<<นามิ>>
“ทำไมใขนาดนั้นล่ะ”
รุกิมองมาทางฉันแล้วยิ้มออกมา มันเป็รอยยิ้มซึ่งสามารถทำให้ฉันละลายได้เลย ไม่รู้ว่าทำไมตัวเองถึงตกหลุมรักรอยยิ้มนั่น ไม่สิ! ต้องบอกว่าฉันหลงมันมากกว่า จะเห็นกี่ทีฉันก็ยิ้มตามได้เสมอ
แต่แล้วก็มีมารผจญมาขัดความสุขเล็ก ๆ ของฉันจนได้ จะเป็ใครไป ถ้าไม่ใช่ไอ้ปีศาจบ้าริว
“นั่นใคร”
ริวออกมาดูเมื่อฉันไม่ยอมเข้าบ้านเสียที ไม่รู้เหมือนกันว่าทำไมขนแขนของฉันถึงลุกสู้ขึ้นมาแล้วความไม่พอใจของเขาอีก ราวกับว่ามันเป็ความผิดของฉันอย่างนั้นทั้งที่ฉันยังไม่ได้ทำอะไรเลยนะ ใครก็ได้ช่วยบอกฉันทีว่าฉันทำอะไรผิด
“รุ่นพี่รุกิ เข้ามันในบ้านก่อน”
ฉันไม่ได้ตอบคำถามของริวตามตรงแต่บอกเป็นัยๆ โดยเรียกพี่รุกิด้วยคำว่า ‘รุ่นพี่’ นำหน้าชื่อ ฉันพารุกิเดินผ่านริวเข้ามายังห้องรับแขก แล้วนั่งลงบนโซฟาซึ่งยังมีหมอนและผ้าห่มของฉันวางอยู่
“นั่นใครนะนามิ พี่ไม่เคยเห็นหน้ามาก่อนเลย”
“ไอ้…”
ฉันหยุดคำไว้ก่อน แล้วคิดว่าจะแนะนำอีตาปีศาจริวอย่างไรดี เพราะฉันเองก็ไม่รู้เหมือนกันว่าถ้าบอกว่าเขาเป็ปีศาจซึ่งมาแอบอ้างเป็ลูกของน้าธีรยาหลอกพ่อแม่เพื่อเข้ามาอยู่ในบ้าน มีหวังพี่รุกิต้องว่าฉันบ้าแน่ คนธรรมดาไม่มีใครเขาเชื่อหรอก แต่จะให้ริวแนะนำตัวมีหวังว่าเขาต้องบอกแบบเดียวกับที่บอกยูอิเป็แน่ ฉันจึงชิงพูดไปก่อน
“นั่น ริว เป็ลูกพี่ลูกน้องของนามิเอง เขาจะมาอยู่ด้วยใน่นี้”
คำพูดของฉันไม่รู้ไปโดนต่อมอะไรของริว ทำให้เขาจ้องหน้าฉันเหมือนกับว่าฉันทำอะไรผิดอย่างนั้น ฉันคิดว่าต้องทำอะไรสักอย่างไม่อย่างนั้น รุ่นพี่ที่ไม่รู้เื่รู้ราวด้วยอะไรจะโดนลูกหลงเป็แน่ หวังว่าริวจะไม่ทำแบบที่ขู่ฉันตอนอยู่คฤหาสน์ของยูอินะ
“ฉันเอาของฝากของพี่ไปเก็บก่อน”
หลังจากออกมาพ้นห้องรับแขก ริวดึงตัวของฉันไปยังห้องครัว ซึ่งมันมีกำแพงกั้นระหว่างห้องอยู่
“เธออย่าคิดหนีจากฉันล่ะ ไม่ว่าเธออยู่ส่วนไหนในโลกฉันก็หาเธอเจอ”
“นายไม่ต้องมาขู่ฉัน นี่มันบ้านฉัน ถ้าไม่อยู่ที่นี้จะให้ฉันไปอยู่ที่ไหน”
“ดี!!! ฉันจะรอดู”
คนตรงหน้าฉันในตอนนี้ มันไม่ใช่ไอ้บ้าริวในวันแรกที่ฉันเจอ ไม่รู้ว่าเขาไปกินรังแตนที่ไหนมาถึงของขึ้นแล้วเอาแต่ขู่ฉันอยู่ได้ แล้วริวเดินออกจากห้องครัวไป ฉันก็จัดการหาน้ำหาของกินให้รุ่นพี่ พอเดินออกมาก็เห็นแต่พี่รุกินั่งอยู่ที่เดิม ส่วนริวนั้นก็หายไปแล้ว
“รุ่นพี่รุกิ มาทำไมไม่บอกกันก่อน”
“บอกกี่หนแล้วว่าให้เรียก รุกิ เธอนี่นะ ว่าแต่…เท้าเป็อะไร?”
