บทที่ 28 ลาก่อน
ออโรร่าบาเรียแตกออกเป็สองฝ่าย
ฝ่ายแรกไม่้าความเปลี่ยนแปลง
ฝ่ายที่สอง้าความเปลี่ยนแปลง แกนกลางของกลุ่มนี้คือโฮเซ่ แต่เขายังไม่ลงมือทำอะไรจนกว่าจะมั่นใจว่าถูกจังหวะและถูกสถานการณ์
่เวลาไม่นานที่หน่วยลาดตระเวนออกไปนอกบาเรียคือจังหวะสำคัญที่เขารออยู่
สิ่งที่เอามาใช้ต่อรองก็คือ... ตัวประกัน
และตัวประกันที่ว่าคือสมาชิกหน่วยลาดตระเวนที่ไม่ได้ไปกับกลุ่มหลัก หนึ่งในนั้นคือซิลเวสเตอร์นอกจากเขาก็มีอีกสามคนได้แก่ เฟลิเป้ ลูซี่ และฮาคิม
ซุยเร็นเสนอให้ใช้ลินินเป็ตัวประกันเพราะเธอสนิทกับซิลเวสเตอร์ ถ้าเขาไม่ห่วงตัวเองเขาก็ต้องห่วงลินิน
ทำแบบนี้เท่ากับตราหน้าตัวเองเป็ผู้ร้าย ร้ายแรงสุดอาจถูกขับออกจากบาเรียไปตายข้างนอกไม่อาจถอยได้อีกแล้ว ถ้าไม่สำเร็จก็เท่ากับตาย
การจับตัวซิลเวสเตอร์ยากกว่าที่คิด
เขาเป็คนเฉื่อยแฉะ เถลไถลไปวันๆ แต่ความเข้มงวดของประกายมาศทำให้ทักษะการใช้อาวุธของเขาพัฒนาแบบก้าวะโคนที่เคยสู้แต่มือเปล่าอย่างโรเจอร์ไม่สามารถจับเขาที่ถือหอกติดตัวเป็แขนที่สามได้แต่ซุยเร็นก็เอามีดจ่อคอหอยลินินทำให้เขายอมจำนน
โฮเซ่...ในฐานะผู้นำไม่มีความลังเลในการตัดสินใจ
เหตุผลที่มีผู้คนเข้าร่วมกับเขามากกว่าที่คาดเพราะความไม่พอใจในหน่วยลาดตระเวนที่ก่อตัวอย่างช้าๆมานาน
เริ่มแรกหน่วยลาดตระเวนไม่ได้หนักสมองใครเพราะเป็พวกรนหาที่ตายเอง แต่หลังการปรากฏตัวของ“กุญแจ” ความหวังก็เกิดขึ้นในใจของทุกคน ความหวังที่จะรู้จักตัวตนในอดีตของตัวเองและหลุดพ้นจากชีวิตอันน่าเบื่อหน่ายถึงจะมีบางพวกที่ไม่้าความเปลี่ยนแปลง แต่นั่นก็เป็ส่วนน้อย
แต่ทว่ากุญแจก็ชักศึกมาถึงหน้าประตูบ้าน
เื่ที่บาเรียบางลงทุกวันเป็เื่ที่สังเกตได้ กุญแจสมควรจะแก้ไขเื่นั้นถึงผู้เล่นจะมาที่บาเรียแต่ก็ไม่สามารถทำอะไรได้เพราะม่านพลังที่กั้นอยู่ หลังจากกุญแจปรากฏตัวก็มีสิ่งที่เรียกว่า“มินิบอส” เข้ามาโจมตีบาเรีย
ใช่แล้ว บาเรียถูก “คิลเลอร์ คิสเม็ท” และ “เนโครแมนเซอร์ เนเดียร์” โจมตีโดยตรงนั่นเป็เพราะกุญแจดึงพวกมันมาไม่ผิดแน่ และเพราะกุญแจดึงดูดมินิบอสมาคนในบาเรียจึงต้องเจ็บหนักและล้มตาย
แล้วหลังจากนั้นบาเรียก็เกิดช่องโหว่ใหญ่จนผู้เล่นสามารถบุกเข้ามาได้
