"นี่มันอะไรกัน........" ภาพตรงหน้าของผมในตอนนี้นั้นมันทำเอาผมพูดอะไรไม่ออกเลย
[ก็อบลินเพศเมียLV. 27]
ชื่อบนหัวเธอคือก็อบลินเพศเมีย หรือราชินีก็อบลินที่รีฟาร์พูดถึงอย่างไม่ผิดแน่ แต่ทำไมเธอถึงมาอยู่สภาพนี้กันล่ะ คำตอบนั้นมีเพียงอย่างเดียวก็คือ เธอถูกเ้าเมจิกก็อบลินที่ผมพึ่งจัดการไปจับทรมานด้วยเหตุผลอะไรบางอย่างจนอยู่ในสภาพนี้อย่างแน่นอน เรือนร่างบางของเธอที่อยู่ในสภาพเปลือยเปล่านั้นมันดูซูบผอมและดูอ่อนแรงเป็อย่างมาก ที่ข้อพับของแขนทั้งสองข้างก็มีรอยจ้ำแดงๆ เต็มไปหมด ดวงตาที่ดูเลื่อนลอยไร้แวว ราวกับว่าเธอกำลังสิ้นหวังกับโลกใบนี้อย่างถึงที่สุด
"ดูเหมือนว่าจะเป็การทรมานกันเองของมอนสเตอร์นะ" จากสภาพของเธอมันก็คงจะเป็อย่างที่รีฟาร์พูดจริงๆ
"แต่ว่าราชินีก็อบลินแข็งแกร่งกว่าเมจิกก็อบลินไม่ใช่เหรอ อย่างเธอคนนี้ก็มีเลเวลที่มากกว่า ทำไมมันถึงกลายเป็แบบนี้ได้ล่ะ"
"ก็จริง แต่มันไม่เป็แบบนั้นเสมอไปหรอก ก็มีบางครั้งที่เคยได้ยินมาเหมือนกัน ว่าบางฝูงราชินีก็อบลินก็เป็ผู้นำฝูงแค่ในนาม แต่เท่าที่เห็นดูเหมือนว่าฝูงนี้มันจะหนักไปหน่อย เพราะฉันไม่เคยได้ยินเื่แบบนี้มาก่อนเลย" ตอนนี้รีฟาร์มีท่าทางที่จริงจังขึ้นเป็อย่างมาก เธอเข้าไปช่วยก็อบลินเพศเมียตนนั้นคลายออกจากเชือกที่พันธนาการอยู่ ผมที่เห็นแบบนั้นก็เข้าไปช่วยเธอด้วยเหมือนกัน
"จากรอยเชือกที่ข้อมือ ดูเหมือนว่าเธอจะถูกจับมัดไว้แบบนี้นานแล้ว รอยตรงข้อพับนี่บางรอยก็จางไปมากแล้ว คงจะโดนอะไรเล็กๆ แหลมๆ ยาวๆ แทงเข้าไปซ้ำๆ มาเป็เวลานาน"
"เข็มน่ะ มันคือรอยของเข็มฉีดยา"
"เข็มเหรอ"
"ใช่ โลกที่ฉันจากมามีการรับวัคซีนกันอยู่บ่อยๆ ก็เลยจำรอยเข็มแบบนี้ได้"
"เหมือนจะเคยได้ยินว่านักเวทย์บางคนในหลายๆ อาณาจักรมีการทดลองอะไรบางอย่างกับมนุษย์ไม่ก็พวกมอนสเตอร์ แล้วเข็มก็เป็หนึ่งในอุปกรณ์ทดลองที่พวกนั้นใช้ บางทีเมจิกก็อบลินตัวนั้นอาจจะเป็หนึ่งในมอนสเตอร์ที่เคยถูกทดลอง แล้วหลบหนีออกมาพร้อมกับอุปกรณ์พวกนั้น หรือไม่ก็อาจจะไปปล้นอุปกรณ์พวกนั้นมาจากที่ไหนสักที่ จนมาลงเอยแบบนี้ก็ได้เ้าค่ะ"
"คงจะเป็อย่างนั้นจริงๆ" ที่ใกล้ๆ กับจุดที่ก็อบลินตัวนั้นถูกพันธนาการเอาไว้ มีโต๊ะตัวหนึ่งตั้งอยู่ และบนโต๊ะก็มีอุปกรณ์การทดลองอยู่หลายอย่าง โดยเฉพาะพวกเข็ม และหลอดยากับหลอดใส่เื ที่มีเือยู่เต็มหลอดราวๆ สามถึงสี่หลอดได้ บางหลอดก็เป็สีฟ้าคล้ายกับโพชั่นเพิ่มมานา
"นี่คงจะเป็พลังเวทย์ที่ถูกดูดออกมาจากเธอคนนั้น" รีฟาร์พูดหลังจากที่หยิบหลอดสีฟ้านั้นขึ้นมาดู "เท่าที่ตรวจสอบร่างกายเธอไม่ได้มีาแอะไรมากนัก ตามร่างกายก็มีแค่าแจากการถูกเข็ดดูดเื ที่น่าเป็ห่วงก็คือพลังเวทย์ของเธอมันเหลือน้อยมาก และแก่นพลังชีวิตอันเป็จุดกำเนิดพลังของเธอก็บุบสลายพอสมควร ถ้าฉันคิดไม่ผิดที่เธอถูกจับมัดไว้แบบนี้คงเป็เพราะว่า......."
