ความเงียบงันปกคลุมกระท่อมหลังเก่าเนิ่นนานจนได้ยินเพียงเสียงฟืนมอดไหม้ เ้าเมืองหลินยังคงประคองวัตถุสีขาวนวลก้อนนั้นไว้ในอุ้งมืออย่างทะนุถนอม ปลายนิ้วลากผ่านผิวััที่เนียนลื่นราวกระเบื้องเคลือบชั้นดี แววตาที่เคยขุ่นมัวด้วยความกังวลกลับสั่นไหวด้วยประกายแห่งความหวังที่ปนเปไปกับความหวาดหวั่น... เด็กหนุ่มที่เขาเคยตราหน้าว่าอ่อนแอจนต้องเวทนา บัดนี้กลับกลายเป็บุรุษเพียงผู้เดียวที่ถือครองกุญแจสำคัญสู่เกียรติยศ ซึ่งอาจสั่นคลอนรากฐานอันมั่นคงของตระกูลใหญ่ให้พังทลายลงได้ในพริบตา
เขามองวัตถุประหลาดในมือ สลับกับสบสายตาที่สงบนิ่งดั่งบ่อน้ำลึกของฉางตง ในใจพลางครุ่นคิด... เ้าเด็กคนนี้แฝงกายอยู่ในเงามืดมานานเพียงใด? และแผนการอันยิ่งใหญ่นี้ถูกถักทอขึ้นั้แ่เมื่อเริ่มก้าวเท้าเข้าสู่เมืองซานเหอเลยเชียวหรือ?
ย้อนกลับไปสองวันก่อนหน้า...
ค่ำคืนแรกหลังจากที่ร้านหม่าล่าเริ่มมีชื่อเสียงขจรขจาย ขณะที่ชาวเมืองซานเหอกำลังหลับใหลอยู่ในห้วงฝันถึงรสชาติเผ็ดร้อนที่ซ่านลิ้น นาวียังคงขลุกอยู่ในห้องครัวหลังร้านเพียงลำพัง แสงตะเกียงน้ำมันริบหรี่ทาบทับใบหน้าที่จดจ่ออยู่บนถังไม้ เงาทอดยาวบนผนังดูประหนึ่งจอมยุทธ์ผู้กำลังฝึกวิชาลับ
บนเตาไฟที่คุโชน นาวีจดจ้องไปยัง เตาย่างพิเศษ ที่เขาออกแบบและสั่งทำขึ้นมาอย่างพิถีพิถัน มันมิใช่เพียงเตาสำหรับปรุงอาหารทั่วไป แต่เขาวางแผนติดตั้งร่องระบายน้ำมันเอาไว้อย่างแยบยล เพื่อคอยดักเก็บน้ำมันหมูบริสุทธิ์จากการย่างเนื้อส่วนท้องที่ชุ่มไปด้วยไขมัน นาวีมิได้ปล่อยให้ไขมันเ่าั้หยดทิ้งลงกองไฟให้กลายเป็เพียงเถ้าถ่าน เพราะสำหรับเขา ทุกหยดที่กลั่นออกมาจากความร้อนคือ "ทองคำเหลว" ที่คนทั้งโลกมองข้าม
"น้ำมันหมูบริสุทธิ์พวกนี้แหละ... คือรากฐานที่จะสร้างความมั่งคั่ง" นาวีพึมพำเบาๆ ขณะเทน้ำมันหมูที่สะสมไว้ลงในหม้อกวนใบใหญ่
