"แม่ครับ ผมอายุ 12 แล้วนะครับ"
ซิมบ่นออกมา หลังจากที่แม่ของเขาเล่าให้ฟังว่าเมื่อวานตอนกลางดึก แม่ของเขาได้ยินเสียงแปลกๆ ดังมาจากห้องครัว ก่อนเธอจะเดินมาพบว่าเขากำลังเอาหัวโขกตู้เย็นอยู่ เนื่องจากผลค้างเคียงของอาการ 'สาหร่ายสไปโรเลซิซ' อาการแปลกๆ ที่ทำให้เขากลายเป็คนอยากกินสาหร่ายมีพิษขึ้นมาโดยฉับพลัน
แต่ด้วยความที่เขาไม่รู้ว่าสาหร่ายนั้นหน้าตาเป็ยังไง ไม่รู้ว่าจะค้นหามันได้จากที่ไหน เขาเลยตรงไปที่ตู้เย็นซึ่งเป็สถานที่ที่แม่ของเขาเก็บสาหร่ายเอาไว้ และพยายามเปิดมันด้วยการเอาหัวโขกตู้เย็นไปเรื่อยๆ
"แต่ที่แม่เล่าทั้งหมดมันคือเื่จริง"
"ไม่มีทางหรอก ผมไม่เห็นจะรู้สึกอะไรเลย"
ซิมตอบแม่ของเขากลับไปพลางวางช้อนในมือลงและจับๆ ไปที่บริเวณหน้าผาก เพราะเขาคิดว่าถ้าเขาเอาหัวโขกอะไรสักอย่างตามที่แม่บอกจริงๆ เขาก็น่าจะมีแผล หรือไม่ก็หัวโนขึ้นมาเป็ผลส้มแล้วล่ะ แต่มันกลับไม่มีอะไรผิดปกติเกิดขึ้นเลย
"ก็ลูกดื่ม All Cure เข้าไป มันก็ต้องไม่เหลือแผลให้รู้สึกอยู่แล้ว"
"แต่ตอนตื่นมาผมตัวชาไปหมดเลยนะ ถ้าผมเดินไปเดินมาตอนกลางคืน ผมก็น่าจะตื่นขึ้นมาแล้วเหนื่อยๆ สุดๆ เลยไม่ใช่เหรอ"
"อ้อ อันนั้น..."
แม่ตอบกลับก่อนเธอจะเว้นจังหวะเล็กน้อย แล้วตัดสินใจออกมาว่า
"อันนั้นเพราะลูกโดนเข็มยาชาปักหลังคอเข้าไปน่ะ"
"แล้วผมไปโดนเข็มยาชาปักหลังคอตอนไหนล่ะครับเนี้ย"
"ตอนที่แม่พยายามมัดลูกไว้กับเชือก แต่ลูกดิ้นไปดิ้นมาแล้วพยายามวิ่งไปเอาหัวโขกกับตู้เย็นอีกรอบไง"
"ห๋าาาาาา ?"
ซิมแผดเสียงร้องออกมาทันที หลังจากที่เขาได้ยินว่าต้นเหตุของอาการอัมพาตที่ตัวเองได้ลิ้มรสไปเมื่อเช้ามีที่มาจากแม่ตัวเองนี่แหละ
"ก็ลูกไม่อยู่นิ่งเลยนี่น่า แล้วแม่ก็กำลังใ แล้วแม่ก็ต้องติดต่อไปหาเพตต้าด้วย แม่ก็เลยต้องทำให้ลูกนิ่งๆ ไว้สักพักหนึ่ง"
"แสดงว่าผมละเมอเดินจริงๆ ด้วย"
"เชื่อแม่แล้วใช่ไหมล่ะ"
"ก็ที่ผมขยับไปไหนไม่ได้เลยเมื่อเช้ามันเื่จริงนี่น่า"
ซิมตอบแม่กลับไปซื่อๆ เพราะประสบการณ์ที่ตัวเองััเมื่อเช้า แม้จะเป็แค่ประสบการณ์สั้นๆ เหมือนเวลาตัวเองโดนผีอำตอนกำลังจะตื่น
แต่การขยับไปไหนไม่ได้เลย ในขณะที่คนอื่นยังขยับได้ตามปกติ ก็ถือเป็ประสบการณ์ที่น่ากลัวแบบสุดๆ สำหรับเด็กอายุสิบสองคนหนึ่ง
"แล้วผมไปได้อาการสาหร่ายอะไรนี่มาตอนไหนเหรอครับ ผมก็พึ่งจะมากินสาหร่ายพร้อมกับแม่ตอนอาหารเย็นนี่แหละ ไม่ได้แอบไปกินสาหร่ายตอนไหนเลยจริงๆ นะ"
"เพตต้าสัญนิจฐานว่าลูกได้อาการนั่นมา เพราะลูกไปใช้พลังกับลินด์ที่มีอาการนั้นอยู่ก่อนแล้ว อาการนั่นก็เลยส่งผลมาที่ลูกด้วย"
"ไม่ใช่ห..."
