โทรศัพท์มือถือในมือสั่นเตือน เป็เพื่อนคนสนิทโทรเข้ามา โฟกัสที่รอคอยให้ผักบุ้งรับสายอย่างใจจดใจจ่อ อาการกึ่งดีใจและเป็ห่วงเริ่มมีความหวัง เพราะเพื่อนของเธอเปิดเครื่องแล้ว ผักบุ้งกำมือถืออยู่ครู่หนึ่งในใจตัดสินใจไม่ได้ว่าควรจะรับหรือไม่รับ ตอนนี้ไม่สามารถบอกความรู้สึกของตัวเองได้เลยว่าควรต้องทำยังไง ในใจเพียง้าแค่กลับไปถึงห้องให้เร็วที่สุด อยากทิ้งตัวลงนอน ไม่อยากจะเชื่อว่าสิ่งที่เกิดขึ้นกับตัวเองเป็เื่จริง
“มันไม่รับแน่ ๆ กูว่า” โฟกัสที่กำลังนั่งกินข้าวเช้าบวกกลางวันด้วยความหิวโหย บอกเพื่อน ๆ ที่นั่งร่วมโต๊ะ
“ก็ลองคิดว่า เป็กูดู กูก็ไม่รู้จะทำยังไงเหมือนกัน อีเหี้ย สงสารมันฉิบหาย”คิมพูดขึ้นบ้าง หลังจากโทรหาเมียเสร็จ หูชาไปข้างหนึ่ง เพราะครูขิมของเธอด่าจนสายแทบไหม้
“ถ้ามันไม่รับสายมึง พวกเราก็สลับกันโทร กูอยากให้มันรู้ว่า พวกเราเป็ห่วงมันเว้ย ไม่มีใครจะทิ้งมัน อยากให้มันรู้สึกว่า มันปลอดภัย”ไอติมพูดชี้นำเพื่อน ทั้งสองคนพยักหน้าตาม
“มึงคิดว่าคนอื่น ๆจะเอาคลิปไปปล่อยมั้ยวะ”คิมถามด้วยความห่วงใย และแอบเครียดไปตามไอติม เพราะมันคือหัวหน้าแก๊งที่กำลังทำหน้าอมทุกข์อย่างเห็นได้ชัด
“ก็ลองดูสิวะ กูไม่ปล่อยใครสักคน ไม่สนด้วยว่า เคยเป็เพื่อนกัน เพื่อนที่ดีแม่งไม่ทำร้ายกันเองเว้ย”ไอติมพูดจริงจัง “กูไม่ได้จะเบ่ง พวกมึงก็รู้ลุงกูเป็อะไร” เพื่อนๆในกลุ่มรู้ดี ที่บ้านไอติมนอกจากพ่อแม่เป็นักธุรกิจแล้ว บรรดาญาติ ๆ ก็มีหน้าที่การงานและเงินดี ๆทั้งนั้น ลุงคนที่พูดถึงเป็ผู้พิพากษาระดับสูง เขาไม่มีลูกเลยรักและเอ็นดูไอติมมาก ๆ“ช่วยกันเป็หูเป็ตานะมึง แต่ตอนนี้มันรับหรือยัง” ไอติมอดเป็ห่วงไม่ได้
“ยะ… เฮ้ยยยย มึง กูเป็ห่วงแทบตาย มึงอยู่ไหน” โฟกัสเสียงดัง น้ำตาไหลลงแก้มพูดกับเพื่อนแบบเสียงสั่นเครือ “บุ้ง มึงบอกพวกกูเถอะ กูสามคนตามหามึงทั้งคืน ไม่ต้องกลัวนะ ทุกคนรักมึงนะเว้ย”
“โอเค ร้องได้ ร้องออกมาเถอะ แต่ว่า กูอยากให้มึงร้องกับพวกกู เพราะกูอยากโอ๋มึงนะบุ้ง กลับบ้านนะ เดี๋ยวกูไปหา” โฟกัสพยายามปลอบ ทั้งโต๊ะเงียบฟัง