เขากระชับไม้พายในมือ กวนน้ำมันอย่างเป็จังหวะสม่ำเสมอ ก่อนจะนำ "น้ำขี้เถ้าเข้มข้น" ที่กลั่นกรองจากการเผาไหม้ของฟืนไม้ชั้นดีตามตำราความรู้ในอดีต ค่อยๆ รินหยดลงไปอย่างพิถีพิถันดั่งจอมยุทธ์ที่กำลังสกัดโอสถทิพย์ ทันทีที่ของเหลวทั้งสองรวมตัวกัน ปฏิกิริยาประหลาดก็บังเกิดขึ้น กลิ่นฉุนกระทบนาสิกจนเขาต้องใช้ผ้าสะอาดปิดบังใบหน้า พลางกวนเนื้อสารที่เริ่มข้นเหนียวอย่างอดทน
เขาพากเพียรทำเช่นนั้นซ้ำแล้วซ้ำเล่า ตลอดสองวันสองคืนที่ผ่านมาเขาแทบมิได้พักผ่อน ในยามราตรีเขาสวมบทนักเล่นแร่แปรธาตุผู้เปลี่ยนไขมันสัตว์ให้กลายเป็วัตถุหอมสะอาดบริสุทธิ์ เขาเลือกสรรสมุนไพรที่มีฤทธิ์ในการชำระล้างและกลิ่นหอมจรุงใจเติมลงไป จนกระทั่งก้อนทดลองชิ้นล่าสุดออกมาสมบูรณ์แบบไร้ที่ติ... ซึ่งก็คือสิ่งที่กำลังเปล่งประกายลึกลับอยู่เบื้องหน้าเ้าเมืองหลินในยามนี้
กลับมาสู่ปัจจุบัน ณ กระท่อมหลังเก่า
เ้าเมืองหลินทอดถอนใจยาว วางวัตถุก้อนนั้นลงบนโต๊ะไม้ที่ผุพังอย่างแ่เบาประหนึ่งกลัวมันจะแตกสลาย ความกังขาที่เคยมีพังทลายลงสิ้น เหลือเพียงความยำเกรงที่เพิ่มพูนขึ้นในใจ
"ตลอดสองวันที่ข้าส่งคนคอยติดตามเ้า... ข้าหลงนึกว่าเ้าเพียงแค่วิ่งวุ่นหาตำลึงเพื่อปากท้องไปวันๆ" น้ำเสียงของเ้าเมืองหลินพร่าสั่น "มิคาดเลยว่าเ้าจะกำลังรังสรรค์ 'ปาฏิหาริย์' ขึ้นมาภายในห้องครัวซอมซ่อนั่น"
นาวีกระตุกยิ้มที่มุมปาก แววตาคมปลาบดุจเหยี่ยว "สำหรับคนอื่นมันอาจดูราวปาฏิหาริย์... แต่สำหรับข้า มันคือโอกาสเดียวที่จะพลิกชีวิต และข้าจะมิยอมให้ผู้ใดหน้าไหนมา่ชิงมันไปจากมือ"
"ถังขู่!" เ้าเมืองหลินะโก้อง เรียกขุนพลคู่ใจที่ยืนคุมเชิงอยู่ด้านนอก เมื่อถังขู่ก้าวเข้ามา เ้าเมืองหลินก็ออกคำสั่งให้กลุ่มเขี้ยวโลกันตร์คอยช่วยเหลือฉางตงแต่นี้เป็ต้นไป
เ้าเมืองหลินขยับตัวลุกขึ้นยืน เตรียมตัวจะก้าวเดินออกจากกระท่อมหลังเก่าท่ามกลางแสงจันทร์ที่เริ่มสาดแสงนวลตา ทว่าก่อนที่เท้าจะพ้นธรณีประตู เสียงของนาวีก็ดังขึ้นไล่หลัง
"ท่านเ้าเมือง..." นาวีถามขึ้นด้วยน้ำเสียงเรียบแต่นิ่งลึก "ทำไมท่านถึงยอมลงมือตอนนี้? ทั้งที่ท่านทนเก็บงำความลับและทำเป็ไม่รู้เห็นมาได้ตั้งหลายปี ทำไมถึงต้องเป็วันนี้?"
