หลังจากวนไปได้เพียงรอบเดียวฉิงิก็รู้สึกตัวก่อนจะบอกให้พี่ฉีขับกลับบ้านได้เลย
“ถ้าพี่หลับเราปลุกพี่เลย อย่าไปวนอีกนะ” เพราะรู้ว่าคนรักของเธอหลับไม่สนิทมาหลายคืนพอเห็นว่าหลับได้เธอจึงไม่อยากปลุก
“ไปค่ะกลับห้องเราดีกว่าจะได้ไปจัดที่ให้คุณแม่ด้วย”หลังจากทั้งคู่กลับมาถึงห้องแม่บ้านที่ตามมาจากบ้านใหญ่ก็จัดเตรียมอาหารมื้อเย็นเสร็จพอดี
“มื้อเย็นวันนี้ป้าทำอาหารอิตาเลียนนะคะถ้าไม่ถูกปากยังไงบอกได้เลยค่ะ”
“ผมทานได้ครับ”ซือเย่ชอบอาหารอิตาเลียนแล้วผมจะไม่ชอบได้ยังไงกันเขาเดินไปเอาของที่นำมาจากบ้านตระกูลเกาเข้าไปเก็บในห้องและกำลังยืนมองว่าควรจะเอาป้ายิญญาของแม่ไปไว้ตรงไหนดีซือเย่ก็เดินเข้ามา
“เอาไว้บนชั้นนี้ได้ค่ะพี่ิ”ซือเย่ชี้ไปยังตู้โชว์ข้างเตียงชั้นบนสุดของบนนั้นมีสายประคำและรูปปั้นพระพุทธรูปที่ทำจากคริสตัลตั้งอยู่
ฉิงิยิ้มขอบคุณก่อนจะค่อย ๆวางลงไปยังชั้นถัดลงมาที่ยังว่างอยู่
“ไปทานข้าวกันค่ะ” เธอชวนคนรักออกไปกินข้าวทำไมจะไม่รู้ว่าใต้รอยยิ้มของพี่ินั้นจะต้องเ็ปมากเท่าไหร่พี่ิรักคุณพ่อมากและความเป็จริงแล้วก็ไม่ได้เกลียดอะไรน้ารั่วซีชีเซินและอิ๋งอิ๋งด้วย ยิ่งกลับมาครั้งนี้ยังทำให้เห็นอะไรบางอย่างที่ไม่ได้เห็นคงต้องให้เวลากับพี่ิอีกหน่อยถึงจะทำใจได้แต่สำหรับเธอนั้นเกมทั้งหมดมันเพิ่งจะเริ่ม
ตอนที่พี่ิกลับเข้าไปในตระกูลเกาก็ได้สั่งให้คนของเธอไปตามสืบเื่ราวทั้งหมดของตระกูลเกามาไม่ว่าเื่จะเล็กน้อยขนาดไหนก็ต้องได้รายงานเธอคิดว่าการที่รั่วซีอาจหาญไปฆ่าเธอถึงที่บ้านนอกเมืองนั่นได้ต้องมีคนอยู่เื้ัแต่เธอไม่รู้ว่าฆ่าเธอกับพี่ิไปแล้วจะได้อะไรในเมื่อตระกูลเกาได้ทุกอย่างไปแล้วตอนนั้นพี่ิมีเงินสดติดตัวอยู่ไม่ถึง 5,000 ดอลล่าร์ด้วยซ้ำซึ่งเป็เงินทั้งหมดที่พี่ิมี
เธอจะไม่ยอมให้ใครมาเหยียบหัวเพื่อผลประโยชน์อีกและแน่นอนว่าใครก็ตามที่มีส่วนทำให้เธอและพี่ิโดนฆ่าจะต้องไม่สุขสบาย!