ปกติแล้วคนที่รับความเสียหายทั้งหมดจะเป็หน่วยลาดตระเวนที่ออกจากความคุ้มครองของบาเรียแต่หลังกุญแจมาเพียงแวบเดียว คนในบาเรียก็เดือดร้อนล้มตายกันหมด
เื่ที่ว่าต้นเหตุคือเฟนน่า คนที่รู้มีเพียงตัวเฟนน่าเอง ฟาทีมาที่ถูกเธอฆ่าและมินที่ตายก่อนจะได้บอกใคร ฉะนั้นคนไม่น้อยจึงป้ายความผิดให้ลัคนา
เหตุการณ์ครั้งนั้นถูกมองว่าเป็ความล้มเหลวในการปกป้องคนในบาเรียทั้งที่ตัวเองมีกำลังรบมากที่สุด
อีกทั้งอุลริก... เขาเปรียบเสมือนกุญแจคนที่สอง เขาบอกว่าหากกุญแจตายทุกคนจะได้เป็อิสระ... ทว่ากลับไม่มีใครให้น้ำหนักกับคำพูดเขา ซ้ำยังล้างสมองดึงเขาเป็พวกถ้าอุลริกเป็ผู้ส่งสาสน์เพื่อบอกว่าความจริง กุญแจคือเครื่องสังเวยเพื่อเข้าสตาร์ดัสต์เรล์ม ก็เท่ากับว่าไม่มีใครเชื่อเขา
อีกภาพที่ยังติดตาใครหลายคนคือการที่ลัคนาะเิผู้เล่นทิ้งระหว่างกลับจากการลาดตระเวนครึ่งหนึ่งมองว่าเธอน่ากลัว ไม่รู้ตัวว่าจะหลุดการควบคุมเมื่อไหร่อีกครึ่งกลับมองว่าเธอทำเื่แบบนั้นได้แต่ไม่ยอมทำแต่แรกรอให้มีคนตายก่อนหรือรอให้ตัวเองเดือดร้อนถึงจะใช้พลัง
นอกจากเื่ของอุลริกและความน่ากลัวของลัคนาซึ่งทำให้ชาวบาเรียรุ่นใหม่หวั่นไหวตอนนี้หน่วยลาดตระเวนจำกัดการใช้วัสดุอย่างเข้มงวด ไม่ว่าผ้าห่มหรือผ้าม่านก็ถูกตัดไปให้หน่วยลาดตระเวนใช้คนที่ไม่พอใจจึงเพิ่มขึ้นเป็เท่าตัว
ฟางเส้นสุดท้ายคือการที่โฮเซ่เข้ามาในบาเรียและประกอบทุกอย่างเข้าด้วยกัน
เขาโยงเหตุการณ์ทั้งหมดที่ได้รับรู้มาจากซุยเร็นซึ่งเป็ ‘ผู้เหลือรอด’ เพียงไม่กี่คนเข้ากับการที่กุญแจแสดงพลังประหลาดในการฆ่าผู้เล่นเขาคิดว่าลัคนาสามารถทำได้ แต่กลับปล่อยให้เพื่อนๆ ของซุยเร็นต้องตายในขณะที่ตัวเองหลบอยู่ในบ้านพักไม่ยอมออกมาสู้เป็ใครก็ต้องโกรธ
นอกจากนั้น เขายังพบลัทธิอุลริกซึ่งคิดว่าเขาเป็กุญแจที่แท้จริงอีกด้วยจึงดึงพวกนั้นมาเป็พวกเพื่อต่อกรกับหน่วยลาดตระเวน
ถึงเป็หน่วยที่พาเขามายังที่ปลอดภัย แต่ไม่ใช่กลุ่มคนที่จะเจรจาได้
ที่ผ่านมาเขาถูกมองเป็แค่เด็กมีปัญหาคนหนึ่ง ไม่ควรค่าแก่การสนใจ
เขา้าให้เสียงของตัวเองมีน้ำหนักมากขึ้น
กระจายข้อมูลให้ทั่วถึง ให้อิสรภาพกับทุกคน กำจัดกุญแจที่เป็ตัวอันตรายเสีย...