เ้าเมืองหลินชะงักเท้า แผ่นหลังของเขาสั่นสะท้านเล็กน้อยก่อนจะหันกลับมา แววตาที่เคยนิ่งสงบกลับมีประกายเพลิงแห่งความโกรธแค้นลุกโชนอยู่ภายใน
"ในยุทธภพมีคำกล่าวว่า ัแม้อยู่อย่างสงบนิ่งเพียงใด ก็ยังมี 'เกล็ดใต้ลำคอ' ที่ห้ามผู้ใดแตะต้องเด็ดขาด" เ้าเมืองหลินเอ่ยด้วยน้ำเสียงเย็นเยียบ "เ้าโจวนั่น... มันบังอาจพูดถึง 'แก้วตาดวงใจ' ของข้าในระหว่างที่มันรับเงินสินบน มันคิดจะใช้ลูกสาวข้าเป็ข้อต่อรองเพื่อความมั่นคงของมัน"
เขากระชับหมัดแน่นจนเส้นเืปูดโปน "มันคงลืมไปว่า คนเป็พ่ออย่างข้า ยอมถูกตราหน้าว่าเป็คนขี้ขลาดได้นับสิบปี แต่ข้าจะไม่มีวันยอมให้คนชั่วช้ามาััเกล็ดัของข้า! ในเมื่อมันกล้าแตะต้องลูกสาวข้า ข้าก็จะถล่ม์ของมันให้พังพินาศไปพร้อมกับเ้า!"
พูดจบเขาก็เดินหายไปในความมืด ทิ้งให้นาวียืนมองตามด้วยความรู้สึกที่เปลี่ยนไป
เมื่อร่างของเ้าเมืองหลินหายลับไปกับความมืดทิ้งไว้เพียงไอเย็นของค่ำคืน นาวีหันกลับมาสบตากับั์ปักหลั่นอย่างถังขู่ที่ยังคงยืนนิ่งราวกับรูปปั้นศิลา แววตาของหัวหน้ากลุ่มเขี้ยวโลกันตร์ผู้นี้เต็มไปด้วยความสับสน เขาเป็นักรบที่คุ้นชินกับคมดาบและการนองเื แต่กลับถูกสั่งให้มาคอยรับใช้นักดีดลูกคิดและพ่อค้าหม่าล่าอย่างฉางตง
"เ้าเมืองสั่งให้ข้าช่วยเ้า..." ถังขู่เอ่ยเสียงต่ำพลางมองก้อนสบู่บนโต๊ะ "แต่ข้ายังนึกไม่ออกว่าคนอย่างข้าจะช่วยอะไรเ้าได้ นอกจากตัดหัวพวกที่มาวุ่นวายที่ร้านของเ้า"
นาวีกระตุกยิ้ม "เื่ตัดหัวนั่นเ้าได้ทำแน่ถังขู่ แต่นั่นมันงานส่วนน้อย... งานใหญ่ของข้าคือการเปลี่ยนกลุ่มโจรที่ทางการหมายหัว ให้กลายเป็กองกำลังที่ถือครองความมั่งคั่งที่สุดในเมืองซานเหอ"
นาวีกวาดสายตามองไปรอบกระท่อมซอมซ่อ "ข้า้าให้คนของเ้าเลิกดักปล้น แล้วมาเป็หูเป็ตาให้ข้า คอยคุ้มกันการขนส่งวัตถุดิบ และที่สำคัญที่สุด... ข้าจะสอนวิธี 'กลั่นทองคำ' จากกากน้ำมันพวกนี้ให้เ้า"
ถังขู่ขมวดคิ้ว "เ้าจะให้ข้า... ทำก้อนหอมๆ นี่น่ะรึ?"
"ใช่ และต้องทำในปริมาณมหาศาล" นาวีเดินไปตบไหล่ถังขู่เบาๆ "เ้าเมือง้าเงินและอำนาจเพื่อปกป้องลูกสาว ส่วนข้า้ารากฐานที่ไม่มีใครสั่นคลอนได้ และเ้า... จะเป็คนที่คอยคุมหลังให้ข้า"
"ั้แ่วันพรุ่งนี้ ถังขู่... เ้าและคนของเ้าจงเตรียมเตาและถังไม้ไว้ให้พร้อม เราจะเริ่มเดินเครื่องการผลิตสบู่ล็อตแรกส่งเข้าจวนเ้าเมือง" นาวีสั่งการด้วยน้ำเสียงเฉียบขาด
"ตกลง ฉางตง... ข้าเองก็เบื่อที่ต้องมัวแต่ซ่อนตัวอยู่แต่ในป่าแล้ว"