“เหม่ออะไรอยู่ทานอีกหน่อยสิของโปรดเราทั้งนั้นเลย” พี่ิตักพาสต้ามาวางในจานให้
“น้องกำลังคิดว่าจะทำธุรกิจอะไรเพิ่มดี” ใช่ในเมื่อตอนนี้ได้กลับมาเธอก็อยากใช้ความรู้ความสามารถทั้งหมดที่ช่วยพี่ิทำงาน
“อืม ทานให้เสร็จก่อนเดี๋ยวเรามานั่งคิดกันเดี๋ยวชืดหมดจะไม่อร่อยเอา คุณป้าเสียใจแย่เลย” พี่ิยังคงใส่ใจคนอื่นอยู่เสมอ
หลังจากทานอาหารเย็นกันเสร็จทั้งคู่ก็เข้าไปอาบน้ำแล้วออกมานั่งคุยกันที่โซฟากลางห้อง
“ตอนนี้น้องมีหุ้นในห้องเสื้อเคธอยู่แล้วก็มีหุ้นที่คุณพ่อท่านแบ่งมาให้จากหลายบริษัทด้วยแต่ที่มีจำนวนเยอะหน่อยก็เป็บริษัททีฟานี่แหละค่ะ”
“เรามองธุรกิจอะไรไว้เป็พิเศษมั้ย” ฉิงิถามตัวเขาเองก็มีธุรกิจที่อยากทำถ้าซือเย่อยากที่จะทำร่วมกันก็ดีไม่น้อย
“น้องกำลังดูธุรกิจการนำเข้าหรือสายการผลิตที่สามารถส่งเสริมธุรกิจค้าปลีกได้ค่ะเผื่อว่าห้างทีฟาของเราจะได้มีจุดเด่นเพิ่ม”
“จริง ๆพี่มีเพื่อนที่เคยคุยกันไว้เื่นำเข้าอุปกรณ์เทคโนโลยีด้านสุขภาพตอนแรกคุยกันไว้ว่าจะเริ่มเปิดตลาดที่ห้างตระกูลเกาแต่พอพี่ออกมาเลยยังไม่ได้คุยกันต่อพี่กะว่าจะนัดเจอกันพรุ่งนี้ที่โรงแรมเราไปกับพี่สิ”
“งั้นเดี๋ยวน้องขอชื่อบริษัทเพื่อนพี่ก่อนเลยค่ะน้องจะได้ดูว่ามีอะไรที่น่าสนใจบ้าง พรุ่งนี้ไปเจอกันจะได้คุยรู้เื่”ฉิงิยิ้ม แม้ก่อนตายจะแต่งงานกันได้ไม่ถึงปีแต่ตลอดเวลาที่คบกันทำไมเขาจะไม่รู้ว่าซือเย่ฉลาดและมีความเป็นักธุรกิจขนาดไหนโอกาสในครั้งนี้เขาจะเป็คนช่วยให้ซือเย่ได้ส่องแสงเป็เพชรล้ำค่าที่ไม่ว่าใครก็ไม่สามารถแตะต้องเธอได้และก่อนอื่นดูเหมือนว่าเขาเองก็ต้องพัฒนาในด้านที่ไม่ถนัดด้วยเช่นกัน
ซือเย่ตื่นขึ้นมาบนเตียงใหญ่คนเดียวเมื่องมองไปด้านข้างไม่พบกับคนรักก็ค่อยๆ ลุกขึ้นเข้าไปจัดการธุระส่วนตัว
“พี่ฉี พี่ิละคะ”ออกจากห้องก็เจอกับพี่ฉีที่กำลังทอดแฮมและไข่ดาวอยู่ในครัวเพราะซือเย่ให้แม่บ้านมาเริ่มงานั้แ่สิบโมงดังนั้นมื้อเช้าจะเป็พวกเธอจัดการกันเองซึ่งวันนี้พี่ฉีเป็คนทำให้
“ลงไปออกกำลังกายที่ฟิตเนสกับเหวินเปาครับ อีกเดี๋ยวน่าจะขึ้นมาแล้ว”หลังจากจบประโยคได้ไม่นานประตูห้องก็เปิดออกพร้อมฉิงิที่เดินเข้ามาในสภาพเหงื่อเต็มตัว
“นอนไม่หลับหรือคะถึงได้ลุกไปออกกำลังแต่เช้าเลย”
“เปล่าหรอกพี่แค่รู้สึกว่าร่างกายมันไม่ค่อยแข็งแรงเลยอยากฟิตสักหน่อยรอพี่อาบน้ำก่อนเดี๋ยวจะรีบออกมานะ”