ปัญหาใหญ่ตอนนี้คือหน่วยป้องกันบาเรีย แต่ถ้าใช้เทคนิคที่โฮเซ่เรียกเล่นๆว่า “โซ่ตัวประกัน” ก็น่าจะกำราบได้ง่ายๆ ก่อนอื่นใช้ชีวิตของซิลเวสเตอร์ไปขู่หยางแล้วเอาเขาไปขู่ประกายมาศอีกที
แต่มันก็ไม่ง่ายอย่างที่คิด
“โฮเซ่ ปล่อยทุกคนเถอะ” ประกายมาศพยายามเกลี้ยกล่อมโฮเซ่ที่ยืนอยู่หน้าสุดตัวประกันทั้งห้าคนโดนเอามีดคมกริบจ่อคออยู่ข้างหลัง พวกคนที่เห็นด้วยกับเขาคนอื่นๆยืนล้อมรอบเหมือนกำแพงมนุษย์
“ทำตามที่พวกเรา้าก่อน เราถึงจะปล่อย”
“ฉันรู้ว่านายอยากให้กำจัดลัคนา ฉันรู้ว่าพวกเธอมาขอหลายๆ เื่ ทั้งเื่ฆ่ากุญแจ...้าข้อมูล...้าอิสรภาพแต่ขอโทษ เราทำให้ไม่ได้จริงๆ ถ้าทำได้คงจะทำไปนานแล้ว”
“เราถึงมากดดันให้ทำยังไงล่ะ”
“พูดด้วยยากชะมัด...”
หยางกับประกายมาศดูเหมือนจะไม่ยอมร่วมมือง่ายๆ
แล้วจังหวะนั้นหน่วยลาดตระเวนก็กลับเข้ามาในบาเรีย
...
ลัคนารู้สึกถึงความตึงเครียดในบาเรียได้ก่อนจะก้าวเท้าเข้าไปเสียอีก
สมองที่มัวแต่หมกมุ่นกับปริศนาชวนปวดหัวของทไวไลท์ ไทเกอร์กลับมีสมาธิอีกครั้งเธอสะกิดให้ฮิบิคิหยุดดูสถานการณ์ภายในก่อนว่าเรียบร้อยดีหรือไม่ เขามองผ่านม่านพลังขุ่นมัวสีชมพูเข้มก็ขมวดคิ้ว
สิ่งที่เห็นคือคนสองฝ่ายประจันหน้ากันตรงลานกว้างที่ใช้ฝึกซ้อม พอเห็นตัวประกันแล้วก็รู้ได้เลยว่านี่ไม่ใช่การทะเลาะวิวาทธรรมดา
“...ฮิบิคิ ฉันมีคำถาม”
เด็กหนุ่มหันขวับมา คิ้วขมวดเป็ปม ลัคนามองตรงไปที่คนกลุ่มใหญ่...
ไม่สิ จำนวนขนาดนั้นแสดงว่าทุกคนในบาเรียอยู่รวมกันที่ลานกว้างเรียบร้อย
“ถ้าฉันจะตายเพื่อทุกคน เธอจะทำยังไงเหรอ ฮิบิคิ?”
“นี่เธอ...” เขาพูดอึ้งๆ
อรุโณทัยอารมณ์ไม่ดีจนความเยือกเย็นในการตัดสินใจมลายหายไปสิ้น ความผิดหวังทำให้ใจหญิงสาวแทบสลายเธอเดินตรงไปยังบาเรียโดยที่ลัคนาพยายามห้ามอย่างเอาเป็เอาตาย
“้าอะไร?!” พอก้าวเข้าไป อรุโณทัยเปล่งเสียงะโเรียกให้ทุกศีรษะหันมามองเธอ
“มาแล้วเหรอ?” โฮเซ่มองเธอด้วยสายตาพิจารณา“ได้เื่อะไรมาบ้างล่ะ? จากเสือนั่น”
ท่าทางเย้ยหยันของโฮเซ่ทำให้ความเยือกเย็นที่ไม่แทบเหลือของ
อรุโณทัยหายวับไปในพริบตา
“ก็ล้มเหลวน่ะสิ! ถึงจะมีพลังแห่งปาฏิหาริย์ของกุญแจ มันก็เปล่าประโยชน์แล้วล่ะ!เพราะไม่มีใครอยากให้พวกเราไปถึงสตาร์ดัสต์ เรล์มเลย!”
