “แกบีบให้ฉันต้องใช้ร่างนี้จนได้..นับว่าฝีมือไม่เลวเลยนะ..แต่นั่นแหละคือขีดจำกัดของแก..ฮึๆๆ…ฮ่าๆๆๆ”

              เรเวลถูกยกขึ้นในสภาพห้อยหัวลงกับพื้น

              “อึก..ฉะ..ฉัน…มะ…ไม่..ยะ..ยอม”

              ตัวเขาหอบหายใจแรงด้วยอาการเจ็บปวดสุดแสน 

              นักรบเงาจับขาเขาแล้วเหวี่ยงให้ศีรษะกระแทกพื้นอีกรอบ

              ‘ตุ้มมมม’

              “อ๊ากก”

              อาการปวดจี๊ดเล่นขึ้นสู่สมอง….

              สายตาเริ่มพล่ามัว

              ความรู้สึกวิงเวียนและคลื่นไส้เริ่มปรากฎ 

              “อร๊ออกก”  

              เรเวลกระอักเลือดออกมาจนท่วมพื้น

              “ท่าทางพลังชีวิตใกล้จะเหลือ0แล้วสินะ….ฮึฮึๆ"

              นักรบเงาจับคอเสื้อเรเวลแล้วดึงขึ้นมา

              เด็กหนุ่มบาดเจ็บหนักมาก..จนลืมตาไม่ไหวแล้ว..แต่เปลือกตายังขยับอยู่เล็กน้อย

              “ถ้างั้นฉันจะฆ่าแกแบบอลังการเลยละกัน”

              นักรบเงาสร้างบอลพลังเวทย์สีดำที่ฝ่ามือ..แล้วจ่อไปที่หน้าอกของเด็กหนุ่ม

              "วันนี้ฉันสนุกมากเลยล่ะ"

              'วืดดดดดดด....ปิ้ววววววว'

              เรเวลลอยกระเด็นไปกลางอากาศ

              นักรบเงาชูมือขึ้น

              หลังจากนั้นมีแท่งอิฐสี่เหลี่ยมจำนวนมากยืดยาวออกมาแล้วกระแทกเด็กหนุ่มไปเรื่อยๆ..จากทั้งด้านบน..ด้านล่าง..ด้านซ้าย..และด้านขวา

              แม้จะยังหลับตาอยู่..แต่ตัวเลขแสดงค่าพลังชีวิตกับพลังเวทย์ยังปรากฎที่มุมสายตาด้านซ้าย

              ตัวผมมองไปยังตัวเลขพลังชีวิตของตัวเอง

              HP 21,000

              18,000

              14,400

              10,000

              5,049

              2,156

              ตัวเลขพลังชีวิตค่อยๆลดลงเรื่อยๆ..จนในที่สุด 

              512

              100

              59

              22

              ขอโทษนะ..เซซิเลีย

              ขอโทษนะ..ทุกคน

              ตัวฉันคงมาได้แค่นี้แหละ

              แล้วก็…

              ‘ลาก่อนนะ..เอลิเซ่’

              10

               7

               5

              ทัศนวิสัยในสายตาแสดงสัญญาณเตือนสีแดงฉาน

              เกิดข้อความบางอย่างขึ้นท่ามกลางจอภาพสีแดงนั่น

              ‘พลังชีวิตของท่านอยู่ในภาวะวิกฤติ’

               4

               3

              ‘ครืดดด…ตู้มมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมม’

              เกิดเสียงระเบิดขึ้น

              แท่งสี่เหลี่ยมแตกกระจายและถูกหั่นเป็นลูกเต๋าเล็กๆ

              “หืม?”

              นักรบเงาตกใจเล็กน้อย..พร้อมกับมองไปยังภาพนั้น

              เด็กหนุ่มผมสีขาว..ตัวชุ่มไปด้วยเลือด..ค่อยๆร่วงลงมา

              ตอนนั้นเอง..มีมือของคนๆหนึ่งมารับเขาเอาไว้

              “เห้อออ…สภาพนี้มันอะไรกันเนี่ยย…ตามหาตั้งนาน” 

              เด็กผู้หญิงยาวผมสีแดงคนนั้นค่อยๆวางเรเวลบนพื้น..แล้วมองไปยังหอกสีเงินที่ปักอยู่ไกลๆ

              “อาร์ติเฟกซ์ยังไม่สลายไป..แสดงว่ายังไม่ตายงั้นสินะ”