“เมื่อเช้าคุณเขาถามเื่เรียนศิลปะป้องกันตัวด้วยครับ”ฉีเทียนยกจานมาวางที่โต๊ะแล้วพูดกับซือเย่
“เอ๋ พี่ิน่ะหรอคะ”ปกติพี่ิเป็พวกยอมคนและไม่ชอบการต่อสู้เลย
“แล้วพี่ฉีตอบกลับไปว่ายังไงคะ”
“ผมบอกไปว่าถ้าอยากเรียนจริง ๆ ผมสอนให้ได้แต่ก็ต้องเริ่มจากออกกำลังกายเสียก่อนหลังจากนั้นก็เห็นคุณเขาลากเหวินเปาไปออกกำลังกายแล้วครับ”
ซือเย่ยิ้ม แค่คิดก็อุ่นวาบในใจคงอยากที่จะเก่งขึ้นเพื่อเธอสินะ
ไม่นานฉิงิก็เดินออกมาในเสื้อผ้าชุดใหม่ทั้งคู่ทานอาหารกันในบรรยากาศปกติแต่ในมุมมองของฉีเทียนและแม่บ้านที่เพิ่งเข้ามาทำงานเห็นกลับทำให้ตื้นตันและดีใจมากที่คุณหนูของพวกเขาได้เจอคนรักที่เข้ากันได้ขนาดนี้
หลังทานอาหารเช้ากันเสร็จทั้งคู่ก็พร้อมออกไปประชุมงานที่บริษัทต่อทันที
“สวัสดีทุกคนครับ”ฉิงิที่เดินเข้าไปในห้องประชุมก่อนกล่าวทักทายพนักงานและบอร์ดบริหารบางคนที่มาก่อนเวลา
“สวัสดีค่ะ มากันแต่เช้าเลย”ซือเย่เอ่ยทักทายอย่างเป็กันเองเมื่อเห็นว่าภายในห้องมีแต่คนคุ้นเคย
“แน่ล่ะ จะไม่ให้รีบมาได้ยังไงได้ข่าวว่าวันนี้มีอัปเดตจากฝั่งคุณชายหลิวนี่คะ”หัวหน้าฝ่ายหลายคนพยักหน้าเห็นด้วยเพราะแผนเมื่อวานทำให้ทุกคนเห็นทางที่จะพาทีฟาให้ไปต่อได้
“ครับ ก่อนอื่นเลยขอแนะนำผู้ช่วยของผมนะครับนี่เหวินเปาถ้าทุกท่านติดต่อผมไม่ได้สามารถติดต่อผ่านเหวินเปาได้เลยผมเองก็คงจะต้องขอคำแนะนำจากทุกคนด้วยขอฝากตัวอย่างเป็ทางการด้วยครับ”ฉิงิโค้งให้กับบอร์ดบริหารทุกคนยิ่งเพิ่มความเอ็นดูและชื่นชมขึ้นไปอีก ทุกคนในที่นี้รับรู้แล้วว่าฉิงิจะเข้ามาช่วยแก้ไขสถานการณ์ของทีฟาและแน่นอนว่าหากทำได้ตำแหน่งประธานบริหารคนใหม่ก็คงไม่หลุดลอยไปไหน
“ฮัลโหล อืม ถึงแล้วหรอ”
‘พอดีคุยเสร็จเร็วน่ะหุ้นส่วนฉันมันเลยถามว่านายออกมาเร็วหน่อยได้มั้ย จะได้อยู่คุยพร้อมกันไปเลย’
“เดี๋ยวเรายังไม่ได้คุยรายละเอียดกันเลยจะให้คุยกับหุ้นส่วนนายมันจะเสียเวลาเขาเอานะ”
‘เออน่า ไม่ต้องเป็ห่วงเื่นั้นหรอกหุ้นส่วนฉันคนนี้มันรอเจอนายั้แ่ครั้งที่ติดต่อจากตระกูลเกาแล้วเอาเป็ว่าไม่ต้องรีบมากหรอก เดี๋ยวฉันพาเขาเดินเล่นในห้างทีฟารอ’
“มีอะไรหรอคะ” หลังจบการประชุมทั้งคู่ก็มานั่งคุยกับจื่อหวงเกี่ยวกับรายละเอียดต่าง ๆรวมไปถึงสัญญาของคู่ค้าที่กำลังจะหมดและที่ต่อใหม่ไปแล้ว
“เพื่อนพี่มาถึงแล้วน่ะ บอกว่าเสร็จเร็ว”