“โอเค พวกกูกำลังไป รออยู่บ้านนะ มึงมีพวกกูนะเว้ย” โฟกัสส่งสัญญาณบอกเพื่อนให้เช็กบิล ไอติมวางเงินไว้บนโต๊ะ คิมรีบเก็บของทั้งสามคนมุ่งหน้าไปหาผักบุ้งที่บ้าน
กลับมาที่ที่พักหรูของผับดัง ครูสาวที่พยายามนอนให้หลับหลังจากเด็กสาวคนนั้นออกจากห้องไป แต่แม้ว่าจะพยายามแค่ไหน ก็ไม่สามารถหลับลงได้จริง ๆภาพในอดีตมันหวนกลับมาเป็ฉาก ๆ ผสมกับเื่ราวของปัจจุบัน จนคิดว่า เธอกำลังจะสร้างเื่ราวเื่ใหม่ขึ้นมาอีกเป็แน่
“หึ” ปริมประภาหัวเราะในลำคอ แม้เื่ราวในอดีตจะผ่านมานานจนแทบจำบาง่บางตอนไม่ได้ แต่ว่าความเ็ปรวดร้าวที่เคยได้รับ แม้มันจะนานแค่ไหน ก็ยังไม่เคยลืม ใจกำลังสับสน จะปล่อยเด็กคนนั้นไปให้เหมือนกับคนอื่น ๆ ที่เธอเคยได้ แต่อีกเสี้ยวความคิดก็คิดว่า เก็บไว้เล่น ๆพอคลายเหงาก็น่าสนุกเพราะคนนี้มีของแถมเผื่อเอาไว้ขุดเื่เก่า ๆ ด้วยก็คงดี
ก๊อก ๆ ๆ เสียงเคาะประตูดังขึ้นรัว ๆ ปริมประภาสงสัย ปกติไม่เคยมีใครรบกวน พนักงานทุกคนล้วนรู้ความเ้าระเบียบและเื่มากของเธอผู้เป็น้องสาวของเ้าของที่นี่ ครูสาวลุกขึ้นหยิบชุดคลุมที่อยู่ในตู้ปลายเตียง เดินสาวเท้าช้า ๆไปที่ประตู ตั้งใจว่า ถ้าไม่ใช่ธุระสำคัญจะด่าคนที่มารบกวนให้เต็มที่ ครูคนสวยเปิดประตูทันทีไม่ได้ส่องตาแมวอะไรทั้งนั้น คนที่เธอเจอไม่ได้เหนือความคาดหมายเท่าใดนัก และก็ไม่ใช่คนที่ควรถูกด่าเสียด้วย ปริมประภาขยับมือเป็เชิงอนุญาตให้เข้ามาข้างในห้องได้
“มีอะไร”ครูสาวนั่งลงที่โซฟา “แล้วไม่เรียนหรือไง ห๊ะ”
“แล้วไม่สอนบ้างหรือไงคะ”เด็กสาวพูดแล้วนั่งลงที่โซฟาตัวตรงข้าม
“วันนี้ฉันก็ลาป่วยบ้างสิ เธอเองน่ะแหละ ออกมาจากโรงเรียนได้ยังไง พ่อรู้หรือเปล่า”ปริมประภา เอื้อมมือมาหยิบเอามวนกระดาษเล็ก ๆพร้อมไฟแช็กที่วางอยู่บนโต๊ะ
“เมื่อไหร่จะเลิก”เด็กสาวหน้าไม่สบอารมณ์
“ก็ว่าจะเลิก แต่มันเลิกไม่ได้สักที เอ่อ แล้วก็ไม่รู้จะเลิกทำไม ไหน ๆก็ต้องตายอยู่ดี”