"เพราะว่าอะไรเหรอ"
"อันที่จริงฉันสงสัยั้แ่เข้ามาแล้ว ว่าหมู่บ้านก็อบลินนี้มันดูใหญ่กว่าปกติ ก็อบลินในหมู่บ้านเองก็มีเลเวลที่สูงพอควร ทั้งๆ ควรเฉลี่ยอยู่ที่สิบเจ็บแท้ๆ แต่ที่นี่กลับมีก็อบลินที่เลเวลถึงยี่สิบมากเกินไป เมจิกก็อบลินเองก็เลเวลสูงถึงยี่สิบห้า กลับกันราชินีก็อบลินที่ควรจะเลเวลยี่สิบเก้าหรือสามสิบกลับมีเลเวลแค่ยี่สิบเจ็ด ถ้าสิ่งที่ฉันคิดไม่ผิด เ้าเมจิกก็อบลินตัวนั้นน่าจะดูดพลังเวทย์และพลังชีวิตของเธอไปเพิ่มเลเวลและพลังให้กับตัวเองเ้าค่ะ พวกก็อบลินที่เลเวลสูงก็น่าจะเป็เพราะมันทดลงกับก็อบลินในฝูงก่อนที่จะใช้กับตัวเอง"
"มอนสเตอร์เองก็มีการทดลองแบบนี้ด้วยสินะ" ได้ฟังแบบนั้นแล้วผมก็เห็นใจก็อบลินเพศเมียตนนี้ไม่ใช่น้อยที่ต้องมาเจออะไรแบบนี้
"ไม่ต้องห่วงหรอกค่ะ ฉันใช้ทั้งเวทย์ฟื้นฟูพลังกาย ทั้งเวทย์ฟื้นฟูมานาให้เธอแล้ว ไหนจะพวกโพชั่นอีก ไม่นานเธอก็จะกลับมาได้สติเ้าค่ะ แล้วก็ไม่ต้องห่วงเื่นั้นนะเ้าคะ"
"เื่นั้น เื่อะไรเหรอ" พอถามถึงตรงนี้เธอก็ขยับตัวเข้ามากระซิบที่ข้างหูผม
"เธอยังบริสุทธิ์อยู่ เมจิกก็อบลินไม่ได้ทำเื่อย่างว่ากับเธอเลยเ้าค่ะ"
"////" "ฉะ...ฉันไม่ได้อยากรู้เื่นั้นสักหน่อย" เพราะเธอพูดแบบนั้นผมก็เลยทำอะไรไม่ถูกจนต้องเดินออกจากเพิงพักนี้ไป แต่เพียงไม่นานก็ต้องกลับเข้ามาอีกครั้ง เพราะว่าเธอได้สติแล้ว
"ขอบคุณมากนะเ้าคะที่ช่วยฉันไว้"
"นี่เธอพูดได้ด้วยเหรอ" ทำให้ผมได้รู้ว่ามีมอนสเตอร์ที่สามารถพูดภาษามนุษย์ได้ด้วย
"เป็ความสามารถของพวกมอนสเตอร์ระดับสูงน่ะ ถึงจะไม่ทั้งหมด แต่ส่วนใหญ่มักจะพูดได้" "ฉันชื่อรีฟาร์ ส่วนนี่ท่านเซย์จิ ถ้าเธออยากจะขอบคุณก็ขอบคุณท่านเซย์จิดีกว่านะ เขาเป็คนจัดการเ้าเมจิกก็อบลินที่ทำกับเธอแบบนี้"
"ท่านเซย์จิเหรอคะ" เธอพูดพลางเงยหน้าขึ้นมาสบสายตากับผม "////" พร้อมด้วยใบหน้าที่แดงก่ำขึ้นเล็กน้อย "ขะ...ขอบคุณนะคะท่านเซย์จิ!!!" ก่อนที่จะขอบคุณผมตามที่รีฟาร์บอก "///" แล้วก้มหน้าหลบสายตาไปอย่างเขินอาย
