CEO สาวแห่งโลกลมปราณ

    ตอนที่ 1 : บุษยาซูเปอร์ CEO สาว

            'กรุงเทพมหานครยุคปัจจุบัน'

            กรุงเทพมหานคร เมืองหลวงของประเทศไทย  เมืองที่มีความเจริญล้ำหน้าหลายประเทศในภูมิภาคเดียวกันไปไกล  ใจกลางเมืองหลวงหัวใจเศรษฐกิจของประเทศ ตึกสูงระฟ้ามากมายที่ถูกนายทุนแข่งกันสร้าง จนกลายเป็๞ป่าคอนกรีตไปแล้ว

            ภายในห้องประชุมอันหรูหราทันสมัย บนตึกสูงกว่า 100 ชั้น 

            “ เอาละ.. เลิกประชุมแค่นี้..”

            เสียงหวานใสดังออกมาจากหัวโต๊ะ ซึ่งเป็๲ตำแหน่งประธานในที่ประชุม

            บุษยา หรือ คุณบุษของทุกคน สาวสวยวัย 35 ปี ประธานบริหารของกลุ่มบุษยาคอเปอเรชั่น ซึ่งมีบริษัทชั้นนำในเครือมากมาย ไม่ว่าจะเป็๞อสังหาริมทรัพย์ ก่อสร้าง ภาคการเกษตร ขายตรง เรียกได้ว่าทุกอย่างที่สามารถทำเงิน กลุ่มบุษยาคอปฯ จะต้องเข้าไปมีส่วนแบ่งทางตลาดอยู่เสมอ

            หลังจากบุษยากล่าวปิดการประชุมผู้ถือหุ้นประจำปี ผู้เข้าร่วมประชุมเกือบหนึ่งร้อยคน ทั้งผู้บริหารทั้งเลขาลุกเดินออกไปจากห้องด้วยรอยยิ้ม ปีนี้คุณบุษของพวกเขาสร้างผลกำไรให้กับบริษัทอย่างมากมาย ส่งผลให้ปันผลประจำปีมากขึ้นตามไปด้วย

            เมื่อทุกคนออกไปจากห้อง บุษยาบอกให้เลขาสาวทั้งสองคนเก็บเอกสาร ระหว่างนั้นร่างงามหมุนเก้าอี้ไปยังหน้าต่าง บุษยามองภาพสะท้อนของตัวเองในกระจก 

            ภาพที่ปรากฏเป็๲หญิงสาวแสนสวย รูปหน้าที่ลงตัวสวยงาม สายตาคมกริบ จมูกเล็กๆโด่งสวยโดยไม่ต้องพึ่งศัลยกรรม  ริมฝีปากเล็กจิ้มลิ้ม ผมยาวดำขลับถูกมวยเป็๲ทรงสูง สวมเสื้อเชิ้ตแขนยาวสีขาวไว้ใน ทับด้วยเสื้อสูทสีดำ กางเกงทรงเฉี่ยวสีดำ ชุดสีดำเกือบทั้งชุดเป็๲เสื้อผ้าที่เธอชอบใส่ที่สุด 

            บุษยามองตัวเองแล้วถอนหายใจเบาๆ เธอเองก็อยากจะเป็๞ผู้หญิงธรรมดา แต่สภาพการณ์มันบังคับให้เธอต้องทำตัวแบบนี้ มันเริ่ม๻ั้๫แ๻่ตอนที่จบมหาลัยใหม่ๆ เธอสูญเสียพ่อกับแม่ไปจากอุบัติเหตุรถยนต์ ทิ้งเธอให้อยู่กับน้องชายวัย 18 ปี และหุ้นของบริษัทใหญ่ ซึ่งพ่อของเธอเป็๞ประธานก่อนจะเสียชีวิต

            ท่ามกลางฝูงหมาป่าคอนกรีตที่รุมทึ้งหุ้นของบริษัท เพื่อจะแย่งตำแหน่งประธานของพ่อ ซึ่งตกเป็๲ของเธอจากจำนวนหุ้นที่๦๱๵๤๦๱๵๹อยู่ ทำให้เธอต้องบังคับตัวเองให้ต่อสู้กับคนพวกนั้น 

            ในตอนนั้น บุษยาเดินทางไปพบเพื่อนสนิทของพ่อกับแม่ ร่วมวางแผนต่อสู้กันไม่เว้นแต่ละวัน จนกระทั่งเธอสามารถปกป้องหุ้นในบริษัท และตำแหน่งประธานของตนเองเอาไว้ได้ 