“อย่างนั้นเหรอ?” โฮเซ่ไม่สะทกสะท้านกับข่าวคราวเท่าไร“มันก็เหมือนที่ผ่านมาไม่ใช่เหรอ? เราไม่เคยรู้ว่าสตาร์ดัสต์เรล์มคืออะไร อยู่ที่ไหน ป่านนี้ไม่้าให้เธอมาฟูมฟายหรอก”
“อยากทำให้ฉันโกรธเหรอ โฮเซ่?!”
“ลองดูสิ”
ลินินหน้าซีดเผือดเมื่อซุยเร็นกดมีดลงกับคอจนผิวปริ
“...”
“เพราะคำพูดของฉันเหรอ ถึงต้องทำขนาดนี้?” อุลริกเสยผม สีหน้าบอกชัดว่าหนักใจ
“นั่นก็ด้วย ถ้าอยากรู้ละเอียดก็ถามเธอพวกนี้สิ”
ผู้หญิงในบ้านพักที่รอดมาจากคราวนั้นเองก็แบ่งออกเป็สองฝ่าย เกินครึ่งอยู่กับซุยเร็น
ฮิบิคิกวาดสายตามองทุกคนที่ยืนอยู่ เขาไม่เห็นใครคนหนึ่ง
อึนริว
“ฉันจะไม่ฆ่าลัคนา!”
“เดี๋ยวค่ะ!”
ลัคนาะโออกไปโดยไม่ทันคิด เธอเหลือบมองฮิบิคิแวบหนึ่งเขาดูมั่นใจในอะไรบางอย่าง
“้าให้ฉันตาย...เหรอ?”
“ถูก เพราะั้แ่เธอมาก็ไม่มีอะไรดีเลย” ซุยเร็นพูดเสียงนิ่ง
“ั้แ่ลัคนามา เราเจอเบาะแสมากขึ้นต่างหาก!” ฮิบิคิตวาดกลับ
“เหรอ?! นั่งสบายใจ ปกป้องตัวเองอยู่ในห้องเธอไม่ยอมใช้รหัสจนโซเฟียโดนฆ่าตาย! เธอสมควรสละตัวเองตามที่อุลริกบอก! ถ้าตอนนั้นคนที่ตายเป็เธอไม่ใช่โซเฟียเราทุกคนคงได้ไปสตาร์ดัสต์ เรล์มกันหมดแล้ว!!!”
ความรู้สึกผิดที่ลัคนาปิดกั้นไว้ในใจมาตลอดไหลทะลักออกมา
ใช่สิ...มันต้องมีอยู่แล้ว คนที่เสียใจกับการกระทำของเรา...
“ลินิน!” ซิลเวสเตอร์ร้องลั่น
ซุยเร็นเผลอกดมีดกับคอของลินินจนเธอตายไปโดยไม่ทันส่งเสียงสักแอะ ซุยเร็นปล่อยร่างของลินินร่วงลงไปกองกับพื้นเหมือนหุ่นเชิดโดนตัดด้ายเืสีเข้มไหลนองพื้นดิน
มีคนตายแล้ว
ถอยกลับไม่ได้แล้ว
เด็กสาวขี้อายที่สับสนในตัวตนของตัวเอง...
ตาย...ไปแล้ว...?
ฉันเอง...ก็กำลังจะตายเหมือนกัน...?
“ย้ากกกก!!!” คนที่ฟาดดาบเข้ากับหนึ่งในคนจับตัวประกันคืออึนริว ขาของเขาทำให้เคลื่อนไหวไม่สะดวกและแทบยืนไม่ได้แต่ถ้าแค่เวลาสั้นๆ ละก็...
