บทที่ 15 สับสนทำอย่างไรดี
หลินอี้เสวียนเข้าใจจิติญญาของการ คลำหินข้ามแม่น้ำอย่างถ่องแท้ เขาชี้ไปที่แผนผังจุดชีพจร เรียนรู้และนำมาใช้ในทันที
“ได้ผลจริงเหรอ” จินซูเห็นเหงื่อซึมบนหน้าผากของซุนอิง รู้สึกประหลาดใจเล็กน้อย
“มีปฏิกิริยาตอบสนองถือว่าเป็ข่าวดี ผมเคยถามหมอทหาร นอกจากการนวดจุดชีพจรเพื่อกระตุ้นการตื่นแล้ว ยังมีการฝังเข็มและการรักษาด้วยไฟฟ้า ผมวางแผนจะพาแม่ไปลองหลาย ๆ ที่ ถ้าจำเป็สามารถเรียนรู้ได้”
การฝังเข็ม...แล้วยัง...ยังมีการใช้ไฟฟ้าอีก! ซุนอิงใกับแผนการอันยิ่งใหญ่ของลูกชายจนเหงื่อท่วมตัว ไม่ตายเพราะวิธีการรักษาด้วยน้ำเต้าหู้ของลูกสะใภ้ ก็คงต้องตายด้วยวิธีการเหล่านี้ของลูกชายแน่ ๆ
จินซูขมวดคิ้ว เธอทวนคำพูดที่ดูไม่ค่อยเป็ผลดีบางอย่างจากคำพูดของเขา
“คุณจะไปเรียน”
“อืม”
“แล้วกองทัพล่ะ ถ้าฉันเดาไม่ผิด ครั้งนี้นายสร้างผลงานได้อย่างยอดเยี่ยม น่าจะได้เลื่อนขั้นแล้วใช่ไหม”
“เบื้องบนจะส่งผมไปฝึกอบรม พอกลับมาจะให้ไปเป็ครูฝึกหน่วยรบพิเศษที่ตั้งขึ้นใหม่ แต่ผมปฏิเสธผมตั้งใจจะโอนย้ายกลับมาอยู่บ้าน จะได้มีเวลาดูแลแม่มากขึ้น” หลินอี้เสวียนเอ่ยถึงแผนการของเขา ทำเอาซุนอิงกับจินซูใพร้อมกัน
“ไม่ได้!” จินซูโพล่งออกมา ส่วนซุนอิงก็คิดแบบนั้น โอกาสดี ๆ แบบนี้ หากพลาดไปจะต้องเสียใจไปตลอดชีวิต
“ผมคิดดีแล้ว” ก่อนจะกลับมา หลินอี้เสวียนได้ตัดสินใจแล้ว แม้ค่ายทหารจะเป็ความฝันตลอดชีวิตของเขา เขาเป็ทหารตามรอยบิดา ตอนที่เขาสวมชุดทหารก็เคยสาบานกับตัวเองไว้ว่า จะต้องเป็ทหารหน่วยรบพิเศษที่แข็งแกร่งที่สุด
ตอนนี้เป้าหมายอยู่ตรงหน้า ความปรารถนาใกล้จะเป็จริง หากต้องล้มเลิกไปต่อหน้าต่อตา จะบอกว่าไม่เสียดาย ไม่เสียใจ ก็คงเป็เื่โกหก แต่ลูกผู้ชายอย่างเขาต้องมีความรับผิดชอบ เกิดเื่ไม่คาดฝันขึ้นกับครอบครัวแบบนี้ เขาไม่อาจโยนภาระหนักอึ้งไว้บนบ่าภรรยาได้
การดูแลผู้ป่วยติดเตียงนั้นลำบากแสนเข็ญ แค่ลองทำก็รู้แล้ว การพลิกตัวให้แม่ก็ไม่ใช่เื่ง่าย ยิ่งตอนป้อนข้าวป้อนน้ำยิ่งต้องระมัดระวัง โจ๊กถั่วเขียวแค่ชามเล็ก ๆ จินซูป้อนอยู่เกือบครึ่งชั่วโมง
ความเหน็ดเหนื่อยอย่างนี้ เขาจะปล่อยให้เธอรับไว้เพียงคนเดียวได้อย่างไร ถ้าแม่ไม่ฟื้นขึ้นมา นี่หมายถึงภาระอันหนักหน่วงยาวนานหลายสิบปี ต้องดูแลไปวัน ๆ ปีแล้วปีเล่า ไม่มีทางหลีกเลี่ยง
“คุณคิดดูอีกทีนะ ต้องมีทางออกที่ดีสำหรับเราทั้งสองคน อย่ายอมแพ้ตอนนี้” จินซูรู้สึกซาบซึ้งกับความเด็ดเดี่ยวของเขา ขณะเดียวกันก็รู้สึกผิดขึ้นมา เธอกำลังคิดว่าจะหย่าแล้วหนีไป แต่เขากลับยังเป็ห่วงเธอ เป็ผู้ชายที่ดีจริง ๆ
