ลิขิตหงสาเหนือปฐพี [แปลจบแล้ว]

    เล่มที่ 2 บทที่ 47 ดูหมิ่นในที่ลับ เสียดสีในที่แจ้ง

            พวกเขาใกล้ชิดกันมาก หนานสวินมองเห็นความเอียงอายในแบบหญิงสาวของจวินหวงและจวินหวงก็มองเห็นความอ่อนโยนภายใต้ใบหน้าเย็นเยียบราวกับน้ำแข็งของหนานสวิน

            จวินหวงข่มความรู้สึกแปลกๆ ที่วูบวาบอยู่ในหัวใจ ค่อยๆ ก้าวถอยหลังทีละก้าวแต่กลับไม่ทันระวังจึงชนถูกโต๊ะที่อยู่ด้านหลังหนานสวินหูตาไวยื่นมือออกไปดึงจวินหวงเข้ามาในอ้อมแขนของตนเองหัวคิ้วขมวดก้มหน้าลงถาม "บาดเจ็บหรือไม่?"

            เมื่อพิงอยู่ในอ้อมแขนของหนานสวิน จวินหวงรู้สึกว่าลมหายใจของตนเองติดขัดความเด็ดขาดที่เคยมีหายไปจนเกือบหมด นางไม่รู้ว่าควรจะทำตัวอย่างไรจึงปล่อยให้หนานสวินกอดตนเองอยู่อย่างนั้น

            เวลาผ่านไปนานเสี่ยวเอ้อนำสิ่งของกลับออกมา เห็นคุณชายรูปงามสองคนยืนแนบชิดกันอยู่ก็ตะลึงเพริดจวินหวงเห็นมีคนมาก็รีบผลักหนานสวินออกไปทันที ใบหน้าของนางแดงก่ำหันมองไปทางอื่นหนานสวินมองจวินหวงแวบหนึ่งแล้วก็หันไปอีกทาง

            ของที่เลือกซื้อไว้มีไม่น้อยยากนักที่จวินหวงจะมีโอกาสได้เลือกซื้อของในแบบสตรีเช่นนี้ คนที่พาไปด้วยต้องช่วยกันหอบหิ้วสิ่งของเกือบหมดทั้งร้านกลับไปหนานสวินกล่าวล้อเลียนนาง นางตอบเพียงว่าเงินที่จ่ายไปไม่ใช่เงินของนางทำเอาหนานสวินหมดวาจาจะตอบโต้

            ตอนที่ออกมาจากร้าน ดวงอาทิตย์กำลังจะลาลับขอบฟ้าบรรยากาศยามเย็นโอบล้อมไปทั่วบริเวณ จวินหวงมองไปยังแสงตะเกียงริบหรี่จะดับด้านนอกก็เกิดความรู้สึกประทับใจ นางหันกลับมามองหนานสวินด้วยดวงตาเป็นประกายวาววับริมฝีปากโค้งขึ้นเป็นรอยยิ้มอ่อนๆ"ขอบคุณหวางเหย่ที่ช่วยเหลือช่วยผู้น้อยในวันนี้ ตอนนี้ก็ได้เวลามื้อเย็นพอดีหากหวางเหย่ไม่รังเกียจ ผู้น้อยขอเชิญหวางเหย่กินข้าวร่ำสุราสักมื้อเป็นอย่างไร?”

            หนานสวินทอดมองไปยังที่ห่างไกล สุดท้ายก็ถอนใจแล้วส่ายหน้า"น่าเสียดายจริงๆ ข้ายังมีธุระที่ต้องไปจัดการ หากมีวาสนาวันหน้ายังมีโอกาสกินข้าวร่วมกันอีกมิใช่หรือ?อีกอย่างวันนี้ก็มืดแล้ว เจ้าควรจะกลับไปเร็วหน่อย ไปเถอะข้าจะไปส่งเจ้าก่อน" กล่าวจบก็เดินตรงไปทางกลับจวนเฉินอ๋อง

            จวินหวงทำอะไรไม่ได้ จึงได้แต่เดินตามไป ในใจมีรู้สึกผิดหวังอยู่ไม่น้อยการที่ตนเองในฐานะสตรีคนหนึ่งจะเอ่ยปากเชื้อเชิญบุรุษกินข้าวร่วมกันไม่ใช่เรื่องง่ายใครจะรู้ว่าหนานสวินกลับไม่ไว้หน้านางเช่นนี้