              ตอนนั้นเองมีเด็กผู้หญิงผมสีเหลืองอีกคนใช้แอเรียลบินลงมา

              “เรเวลลลลล”

              เซซิเลียเห็นเรเวลนอนหมดสภาพอยู่กับพื้น..จึงรีบวิ่งเข้าไปหาแล้วค่อยๆประคองคอของเขาขึ้นมา

              “บาดเจ็บหนักมากเลย…ทำยังไงดี” 

              ตัวเรามีโพชั่นระดับต่ำอยู่3ขวด และโพชั่นระดับกลางอยู่1ขวด 

              ถึงจะรักษาให้หายสมบูรณ์ไม่ได้..แต่น่าจะพอรักษาชีวิตกับเรียกสติได้บ้าง

              “..”

              เซเลน่ามองภาพนั้น..แล้วหันไปมองสิ่งมีชีวิตปริศนาคล้ายเงาสีดำ

              ตัวของมันมีเขา2เขาและมีหนามแหลมงอกกลางหลังคล้ายตัวเม่น

              ส่วนที่มือมีเกราะสีดำหุ้มไว้

              “แกคือคน..ไม่สิ..เศษสวะที่เล่นงานไอผมขาวนี่งั้นสินะ….ฝีมือไม่เลวเลยนี่นา” เซเลน่ากล่าวพร้อมกับยิ้มให้

              บนมือของเธอมีอาร์ติเฟกซ์ถุงมือสีแดง2อันห่อหุ้มอยู่..โดยมีตราสัญลักษณ์รูปดาวสีเหลือง

              “ถ้าใช่แล้วจะทำไมล่ะ…งั้นแกเองก็เป็นพวกเดียวกันกับมนุษย์ผมสีขาวคนนี้สินะ..แถมยังมาขัดขวางช่วงเวลาสนุกของฉันอีกด้วย” นักรบเงากล่าว

              “อย่าเข้าใจผิดสิ…ฉันไม่ใช่พวกเดียวกับไอผมขาวนี่สักหน่อย..แต่ถ้าไอผมขาวนี่ตาย..เพื่อนของฉันจะเศร้าก็แค่นั้นเอง..และเพื่อไม่ให้เป็นแบบนั้น..ฉันจะเป็นคนจัดการแกเองนี่แหละ!!” เซเลน่ากล่าว..แล้วตั้งท่าเตรียมพร้อมต่อสู้

              “โฮ่ๆ…จะจัดการฉันงั้นหรอ…เห็นทีฉันคงต้องฆ่าแกก่อนคนแรกแล้วล่ะ”

              นักรบเงาอัญเชิญแท่งสี่เหลี่ยมแล้วพุ่งกระแทกใส่เซเลน่าทันที

              “!”

              “เวทย์…อรั๊ก..”

              เซเลน่าถูกกระแทกจนลอยกระเด็น

              ‘ชิ..บ้าเอ้ยยย..มันเร็วมากก..จนร่ายสกิลไม่ทันเลย’

              เซเลน่าลอยกระเด็นไปกระแทกบ้านหลังหนึ่งจนถล่มลงมา

              “แอ่กๆๆ….”

              เซเลน่าค่อยๆยืนขึ้น..แล้วเบ่งพลังเวทย์เพื่อระเบิดบ้านหลังนั้นจนแหลกเป็นจุณ

              “ย้ากกกกกก”

              ‘ฟรืดดดด…ตู้มมมมม’

              “โชคดีนะ…ที่เขตตะวันตกไม่ค่อยมีคนอยู่เท่าไหร่”

              เซเลน่ายืนขึ้นแล้วปาดเลือดที่ขอบปากตัวเอง

              เซซิเลียที่ป้อนโพชั่นให้เรเวลเสร็จแล้ว…แต่เรเวลยังไม่ได้สติ

              ตัวเธอจึงหันไปมองเซเลน่าสลับกับสิ่งมีชีวิตปริศนาสีดำ

              ‘เวทย์พืช-สเกาเตอร์’

              อาร์ติเฟกซ์ที่ตาข้างสายเปล่งแสง..พร้อมกับปรากฎตัวอักษรบางอย่าง

             -----------------------------------

             [ร่างจำลองอัศวินแห่งรัตติกาล] → ร่างพัฒนาขั้น2

              LV: มิอาจระบุ

              ประเภทเวทย์มนต์: เงา

              ------------------------------------

              “อัศวินแห่งรัตติกาลงั้นหรอ!!..มันคืออะไรกัน” เซซิเลียมองข้อมูลที่ปรากฎด้วยความตกใจ

