ตอนที่สี่สิบสาม ตำแหน่งเหนือกว่าบุคคล
โอ้การมีเมตตาต่อคนที่สถานะต่ำกว่าด้วยการพูดจาแบบธรรมดากับพวกเขานี่สร้างความรู้สึกดีจริงๆด้วย
มิน่าชนชั้นสูงถึงชอบทำกัน
ผมยื่นมือไปหยิบดาบออกมาจากอัศวินเกราะหนักที่พยายามจะจับดาบใส่ผม
พร้อมกับตบบ่าเขาอย่างอ่อนโยน
จนร่างของคนใส่เกราะนั้นทรุดลงกับพื้น
ผมลืมไปเล็กน้อยว่าฮาลิเอลนั้นคือระดับเทวทูต
เห็นหน้าตาสวยๆและร่างกายบอบบางเช่นนั้นแต่ความทนทานของฮาลิเอลนั้นมากกว่าโทรลภูเขาเสียอีก
เสน่ห์มากกว่าภูต ความรวดเร็วมากกว่างูจงอางและความทนทานมากกว่าโทรลภูเขา
ระดับเทวทูตไม่มีใครเป็นคนธรรมดาแม้เธอจะเป็นสายชูธงนำทัพไม่ใช่สายต่อสู้โดยตรงก็ตาม
บางครั้งผมก็คิดว่า
DM จงใจวางกับดักพวกผมไว้หรือเปล่าที่ทำให้พวกนายน้อยสกุลใหญ่ของขุนนางทำนิสัยกวนส้นเท้าแต่ฝีมือจริงๆไม่เท่าไร
แต่เราก็ต้องทนกับความกวนส้นเท้าของนายน้อยสกุลใหญ่พวกนี้เพราะพวกเขาใช้เงินเรียกกองทัพของพวกเขามาจัดการกับคนที่ฆ่านายน้อยของพวกเขาได้
ใช่แล้วครับ
พวกเขาส่งกองทหารรับจ้างติดเกราะเหล็กกว่าห้าสิบคนมาตามล่าเราแต่ไม่ยอมส่งสักห้าคนไปช่วยจัดการก็อบลินท้ายหมู่บ้าน
“ข้าคือท่านผู้นำสูงสุดคัลจำไว้ให้ดีข้อนี้สำคัญมาก”
ผมยกนายน้อยอัศวินคนนั้นมาด้วยมือข้างเดียวจนสายตาของเขาอยู่ในระดับเดียวกับผม
“เพราะตำแหน่งนั้นสำคัญกว่าตัวบุคคลหากไม่มีตำแหน่งพวกเราก็จะไม่มีอะไรเลย ดังนั้นคนตายได้ไม่สำคัญแต่ตำแหน่งต้องได้รับการเคารพเสมอ”
ผมกล่าวอย่างอ่อนโยนตอนยกตัวอัศวินคนนั้นขึ้นมา
เฮ้อเพราะอย่างนี้ผมถึงได้เกลียดพวกขุนนางและการทูต
สิ่งที่หยุดผมไว้ไม่ให้เอาขวานเจาะหัวพวกนายน้อยพวกนี้มีเพียงอย่างเดียวคือระแวงว่าพวกเขาจะส่งทหารเกราะหนักหลายร้อยคนมาตามล่าผมเท่านั้นล่ะ
ผมไม่อยากจะทำเควสต์เปลี่ยนสายไปเข้ากับพวกปีศาจแทนเสียด้วยเพราะจะต้องเล่นการเมืองมากกว่าเดิม
ผมเกลียดมาก
บาบาเรี่ยนไม่เหมาะกับการโรลเพลย์การเมืองสักเท่าไรถ้าไม่เกี่ยวกับเรื่องของการใช้กำลังปลุกระดมประชาชนเพื่อฆ่าผู้ปกครอง
แต่ผมนั้นเปิดใจให้กว้างเสมอหากสถานการณ์เรียกร้องก่อนที่จะหนีไปผมต้องตัดคอพวกเขาก่อนที่จะหนีให้ได้เพื่อให้มั่นใจว่ามันคุ้มค่าแล้วที่จะต้องโดนตามล่า
DM พยายามจะบอกว่า
“พวกขุนนางไม่ได้ทำอะไรผิดนั่นคือเรื่องธรรมดา”
ผมก็จะทำเรื่องธรรมดาเช่นกัน
ผมเป็นคนเถื่อนการเห็นอารยธรรมพังทลายและความป่าเถื่อนกลับมานั้นคือเรื่องปรกติของผมอยู่แล้ว
หากอารยธรรมล่มสลายลงเพราะการกระทำของเหล่านายน้อยเองก็ช่างเป็นเรื่องที่เหมาะสมในการบอกเล่าเป็นตำนานต่อไปจริงไหม?
แต่ผมก็ผิดหวัง
นายน้อยที่ผมชูขึ้นมาสบตาเขากลับหลบตาและพยักหน้ากล่าวว่า
“เข้าใจแล้ว ท่านผู้นำสูงสุดคัล”
ผมพยักหน้าและวางเขาลงกับพื้นก่อนที่จะ..เอ๊ะ
หลบตา
ผมล้วงกระจกมาจากกระเป๋าท่ามกลางความงุนงงของทั้งหมด
“เจ้าช่วยส่องกระจกนี้ให้ข้าดูตรงนี้หน่อยได้ไหม?”
ผมกล่าวถามอัศวินคนที่จะชักดาบใส่ผมและผมหยิบมีดเงินออกจากกระเป๋าของผมและบอกว่า
“เอามีดนี้แทงมือตนเองให้ดูหน่อยด้วย”
ท่ามกลางสายตาประหลาดใจของทุกคนผมก็พยักหน้าเห็นด้วยในใจ
ผมใจดีไปแล้วจริงๆ
ผมควรจะเอาน้ำมนต์สาดทุกคนที่เข้าใกล้ผมและเอาน้ำที่ผสมสมุนไพรราดด้วย
แต่คนเราบางคนสิ่งที่ต้องการทำก็อยู่ตรงกันข้ามกับปัญหาที่ตนเองเจอในปัจจุบัน
อัศวินคนนั้นรับมีดไปและทำท่าลังเล
ผมไม่ได้จับดาบแต่พร้อมที่จะพุ่งชนกระแทกTackle ให้ล้มลงกับพื้นหากเขากลายเป็นแวมไพร์หรือภูตหรือปีศาจปลอมตัวมา
แน่นอนการทดสอบเช่นนี้ไม่สามารถจัดการกับภูตหรือปีศาจที่ใช้ไอเท็มหรือเวทย์ชั้นสูงได้จริงๆแต่อย่างน้อยก็เท่ากับว่าเราตัดความสงสัยออกไปได้ว่าเราไม่เจอภูตหรือปีศาจระดับกลางๆแน่นอน
ว่าคนที่จะตบตาวิธีเช่นนี้ได้มีแต่ปีศาจหรือภูตชั้นสูงขึ้นไปเท่านั้น