“ไม่ต้องคิดให้มากหรอก การแบกรับความรับผิดชอบ การทำหน้าที่ ไม่มีอะไรต้องพูดแล้ว และ…” หลินอี้เสวียนมองจินซู คำพูดที่เตรียมไว้มาถึงริมฝีปาก สีหน้าของเขากลายเป็เคร่งขรึม
ก่อนที่เขาจะกลับมา เขาครุ่นคิดอย่างจริงจังว่าจะเผชิญหน้ากับภรรยาของเขาอย่างไร ครอบครัวของเขาเจอกับเื่ร้ายแรงขนาดนี้ เสี่ยวเหม่ยยังเด็ก การที่ต้องติดอยู่ในบ้านหลังนี้ ต้องเผชิญหน้ากับแม่สามีที่เป็เหมือนผักทุกวัน มันไม่ยุติธรรมสำหรับเธอเลย
เขาไม่อยากฉุดรั้งเธอ จึงคิดว่าจะกลับมาขอหย่า มอบเงินเก็บทั้งหมดให้กับเธอ ส่วนที่อยู่ของเธอถ้าพ่อแม่เธอไม่ต้อนรับ เขาก็จะยกบ้านหลังนี้ให้เธอ หลังจากนั้นเขาจะพาแม่ไปอยู่ที่อื่น ถ้าเสี่ยวเหม่ยเต็มใจ เขายังสามารถแนะนำเพื่อนทหารให้กับเธอได้
พวกเขาล้วนเป็นายทหารที่ผมคัดเลือกมาอย่างดี ทุกคนผ่านการทดสอบทั้งจากกองทัพและประเทศชาติ ด้านคุณธรรมไม่มีปัญหาแน่นอน พวกเขาเหมาะกับเธอมากกว่าเขาที่เป็ภาระเช่นนี้
รายชื่อเขาดูไว้หมดแล้ว อยู่ในกระเป๋า ทุกอย่างเขาคิดมาอย่างถี่ถ้วน แต่ไม่รู้ทำไม เพียงแค่ได้อยู่กับเธอสองชั่วโมง หัวใจของเขาเหมือนมีบางอย่างเพิ่มเข้ามา
เธอเหมือนแม่เหล็กที่ดึงดูดเขา เหมือนพรหมลิขิตที่เรียกร้อง เขานึกถึงตอนที่เผชิญกับน้ำท่วม ถูกกระแสน้ำพัดพาไป ขณะนั้นมีเรือกู้ภัยอยู่ตรงหน้า แค่เอื้อมมือก็คว้าได้ แต่เขากลับคว้ามันไว้ไม่ได้
เธอเหมือนเรือลำนั้น มีครบทุกอย่างที่ดึงดูดเขา ทั้งฉลาด กล้าหาญ เด็ดขาด มีเมตตา และมีจุดยืน นับได้ว่าเพียบพร้อม เอกลักษณ์เฉพาะตัวและเสน่ห์ของเธอทำให้ความงามกลายเป็สิ่งที่ดึงดูดเขาน้อยที่สุด
เขาก็ไม่เข้าใจเหมือนกันว่าทำไมตอนจดทะเบียน เขาถึงไม่รู้สึกหวั่นไหว แต่กลับมาหวั่นไหวเอาตอนที่ได้อยู่กับเธอแบบนี้ เกิดความรู้สึกที่ไม่ควรเกิดขึ้น
ถ้าที่บ้านเขาไม่เกิดเื่เขาคิดว่าตัวเองคงจะตกหลุมรักผู้หญิงคนนี้เข้าอย่างจัง แต่ ณ วินาทีนี้ เขาไม่มีคุณสมบัติมากพอ เธอเฉลียวฉลาด มองโลกมาอย่างโชกโชน เพียงแค่สบตาเขา เธอก็รู้ทันทีว่าเขาจะพูดอะไร ใจของเธอสับสนไปหมด รู้สึกซับซ้อนเกินกว่าจะเอื้อนเอ่ยออกมาได้
ความดีของผู้ชายคนนี้ เธอมองเห็นมันอยู่ในสายตาต้องยอมพูดเลยว่าหลินอี้เสวียนเป็ลูกผู้ชายที่แน่วแน่ กล้าหาญ หาได้ยากยิ่ง ทัศนคติที่ไม่หลบเลี่ยงปัญหาของเขา ทำให้อวี้จินซูชื่นชมเป็อย่างมาก
เธอรู้ว่าเขา้าหย่าข้าวเย็นมื้อนี้ เขาตั้งใจเตรียมเป็งานเลี้ยงอำลา ผู้ชายคนนี้ไม่อยากเป็ภาระให้เธอ แม้กระทั่งเพื่อดูแลแม่เขาถึงกับยอมละทิ้งอุดมการณ์ถอดเครื่องแบบทหาร