              “ฮึๆๆๆๆ….มีแค่นี้เองงั้นหรอ” นักรบเงามองเซเลน่าแล้วหัวเราะเยาะ

              “อย่างแก…ฉันจะจัดการเอง…เวทย์…แอร็กกก”

              ก้อนอิฐสี่เหลี่ยมกระแทกเซเลน่าจนลอยกระเด็นไปอีกครั้ง

              ‘เวทย์พืช-อาณาเขตแห่งสวนดอกไม้’

              เกิดดอกไม้พร้อมกับแสงสีเขียวผุดขึ้นเต็มทาง

              “หืม!?”

              นักรบเงามองไปยังพื้นสนามที่เปลี่ยนไป

              เซซิเลียปล่อยเถาวัลย์2เส้น..คว้าตัวเซเลน่าไว้แล้วดึงมาใกล้เธอ

              “ขอบใจนะเซซิเลีย”

              “ไม่เป็นไร…แต่ดูเหมือนค่าสเตตัสของพวกเราจะต่างจากมันมากพอสมควรเลยนะคะ…แต่ถ้าอยู่ในอาณาเขตแห่งนี้ค่าสเตตัสของพวกเราจะเพิ่มขึ้นชั่วคราว..และค่าสเตตัสของศัตรูก็จะลดลงชั่วคราวด้วย…"

             “งั้นหรอ..เป็นสกิลที่สะดวกดีแหะ”

              เซเลน่ากระโดดแล้วหมุนแขนไปมา

              “เอาล่ะ…มาต่อกันเลย..อะ..เอ่อ..มันชื่อว่าอะไรนะ” 

              “ร่างจำลองอัศวินแห่งรัตติกาล..ค่ะ”

              “ชื่อยาวจังแหะ..ช่างมันเถอะ”

              ตอนนั้นเองนักรบเงาอัญเชิญแท่งสี่เหลี่ยมพุ่งเข้ามา..แต่คราวนี้เซเลน่ากระโดดหลบได้แบบสบายๆ

              ส่วนเซซิเลียอุ้มเรเวล..แล้วกระโดดหลบไปเหมือนกัน

              “โห…เผ่ามนุษย์นี่ความสามารถหลากหลายกันจริงๆนะ…ท่าทางพวกแก2คนก็ไม่ได้กระจอกนี่นา”

              “เงียบไปเลยน่าา..”

              เซเลน่าหลบแท่งอิฐสี่เหลี่ยมจำนวนมากแล้วร่ายสกิลทันที

              ‘เวทย์ไฟ-อาชูร่าริปเปอร์’

              เซเลน่าตวัดมือเพียงครั้งเดียว

              แท่งอิฐสี่เหลี่ยมจำนวนมากถูกหั่นกลายเป็นลูกเต๋าขนาดเล็กแล้วแตกกระจาย

             ‘เวทย์ไฟ-คมเขี้ยววิหคเพลิง’

              เซเลน่าเปลี่ยนตัวเองเป็นลูกศรสีแดง..แล้วพุ่งเข้าไปหานักรบเงา

              ‘วืดด’

              “อะไรกัน!!!!”

              เซเลน่าตกใจที่การโจมตีของตัวเองผ่านนักรบเงาไปได้อย่างง่ายดายโดยไม่สร้างความเสียหายใดๆ

              “…”

              เซซิเลียเองก็มองร่างของนักรบเงาที่ไม่ถูก<อาณาเขตแห่งสวนดอกไม้>พันธนาการไว้เหมือนกัน

              “ศัตรูเป็นอมตะงั้นหรอ!!?” เซซิเลียกล่าวออกมา

              “เหอะๆ..อมตะบ้าอะไรกัน..ของแบบนั้นไม่มีหรอก” เซเลน่ากล่าวปฎิเสธ

              ‘เวทย์ไฟ-ดิไวน์บับเบิล’

              เกิดลูกบอลสีแดง 7 ลูกโคจรรอบตัวเซเลน่า

              ‘ลูกที่1’

