จางเทียนิเดินออกจากประตูไปด้วยใบหน้ามืดมน เขานั่งบนขั้นบันไดดวงตาประกายแววตาที่น่าสะพรึงกลัวออกมา
หลังจากเงียบไปนาน เขาก็หยิบโทรศัพท์มือถือออกมา ค้นหาชื่อผู้ติดต่อแล้วโทรออกหาใครบางคน
“ตู๊ด...”
“ฮัลโหล คุณเป็ใคร”
พอเชื่อมต่อแล้ว ก็มีเสียงของชายหนุ่มดังมาจากในโทรศัพท์
"ฉันจางเทียนิ นายไม่ได้บันทึกเบอร์ฉันไว้เหรอ"
“อ๋อๆ ลูกพี่นี่เอง ผมกำลังเล่นสนุกเกอร์อยู่น่ะ เลยไม่ได้ดูมีอะไรเหรอครับ มีอะไรให้รับใช้เหรอครับลูกพี่”
จางเทียนิสูดหายใจเข้าลึกๆ ก่อนจะพูดว่า “คืออย่างนี้นายหาคนไปสืบคนที่ชื่อฉินลู่ให้ฉันหน่อย เอาที่อยู่บ้าน ที่ทำงาน และข้อมูลอื่นๆของมันมาให้ฉัน ตอนนี้มันอยู่ที่ชุมชนXXX ยูนิตที่สาม 302 ตอนนี้นายมาจับตาดูมันหน่อย”
“เข้าใจแล้วครับลูกพี่ นานสุดไม่เกินสามวัน เดี๋ยวผมส่งข้อมูลให้ครับ”เสียงที่เต็มไปด้วยความมั่นใจดังมาจากอีกด้านของโทรศัพท์
“ได้ เอาตามที่นายว่าแล้วกัน ถ้าทำได้ดีมีจะเงินตอบแทนให้อย่างงามเลย”
"เยี่ยม!"
หลังจากวางสาย จางเทียนิก็กลับไปที่รถของเขาด้วยใบหน้าที่มืดมนพึมพำสบถด่าออกมา “ไอ้สารเลว กล้ามาแย่งผู้หญิงกับฉัน ช่างไม่รู้จักที่ต่ำที่สูงแกรอพิการได้เลย เมื่อแกพิการแล้ว เฉียนเชี่ยนก็ต้องเป็ของฉันอยู่ดีไม่ใช่เหรอ หึๆๆ”
สองชั่วโมงต่อมา
ฉินลู่และเฉียนเชี่ยนลงมาข้างล่างด้วยกัน
“ฉันรู้สึกเหนื่อยยิ่งกว่ารักษาคนไข้สิบคนอีก ดีนะที่มันจบแล้ว” ฉินลู่พูดออกมาอย่างช่วยไม่ได้ขณะที่กำลังเดินอยู่
เฉียนเชี่ยนที่อยู่ข้างๆ เขาก็พูดขึ้นด้วยรอยยิ้ม “นายน่าจะดีใจนะดีแค่ไหนแล้วที่ฉันไม่ขอให้นายอยู่ค้างคืนที่บ้านน่ะ”
“โอ้พระเ้า” ฉินลู่มองเฉียนเชี่ยนอย่างไม่อยากจะเชื่อ “ทำไมพ่อแม่เธอน่ากลัวขนาดนี้”
“นายว่าไงล่ะ”
“อ้อใช่ เมื่อกี้แม่เธอแอบถามฉันว่า เราจะแต่งงานกันเมื่อไหร่ ให้รีบๆหาฤกษ์แต่งงาน” ฉินลู่ยิ้มอย่างร้ายกาจ
“น่ากลัวเกินไปแล้วนะ...”