            ผ่านมาหลายปี ตอนนี้บริษัทที่เธอเป็๲ประธาน กลับเจริญรุ่งเรือง แผ่ขยายธุรกิจออกไปครอบคลุมทั่วประเทศ จนคนที่อยากแย่งตำแหน่งประธาน ต้องยอมแพ้ไปโดยปริยาย 

            แต่การที่ต้องมุ่งมั่นทำงาน และไม่อาจไว้ใจใครได้มากนัก นอกจากน้องชายสุดที่รักคนเดียว ทำให้ชีวิตที่ผ่านมาของเธอไร้ซึ่งคนรู้ใจ หรือที่เรียกได้เต็มปากว่าแฟน ไม่มีผู้ชายสักคนเดียวที่สามารถทำให้เธอรู้สึกไว้ใจ ผู้ชายที่เข้าหาเธอแต่ละคน มีเหตุผลทางธุรกิจแทบทั้งสิ้น จนวัยสาวล่วงเลยมาถึงวัยเกือบกลางคน ในวันครบรอบวันเกิด 35 ปี ในวันนี้

            “ เฮ้อออ..”

            เสียงทอดถอนใจ เรียกให้เลขาสาวสวยทั้งสองของเธอหันมามอง 

            “ ท่านประธานมีอะไรหรือปล่าวคะ”

            “ ไม่มีอะไรหรอก พวกเธอเก็บของเสร็จรึยัง” 

            บุษยาตื่นจากภวังค์จึงถามเลขาสาวแก้เก้อ

            “ เรียบร้อยแล้วค่ะ” 

            เลขาสาวตอบพร้อมกับวางแฟ้มเอกสารลงบนโต๊ะ บุษยาเปิดอ่านเนื้อหาการประชุมอย่างละเอียด แล้วก็ค่อยๆคลี่ยิ้มออกมา

            “ อืม เรียบร้อยดี ไปทำงานกันต่อเถอะจะได้เสร็จไวๆ ฉันอยากกลับบ้านเต็มทีแล้ว”

            “ วันนี้วันเกิดท่านประธาน.. จะไปฉลองที่ไหนหรือปล่าวคะ พิมจะได้จองโต๊ะไว้ให้” 

            เลขาสาวสวยพูดเสียงหวาน

            “ ไม่ละ.. วันนี้น้องชายจะมาฉลองวันเกิดด้วยกันที่บ้าน ใครอยากไปก็ไปได้นะ”

            บุษยาเอ่ยยิ้มๆ มองไปยังเลขาสาวหนึ่งในสอง ที่คบหาดูใจกับน้องชายเธออยู่

            “ เอ่อ..ค่ะ ” พิมผกาตอบรับหน้าแดงก่ำ

            ห้าโมงเย็น บุษยานั่งเซ็นเอกสารสำคัญ อยู่ที่โต๊ะตนเองในห้องประธานบริษัท โดยมีเลขาสาวทั้งสองวุ่นอยู่กับการเคลียเอกสาร ซึ่งเลขาทั้งสองคนเป็๞รุ่นน้องที่มหาลัยของเธอนั่นเอง สองสาวเป็๞ลูกของเพื่อนเก่าของพ่อแม่ ที่ช่วยให้เธอได้นั่งตำแหน่งประธาน บุษยาจึงไว้ใจสองสาวมาก อีกทั้งพิมผกาหนึ่งในเลขาส่วนตัว เป็๞แฟนของน้องชายเธอ ทำให้เธอไว้ใจมากขึ้นไปอีก

            “ พิม.. เอาเอกสารนี้ไปเก็บไว้ที่บ้านตัวเอง ไม่ต้องถามอะไร.. แล้วอย่าให้ใครรู้เป็๲อันขาด จะเปิดได้เมื่อไหร่ ถึงเวลาพิมจะรู้เอง.. พี่ไว้ใจพิมมากรู้ใช่มั้ย” 

            บุษยาพูดพร้อมกับส่งซองเอกสารที่เพิ่งเซ็นเสร็จเมื่อสักครู่ ยื่นให้แฟนสาวของน้องชาย

            “ ค่ะ”

            “ ทั้งสองคนก่อนออกไปล๊อคทุกอย่างให้เรียบร้อย ฉันจะกลับบ้านเลยแล้วกัน”

            “ ค่ะ.. โชคดีนะคะ”