“จริง ๆ วันนี้ข้อมูลก็ตามที่ให้ไปเลยถ้ามีธุระก็ไปได้เลยนะ เดี๋ยวพี่จะเอาแผนรีโนเวทคร่าว ๆไปคุยกับผู้ถือหุ้นให้ก่อนแล้วเดี๋ยวมะรืนเมื่อแผนด้านอื่นเสร็จจะได้เข้าประชุมบอร์ดพร้อมกันอีกที”
“ขอบคุณมากครับพี่ต้วนยังไงเดี๋ยวผมกับซือเย่ขอตัวเลยแล้วกันครับ”ตอนนี้ทั้งคู่ยังไม่มีห้องทำงานเพราะยังไม่ได้รับตำแหน่งอย่างเป็ทางการแต่ก็ให้คนจัดห้องประชุมเล็กให้นั่งทำงานกันได้ตามสบายและมีความเป็ส่วนตัวเวลามีคุยงานอะไรก็มักจะเข้ามานั่งคุยในห้องนี้ไม่ได้เรียกให้ทั้งคู่เข้าไปยังห้องทำงานจื่อหวงคิดว่าอย่างไรในอนาคตอันใกล้นี้ฉิงิจะได้ตำแหน่งประธานบริหารแน่นอนการที่เขาจะเดินมาหาอีกฝ่ายเองก็ไม่นับว่าเป็อะไร
ทั้งคู่เดินออกจากห้องไม่ลืมบอกให้เหวินเปาและฉีเทียนไปพักได้ตามสบายก่อนจะลงลิฟต์มายังทางเชื่อมเข้าสู่ห้างสรรพสินค้า
“น้องว่าเราไปจองร้านอาหารไว้ดีมั้ยคะเผื่อเราคุยกันนานจะได้ไม่หิวมาก” ฉิงิพยักหน้าเห็นด้วยซือเย่จึงเดินนำไปยังร้านอาหาร โชคดีที่ยังมีห้องส่วนตัวเหลืออยู่
“อ่า ฉันเสร็จงานแล้วนายอยู่ไหนมาเจอกันที่ร้านอาหารชั้น 4 จองห้องไว้แล้ว”
‘นายรู้ได้ไงว่าฉันกำลังอยากกินร้านนั้นรอเดี๋ยวเดียวนี่เดินอยู่ชั้น 3 กำลังไป’
เมื่อวางสายเดฟได้ไม่นานฉิงิก็เห็นเพื่อนของตนเองเองเดินมาพร้อมกับชายวัยไล่เลี่ยกันแต่ดูท่าทางสุขุมและภูมิฐานกว่าอืม จะบอกว่ายังไงดีล่ะ เพื่อนใหม่คนนี้จะดูถูกไม่ได้เลย บรรยากาศรอบ ๆตัวคล้ายนายท่านหลิว พ่อของซือเย่ไม่น้อย
“ไง ไม่เจอกันนานสบายดีนะ” เดฟเป็คนทักทายก่อน
“นี่ฉิงิเพื่อนผม คนที่เราดีลไว้ั้แ่แรกส่วนนี่หุ้นส่วนฉันลูคัส”
“ยินดีที่ได้รู้จักครับต้องขอโทษด้วยที่ทำให้มาเจอเหตุการณ์อะไรแบบนี้”แม้จะไม่ใช่ความผิดของตนเองแต่ความรับผิดชอบของฉิงินั้นจะดูถูกไม่ได้คนที่เคยเป็ถึงรองประธานบริหารมาก่อนย่อมรู้ดีว่าอะไรคือสิ่งที่ควรทำ
“ไม่เป็ไรอย่าคิดมากเข้าไปทานอาหารกันก่อนดีกว่า” ลูคัสตอบด้วยท่าทางเป็กันเอง
“คงจะไม่ว่าอะไรนะครับถ้าผมจะพาภรรยามาด้วย”ฉิงิถามอย่างเกรงใจ
“เดี๋ยวนะนี่ไปแอบมีตอนไหนทำไมไม่เห็นเล่าให้ฟังเลย”
“เื่มันยาว เชิญทางนี้ครับ”ฉิงิเลี่ยงที่จะไม่ตอบคำถามแล้วเดินนำลูคัสไปยังห้องส่วนตัวที่จองไว้
“ยินดีที่ได้รู้จัก หลิวซือเย่ค่ะ”เมื่อประตูห้องถูกเปิดซือเย่ที่รออยู่แล้วก็เอ่ยทักทายทันที
“ซือเย่?”