“แค่..ข้อเท้าพลิกนิดเดียวเอง รุ่น…”
รุกิมองจ้องฉันจนต้องหยุดคำพูดลงทันที จะให้เรียกแค่ชื่อมันก็ยังไงอยู่ ก็เขาเกิดก่อนฉันตั้งหลายปี และอีกอย่างยังเป็คนที่ฉันแอบชอบ จะให้เรียกแต่ชื่อมันจะดีหรือ? ฉันส่งสายตาไปถามเพื่อความแน่ใจ
“ขอเรียกว่า พี่รุกิ นะคะ”
รุกิพยักหน้ารับแล้วยิ้มมาให้ ภาพรอยยิ้มของเขาตรงหน้าไม่ใช่เคยเห็นเป็ครั้งแรก แต่ไม่ว่าจะเห็นกี่ครั้ง เขาก็สามารถละลายหัวใจของฉันได้ทุกครั้งไป
“พี่ไปเรียนต่างประเทศ คงจะมีสาว ๆ เยอะเลยล่ะสิ ถึงไม่ติดต่อน้องคนนี้เลย”
“พี่ไปเรียนไม่ได้ไปหาแฟน ว่าแต่เราเถอะมีใครมาจีบบ้างล่ะ”
เมื่อเจอคำถามนี้ทำเอาฉันไปไม่ถูกเลยจริง ๆ ก็ไม่รู้เหมือนกัน ผู้ชายที่เข้ามาในชีวิตของฉันมีน้อยมากจนนับได้ ไม่รู้ว่าเพราะฉันมีเื่ต่อยตีบ่อยหรืออย่างไร แต่จะว่าไปก็มีอีตาริวที่กล้าเข้ามาในชีวิตของฉัน ติดตรงที่ฉันไม่รู้นะสิว่า เขาเข้าใกล้ฉันเพื่ออะไร
“ทำไม…ห่วงนามิหรือ?”
“ใช่..ห่วงสิ นามิเป็น้องสาวของพี่จะไม่ให้ห่วงได้ไง”
คำพูดของรุกิ มันดับฝันฉันไปทันที ทั้งที่รู้อยู่แก่ใจว่าเขามองฉันเป็แค่น้องสาว
ฉันได้แต่ยิ้มแห้ง ๆ ให้ไป
<<ริว>>
นอกจากการที่ข้าไม่สามารถทนเห็นนามิอยู่กับชายที่ชื่อรุกิได้ ข้าเลือกที่จะเดินออกจากบ้านของเธอมา ข้าไม่อยากจะยอมรับเลยว่านี่เป็ครั้งแรกที่ข้าไร้เหตุผลและอารมณ์ยังว้าวุ่นเช่นกัน
ข้ากลับมายังโลกของปีศาจมันเป็โลกซึ่งวุ่นวายไม่ต่างอะไรกับจิตใจของข้าในตอนนี้ ข้าเข้าไปยังโรงเตี๊ยมมีสุราและอาหารขาย ถึงข้าไม่ชอบที่จะดื่มเท่าไร แต่ในเวลาที่ข้าไม่สามารถจัดการกับปัญหาได้ก็มีบ้างที่ข้าจะดื่ม
“เถ้าแก่ขอสุราหนึ่ง และของหวานทุกอย่างที่มีในร้าน”
สายตาของข้ามองไปรอบ ๆ โรงเตี๊ยม มันสร้างมาจากไม้ทั้งหลังแล้วยังมีกลิ่นหอมอ่อน ๆ จากดอกเหมย หอมระรวย ระรื่น ราวกับอยู่ท่ามกลางทุ่งดอกไม้ซึ่งบานอยู่ข้างหน้าต่างที่ข้านั่ง ยามที่ข้ามองมันทำให้ข้านึกขึ้นได้ว่ากลิ่นกายของนามิช่างคล้ายกับดอกเหมย แต่ก็ไม่เหมือนเสียทีเดียว
“นี่ขอรับ นายท่าน”
สุราและของที่ข้าสั่งถูกยกมาวางตรงหน้า ข้าตักขนมเข้าปาก ได้สอง สามคำ อลันก็มายืนตรงหน้าข้า
“นั่งลงก่อน”
“เหตุใดท่านถึงได้มานั่งกินของหวาน กับสุราแต่หัววันอย่างนี้ได้”
ทันทีที่อลันนั่งลงเขาก็ถามข้า เสียงถอนหายใจของข้าดังขึ้น นั่นทำให้อลันรู้เลยว่าข้าต้องมีเื่หนักใจ
“ท่านเล่าให้ข้าฟังได้หรือไม่?”