            คนกลุ่มหนึ่งกำลังไปจวนเฉินอ๋อง บนถนนตลอดเส้นทางคลาคล่ำไปด้วยฝูงชนเผยให้เห็นความคึกคักของเมืองหลวงเป่ยฉี บางครั้งจวินหวงก็คิดว่าหากซีเชว่ยังอยู่ก็คงจะมีบรรยากาศแบบนี้เช่นกัน

            ขณะที่จวินหวงกำลังคิดเพลินไปเรื่อยๆ ก็เดินมาถึงจวนอ๋อง เห็นฉีเฉินยืนอยู่หน้าประตูพอดีนางร้องในใจว่าแย่แล้วแต่ก็สายไป ฉีเฉินเห็นพวกเขาเสียแล้วและเดินเข้ามาหาอย่างช้าๆ

            สายตาของฉีเฉินมองแต่หนานสวิน ยิ้มให้ตามมารยาท"ไม่คิดว่าเจ้าจะมาจวนของข้าด้วย"

            "ข้าเพียงแค่พบคุณชายกับคนของเขาถือสิ่งของพะรุงพะรังบนถนนอีกอย่างฟ้าก็มืดแล้ว ที่นี่แม้ว่าจะเป็นเมืองหลวง แต่ผู้ไม่ประสงค์ดีก็มีมาก เพื่อความปลอดภัยของเขาข้าถึงได้มาด้วย" หนานสวินมองฉีเฉินกล่าววาจาเหมาะสมไม่ต้อยต่ำหรือวางอำนาจเกินไปแววตามั่นคงไม่มีหลบเลี่ยงแม้แต่น้อย จึงไม่ทำให้ฉีเฉินเกิดความสงสัยแม้แต่จวินหวงเองยังรู้สึกว่าอาจจะเป็นไปอย่างที่หนานสวินพูดจริงๆ

            บางทีจวินหวงอาจจะเข้าใจผิดไปเอง ความอบอุ่นของหนานสวินทั้งหมดดูราวกับเป็นสิ่งหลอกลวงนางเงยหน้ามองดูเขาในเวลานี้ เห็นเพียงดวงตาที่เฉยชาราวกับไม่แยแสและไม่ยึดติดต่อสิ่งใดในโลกนี้ดูสูงส่ง เยือกเย็น และชินชา ทำให้นางอดรู้สึกอยากจะเอ่ยปากถามเขาว่าความอาลัยรักของคืนวานเป็นความจริงหรือไม่ความรู้สึกลึกซึ้งที่ไม่อาจตัดใจในวันนี้มีอยู่จริงหรือเปล่า

            จวินหวงไม่ใช่องค์หญิงจวินหวงแห่งซีเชว่ดังเช่นวันวานอีกแล้วตอนนี้นางเป็นบุรุษนามเฟิงไป๋อวี้ควรจะจำไว้ว่าต้องแก้แค้นให้กับแผ่นดินเกิดและวงศ์ตระกูลไยต้องมาสะดุดขาตนเองเพราะเรื่องอื่นๆ ด้วย นางไม่ควรเกิดความรู้สึกเหมือนดังสตรีที่มอบหัวใจให้ชายคนรัก 

            หนานสวินหันไปด้านข้างก็ปะทะกับสายตาวูบวาบคลุมเครือของจวินหวงเขาไม่รู้ว่าเพราะเหตุใด จู่ๆ ก็เกิดความร้อนรุ่มในอกขึ้นมากะทันหันดูเหมือนว่าเขาอยากจะอธิบายอะไร แต่ยังไม่ทันที่เขาจะเอ่ยปาก จวินหวงก็เก็บท่าทีเช่นนั้นกลับไปแล้วกลายมาเป็นเฟิงไป๋อวี้คนเดิม ที่กระจ่างใสบริสุทธิ์วางตัวห่างเหินไม่ยึดติดกับสิ่งใด

            "วันนี้ขอบคุณหวางเหย่ที่เดินมาเป็นเพื่อนผู้น้อย เวลานี้ก็มืดแล้วหวางเหย่รีบกลับไปเถิดยิ่งดึกน้ำค้างยิ่งแรง ควรดูแลสุขภาพเอาไว้ก่อน" จวินหวงประสานมือคำนับ