คนดี ๆ แบบนี้ โชคชะตาช่างโหดร้ายกับเขานัก ไม่อาจเรียกได้หาความยุติธรรมได้
ถ้าเขาเห็นแก่ตัวสักนิด เขาคงโยนภาระการดูแลภรรยาที่เป็เ้าหญิงนิทราให้เธอทั้งหมด ส่วนตัวเองก็มุ่งมั่นกับความฝันในค่ายทหารโยนความกตัญญูให้ภรรยาดูแลแทน ไม่มีใครว่าเขาได้หรอก
ถ้าเขาไม่ลาออกจากราชการ แม้แต่คนอย่างอวี้จินซูที่ทั้งเก่งทั้งฉลาด ก็ยากจะหย่าข้างเดียวได้ ถ้าเขาไม่ยอมตกลงการแต่งงานครั้งนี้ก็จะได้รับความคุ้มครองตามกฎหมาย
หลินอี้เสวียนมีทางลัดให้เลือกเดินมากมาย แต่เขากลับเลือกเส้นทางที่ยากที่สุด เส้นทางที่เต็มไปด้วยขวากหนามและขรุขระ นั่นก็คือความรับผิดชอบ
ในฐานะนักธุรกิจที่จบสายวิศวกรรม จินซูมักให้เหตุผลมาก่อนเสมอ น้อยครั้งนักที่จะใช้อารมณ์ แต่ในตอนนี้เธอรู้สึกประทับใจในตัวชายผู้แข็งแกร่งดั่งเหล็กกล้าผู้นี้
ถ้าหลินอี้เสวียนไม่พูดแบบนี้ ตามความคิดของจินซู เธอคงหลอกเขาให้มีลูกด้วยกัน แล้วค่อยหย่าให้เขาได้สมหวังกับจางสุ่ยหลิง ทุกอย่างเป็ไปอย่างราบรื่น
หลังจากหลินอี้เซวียนพูดจบ จินซูก็ครุ่นคิดอย่างจริงจัง เธอช่างตื้นเขินนัก คิดอะไรตื้น ๆ ง่าย ๆ เกินไป ตอนนี้ตระกูลหลินกำลังเสียเปรียบ ไม่ใช่แค่เื่ง่าย ๆ ที่คนสองคนรักกันแล้วจะสมหวังในรัก
ตำแหน่งภรรยาของหลินอี้เสวียน ไม่ใช่แค่เื่สวยหรู แต่คือความรับผิดชอบและความเหน็ดเหนื่อย หลินอี้เสวียนยังดูแลเอาใจใส่เธอ คิดแทนเธอ ทั้งๆ ที่เธอเป็ภรรยาที่เขาแทบไม่รู้จัก
ผู้ชายที่มีนิสัยเที่ยงตรงแบบนี้ ต่อให้หย่ากับเธอ เขาก็คงไม่เลือกจางสุ่ยหลิงหรอก ไม่ว่าเขาจะมีใจให้หรือไม่ เขาก็ไม่เลือก ผู้ชายคนนี้อยากรับผิดชอบทุกอย่างเป็สุภาพบุรุษตัวจริง
ปกติแล้วอวี้จินซูไม่ค่อยยอมใคร แต่สุภาพบุรุษวัยเพียงยี่สิบห้าปีตรงหน้ากลับทำให้เธอได้เรียนรู้อะไรบางอย่าง เขามีมากกว่าภาพลักษณ์ภายนอกของทหาร แต่จิตใจเขาก็เป็ทหารอย่างแท้จริง เป็คนเที่ยงตรง
ในขณะที่อวี้จินซูกำลังครุ่นคิดอย่างจริงจัง หลินอี้เสวียนก็ตัดสินใจได้แล้ว เขายอมรับว่าเขาสนใจและชอบเธอมาก แต่มันก็เป็เพียงต้นอ่อนแห่งความรักที่เขาต้องกำจัดทิ้งไป
เพราะเธอทั้งเก่งและดีแบบนี้ เขาถึงไม่ควรฉุดรั้งเธอ ไม่ควรดึงเธอเข้ามาพัวพันกับชีวิตอันยุ่งเหยิงของเขา
“เสี่ยวเหม่ย เื่อนาคตผมมีเื่ที่อยากจะคุยกับคุณอย่างจริงจัง”
“เอาสิ ฉันเองก็อยากจะคุยกับคุณเหมือนกัน” ในขณะที่หลินอี้เสวียนกำลังสับสน จินซูเองก็กำลังครุ่นคิด บางทีทัศนคติที่มีต่อการหย่าร้างของเธอกับเขามันอาจจะไม่ตรงกัน
ตอนที่เธออยากหย่าเขาไม่ยอมหย่า แต่พอเขาอยากหย่าเธอกลับเปลี่ยนใจ