              หลังสิ้นเสียงร่าย..ลูกบอล 1ลูกถูกดูดกลืนเข้าไปในตัวเซเลน่า

              พลังเวทย์ของเธอเพิ่มสูงขึ้นในชั่วพริบตา

              ไม่ใช่แค่นั้น

              ทั้งกำลังและความเร็วก็เพิ่มขึ้นมหาศาลด้วย

              เซเลน่าถีบพื้นพุ่งไปดุจหัวกระสุน

              หลบการโจมตีของนักรบเงาได้แบบสบายๆ

              ‘เวทย์ไฟ-ริงบอม’

              เซเลน่าต่อยลงพื้น…แล้วเกิดระเบิดรูปวงแหวนอย่างรุนแรนขึ้นในตำแหน่งที่นักรบเงาอยู่

              ‘ตู้มมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมม’

              เซซิเลียรีบอุ้มเรเวลแล้วบินขึ้นไปบนฟ้าทันที

              “เซเลน่า..นี่มันใจกลางเมืองนะ..อย่าใช้สกิลรุนแรงสิ”

              ลานกว้างใจกลางถูกทำลายจนย่อยยับ..ท่ามกลางฝุ่นควันจำนวนมากมีเด็กสาวผมยาวสีแดงยืดกอดอกอยู่

              โดยลูกบอลสีแดงอีก6ลูก ยังคงโคจรรอบตัวเธอ..ไม่ได้สลายหายไป

              “เหอะๆ..ถ้ามันพังก็แค่ซ่อมเท่านั้นเอง..จะไปยากเย็นอะไร” เซเลน่าไม่ได้มีท่าทีทุกข์ร้อนแม้แต่น้อย

              <อาณาเขตแห่งสวนดอกไม้> ที่ถูกทำลายจากการโจมตีเมื่อกี้นี้เริ่มงอกดอกไม้ออกมาใหม่อีกครั้ง

              “รีบๆโผล่หน้าออกมาเถอะ..ฉันรู้ว่าแกยังไม่ตาย”

              ตอนนั้นเองนักรบเงาโผล่มาจากเงาด้านหลังของเซเลน่า..แล้วชกไปด้านหลัง   

              ‘เวทย์ไฟ-โซลิดวิง’

              แขนสองข้างของเซเลน่ากลายเป็นปีกวิหคเพลิง..แล้วปั่นจนมือของนักรบเงาขาดกระเด็น

             “อ้ากกก..เจ็บบบ” นักรบเงาส่งเสียงเจ็บปวดเป็นครั้งแรก

              มือของนักรบเงาที่ลอยกระเด็นสลายหายไปในทัน

              “เห็นมั้ย..ตัวมันไม่ได้อมตะสักหน่อย” 

              เซเลน่ากล่าว..แล้วหันไปมองนักรบเงาพร้อมกับแลบลิ้นใส่

              “อึกก…ย้ากกกก…หนอยแน่แก…เจ้าพวกมนุษย์” 

              นักรบเงาพยายามงอกแขนออกมา..แต่ไม่สำเร็จ

              “การโจมตีที่ใช้ได้ผลกับแก…ก็คือการโจมตีที่สามารถลบล้างเวทย์มนต์ได้ยังไงล่ะ..” เซเลน่ากล่าวจบแล้วร่ายสกิลทันที

              ‘ลูกที่2’

              หลังสิ้นเสียงร่ายบอลสีแดงลูกที่2 ถูกดูดกลืนไปที่ตัวเซเลน่า 

              “สกิลของฉันที่ลบล้างเวทย์มนต์ได้น่ะ…ไม่ได้มีแค่สกิลเดียวหรอกนะ”

              ‘เวทย์ไฟ-กงจักรเพลิงสังหาร’

              ฝ่ามือของเซเลน่ามีกงจักรสีแดงขนาดใหญ่ปรากฎขึ้น

              “ตายซะ!!!!!”