“ทำไปได้นะซุยเร็น!” ลอร์น่าเข้ามาจากอีกด้านหนึ่งของบาเรีย เธอใช้ด้ามขวานฟาดลำตัวซุยเร็นเต็มแรงนิชพรรีบเข้าไปดึงตัวลินินออกมา...แต่เธอก็ตายไปแล้วจริงๆ
“ถ้าไม่หยุด เ้านี่เป็รายต่อไป!” ใครคนหนึ่งะโขึ้นพร้อมมีดที่เริ่มกดคอเฟลิเป้ชายหนุ่มผิวแทนพยายามดึงมือนั้นออกสุดแรงแต่ก็ไม่เป็ผลนักเพราะอีกฝ่ายตัวใหญ่กว่ามาก
อีกด้านหนึ่ง อึนริวถูกฟาดเข้าที่หลังอย่างแรงและกลายเป็หนึ่งในตัวประกันทันทีถึงลอร์น่าจะพยายามกลับไปช่วยแต่ก็ไม่ทันเสียแล้ว
เธอช่วยลูซี่ออกมาได้ เด็กผิวขาวผมทองนั่งสั่นเทิ้มจนขยับไม่ไหว
หยางกับประกายมาศถูกฝูงชนขวางจนทำอะไรไม่ได้ พวกเขาไม่โหดร้ายพอจะฆ่าคนในบาเรียที่เห็นหน้ากันทุกวัน...นี่เรียกว่าความอ่อนแอหรือ? ไม่มีหนทางอื่นให้เื่นี้จบลงโดยที่ไม่มีใครตายหรือ?
“กุญแจแค่คนเดียว! แล้วจะไม่มีใครต้องตายอีก!” โฮเซ่เห็นสถานการณ์เริ่มหลุดจากการควบคุมก็ตะเบ็งเสียงร้องบอก
แค่กุญแจไป...ทุกคนก็จะเป็อิสระ ใช่แล้ว...
อิสระคืออะไร?
คำถามนั้นแวบเข้ามาในสมอง
ไม่ใช่ว่า ‘ปลดปล่อย’ ของอุลริกหมายถึงพวกเขาจะต้องตายกันหมดหรอกนะ?
ไม่มีทาง โฮเซ่ลบความคิดออกจากสมองได้ทันท่วงที ถ้าเริ่มทำอะไรแล้วเขาจะทำให้ถึงที่สุด
“ปล่อยทุกคนเถอะ โฮเซ่ ถ้าทำแบบนั้นแล้วจะไม่มีใครต้องตายอีก” ประกายมาศพูดเสียงเย็น“ตอนนี้ยังพอให้อภัยได้อยู่...”
“ไม่ต้องใช้เหตุผลกับมันหรอก! มันฆ่าพวกเดียวกัน!” เสียงฝูงชนส่วนหนึ่งะโ
“ใช้เหตุผลกับหมอนี่ไม่ได้...ดูสิ มันปลุกระดมคนให้ฆ่าลัคนาเพื่อไปให้ถึงสตาร์ดัสต์เรล์มเชียว! ป่าเถื่อนแบบนี้คุยด้วยไม่ได้หรอก!” อรุโณทัยะโแข่งเสียงคน
“กุญแจเปรียบเสมือน ลูกของพระเ้าแห่งสตาร์ดัสต์เรล์ม ก็จริง แต่การฆ่าลูกเพื่อใกล้ชิดผู้ให้กำเนิดเป็เื่ที่ถูกต้องแล้วแน่เหรอ?” อุลริกจ้องโฮเซ่ไม่วางตา ท่าทีของเขาทำให้คนกลุ่มหนึ่งเกิดลังเล เพราะเขาขัดคำพูดของตัวเองก่อนหน้านี้...
“เราไม่ได้้าใกล้ชิดกับพระเ้า เราแค่้าไปสตาร์ดัสต์ เรล์ม”
“ส่วนฉันไม่้าอะไรนอกจากล้างแค้นให้เพื่อน...” ซุยเร็นต่อ
“...”