ผมก็ไม่เข้าใจนะว่าทำไมเธอมีท่าทางแบบนี้ แต่มันก็น่ารักไม่ใช่น้อย และพอมองใบหน้าของเธอดีๆ เธอก็ดูน่ารักไม่ใช่น้อยเลย ใบหน้าเธอดูคล้ายกับเด็กสาวมัธยมต้น ด้วยใบหน้าเรียวสวย ดวงตากลมโตสีแดงอมส้ม ริมฝีปากบางสีชมพูอ่อน กับใบหูแหลมเรียวยาวที่ทำให้รู้ได้ทันทีว่าไม่ใช่มนุษย์ แต่พอมองดูเรือนร่างอันยั่วเย้าของเธอแล้ว มันก็ดูไม่เหมือนเด็กมัธยมต้นเลยสักนิด
ด้วยผิวกายอันขาวผ่องที่เนียนนุ่มอมชมพูไปทั่วทั้งตัว ถึงแม้มันจะดูซูบผอมเพราะถูกสูบพลังเวทย์มานาน แต่ก็ไม่ได้ทำให้นมเต้าสวยอันอวบอิ่มของเธอดูขนาดเล็กลงไปเลย บั้นท้ายก็อวบอิ่มกำลังดี จุกนมเองก็เป็สีชมพูอ่อนสวยเช่นเดียวกับริมฝีปาก และอย่างสุดท้ายที่แม้จะเห็นเพียงครู่เดียว แคมหีอันโหนกนูนไร้ขนของเธอนั้น เรียบเนียนและอมชมพูเป็อย่างมาก
"เอาล่ะมีอะไรจะพูดกับท่านเซย์จิก็พูดนะ ฉันจะออกไปเดินดูรอบๆ สักพัก" พอพูดจบรีฟาร์ก็ลุกขึ้นแล้วเดินมาหาผม พลางขยับริมฝีปากบางมากระซิบที่ข้างหูผมเบาๆ "ฉันเช็ดตัวให้เธอจนสะอาดทุกซอกทุกมุมแล้ว อยากทำอะไรก็ทำเลยนะเ้าคะท่านเซย์จิ"
"/////" จากนั้นเธอเดินออกจากเพิงพักไป ทิ้งให้ตัวผมกับก็อบลินสาวที่หน้าแดงก่ำอยู่กันสองคนตามลำพัง
"ขอบคุณอีกครั้งนะคะท่านเซย์จิที่ช่วยฉันไว้"
"ไม่เป็อะไรหรอก เื่แค่นี้เอง" อันที่จริงมันก็แค่เื่บังเอิญเท่านั้น ที่เข้ามาโจมตีที่นี่ในตอนที่เธอกำลังเผชิญกับเื่ลำบากพอดี
"ถ้ามีอะไรที่ฉันพอจะตอบแทนท่านเซย์จิได้ ฉันก็พร้อมที่จะตอบแทนทุกอย่างเลยค่ะ" เธอพลางเบือนหน้าหลบสายตาผมเล็กน้อย ก่อนที่จะค่อยๆ คลายผ้าห่มสีขาวผืนบางที่ปกคลุมเรือนร่างของตัวเองอยู่ออก เผยให้ผมได้เห็นเรือนร่างใต้ร่มผ้าอันขาวเนียน ที่ตอนนี้ไร้ร่องจากการถูกทารุณแล้ว เพราะรีฟาร์ใช้เวทย์รักษาให้ ซึ่งนั่นก็รวมถึงเรือนร่างที่เคยซูบผอมกลับมามีน้ำมีนวลแล้วด้วย
"ถ้าต้องตอบแทนด้วยร่างกายนี้ฉันก็พร้อมค่ะ" จากนั้นก็พูดต่อด้วยน้ำเสียงที่เขินอายยิ่งกว่าเดิม แต่มันกลับยั่วเย้าเร้าอารมณ์ผมเป็อย่างมาก และด้วยการกระทำนี้ของเธอผมก็มั่นใจเป็อย่างมากว่าในระหว่างที่ผมออกไปข้างนอก รีฟาร์ต้องพูดอะไรแปลกๆ กับเธอแน่ๆ
"รีฟาร์พูดอะไรกับเธอใช่ไหม ตอนที่ฉันออกไป ///" ผมถามด้วยใบหน้าที่แดงก่ำขึ้นเล็กน้อย เพราะถูกเรือนร่างของเธอเย้ายวนใจเข้า