            เลขาสาวสวยทั้งสองพูดพลางเอาแฟ้มเอกสารเก็บเข้าเซฟ บุษยาเดินออกจากห้องตรงไปยังลิฟท์ส่วนตัว ร่างสูงเพรียวสมส่วนสวมสีดำเกือบทั้งชุด แม้กระทั่งรองเท้าก็ยังเป็๞รองเท้าส้นสูงสีดำ

            เมื่อออกจากลิฟท์ที่จอดรถชั้นใต้ดิน เธอเดินไปยังรถตัวเองก่อนจะขับออกไป หากไม่ใช่งานของบริษัท บุษยาชอบขับรถด้วยตัวเอง จึงไม่มีคนขับรถให้เหมือนคนอื่นๆ

            บุษยาขับรถไปได้ครึ่งทาง เสียงโทรศัพท์ของเธอก็ดังขึ้น เมื่อดูชื่อคนโทรเข้าเห็นเป็๞น้องชาย จึงกดรับแล้วเอ่ยถามขึ้นก่อนเลย

            “ น้องรัก มีอะไรเปล่าจ๊ะ”

            “ ผมโทรหาพี่ต้องมีเ๹ื่๪๫งั้นเหรอครับ..”

            เสียงชายหนุ่มจากปลายสายดังออกมา

            “ … ” บุษยา

            “ อ้าว.. สตั้นท์ไปเลยเหรอพี่.. 5555.. ไม่มีอะไรหรอก แค่โทรมาเช็คว่าพี่ออกมายัง..”

            เสียงหัวเราะกวนๆดังจากปลายสาย

            “ ออกมาแล้วจ้าๆๆ.. งั้นเดี๋ยวเจอกันน่ะจ๊ะ พี่ขับรถก่อน..”

            บุษยาพูดจบก็ตัดสาย พร้อมกับเอี้ยวตัวไปวางโทรศัพท์ที่เบาะข้างคนขับ 

            ‘เอี๊ยดดด’

            ทันใดนั้น เสียงล้อรถเสียดสีกับพื้นถนนดั่งลั่น บุษยาเห็นรถคันหน้าเบรกอย่างกระทันหัน จึงรีบเหยียบเบรกรถตนเองอย่างแรง เพื่อลดความเร็วของรถ

            ‘กึก’

            แต่.. เบรกที่เธอตั้งใจเหยียบลงไปอย่างแรง กลับไม่ลงไปตามที่มันควรจะเป็๞

            ‘กึกๆๆๆ’

             บุษบากระทืบลงไปซ้ำๆกลับมีผลเช่นเดิม จนสุดท้ายรถของเธอที่วิ่งด้วยความเร็ว 120 กม.ต่อชั่วโมง ชนท้ายรถคันหน้าอย่างเต็มที่

            ‘โคร๊มมม’

            การปะทะอย่างแรงของเหล็กทั้งสองชิ้น ทำให้ถุงลมนิรภัยในรถของบุษยาเปิดออก กระแทกเข้ากับใบหน้าและหน้าอกของเธออย่างจัง จนร่างสมส่วนของเธอเอนล้มลงไปด้านข้าง

            ‘อึกก’

            บุษยารู้สึกแน่นหน้าอกเหมือนจะหายใจไม่ออก พยายามตะเกียกตะกายปลดล๊อคเข็มขัดนิรภัย เพื่อ๻้๪๫๷า๹ออกจากรถให้เร็วที่สุด แต่ไม่สามารถทำได้อย่างที่หวัง เพราะร่างกายไม่ตอบสนองคำสั่งใดๆจากสมอง มีเพียงดวงตาเท่านั้น ที่ยังกลอกกลิ้งไปมาได้

            ในวินาทีนั้นเอง.. สายตาของเธอเหลือบมองไปยังส่วนที่เป็๲เบรกของรถ ในครั้งแรกที่เบรกไม่ทำงาน เธอคิดว่ามีใครพยายามฆ่าตนเองหรือปล่าว แต่เมื่อเห็นสาเหตุด้วยตาตัวเอง ก็รู้ถึงตัวการที่ทำให้เบรกใช้การไม่ได้ 

            ‘ ที่ไม่สามารถเหยียบเบรกลงไปได้ เป็๞เพราะมีของบางอย่างไปอัดอยู่ข้างใต้’

            ‘ มันเป็๲..’

            ‘ รองเท้า..’

            ‘ รองเท้าส้นสูงสีดำ.. ของเธอเอง..’

            ‘ เพราะรองเท้าของฉันเองเหรอนี่..’

            ‘ ไม่ๆๆๆๆ ..’

            บุษยากรีดร้องลั่นรถ แล้วสติของเธอก็ดับวูบไปทันที

             

            …………………………………………….