            มือที่ซ่อนอยู่ภายในแขนเสื้อของหนานสวินกำแน่นและสั่นน้อยๆ อย่างไม่อาจควบคุมได้เขาหลับตาลงเก็บกลืนความรู้สึกเข้าไป เมื่อลืมตาขึ้นอีกครั้ง เขาคือท่านอ๋องจอมทัพแต่นางเป็นเพียงแขกคนสำคัญที่อาศัยอยู่กับผู้อื่น และมีหนี้แค้นสายโลหิตรอชำระอยู่

            เขาไม่ได้เอ่ยวาจาใดๆ อีก เพราะรู้สึกว่าไม่มีอะไรจะพูดแล้วจึงหันกลับพาเด็กหนุ่มคนรับใช้จากไปฝุ่นละอองลอยตลบยกชายอาภรณ์พลิ้วไหวอยู่ท่ามกลางแสงไฟจากตะเกียง

            เด็กหนุ่มคนรับใช้จะว่าไปก็ติดตามหนานสวินมานานหลายปีย่อมมีหูตาไวที่จะสังเกตได้ถึงความหม่นหมองที่แผ่ออกมารอบกายของหนานสวินตลอดทางจึงไม่พูดอะไรเลย เพราะกลัวว่าจะทำให้หวางเหย่ของตนเองไม่พอใจได้

            เมื่อเห็นเงาร่างของหนานสวินห่างออกไปไกลแล้วจวินหวงก็เก็บสายตากลับมาอย่างรวดเร็ว ฉีเฉินเอ่ยปากถามเบาๆ"ดูเหมือนว่าน้องเฟิงจะมีความสัมพันธ์ที่ดีกับเขา เคยรู้จักกันมาก่อนหรือ?"

            จวินหวงได้ยินเช่นนั้นก็ยิ้มบางเบา แล้วตอบว่า"ตอนที่ผู้น้อยท่องเที่ยวไปหลายแคว้น ระหว่างทางเคยพบกับโจรป่าหากมิใช่ว่าหวางเหย่ยื่นมือเข้ามาช่วยเหลือเกรงว่าคงไม่ได้มีชีวิตรอดมาถึงเป่ยฉีในวันนี้ ไม่ใช่รู้จักกันมาก่อนเพียงมีบุญคุณต่อกันเท่านั้น ฝ่าพระบาทโปรดวางพระทัยผู้น้อยรู้ว่าควรจะจัดการกับความสัมพันธ์นี้อย่างไร"

            ฉีเฉินพยักหน้า "เช่นนั้นก็ไม่เป็นอะไร แต่น้องเฟิงจงจำไว้หนานสวินไม่ใช่คนจิตใจดีงาม คบค้ากับเขาก็ต้องระวังตัวให้ดี"

            "คำกล่าวของฝ่าพระบาทผู้น้อยจะจำใส่ใจไว้แน่นอน"จวินหวงกล่าวเรียบๆ ไม่แสดงความรู้สึกออกมาแม้แต่น้อยฉีเฉินไม่ได้คิดจะอยู่กับจวินหวงนานนักเขามองดูท้องฟ้าแล้วก็โบกมือไล่ให้จวินหวงไปพักผ่อน

            ระหว่างทางกลับมาเรือนข้าง จวินหวงก็พบเว่ยหลานอิ๋งที่นั่งพักอยู่ในศาลาเว่ยหลานอิ๋งเห็นจวินหวงมาแต่ไกล สาวใช้ประคองนางค่อยๆ เดินเข้ามาหยุดอยู่ตรงหน้าจวินหวง

            จวินหวงรู้ตัวว่านางเป็นเพียงแขกคนหนึ่ง แต่เว่ยหลานอิ๋งเป็นฟูเหรินนางย่อมให้เกียรติเว่ยหลานอิ๋งระดับหนึ่ง ประสานมือค้อมกายคำนับ"ผู้น้อยเฟิงไป๋อวี้คารวะฟูเหริน"

            เว่ยหลานอิ๋งเพียงแค่นหัวเราะเย็นชาออกมา ไม่กล่าวอันใดเอาแต่ยืนมองพิจารณาจวินหวงตั้งแต่หัวจรดเท้าดวงตาเต็มไปด้วยความเหยียดหยันอย่างเห็นได้ชัด  