พูดยังไม่ทันจบ ภาพของลินด์ที่บ้าๆ บวมๆ ผิดปกติก็ลอยเข้ามาในหัวของซิม ก่อนภาพตอนที่อีกฝ่ายถือข้าวปั้นมากินโชว์ให้ดูตอนพวกเขาอยู่ที่สวนหลังบ้านจะลอยตามมาด้วย
'ฮะ ฮะ ชัดเลยนี่น่า'
ซิมคิดในใจ ก่อนเขาจะปฏิเสธแม่ของเขากลับไปว่า
"แต่มันก็อาจจะไม่เกี่ยวกับพลังของผมก็ได้นะครับ เพราะคุณเพตต้าเขาก็แค่สัญนิจฐานเฉยๆ ใช่ไหมล่ะ"
ทันทีที่ซิมพูดจบ เสียงน้ำจากก็อกที่แม่ของเขาใช้ล้างจานก็เงียบลงในทันที ก่อนจะมีเพียงเสียงของแม่เขาที่ดังต่อออกมาว่า
"ลูกรู้จักเพตต้าดีกว่าแม่อยู่แล้วนิ ลูกว่าเธอจะสัญนิจฐานอะไรมั่วๆ ออกมาไหมล่ะ ?"
"ไม่ครับ"
"แล้วแม่ก็เคยบอกลูกแล้วใช่ไหม ว่าห้ามใช้พลังนั่นอีก"
"ใช่ครับ"
ซิมตอบรับเสียงอ่อยๆ พลางจิ้มไส้กรอกที่อยู่จานแบบเซงๆ แม้มันจะเป็อาหารโปรดของเขาก็ตาม
"แล้วทำไมลูกยังใช้มันอีกล่ะ ?"
"เพราะผมก็อยากมีพลังเหมือนกันนี่น่า ผมเลยคิดว่าถ้าผมใช้มันไปเรื่อยๆ ผมอาจจะเข้าใจพลังของตัวเองมากขึ้นก็ได้"
"เพตต้าบอกลูกแบบนั้นสินะ"
"ม... ไม่ใช่แบบนั้นสักหน่อย"
"แต่พลังของลูกมันอันตรายเกินไป ครั้งที่แล้วลูกมีรูเพิ่มขึ้นมาที่ตัว ครั้งลูกโดนโรคอะไรก็ไม่รู้แพร่ใส่ ครั้งหน้าที่ลูกใช้พลังนี่ ลูกอาจจะไม่ได้โชคดีเหมือนที่ผ่านมาก็ได้ ลูกก็รู้ใช่ไหม"
"ผมรู้ครับ แต่ถึงจะเป็แบบนั้น ผมก็อยู่แบบคนที่ทำอะไรไม่ได้เลยสักอย่าง ในโลกที่ทุกคนมีเวทมนตร์ไม่ได้หรอก ผมก็อยากจะใช้ชีวิตของตัวเองให้เต็มที่เหมือนกัน"
"..."
"ผมขอไปหาคุณเพตต้าหน่อยได้ไหมครับ ?"
"เอาสิ"
แม่ตอบกลับมาเพียงสั้นๆ ก่อนเสียงน้ำไหลจะกลับมาดังขึ้นอีกครั้ง ในขณะที่ซิมลุกขึ้น นำจานไปวางไว้ที่โต๊ะใกล้ๆ กับซิงค์ล้างจาน แล้วเดินออกจากบ้านไป
แต่ยังเดินไม่พ้นหน้าบ้าน ซิมก็เจอกับลินด์ที่เดินมาหาพร้อมกับเศษใบไม้จำนวนมากบนหัว เพราะหลังจากที่ซิมเปิดประตูบ้านออกมาปุ้บ เขาก็หันไปเห็นลินด์เดินออกมาจากพุ่มไม้ พร้อมรอยยิ้มบนใบหน้า
ซิมที่เห็นแบบนั้น จึงพยายามจะเลี่ยงอีกฝ่าย แต่น่าเสียดายที่ประตูหน้าบ้านเขามีแค่ทางเดียว แม้จะเดินเลียดพุ่มไม้เล็กๆ ที่เป็เหมือนรั้วบ้านแบบสุดๆ แล้ว เขาก็ยังต้องเดินไปเจอกับลินด์อยู่ดีนั่นแหละ
"เป็ยังไงบ้างครับซิม ดีขึ้นมากแล้วใช่ไหม ?"