“ตายคนเดียวก็ดีไปสิ อันนี้พาคนอื่นเค้าตายด้วย”เด็กสาวในชุดนักเรียนพูดตามตรง ไม่อ้อมค้อม ด้วยความสนิทกัน “อาปริมเื่อื่น ๆ หนูแล้วแต่เลย แต่เื่นี้ ไม่ได้จริง ๆ หรอคะ เลิกเหอะ”ส้มโอพูดจริงจัง
“ไม่ต้องอารัมภบท ไหนมีเื่อะไร ไม่สำคัญฉันด่านะคะ” ปริมประภาดูดบุหรี่แล้วพ่นควันสีขาวออกมาอยู่สองสามที แต่เด็กสาวยังคงนั่งเงียบ แถมตอนนี้กอดอกจ้องตาเขม็ง “เอ่อ ๆ”ครูสาวขยี้มวนบุหรี่ลงที่จานเขี่ยบุหรี่ทรงสวย
“เมื่อคืนกลับกี่โมงคะ”
“น่าจะเกือบ ๆ ตีหนึ่งมั้ง ฉันก็จำไม่ได้”ปริมประภาโคลงศีรษะ ยัยหลานคนนี้มันจะมายังไงแน่
“เมามากล่ะสิคะ”
“เมามากอะไรกัน ฉันเข้าห้องถูกแล้วก็ยังมาเองได้”ปริมประภาเป็ฝ่ายกอดอกบ้าง
“ในฐานะที่เราสนิทกันมาก”ส้มโอเว้น่
“จ้าา สนิทกันมาก จนแกเกือบจะเอาฉันที่เป็อาแท้ ๆ”ปริมประภาก็คนตรง ๆเช่นเดียวกัน ทำเอาส้มโอหน้าเจื่อนลงมานิดหน่อย
“เฮ้ย อาปริมเื่มันก็นานมาแล้วอย่าพูดถึงเลย หนูเมาตอนนั้น ก็ห่าม ๆอ่ะ เพิ่งสิบห้าเอง ตอนนี้สิบแปดแล้วคิดได้เเล้วฮะ”ส้มโอเถียงแจ้วๆ
“เอ่อ ฉันแค่ขำ นึกแล้วอุบาทว์ว่ะ”ปริมประภาหัวเราะ “ตอนนั้นแกเหมือนทอมน้อย”
“ไม่ต้องมาเปลี่ยนเื่ หนูถามพวกการ์ดแล้ว เื่เพื่อนหนูอ่ะ ฝีมืออาปริมใช่มั้ย”ส้มโอสีหน้าจริงจังมาก จนปริมประภาหยุดหัวเราะ แล้วนั่งเงียบ “อาปริม ไม่พูดอะไรหน่อยหรอ”ส้มโอถอนหายใจยาว เมื่ออีกฝ่ายไม่พูดอะไรต่อ ซึ่งมันเป็การยอมรับไปแล้ว ปกติอาสาวของเธอนิสัยค่อนข้างนักเลง
“ใช่ แกมีปัญหาอะไร”ปริมประภาเสียงเรียบ ส้มโอกัดฟันขณะฟัง “กลุ่มไลน์กลุ่มนั้นน่ะ”ปริมประภาเว้น่ “ไม่ได้ดีไปกว่าการกระทำของฉันสักเท่าไหร่หรอก”
“แต่พวกหนูไม่ได้ขืนใจใคร”ส้มโอยืดตัว
“ถ้ามันจะผิดก็ผิดที่พวกแกด้วย ไม่ได้ดูแลเพื่อน ปล่อยเดินมาเข้าห้องฉันคนเดียว ลาภลอยแบบนี้ ฉันอยากถาม เป็แก แกไม่เอาหรอ”
“แต่หนูไม่เอาเพื่อนหลานเว้ย”ส้มโอเริ่มโกรธ