ลัคนาไม่เข้าใจอะไรทั้งนั้น
ทั้งที่บาเรียสงบสุขมาตลอด ไม่เคยทะเลาะกันแท้ๆ
ทำไมอยู่ดีๆ ทุกคนถึงได้ลุกฮือเพื่อกำจัดเธอ?
แล้วตอนนี้เธอควรจะทำยังไงดี? จะพูดยังไงให้ทุกคนวางอาวุธลงแล้วกลับไปใช้ชีวิตตามปกติ?
ลินินตายแล้วยังกลับไปใช้ชีวิตตามปกติได้อีกเหรอ?
เฟลิเป้มองมาที่เธอด้วยสายตาวิงวอน...จะบอกว่าช่วยด้วยอย่างนั้นหรือ? หรือเขากำลังบอกว่า...
ช่วยตายสักทีเถอะ
คำพูดก่นด่าที่อื้ออึงเต็มสองหูเบาลงชั่วขณะ ลัคนาหลับตาแน่น น้ำตาหยดหนึ่งไหล
ฮิบิคิเรียกชื่อเธอ วางมือบนไหล่ เขย่าเธอเบาๆ จนลืมตาขึ้น เขาพยายามพูดอะไรสักอย่างแต่ลัคนาไม่เข้าใจอะไรเลย
ซิลเวสเตอร์ส่งสายตามองเธอ ปากพูดอะไรสักอย่างโดยไม่มีเสียงเล็ดลอดออกมา
นา
อย่าทำอะไรให้เสียใจภายหลังล่ะ
ก่อนที่มีดจะแตะเข้ากับเส้นเืตรงลำคอของเด็กหนุ่มเพียงเสี้ยววินาทีเดียว
“เอาสิ! มาฆ่าฉันเลยสิ!”
มือที่กำลังจะลงมือปาดคอหยุดลง ซิลเวสเตอร์ที่หลับตาปี๋เปิดตาข้างหนึ่งขึ้น
“เธอบ้าไปแล้วหรือไง?! เรายังไม่หมดหนทางนะเว้ย!จะให้เธอ...จะให้เธอตายได้ยังไงกันเล่า?!”
คนที่ตวาดใส่หูเธอเต็มๆ คือฮิบิคิที่คอยยืนอยู่ข้างๆ มาตลอด แต่ลัคนาตัดสินใจแล้วว่าเธอจะไม่ยอมให้ใครตายต่อหน้าต่อตาเพราะเธออีกต่อไป
“ถ้าสิ่งที่้าคือชีวิตของฉันละก็...ได้! เอาชีวิตฉันไปเลย แต่อย่าฆ่าใครอีก!”
ทุกคนส่งเสียงดังโหวกเหวกโวยวาย บ้างก็แย้ง บ้างก็สนับสนุน
เธอมองไปรอบๆ
ซิลเวสเตอร์จ้องมองเธอ ลอร์น่าส่ายหน้าแรงๆ แล้วพูดอะไรบางอย่างที่เธอไม่ได้ยินนิชพรยืนนิ่งใ อึนริวพยายามขยับตัวมองเธออย่างยากลำบาก ประกายมาศและหยางพยายามค้านส่วนอรุโณทัย...มองเธอด้วยความโกรธ
“ฉันไม่ยอมให้เธอตายเด็ดขาด!” ฮิบิคิตรงเข้ามา แต่ลัคนาก็ชักดาบออกมาจ่อคอตัวเอง
“โฮเซ่ ปล่อยตัวประกันทุกคนต่อหน้าฉัน”
เธอพูดเสียงแข็ง ขาสั่นไปหมดแต่ก็ต้องทำ...
เธอไม่หันหลังกลับแล้ว ลินินจะต้องเป็คนเดียวที่ต้องสังเวยชีวิตเพราะเหตุการณ์บ้อบอนี้...