ขณะที่คุยกัน ทั้งสองก็เดินมาถึงรถลัมโบร์กีนี
“ลัมโบร์กีนีของจริง ? มีเงินทองเยอะแยะเหลือเกินนะ”ดวงตาของเฉียนเชี่ยนเป็ประกาย ลูบตัวรถลัมโบร์กีนีที่เงาวับ และถามด้วยความสงสัย"นายเช่ามาเหรอ ราคาเท่าไหร่อะ”
“ไม่ได้เช่ามา” ฉินลู่ส่ายหัว
“ไม่ได้เช่ามา” เฉียนเชี่ยนประหลาดใจ “หรือว่านี่คือรถของนายอย่ามาโกหกฉันน่า ที่ฉันรู้นายไม่มีรถนี่ อย่าบอกนะว่าจริงๆแล้วนายเป็ลูกคนรวยที่มาลองใช้ชีวิตเป็แพทย์ประจำมหา’ลัยอย่างคนธรรมดา แกล้งทำเป็อ่อนแอหลอกให้ศัตรูตายใจ”
ฉินลู่รู้สึกตลกกับความคิดของเฉียนเชี่ยน “เธออ่านนิยายออนไลน์มากเกินไปหรือเปล่านี่เป็รถของเพื่อนฉัน เธอรู้เื่ของเรา ก็เลยให้ฉันยืมรถ”
“นายมีเพื่อนเป็เศรษฐีบ้านนอกเหรอ!” เฉียนเชี่ยนใ ดวงตาของเธอเป็ประกาย“รีบบอกฉันมาเลยว่าเป็เพื่อนแบบไหนกัน ถึงให้นายยืมรถหรูราคาแพงแบบนี้ได้น่ะ”
ฉินลู่ยักไหล่ “ก็แค่เพื่อนธรรมดา”
“เขาเป็ผู้ชาย หรือผู้หญิง” เฉียนเชี่ยนถามด้วยสีหน้าอยากรู้อยากเห็น
“เป็ผู้หญิง”
“โอ้!” เฉียนเชี่ยนมองไปที่ฉินลู่และพูดอย่างคลุมเครือ“นายคงไม่ได้เกาะสาวคนนั้นใช่ไหม"
“เธออย่าพูดซี้ซั้วสิ แพร่ข่าวมั่วๆ ออกไปก็รับผิดชอบด้วยนะ”
“เพื่อนธรรมดาที่ไหนจะยอมให้นายยืมรถหรูราคาแพงอย่างนี้” เฉียนเชี่ยนไม่เชื่อ“ฉันว่าผู้หญิงคนนั้นต้องชอบนายแน่ๆ”
ฉินลู่ไม่อยากพูดถึงเื่นี้ เขาจึงเปิดประตูรถและพูดว่า“แล้วแต่เธอจะคิด ฉันยังมีธุระต่อ คืนนี้ต้องไปงานเลี้ยงวันเกิดอีก ฉันไปก่อนนะเดี๋ยวโทร.หา”
เมื่อฉินลู่ขึ้นรถเฉียนเชี่ยนก็เดินวนไปอีกฝั่งและขึ้นไปนั่งข้างคนขับ เธอยิ้มและพูดขึ้น“ชีวิตนี้ฉันยังไม่เคยนั่งรถสปอร์ตหรูหราแบบนี้มาก่อนเลยนายขับพาฉันไปรับลมเล่นหน่อยสิ”
ฉินลู่ไม่รู้จะหัวเราะหรือร้องไห้ดี “โอเค ไม่มีปัญหาแต่ฉันบอกไว้ก่อนเลยว่าทักษะการขับรถของฉันไม่ค่อยดีนะ”
“ไม่เป็ไร ได้ััรถหรูอย่างลัมโบร์กีนีแบบนี้ให้ตายก็คุ้ม”
“เอ่อ...เธอช่วยพูดให้มันดีๆหน่อยได้ไหม”
ขณะที่ทั้งสองคุยกัน เขาก็สตาร์ตรถ และค่อยๆ ขับออกจากประตูชุมชน XXX
ที่ระเบียงบนชั้นสามของยูนิตที่สามคุณพ่อเฉียนคุณแม่เฉียนเห็นลูกสาวของพวกเขาขึ้นไปนั่งบนรถของฉินลู่ ก็ต่างมองหน้ากันและหัวเราะออกมา
ฉินลู่จอดรถไว้ริมถนนแล้วหันไปมองเฉียนเชี่ยน พูดด้วยรอยยิ้ม “บอกมาว่าเธอจะนั่งรถรับลมไปที่ไหน ตอนนี้มีเวลาไม่มากพาเธอไปได้ไม่นานนัก”
เฉียนเชี่ยนมองออกไปนอกหน้าต่างเห็นผู้คนที่เดินผ่านไปมาต่างก็มองเธอด้วยความอิจฉาหัวใจที่อ่อนแอของหญิงสาวก็พึงพอใจในทันที เธอยิ้มและพูดออกมา “ที่ไหนก็ได้”
“งั้นก็ไปเรื่อยๆ ละกัน ไปถึงไหนก็ถึงนั่นแหละ”
"โอเคเลย"
เฉียนเชี่ยนรัดเข็มขัดนิรภัยอย่างตื่นเต้น เปิดกระจกรถและเหยียดแขนออกไปนอกหน้าต่าง
“อย่ายื่นแขนออกไปสิ มันอันตรายมากนะ”
“ไม่เป็ไรหรอกน่า ฉันยื่นออกไปแป๊บเดียวเอง”
รถหรูขับออกไปอย่างไร้จุดหมาย
ความตื่นเต้นของเฉียนเชี่ยนใช้เวลานานกว่าจะสงบลงเธอมองไปที่ฉินลู่และพูดขึ้น “เฮ้อ ถ้ารถคันนี้เป็ของนายก็คงดี..."