            ผ่านไปครู่หนึ่ง เมื่อเห็นเว่ยหลานอิ๋งไม่มีวี่แววว่าจะเอ่ยปากอันใดจริงๆจวินหวงก็ตัดสินใจเดินเลี่ยงออกมา แต่ใครจะรู้ว่าเธอกลับถูกเว่ยหลานอิ๋งยื่นมือมาดึงเอาไว้นางมองจวินหวงแล้วกล่าวเหยียดหยาม "เฟิงไป๋อวี้เจ้าอย่าลืมว่าที่นี่คือจวนอ๋อง ไม่ใช่กระท่อมโกโรโกโสของเจ้าข้าเป็นฟูเหรินของฝ่าพระบาทแล้วนี่คือท่าทางที่เจ้าแสดงต่อคนในครอบครัวของนายที่อุปถัมภ์เจ้าหรือ?"

            จวินหวงอดยิ้มออกมาไม่ได้ มองไปที่เว่ยหลานอิ๋ง"คำพูดของฟูเหรินนี้ทำให้ผู้น้อยไม่รู้จะตอบอย่างไรฟูเหรินคงจะไม่รู้ว่าอีกไม่กี่วันองค์หญิงก็จะเข้ามาในจวนเจ้านายที่แท้จริงก็คือองค์หญิงเกรงว่าถึงวันนั้นในจวนอ๋องจะไม่มีตำแหน่งสำหรับฟูเหรินแล้ว"

             

            "เจ้า..." เว่ยหลานอิ๋งโกรธจัด ยื่นมือชี้หน้าจวินหวงพูดไม่ออกไปชั่วขณะในอกถูกสุมด้วยกองไฟ แผดเผามาจนถึงหน้าผากปวดร้าวไปหมดนางไม่คิดว่าจวินหวงจะวาจาร้ายกาจขนาดนี้

            เมื่อความโกรธพุ่งถึงขีดสุดเว่ยหลานอิ๋งกลับระเบิดหัวเราะออกมา "ใช่อีกไม่กี่วันหนานกู่เยว่เข้ามาในจวน ก็จะไม่มีตำแหน่งสำหรับข้าแล้ว แล้วเจ้าล่ะก็ไม่ใช่ว่าไปประจบประแจงหนานกู่เยว่เพื่อซื้อชีวิตหรือไร? เดิมทีข้านึกว่ากุนซือที่ฝ่าพระบาทโปรดปรานจะมีความทะนงในศักดิ์ศรีที่แท้ก็แค่คนถ่อยเจ้าเล่ห์"

            "ผู้น้อยเป็นแค่คนถ่อย ฟูเหรินกล่าวเช่นนี้ผู้น้อยรับได้กลัวแต่ผู้ประสงค์ดีได้ยินแล้ว หากไปกล่าวต่อหน้าฝ่าพระบาทก็ไม่รู้ว่าฝ่าพระบาทจะทรงคิดอย่างไร?" จวินหวงไม่ใช่คนที่ใครจะสบประมาทได้ตามอำเภอใจแต่ไหนแต่ไรใครไม่ร้ายมาข้าไม่ร้ายตอบ แต่ถ้าใครล้ำเส้นข้า ข้าจะเอาคืนเป็นสองเท่าตลอดมานางคร้านที่จะให้เว่ยหลานอิ๋งได้เปิดหูเปิดตาการดูหมิ่นเหยียดหยามทั้งต่อหน้าและลับหลังของนาง จวินหวงล้วนกล้ำกลืนฝืนทนเอาไว้ไม่คิดว่าเว่ยหลานอิ๋งจะไม่รู้ดีชั่วเช่นนี้

            อาจเป็นเพราะนางถูกเลี้ยงดูมาด้วยความรักและทะนุถนอมแต่ไหนแต่ไรไม่เคยถูกใครสบประมาทเยี่ยงนี้ จึงรู้สึกรับไม่ได้จริงๆ เว่ยหลานอิ๋งยกมือขึ้นมาหมายจะตบหน้าจวินหวง

            แต่ฝ่ามือนั้นย่อมไม่ได้สัมผัสลงไปเพราะถูกจวินหวงจับยึดเอาไว้ได้เสียก่อนดวงตาของจวินหวงเย็นเยียบ จ้องจนเว่ยหลานอิ๋งขนลุก ลืมต่อสู้ขัดขืนไปชั่วขณะปล่อยให้จวินหวงจับข้อมือตนเองไว้อย่างนั้น