เธอไม่ยอมให้ใครตายอีก
ก่อนที่โฮเซ่จะปล่อยใคร เขาส่งให้คนมายืนล้อมปิดทางหนีของลัคนาไว้ ฮิบิคิและคนอื่นๆถูกดึงออกไปไกลจนอยู่ในระยะที่ช่วยเหลืออะไรไม่ได้
เด็กหนุ่มดิ้นอย่างเอาเป็เอาตาย ดาบสั้นถูกใครก็ไม่รู้ดึงไปเขาจึงใช้เพียงร่างกายของตนเองต่อสู้แต่เมื่อคนที่เหลือกำลังจะทำตาม เฟลิเป้ก็ถูกดึงออกมาขู่ อึนริวก็โดนลากออกมาในฐานะตัวประกันเช่นกัน
คนที่ถูกปล่อยมาคนแรกคือซิลเวสเตอร์ เขาัักับคอของตัวเองที่มีเืไหลซิบๆแล้วแทบทรุด หลังถอนหายใจแรงๆ สองสามครั้งเขาก็หันไปพูดกับลัคนา
“นา...จะไม่เสียใจภายหลังแน่เหรอ?”
ลัคนาส่ายหน้าช้าๆ ซิลเวสเตอร์มองเธออยู่นานก็พยักหน้า ใบหน้าที่เคยประดับด้วยรอยยิ้มทะเล้นของเขาเ็ป
ลัคนาหันไปหาฮิบิคิ เธอยิ้มบางๆ ให้กับเด็กหนุ่มที่มีสีหน้าปนเปกันระหว่างความโกรธกับความเศร้า
นี่คง...เป็ครั้งสุดท้ายแล้วสินะที่จะได้พูดกับเขา ทั้งที่เธอเตรียมใจมานานแต่พอเวลามาถึงจริงๆเธอกลับรู้สึกว้าเหว่
เธอเห็นน้ำตาของฮิบิคิ
ทั้งที่ถูกล้อมด้วยคนมากมาย ใบหน้าของเขากลับเด่นชัด น้ำตาหยดหนึ่งไหลออกมาตามมาด้วยอีกหยดหนึ่ง...และไม่นานแก้มของฮิบิคิก็อาบไปด้วยน้ำตา
ทำไมต้องทำอะไรกล้าหาญเกินกำลังด้วยล่ะ? เธอน่ะ...เป็คนที่ฉันต้องปกป้อง ทำไมถึงได้...
“อย่าร้องไห้เลยนะ มันเป็สิ่งที่ชาตะกำหนดเอาไว้แล้ว”
ั้แ่ตอนที่เธอออกลาดตระเวนครั้งแรก เธอก็ได้รู้ว่าอนาคตของตัวเองคืออะไรเพียงแต่เธอไม่เข้าใจความหมายของคำทำนายนั้น
“ลัคนา...!”
“ปกป้องทุกคนแทนฉันด้วยนะ”
“ลาก่อน”
“ลัคนา ฉัน...!”
ฉึก
เสียงที่แหวกอากาศมาถึงหูของเด็กหนุ่มบอกว่าเธอคงไม่มีวันได้ยินส่วนที่เหลือของสิ่งสุดท้ายที่เขาอยากจะพูดอีกต่อไป
ดาบที่เขาเป็คนยื่นให้เธอกับมือ บัดนี้เฉือนลำคอบางจนเืจำนวนมหาศาลพุ่งราวน้ำพุเปลี่ยนทุกอย่างโดยรอบให้กลายเป็สีแดง ภาพที่ร่างของเธอล้มลงเชื่องช้าราวกับใครมาขวางการเดินของเวลา
ลัคนาไม่รู้เลยว่าเกิดอะไรขึ้นจากนั้น สิ่งเดียวที่เธอรู้สึกคือความเ็ปเือัดเข้ามาเต็มปอดจนหายใจไม่ได้ สติถูกกระชากไปจากเธอ
ภาพ่เวลาที่เธอใช้ในบาเรียถูกฉายในสมอง
ตื่นขึ้นมา ฮิบิคิมาช่วยไว้ อริส อรุโณทัย ออกลาดตระเวนครั้งแรก ผู้เล่น...ลอร์น่า....ูเาสามฤดู...เรืองฤทธิ์...นิโคไล...อุลริก...กอดของฮิบิคิ...นิชพร...เสือขาว....ยูริ...ปี...ความตาย...ความตายอันมากมาย....
ภาพทั้งหมดจบลงที่ฮิบิคิ