“ทำไมล่ะ”
“ไม่มีอะไรหรอก เราไปชมวิวทีู่เาตงซานกันเถอะไม่ต้องวนไปวนมาในเมืองแล้ว ฉันมองแต่อาคารคอนกรีตเสริมเหล็กพวกนี้จนเบื่อแล้ว” เฉียนเชี่ยนชี้ไปที่ด้านหน้า
“โอเค” ฉินลู่พยักหน้า เหยียบคันเร่งเบาๆ เลี้ยวเข้าถนนวงแหวนรอบนอกและขับไปทางูเาตงซานของเมืองจิงเฉิง
สมรรถนะของรถสปอร์ตลัมโบร์กีนีนั้นดีมาก แม้จะขับที่ความเร็ว 200ไมล์ต่อชั่วโมง แต่ตัวรถกลับยังคงนิ่งมาก
ใช้เวลาไม่ถึงสามสิบนาทีก็มาถึงจุดหมาย
ูเาตงซานของเฉิงจิง
ชื่อเต็มคือ อุทยานธรรมชาติเมืองจิงเฉิงตงซาน
“เราจะจอดตรงนี้หรือขึ้นไปต่อดี” ฉินลู่ถาม
“ก็ต้องขึ้นไปสิ!เราต้องขึ้นไปบนยอดเขา ถ้าเดินขึ้นไปก็เหนื่อยแย่”
ฉินลู่พยักหน้า ขับตามถนนที่คดเคี้ยวของูเาตงซานขึ้นไปบนยอดเขา
จากนั้นพวกเขาก็ไปจอดที่ที่จอดรถบนยอดเขา แล้วทั้งสองก็ลงจากรถ
“ว้าว!”
หลังจากเฉียนเชี่ยนลงจากรถ เธอก็สูดหายใจเข้าลึกๆ อย่างเกินจริงยืนอยู่บนที่สูง และะโลงไปที่ตีนเขา "อ๊า..."
“ฮ่าๆ ...” ฉินลู่ที่อยู่ข้างหลังเมื่อเห็นเฉียนเชี่ยนะโออกมาเขาก็อดไม่ได้ที่จะหัวเราะออกมาเสียงดัง
เมื่อเฉียนเชี่ยนได้ยิน เธอจึงหันกลับมามองฉินลู่ และพูดอย่างไม่พอใจ“นายหัวเราะอะไร มีอะไรน่าตลกไม่ทราบ”
“เปล่าๆๆ” ฉินลู่โบกมือไปมา“ฉันแค่รู้สึกว่าเสียงเธอเมื่อกี้เหมือนเสียงมาร์มอต[1]น่ะ...”
“ฉินลู่! นาย! อยากโดนตีตายเหรอไง!” เฉียนเชี่ยนวิ่งไล่ตามฉินลู่ด้วยความโกรธและเริ่มลงไม้ลงมือกัน
อุณหภูมิบนยอดเขาค่อนข้างต่ำ บวกกับลมูเาที่พัดแรงทั้งสองรู้สึกหนาวเล็กน้อยหลังจากต่อสู้กันมาสักพัก
“เฮ้ ฉินลู่ ฉันเริ่มหนาวแล้ว” เฉียนเชี่ยนนั่งอยู่บนหินก้อนใหญ่หายใจหอบ มองไปที่ฉินลู่อย่างสมเพช
ในเวลาแบบนี้หากเป็ผู้ชายธรรมดาทั่วไปก็คงจะถอดเสื้อคลุมของตัวเองให้หญิงสาวอย่างไม่ลังเลจากนั้นค่อยเริ่มขั้นตอนที่โรแมนติกต่อไป
แต่เห็นได้ชัดว่าฉินลู่ไม่ธรรมดาทันทีที่เขาได้ยินคำพูดของเฉียนเชี่ยน ก็รีบห่อตัวเข้าไปในเสื้อคลุมของตัวเองและพูดว่า “สุขภาพฉันไม่ค่อยดี ฉันหนาวกว่าเธออีก...”
เฉียนเชี่ยน “...”
[1]กระรอกขนาดใหญ่ ลักษณะคล้ายคาปิบารา