            "หากฟูเหรินเป็นเช่นนี้อยู่ร่ำไปเกรงว่าในไม่ช้าก็คงสูญเสียความโปรดปรานจากฝ่าพระบาทเป็นแน่ฟูเหรินยังนึกว่าฝ่าพระบาทจะให้โอกาสฟูเหรินได้ตบผู้น้อยอีกหรือ?" จวินหวงถือโอกาสที่เว่ยหลานอิ๋งยังไม่ได้มีท่าทีตอบสนองใช้กำลังสะบัดข้อมือของนางออกไปเว่ยหลานอิ๋งเซล้มลงไปที่เก้าอี้ด้านข้างของระเบียงทางเดิน ร้องหวีดออกมาคำหนึ่ง

            จวินหวงมองลงไปที่เว่ยหลานอิ๋ง ใบหน้าของนางยังคงเหมือนเดิมยังคงเป็นใบหน้าที่ทำให้คนรู้สึกไม่ชอบเหมือนกับตอนที่เจอกันครั้งแรกชุดกระโปรงสีสันสดใสมีชีวิตชีวาของนางแม้จะทำให้นางดูสูงส่งสง่างามแต่น่าเสียดายกลับเป็นเพียงภาพลวงตาที่ไม่มีอยู่จริงเท่านั้น

            นางสูดลมหายใจลึกๆ เฮือกหนึ่ง เดิมทีก็อยากจะพูดอะไรสักหน่อยแต่ก็ไม่อยากเปลืองน้ำลายกับเว่ยหลานอิ๋งอีก ในที่สุดก็สะบัดแขนเสื้อจากไปราวกับไม่ได้พบกับเว่ยหลานอิ๋งมาก่อนเยี่ยงนั้น

            ในที่สุดคืนนั้นนางก็นอนไม่หลับจวินหวงนอนพลิกไปพลิกมาคิดถึงแต่สีหน้าที่ดูห่างเหินของหนานสวินราตรีล่วงเข้ายามสามแล้ว นางกลับยังไม่มีทีท่าว่าจะหลับลงได้เวลาผ่านไปชั่วหนึ่งจิบชา จู่ๆ นอกหน้าต่างก็มีเสียงเท้าคนเดินจวินหวงที่นอนอยู่พลิกกายลงจากเตียงทันที ถือเข็มเงินในมือดวงตาจ้องเขม็งไปนอกห้อง

            ไฟตะเกียงบนโต๊ะริบหรี่ลงอาจจะเป็นเพราะน้ำมันตะเกียงหมดแล้วในขณะที่ประตูเปิดมันก็พลิ้วไหวและดับสนิทในที่สุดลมหายใจของจวินหวงกระชั้นถี่ขึ้น ในหัวใจเกิดความกังวลเหมือนไร้ก้นบึ้ง ยิ่งไม่กล้าทำสิ่งใดบุ่มบ่ามที่นี่คือจวนอ๋อง ผู้ที่สามารถเข้ามาถึงที่นี่โดยไม่ถูกเว่ยเฉี่ยนจับสังเกตได้จะต้องเป็นยอดฝีมืออย่างไม่ต้องสงสัย

            ช่วงเวลาต่อมาประตูเปิดกว้างขึ้นอีก แววตาของจวินหวงเยียบเย็นขึ้นมาทันทีขณะที่เข็มเงินในมือของนางกำลังจะพุ่งออกไปนั้น ผู้มาที่อยู่หน้าประตูก็เอ่ยปากขึ้น" คุณชายอย่าได้ตระหนก ข้าเอง โหรวเอ๋อร์"

            เมื่อได้ยินเสียงของโหรวเอ๋อร์ จวินหวงค่อยถอนหายใจด้วยความโล่งอกที่แท้ก็เป็นคนที่ฉีอวิ๋นส่งเข้ามา ความจริงก็เป็นคนที่มีฝีมือร้ายกาจคนหนึ่งถ้าหากคิดจะสังหารฉีเฉินย่อมง่ายดุจพลิกฝ่ามือแต่ฉีอวิ๋นเป็นคนจริงใจและตรงไปตรงมาอย่างแท้จริง สายสัมพันธ์ระหว่างสายเลือดยังคงอยู่ในใจของเขาเขาจะไม่ลงมือทำร้ายฉีเฉินอย่างแน่นอนนางมั่นใจ