"คุณรีฟาร์บอกกับฉันว่าท่านเซย์จิเป็ผู้กล้า แต่ว่าท่านเซย์ไม่สามารถเพิ่มเลเวลแบบทั่วไปได้ สิ่งเดียวที่ทำให้ท่านเซย์จิแข็งแกร่งได้คือการมีซะ.....เซ็กส์ค่ะ ////" พอพูดมาถึงตรงนี้เธอก็พูดติดขัดในทันที ไม่ต้องบอกก็รู้ว่าเธอนั้นใสสะอาดขนาดไหน "พะ...เพราะแบบนั้น ฉะ...ฉันจะตอบแทนท่านเซย์จิด้วยร่างกายของฉันค่ะ"
"เธออยากทำมันจริงๆ เหรอ" เอาจริงๆ ถึงการเพิ่มเลเวลมันจะสำคัญ แต่ผมก็ไม่อยากบังคับหรือฝืนใจใคร
"อยากค่ะ ถ้าเป็....." "/////" "ถ้าเป็ท่านเซย์จิที่ช่วยชีวิตฉันเอาไว้ ฉันก็ดีใจมากๆ ที่จะได้เป็ผู้หญิงของท่านเซย์จิค่ะ"
"////" คำตอบอันหนักแน่นนั้น มันทำเอาหัวใจผมเต้นโครมครามเลยทีเดียว ความรู้สึกที่มีใครสักคนปักใจที่จะเป็ผู้หญิงของเราอย่างแน่วแน่มันเป็แบบนี้เองสินะ
"ถ้าเธอตอบอย่างหนักแน่นแบบนั้น ฉันคงต้องให้เธอเป็ผู้หญิงของฉันจริงๆ แล้วสินะ" ผมพูดพร้อมกับขยับตัวไปนั่งลงบนเตียงข้างๆ เธอ ทำให้ตอนนี้ผมใกล้ชิดกับเธอจนได้กลิ่นกายอันหอมสวาทที่คลุ้งขึ้นมา
"ฉันยังไม่รู้ชื่อเธอเลย บอกชื่อเธอกับฉันหน่อยสิ"
"คือว่าฉันไม่มีชื่อหรอกค่ะ ท่านเซย์จิช่วยตั้งชื่อให้ฉันหน่อยได้ไหมคะ"
"ตั้งชื่อให้เธอเหรอ" ถึงจะพูดแบบนั้นแต่ผมก็คิดชื่อดีๆ ไม่ออกเลย แต่จู่ๆ ก็คือถึงโมนาลิซาภาพวาดชื่อดังขึ้นมา เพราะแบบนั้นก็จะตั้งชื่อให้เธอว่า "โมนาเป็ไง"
"โมนาเหรอคะ ชอบฉันค่ะ ฉันชอบชื่อนั้น"
[โมนาLV.27]
พลั่บ!!! หลังจากที่ตั้งชื่อให้เธอ ชื่อบนหัวของเธอก็เปลี่ยนไปในทันที
"ทั้งช่วยชีวิตฉันเอาไว้ ทั้งมอบชื่อให้แก่ฉัน ท่านเซย์จิคือคนที่มีพระคุณที่สุดในชีวิตฉันเลย ไม่รู้เลยว่าจะตอบแทนยังไงให้หมด เพราะแบบนั้นฉันจะตั้งใจทำนะคะ จะตั้งใจทำให้ดีที่สุดเลย" เมื่อพูดจบร่างบางในสภาพเปลื้องผ้านั้นก็ขึ้นมานั่งคร่อมอยู่บนตักของผม เรียวแขนทั้งสองข้างขึ้นมาโอบคอเอาไว้ พร้อมด้วยดวงตาคู่สวยที่มองสบสายตาผมอย่างไม่วางตา
"////" ถ้าจะให้พูดก็คือเธอในตอนนี้นั้นดูเย้ายวนใจเป็อย่างมาก
"ฉันไม่เคยทำแบบนี้มาก่อน หวังว่าท่านเซย์จิจะชอบนะคะ" สิ้นเสียงนั้นใบหน้าสวยก็ถูกโน้มลงมาใกล้มากขึ้น หมับ!!! ก่อนที่ริมฝีปากบางสีชมพูอ่อนจะกดลงมาหาริมฝีปากผม แล้วมอบรสจูบอันหวานหยาดเยิ้มลงมา
#ผู้กล้าขยี้สวาท