“แล้วแกจะทำยังไง จะแฉฉันหรอ เอาสิ ฉันก็แฉกลุ่มไลน์นั่นได้เหมือนกัน อย่าคิดว่าฉันไม่กล้า กลุ่มไลน์กลุ่มนั้นก็อุบาทว์ไม่แพ้กัน กลุ่มรวมเด็กสาวที่ฟันครู แล้วเอาวีดีโออัพโหลดแข่งกันน่ะหรอ ในกลุ่มนั้นใครได้แต้มสูงสุด อย่าคิดว่าฉันไม่รู้”ส้มโอหน้าเสีย
“หนูรู้ว่าพวกหนูไม่ใช่คนดี เป็นักเรียนเลว ๆ กลุ่มหนึ่ง แต่อาปริมเป็ครูนะ อาจะเลวไม่ได้หรือเปล่าอ่ะ”
“แล้วครูไม่ใช่คนหรือยังไงนะ ในเมื่อเป็คนก็ต้องมีดีมีเลวสิ ฉันล่ะเบื่อพวกที่ชอบพูดจังเลย จะเป็อะไรก็ได้ขอให้เป็คนดี ลูกเป็กะเทยก็ได้ขอให้เป็คนดีก็พอ แล้วผู้ชาย ผู้หญิง เลวได้ใช่มั้ย กะเทยเป็คนเลวไม่ได้หรอ เื่นี้ก็เหมือนกัน ในเมื่อทุกคนเป็คน มันก็ต้องมีดีมีเลวปะปนกันไป ฉันจะเป็ครูเลว ๆ คนหนึ่งท่ามกลางนักเรียนเลวๆ อย่างพวกเธอก็คงไม่เป็อะไรมั้ง”ส้มโออ้าปากค้าง เหมือนมานั่งฟังญาติผู้ใหญ่บ่นอะไรให้ฟังก็ไม่รู้
“ทำไมต้องอัพคลิปลง”
“แล้วทำไมพวกแกต้องตั้งกลุ่มล่ะ แอบกิน ถ่ายไว้ดูกันเองไม่ได้หรอ สมองที่มีเนี่ย ไม่คิดหรือว่ามันจะหลุดไปได้”
“หนูมาคุยในส่วนความผิดของอา”
“เอ่อ ฉันเป็คนผิด แต่ฉันไม่มีสิทธิ์คุยเื่ความผิดของพวกแกใช่มั้ย รู้จักบ้างมั้ย พรบ.คอมพิวเตอร์เนี่ย ส่วนฉันรู้จักเว้ย กฎหมายอาญาข้อหา ข่มขืนกระทำชำเราพรากผู้เยาว์แต่แล้วไง ไม่มีเ้าทุกข์ ไม่มีคนแจ้งฉันไม่เดือดร้อนอะไร หรือแกอยากเดือดร้อน ฉันจะแจ้งให้ว่าอัพข้อมูลอะไรไม่รู้ลงในระบบน่ะ อย่าคิดว่าฉันไม่กล้า”
“อาไม่ต้องมาขู่หนู จะบีบหนูใช่มั้ย”
“แกฉลาดพอ ฉันรู้ว่าแกรู้ตัวเองว่าควรต้องทำยังไง แล้วช่วยคิดด้วยว่า อย่าริมาติความผิดของคนอื่นในเมื่อตัวเองก็ผิด อย่ามาทำตัวเป็กระดาษทราย ขัดเกลาคนอื่นอยู่ได้ ทั้ง ๆที่ตัวเองก็หยาบ ฉันเลว ฉันผิดฉันรู้”ปริมประภาเริ่มขึ้นเสียง ส้มโอปากสั่น หน้าแดงตาแดง กำมือแน่น
“เด็กคนอื่น หนูแล้วแต่อาปริมเลย พวกนั้นมันก็ไม่ได้มีปัญหา แต่คนนี้ ทำไมคะ อาไม่ยั้งคิดสักนิดเลยหรอ นั่นเพื่อนหนูนะ” ส้มโอน้ำตาคลอ “หนูเสียใจมาก ไม่คิดว่าอาปริมจะเป็คนแบบนี้ ส้มโอพูดเสร็จแล้วรีบเดินออกไป ปล่อยปริมประภานั่งจมกับความคิดของเธอเงียบ ๆ