            "เจ้ามาทำอะไรที่นี่?" จวินหวงถามเสียงเย็นเยือกหลังเก็บเข็มเงินลงแล้วนางก็นั่งอยู่ในความมืด แล้วยกกาน้ำชาที่อยู่บนโต๊ะรินน้ำชาลงในแก้วจากนั้นก็นั่งดื่มเพียงลำพัง

            โหรวเอ๋อร์ปิดประตูและไม่ได้จุดตะเกียง นางเป็นยอดฝีมือ สามารถมองเห็นจวินหวงได้อย่างชัดเจนแม้ในความมืดจวินหวงก็ยังวางตัวนิ่งเฉย ปล่อยให้โหรวเอ๋อร์มองตนเองไป จิบชาหนึ่งคำ หยุดหนึ่งคำสีหน้าดูสบายใจอย่างมาก

            ในใจของโหรวเอ๋อร์นึกเลื่อมใสในความสงบนิ่งของจวินหวงอยู่เงียบๆแต่กลับยังคงก้าวเข้าไปหาจวินหวงประสานมือให้ถือเป็นการคารวะจากนั้นก็ก้มหน้ากล่าวว่า "หวางเหย่บอกว่าอยากจะพบคุณชายสักครั้ง"

            จวินหวงได้ยินเช่นนั้นก็มุ่นคิ้ว ไม่รู้ว่าฉีอวิ๋นมีธุระอะไรนางไม่ได้เอ่ยปากถาม เพียงแค่ดำดิ่งในห้วงความคิด ในขณะที่กำลังใจลอย น้ำชาในถ้วยชาที่ถืออยู่ในมือก็เอียงหกรดนิ้วมือของตนเองโชคดีที่น้ำชาเย็นชืดหมดแล้ว 

    คล้ายกับเรื่องลิขิตหงสาเหนือปฐพี [แปลจบแล้ว] ที่คุณอ่าน

    คู่มือเศรษฐีนีชาวนาฉบับสาวน้อยทะลุมิติ [วางจำหน่ายถึงวันที่ 31-10-2569]

    คู่มือเศรษฐีนีชาวนาฉบับสาวน้อยทะลุมิติ [วางจำหน่ายถึงวันที่ 31-10-2569]

    นิยาย รัก
    775K 1120
    ชีวิตมหัศจรรย์สองชาติภพ [แปลจบแล้ว]

    ชีวิตมหัศจรรย์สองชาติภพ [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    386K 808
    PAULSON พอลสัน : รักให้จำ (มี Ebook แล้วนะคะ)

    PAULSON พอลสัน : รักให้จำ (มี Ebook แล้วนะคะ)

    นิยาย รัก
    21K 111
    ฮูหยินของท่านจอมยุทธ์ในตำนาน [แปลจบแล้ว]

    ฮูหยินของท่านจอมยุทธ์ในตำนาน [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    579K 730
    หลินเว่ยเว่ยสาวน้อยจอมพลัง (นิยายแปล)***จบแล้ว***

    หลินเว่ยเว่ยสาวน้อยจอมพลัง (นิยายแปล)***จบแล้ว***

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    355K 668
    เกิดใหม่ชาตินี้ ขอเป็นเศรษฐีนีในยุค 80 [แปลจบแล้ว]

    เกิดใหม่ชาตินี้ ขอเป็นเศรษฐีนีในยุค 80 [แปลจบแล้ว]

    นิยาย รัก
    2.27M 2359
    ย้อนเวลามาเป็นท่านอ๋องน้อย [แปลจบแล้ว]

    ย้อนเวลามาเป็นท่านอ๋องน้อย [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    931K 592
    ย้อนเวลามาเป็นคุณหนูไร้ค่ากับระบบยาพิศวง [จบ]

    ย้อนเวลามาเป็นคุณหนูไร้ค่ากับระบบยาพิศวง [จบ]

    นิยาย รัก
    635K 1371
    นายน้อยเจ้าสำราญ **จบแล้ว**

    นายน้อยเจ้าสำราญ **จบแล้ว**

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    489K 1390
    ข้ามมิติลิขิตรักนายตัวเบี้ย [แปลจบแล้ว]

    ข้ามมิติลิขิตรักนายตัวเบี้ย [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    525K 663