“พี่ลูคัส?” เพราะเสียงที่เรียกทำให้ซือเย่เงยหน้ามองคนมาใหม่ทันที
“แต่งงานเมื่อไหร่ ทำไมพี่ไม่รู้เื่เลยล่ะ”
เดฟและฉิงิต่างก็มองหน้ากันก่อนจะต้องส่ายหัวเพราะไม่มีใครรู้ว่าทั้งคู่รู้จักกันมาก่อน
“แบบนี้นี่เอง โชคดีนะที่ฉิงิลงไปช่วยทันเรานี่ก็ยังไงไม่ระวังตัวเองเลย”ลูคัสใจหายเมื่อรู้ว่าคนที่เป็เหมือนน้องสาวคนหนึ่งเกือบเอาชีวิตไม่รอดเพราะความประมาท
“ว่าแต่รู้จักกันได้ยังไงล่ะ”เดฟถามขึ้นหลังจากที่ซือเย่ได้เล่าเื่ของเธอและฉิงิจนจบแล้ว
“ซือเย่เคยไปเรียนอยู่อังกฤษตอน่มัธยมปลายค่ะคุณพ่อของเราท่านสนิทกันก็เลยได้เจอกันบ่อย ๆ”
“อ่า แบบนี้ก็ ..”เดฟหันมองซือเย่สลับกับลูคัสครู่หนึ่งก่อนที่ลูคัสจะพยักหน้า
“บอกไปเลยก็ได้ คนกันเองไม่ต้องปิดอะไรหรอก”ลูคัสบอกก่อนจะยกชาขึ้นมาจิบ
“บอกเื่อะไรกันหรอครับ”ฉิงิที่นั่งฟังถาม
“จริง ๆ แล้ว เขาไม่ใช่แค่หุ้นส่วนหรอกลูคัสเป็แฟนฉันเอง อย่าเข้าใจผิดนะ!ฉันไม่ได้ตั้งใจจะปิดนายกะว่าจะมาเซอรไพรส์แต่ดันเกิดเื่ขึ้นซะก่อน”เ้าตัวลนลานแก้ตัวเพราะกลัวเพื่อนเข้าใจผิดจนลูคัสต้องดึงให้นั่งลง
“ดีแล้วที่นายได้คุณลูคัสเขาเป็แฟนนายจะได้นิ่งขึ้นบ้าง” ฉิงิพูดติดตลกทำให้เดฟหัวเราะได้ทันที
“แล้วนายเห็นว่าฉันนิ่งขึ้นมั้ย ก็ไม่! ฮ่าฮ่า”
ภายในห้องส่วนตัวมีแต่เสียงหัวเราะของทั้งสี่คนที่ตกลงกันว่าจะทานอาหารให้เสร็จก่อนแล้วจึงค่อยเริ่มคุยเื่งาน
-------------------------------------
นิยายเื่นี้แต่งจบแล้ว นำมาลงให้อ่านฟรีจนจบก่อนติดเหรียญ
หากไม่อยากรอ สามารถอุดหนุน Ebook ได้บน Meb / Pinto / Dek-D / Naiin / Ookbee