"ครับ ดีขึ้นมากแล้วครับ ขอบคุณสำหรับยามากๆ เลยนะครับ"
ซิมตอบกลับไปแบบงงๆ เพราะถึงเสียงของอีกฝ่ายจะเหมือนเดิม เสื้อผ้าที่เขาใส่อยู่ก็จะเป็เสื้อแลปแบบง่ายๆ เหมือนเดิม แถมตอนนี้บนหัวอีกฝ่ายจะเต็มไปด้วยเศษใบไม้ แต่จะออร่าที่แผ่ออกมา หรือวิธีการพูดของอีกฝ่ายนั้นเปลี่ยนแปลงไปหมดเลย
ราวกับว่าชายตรงหน้าเปลี่ยนร่างกลับไปเป็ลินด์ เอลฟ์บ้าๆ บ้องค์ๆ ที่ชอบความสนุกสนานและสาหร่ายแบบสุดๆ ที่เขาเคยรู้จักตอนเด็กๆ ที่ถึงคนที่รู้จักเขาจะรู้สึกว่าเขาบ้าๆ บ้องค์ แต่สำหรับคนที่ไม่รู้จักเขาเลย จะมองว่าเขาเป็นักวิจัยที่มีสเน่ห์มากๆ นั่นเลยทำให้ที่พิพิธภัณฑ์ของเขาที่ Laguna มีคนมาเที่ยวชมอยู่บ่อยๆ แม้ด้านในจะมีแค่สาหร่าย สาหร่าย แล้วก็สาหร่ายอย่างเดียวก็ตาม
"อ้อ ยานั่นไม่ใช่เื่ใหญ่อะไรหรอกครับ ผมคงทำมันขึ้นมาด้วยตัวเองด้วยไม่ได้ด้วยซ้ำ ถ้าไม่มีพลังของคุณคามและคุมเพตต้ามาเป็แก่น แล้วมีพลังของคุณแมรี่มาช่วยไว้"
"แต่แม่บอกว่าถ้าตอนนั้นไม่มีลินด์ แม่ก็ไม่แน่ใจเหมือนกันว่าจะปรุงยานั่นขึ้นมาได้ไหม"
"ไม่หรอกครับ คุณแมรี่เธอแค่อยากให้โอกาสผมได้ขอโทษซิมน่ะครับ แต่ผมในตอนนี้ยังทำอะไรเพื่อตอบแทนซิมไม่ได้เลยจริงๆ เพราะงั้นผมเลยอยากจะมอบสิ่งนี้ไว้ให้กับซิม เพื่อแทนคำขอบคุณที่ซิมช่วยผทเอาไว้ รวมถึงคำขอโทษที่ผมไปสร้างปัญหาให้น่ะครับ"
อีกฝ่ายอธิบาย ก่อนเขาจะล้วงเข้าไปในกระเป๋าเสื้อ และหยิบลูกแก้วลูกหนึ่งที่ด้านในมีประกายสีเขียวเข้มอัดแน่นทอประกายออกมา
"ไอนี่มันคืออะไรเหรอครับ ?"
"อัญมณีที่มีค่ามากๆ ของชาวเอลฟ์ ที่คนในหมู่บ้านผมเรียกมันว่า Forest Pearl น่ะครับ"
"แล้วลินด์เอาของมีค่าขนาดนี้มาให้ผมทำไมเนี้ย ?"
"เ้านี่มันคือสิ่งที่เอลฟ์จะใช้เป็ตัวแทนคำขอโทษ บุญคุณ สัญญา และคำขอบคุณน่ะครับ เอลฟ์บางคนก็ใช้เ้านี่เป็เครื่องแลกเปลี่ยนในวันแต่งงานด้วยก็มี"
"งั้นไอนี่มันก็ต้องมีค่ากับพวกเอลฟ์สุดๆ เลยล่ะสิ"
ทันทีที่ซิมพูดจบ อีกฝ่ายก็พยักหน้าตอบรับ เห็นแบบนั้น ซิมจึงพยายามจะยัดเ้าสิ่งที่อยู่ในมือกลับไปให้อีกฝ่าย แต่อีกฝ่ายที่พอจะกลับมาเป็คนปกติแล้วว่องไวแบบสุดๆ ราวกับว่าความเชื่องช้าที่ซิมเคยได้ััในอดีตเป็เพียงภาพลวงตา
ซิมเลยไม่สามารถทำอะไรอีกฝ่ายได้เลย ในขณะที่อีกฝ่ายเพียงแค่โยกตัวหลบไปมาแบบสบายๆ
เขาเลยเลือกที่จะใช้วิธีที่ง่ายกว่า ในการะโออกมาว่า
"เอาคืนไปเลย ไม่งั้นจะเรียกแม่ออกมาจริงๆ นะ"