อลันรินสุราใส่จอกให้ข้าและของตน ส่วนข้ายังตักของหวานใส่ปาก แล้วถอนหายใจอีกครั้งแล้วมองไปยังต้นดอกเหมยซึ่งบานอยู่ด้านนอก
“เ้ารู้ใช่หรือไม่ว่าข้ามันเก่งกาจเพียงใด แต่ทำไม…”
ข้าหยุดพูดแล้วยกจอกเหล้าขึ้นมาดื่ม ส่วนอลันพยักหน้าแล้วยกดื่มตาม จนไม่รู้ว่านี่เป็จอกที่เท่าไรแล้ว จนเมื่อข้าเริ่มมึนข้าถึงเริ่มระบายความในใจออกมา
“ข้า…เกลียดแววตาที่นามิมองเ้ารุกิที่สุด มันเป็แววตาที่บอกว่าเธอ…”
ยังไม่ทันพูดให้จบประโยค ข้าก็ยกจอกเหล้ามาดื่มอีกครั้ง ข้าไม่จำเป็ต้องต่อประโยคให้จบอลันก็ต่อมันให้
“รักเขา”
ข้ากระแทกจอกลงกับโต๊ะ จนคนในโรงเตี๊ยมต่างหันมามอง แต่นั่นก็ไม่ได้อยู่ในความสนใจของข้าเลยแม้นแต่น้อย ข้าจ้องจนอลันต้องเปลี่ยนคำพูดใหม่
“ชอบเขา”
“ใช่!!! เธอต้องเป็ของหวานของข้าคนเดียว”
“ข้าว่าท่านเมามากแล้ว กลับคฤหาสน์กันก่อนเถอะ”
สิ้นคำของอลันสติของข้าเลือนหาย มาตื่นอีกทีก็อยู่ในห้องนอนข้าในคฤหาสน์แล้ว ไม่ต้องสงสัยเลยว่าข้ามาอยู่ตรงนี้ได้อย่างไง อลันคงจะพาข้ากลับมาไม่รู้เหมือนกันว่าด้วยวิธีไหน
“นี่น้ำแกงแก้เมาค้าง ขอรับ”
อลันเดินมาพร้อมถ้วยน้ำแกง ข้าใช้มือทั้งสองข้างจับไปยังศีรษะซึ่งรู้สึกหนัก ๆ มึน ๆ แล้วรับน้ำแกงมาดื่ม ประหนึ่งว่าข้าเพิ่งเคยดื่มสุราเป็ครั้งแรก
“ท่านรู้สึกอย่างไรบ้าง”
“ก็ดี เ้าได้เื่หรือยัง?”
“ตอนนี้ยังไม่มีความคืบหน้า แต่…”
แต่อะไรอีก ข้าไม่ชอบนิสัยนี้ของอลันและไม่รู้ว่าจับหยุดพูดกลางคันให้มันได้อะไร ข้าพยักหน้าให้เขาพูดต่อ แล้วตักน้ำแกงขึ้นดื่มไปด้วย
“พวกปีศาจและอสูรบางพวกมีการเคลื่อนไหว”
“แล้วยังไง”
“ข้าเกรงว่านามิอาจไม่ปลอดภัยก็เป็ได้ ข้าว่าท่านริวควรสร้างพันธะให้กับเธอได้แล้ว”
ความเป็ห่วงของอลัน ข้าเข้าใจดี แต่มันยังไม่ถึงเวลาและข้าก็ยังไม่มั่นใจว่าข้าคิดอย่างไรกับเธอกันแน่ ความปลอดภัยของนามิก็สำคัญ ข้ารู้ว่าข้าซึ่งมีศัตรูอยู่รอบตัวไม่ควรจะเข้าหาเด็กสาวแต่แรก เว้นแต่มันคือพรหมลิขิตซึ่งทำให้ข้าต้องเข้ามาข้องเกี่ยวกับเธอ
“ท่านริว!!!”
เสียงเรียกของอลันดึงสติข้าให้กลับมา ข้ามองหน้าเขาอยู่ครู่หนึ่งแล้วถอนหายใจอย่างเหนื่อยล้า แค่ข้าต้องรับมือกับเผ่าต่าง ๆ และเผ่าเงามายา ข้าก็เหนื่อยมากพออยู่แล้ว แต่ตอนนี้ยังมีเื่ของนามิเข้ามาอีก
“ข้ารู้แล้ว เ้ารอข้าเรียกก็เป็พอ”
“ขอรับ ท่านริว”