ตอนที่ห้าสิบห้า ปัญหาของสายแท็งก์และสายหลบหลีก
ผมต้องหาศัตรู
มีมุกของพวกอังกฤษบอกว่า
“พวกเราต้องสู้เพื่อปกป้องโลกเสรีรักษาไว้ซึ่งสถานะของผู้นำโลกเสรีของเรา”
“แล้วทำไมท่านไม่สู้กับรัสเซียล่ะครับ?”
“เพราะรัสเซียแข็งแกร่งเกินไป”
เป็นตัวบอกว่าเราต้องการศัตรูเพื่ออธิบายการมีอยู่ของกองทัพและกำลังทหารและมีการสู้รบที่จะอธิบายการผลาญงบประมาณมหาศาลในแต่ละปีได้แต่การสู้รบนั้นต้องไม่ใช่กับศัตรูที่แข็งแกร่งเกินไปเพราเดี๋ยวกองทัพพวกเราจะเสียหายหรือโดนอีกฝ่ายหนึ่งบุกมาอาจจะตายกันทั้งแคว้น
มันต้องรักษาบาลานซ์ในการหาศัตรูที่อ่อนแอพอที่เราจะใช้กองทัพไปปราบและไม่แข็งแกร่งเกินไปจนเราจะถูกพวกนั้นปราบเสียเอง
“มอนสเตอร์ที่สร้างความเดือดร้อนให้กับชาวบ้าน”คือเป้าหมายของผมนั่นเอง
ว่าพวกนี้ไม่มีพันธมิตรอะไรหนุนหลังและเหตุผลของผมชอบธรรมพอที่จะมีคนอื่นมาก้าวก่ายก็ต้องหาเหตุผลที่ดีพอ
ผมถึงได้พยายามเลือกเป้าหมายในการไล่ฆ่าก็อบลินและสัตว์ร้ายตามเส้นทางที่จะส่งผลต่อชาวบ้านทั่วไปก่อน
และเอาพวกนี้เป็นประสบการณ์ที่จะมาปรับปรุงกลยุทธของแฟมิเลียของผมอีกต่อไปมันคือการวิเคราะห์ข้อมูลมหาศาลที่สงครามอาจจะย่อยเป็นเพียงแค่ตัวเลขได้ในที่สุด
มันอาจจะเป็นแค่เรื่องของทางคณิตศาสตร์ที่ฝ่ายจอมมารจะได้ไม่สามารถรวบรวมกองทัพและเงื่อนไขได้พร้อมอย่างที่ตนเองต้องการ
ดังนั้นเป้าหมายของผมตอนนี้จึงอาจจะเป็นมอนสเตอร์ที่รบกวนชาวบ้านก่อนและอาจจะมีเป้าหมายเป็นซอมบี้หรือวิญญาณที่ไม่มีการเมืองหรือพันธมิตรคุ้มครองโจรสลัดอาจจะลำบากในการที่จะต้องทะเลกับเพื่อนบ้านที่บางคนเป็น Privateer โจรสลัดอาสาที่ปล้นเรือที่ไม่ได้ชักธงของแคว้นใดแคว้นหนึ่ง
แน่นอนการปราบโจรในแคว้นนั้นเปลืองงบอย่างยิ่งแต่ก็ถือว่าเป็นเป้าซ้อที่ดีหากต้องการประสบการณ์มากขึ้นในการวิเคราะห์การต่อสู้กับคู่ต่อสู้ที่เป็นมนุษย์
ซึ่งตอนนี้แต่ละคนก็เหนื่อยอ่อนจากการฝึกซ้อมและมีแค่การส่งสมาชิกบางส่วนไปเก็บสมุนไพรตามสไตล์เก็บแต้มภารกิจของทหารที่มาเพิ่มพร้อมกับลาดตระเวนตรวจดูความเรียบร้อยไปด้วย
กลยุทธของผมยังไม่สมบูรณ์พร้อมแต่ทางเทคนิคเราต้องสู้ด้วยเทคนิคที่ไม่พร้อมนี่ล่ะนาโต้เคยวางแผนรับมือกับรัสเซียแต่พวกเขาระแวงถึงขนาดที่ว่าตามแผนการรบคิดจากรณีที่เลวร้ายที่สุดที่รัสเซียจะโจมตีพวกเขาจนกองทัพเสียหายไปกว่าครึ่งและจำเป็นต้องรวบรวมทหารที่เหลือในการสู้รบอย่างขาดแคลนและฉุกละหุก
เป็นการบอกว่าโลกแห่งความเป็นจริงการทหารจริงๆขี้ระแวงเสียยิ่งกว่าผู้กล้าขี้ระแวงในนิยาย
ผมมองพวกเหล่าหัวหน้ากลุ่มย่อยๆที่ผมให้พวกเขาระดมวิธีคิดกัน
นั่นคือสิ่งที่ผมต้องการ