              เซเลน่าปากงจักรนั้นไปด้วยความเร็วสูงทันที

              “ยะ..แย่แล้วววว…” 

              นักรบเงามีสีหน้าหวาดกลัวอย่างเห็นได้ชัด

              ตัวมันพยายามมุดหายเข้าไปในเงา..แต่ว่าไม่ทัน

              'ฉัวะะะะ'

              “อร้ากกกกกก!!…"          

              กงจักรที่ลบล้างเวทย์มนต์..ตัดผ่านลำตัวจนขาดสองท่อน

              นักรบเงาพยายามฟื้นฟูตัวเอง..แต่ว่าไม่ได้ผล

              “ฝีมือแกเองก็ไม่เท่าไหร่นี่นาา..แต่ก่อเรื่องวุ่นในเมืองหลวงซะใหญ่โตเชียว"

              ค่าสเตตัสของเซเลน่าตอนนี้เพิ่มขึ้นจากสกิล <ดิไวน์บับเบิล> + <อาณาเขตแห่งสวนดอกไม้> ทำให้ความเร็วและพลังโจมตีในตอนนี้เหนือกว่านักรบเงาไปมากแล้ว

              “ฉะ...ฉันต้องมาถูกจัดการโดยมนุษย์อย่างแกเนี่ยนะ…ไม่มีทาง…ไม่ยอมมมม”

              “เอาล่ะ….มีอะไรจะสั่งเสียมั้ย?”

              ‘ลูกที่3’ 

              ลูกบอลสีแดงลูกที่3ถูกดูดเข้าไปในตัวเซเลน่า

              ออร่าสีแดงเข้มข้นแผ่ขยายปรากฎขึ้น…โดยยังเหลือลูกบอลอีก 4 ลูกโคจรรอบตัวเธอ

             “....” นักรบเงาไม่ได้ตอบอะไร

              “เห้อออ…ไม่มีงั้นสินะ” 

              ‘เวทย์ไฟ-กงเล็บวิหคเพลิง’ 

              ถุงมือของเซเลน่ากลายเป็นกลงเล็บสีแดงที่มีเปลวเพลิงดุดันห่อหุ้ม

             “แกน่ะ…ทำให้ฉันต้องเสียเวลาวันหยุดก่อนสำรวจดันเจี้ยนไปฟรีๆเลยนะ..ฉะนั้นลาก่อน..เจ้าบ้า”

              เซเลน่าตวัดมือเพียงครั้งเดียว

              พื้นบริเวณนั้นเกิดลอยข่วนมหึมา

              ร่างนักรบเงาขาดเป็นหลายๆเสี่ยง..แล้วค่อยๆสลายๆหายไป…โดยปล่อยคำพูดทิ้งท้ายบางอย่างเอาไว้

              “ถ้าคริสตัลมหาเวทย์ถูกรวบรวมจนครบละก็...อึก..อ้าาากกกก...ตัวข้าอยากเป็นประโยชน์ให้ท่านมากกว่านี้แท้ๆ...”

              “…”

              เซเลน่ามองร่างกายของนักรบเงาที่ค่อยๆสลายหายไป..จากนั้นจึงมองขึ้นไปบนท้องฟ้า

              เซซิเลียเห็นดังนั้นจึงค่อยๆร่อนลงมา

              “ในที่สุดเรื่องก็จบสักทีนะคะ..”

              "อา…พรุ่งนี้ก็สำรวจดันเจี้ยนละ..ฉะนั้นเอาหมอนี่ไปรักษาก่อนเถอะ”

              .

              .

              .

              .

                          #คุยกับคนเขียน(ไรท์)#

             ในที่สุด Saga นักรบเงาก็จบลงไปสักที (เป็นSagaก่อนสำรวจดันเจี้ยนที่ต่อสู้ค่อนข้างยาวเลย) แต่ Saga สำรวจดันเจี้ยนจะยาวกว่านี้อีก…จะมองได้ว่าเป็น Saga พจญภัย + เผชิญหน้ากับเหล่าตัวร้ายเลยก็ว่าได้  ฉะนั้นคงจะยาวพอสมควร  ถึงแม้ว่ายอดวิวในช่วงหลังๆจะลดลงไปมากก็ตาม แต่ก็ต้องขอขอบพระคุณนักอ่านที่ยังคงตามเรื่องนี้มาโดยตลอดเลยนะครับ 

              ปล.ในตอนหน้าจะเป็นตอนที่เคลียร์เรื่องวุนวายต่างๆ+เตรียมตัว และถ้าหากเขียนทัน ก็จะเริ่มบุกดันเจี้ยนตั้งแต่ตอนหน้าเลยครับ แต่ถ้าไม่ทันก็คงต้องขอสงวนไว้ในตอนถัดจากตอนหน้า (ตอนที่91)

              สำหรับวันนี้ขอลาไปก่อนครับขอบคุณครับ 

              

    คล้ายกับเรื่องThe Legend of Altea: โลกเวทมนตร์แห่งเทพธิดา ที่คุณอ่าน