อันที่จริงผมไม่ต้องการทำลายรากฐานแนวคิดของนักผจญภัยเพราะความจริงแล้วหากมองทางการทหารนักผจญภัยคือหน่วยสำรวจที่เหมาะสมที่สุด ในการเอาตัวรอดในแนวพื้นที่ของศัตรูโดยไม่มีความจำเป็นต้องส่งเสบียงบำรุงแต่ประการใด
ถือว่าเป็นอะไรที่สุดยอดมากในด้านความคล่องตัวและการส่งเสบียงที่สุดยอดที่สุดคือไม่จำเป็นต้องมีการส่งเสบียงนั่นเอง
แต่ก็นั่นแปลว่าพวกเขาจะขาดการสนับสนุนหากไปสู้กับก็อบลินสองร้อยตัวในถ้ำแคบๆด้วยคนแค่ประมาณเจ็ดถึงสิบคนต่อกลุ่มก็อาจจะตายอนาถทั้งกลุ่มได้นั่นเอง
“ก็บอกแล้วไงต้องคอยให้โล่ป้องกันก่อนจึงจะให้ทางเมจหาทางบุกเข้าไปหาท่านท่านดยุกได้”
“ข้าก็บอกแล้วว่าพวกเราต้องล่อหลอกด้วยโจรที่เคลื่อนไหวรวดเร็ว”
“เฮอะเจ้าเห็นความแม่นยำของพลปืนของท่านดยุกก็โดนยิงตายเท่านั้น”
“เอาโล่มาป้องกันของเจ้าก็ไม่ต่างกับการรอความตายเหมือนกันนั่นล่ะ”
“อะแฮ่ม”
ผมกระแอมในห้องที่รวมเหล่าหัวหน้าและมันสมองของกลุ่มปาร์ตี้ย่อยๆตอนนี้อยู่รวมกันประมาณยี่สิบคนที่เถียงกันไปมา
ผมรับเอกสารที่จดบันทึกการประชุมจากอาลักษณ์กวาดสายตาคร่าวๆ
พวกนี้เถียงกันไปมาหลายรอบแล้วแต่ยังหาบทสรุปไม่ได้เพราะมีแนวคิดคนละอย่างกันสินะ
แนวความคิดสายต่างๆมันก็เรียกว่าไม่มีผิดไม่มีถูกแล้วแต่คนจะถนัดอย่างไหนนั่นล่ะ
“อ๊ะท่านดยุก “
“ขออภัยท่านดยุก”
“ไม่ต้องกล่าวอย่างนั้นตอนนี้ให้เรียกข้าว่าหัวหน้าก็พอ ข้าคือคนที่คุมพวกเจ้าในฐานะหัวหน้าแฟมิเลีย”
ผมอ่านเอกสารอีกครั้งจากคำถกเถียงของพวกนี้
“ข้อสรุปของพวกเจ้าเรื่องอุปกรณ์ที่ต้องการได้เพิ่มและปริมาณที่สามารถแบกรับไปได้รวมถึงการต้องการลูกหาบเพิ่มขึ้นนั้นข้าไม่มีความเห็นเป็นเป็นอื่นเท่าไรพวกเราจะลองทดสอบของจริงว่าหากจัดปาร์ตี้ตามนี้ในการทำภารกิจแบบกลุ่มย่อยจะได้มีประสิทธิภาพมากขึ้นเท่าไรหรือต้องปรับปรุงประการใดต่อไป”
ผมประทับตราอนุมัติข้อเสนออุปกรณ์ต่างๆและส่งกลับไปให้อาลักษณ์และเสมียน
“ส่วนพวกเจ้าเถียงกันเรื่องว่าจะใช้แนวทางไหนสินะระหว่างสายโล่หรือสายหลบด้วยความรวดเร็ว?”
“ใช่แล้วขอรับท่านดยุกเอ๊ยหัวหน้าสายโล่เน้นความแข็งแกร่งจะป้องกันทนทานกับการต่อสู้ได้ดีกว่า”
“เฮอะ ถ้ามีการโจมตีที่ไม่สามารถป้องกันรับได้เจ้าก็เตรียมตัวตายอย่างช้าๆได้เลย”
“การหลบหลีกของเจ้าน่ะแค่โดนการโจมตีเล็กน้อยก็ไปต่อไม่ได้แล้ว”
“จะเอาเรอะเจ้าน่ะ “หัวหน้าของทางสายโจรควักมีดขึ้นมา
“ก็มาสิฟะ”หัวหน้าสายนักรบคว้าดาบขึ้นมา
[Command คุกเข่า]
ผมส่งเสียงครั้งหนึ่งเสียงกระจายก้องไปทั่วทั้งห้อง
ทุกคนแม้แต่อาลักษณ์เสมียนหัวหน้าสายโจรและหัวหน้าสายนักรบแม้พยายามฝ่าฝืนก็ยังคุกเข่าลงกับพื้นด้วยการอัดพลังเพิ่มมากขึ้นของผมลงไปในการใช้สกิล
ปัญหาของสายแท็งก์กับสายหลบหลีกพอมันมาในโลกความจริงแล้วมันตึงเครียดอย่างนี้หรือนี่?