‘ไม้! แวะมาทางนี้หน่อยลูก มารู้จักพี่เขาสิ’
เสียงของแม่ที่ร้องเรียกก่อนที่เขาจะเดินเลยห้องรับแขกไปไม่ต่างจากเสียง์ เพราะนางฟ้าที่เขาเห็นนั่งอยู่ด้านข้างของแม่กำลังส่งรอยยิ้มแสนหวานและสวยที่สุดมาให้
‘นี่พี่เดือนนะไม้ พี่เขาจะมาเป็ครูสอนพิเศษคณิตศาสตร์ให้ไม้นะ พี่เดือนเขาเรียนเก่ง ไม้ต้องสอบได้แน่’
‘ครับแม่’
นั่นคือครั้งแรกที่เขาได้พบกับเธอ และรอยยิ้มของรัชนีกรก็ติดตรึงอยู่ในหัวใจเขานับั้แ่บัดนั้น เขาบอกไม่ได้ว่าเริ่มหลงรักเธอั้แ่เมื่อใด รู้แต่ว่าทุกๆ วันเขาจะเฝ้ารอให้ถึงเวลาที่คุณครูสาวสวยจะมาเยือน รอที่จะได้ยินเสียงหวานๆ ของเธอ รอที่จะได้เห็นรอยยิ้มระบายบนใบหน้าสวย และรอที่จะได้มองใบหน้าใสไร้เครื่องสำอางนั้น
‘คุณไม้ มองอะไรอยู่คะ! เข้าใจที่พี่สอนหรือเปล่าเนี่ย’
‘เข้า...เข้าใจครับ แต่...’
‘แต่อะไรคะ ถ้าไม่เข้าใจตรงไหนก็ถามพี่นะ อย่าเก็บเอาไว้ พี่จะได้อธิบายให้ถูกต้อง คุณไม้จะได้สอบได้ไง’
‘เอ่อ...ผม... ผมอยากรู้ว่า...’
‘อยากรู้อะไรคะ’ เธอถามพร้อมจ้องมองมา ทว่าดวงตาคู่สวยที่หวานและสุกสกาวไม่ต่างจากดวงดาวบนฟากฟ้ากลับทำให้เขาติดอ่างขึ้นมาดื้อๆ ใครจะคิดกันว่าคุณชายแฟรงเกนสไตน์อย่างเขาที่เพื่อนๆ ตั้งฉายานามว่า ‘คุณชายผีดิบ’ ตามนามสกุล ‘แฟรงเกนส์’ จะเกิดอาการประหม่า สั่น พูดไม่ออกบอกไม่ถูก เพราะแอบหลงรักคุณครูสอนพิเศษของตัวเอง
‘คุณไม้คะ คุณไม้อยากรู้อะไรคะ หรือไม่เข้าใจตรงไหน ถามพี่สิคะ’
ใบหน้าเธอเอียงน้อยๆ อย่าง้าคำตอบ คิ้วเรียวสวยขมวดเข้าหากัน แต่ริมฝีปากอมยิ้มน้อยๆ คล้ายกับจะเอ็นดูเขาอยู่มาก หรือนั่นคือเธอกำลังเอียงอายกันแน่ ยิ่งคิดก็ยิ่งทำให้เขาประหม่ามากขึ้นไปอีก แต่ถ้าไม่พูดออกไปเขาคงอัดอั้นจนไม่มีสมาธิฟังในสิ่งที่เธอสอนแน่
‘ผม...เอ่อ... ผมอยากรู้ว่า...ว่า... เอ่อ...พี่เดือน...พี่เดือนมีแฟนหรือยังครับ’
นั่นคือคำถามที่โพล่งออกไปตามใจคิด และหัวใจของเขาก็พองโตมากขึ้น เพราะระยะที่ใกล้กันเพียงโต๊ะกั้นทำให้เขามองเห็นริมฝีปากบางเม้มเข้าหากันน้อยๆ ดวงตาสวยหวานหลุบมองลงต่ำ รวมทั้งแก้มสีขาวนวลที่ค่อยๆ เปลี่ยนเป็สีชมพูระเรื่อ อาการที่เห็นนี้แปลว่า ‘มี’ หรือ ‘ยังไม่มี’ กันนะ ดังนั้นคำถามรุกเร้าจึงเดินหน้าต่อ
‘ว่ายังไงล่ะครับ พี่เดือนมีแฟนแล้วหรือยัง’
‘เอ่อ...พี่ว่ามันไม่เกี่ยวกับการเรียนของเรานะคะ คุณไม้ถามเฉพาะเื่เรียนดีกว่า อย่าสนใจเื่ของพี่เลย ตั้งใจเรียนจะได้สอบได้คะแนนเยอะๆ คุณแม่ของคุณไม้จะได้ไม่ตำหนิพี่ด้วย มาเถอะค่ะ สงสัยข้อไหนบอกพี่มาเร็ว’
‘ไม่สนใจได้ยังไงครับ ก็ผม...’
‘คะ?’ ใบหน้าและดวงตาที่ฉายชัดถึงความสนเท่ห์ทำให้เขาตัดสินใจ
‘ผม...ผมสนใจว่าพี่เดือนมีแฟนหรือยัง สนใจว่าพี่เดือนจะคิดถึงผมบ้างหรือเปล่าตอนกลับไปบ้าน สนใจว่าในวันหยุดพี่เดือนจะภาวนาให้ถึงวันสอนผมเร็วๆ บ้างมั้ย ผมสนใจว่าในความฝันของพี่จะเคยมีผมอยู่ในนั้นหรือเปล่า และผมก็สนใจว่าพี่เดือน...จะคิดเหมือนกันกับผม...บ้างมั้ย’
ทุกสิ่งที่เขาคิดถูกพูดออกไปจนหมดสิ้น เพราะถ้าไม่ได้พูดครั้งนี้ ครั้งต่อไปเขาก็คงจะไม่กล้า หรืออาจจะไม่มีโอกาสได้เปิดเผยความในใจอีกก็ได้
‘คุณไม้!... คุณไม้พูดอะไรออกมาคะ’
ริมฝีปากของรัชนีกรสั่นระริก ดวงตาเบิกกว้าง ตื่นตะลึงจนใบหน้าแดงระเรื่อมองเห็นได้ชัดมากยิ่งขึ้น ทำให้เขาจดจ่อกับคำตอบ และเขาต้องรู้ให้ได้
‘ผมชอบพี่เดือน พี่เดือนล่ะครับ ชอบผมบ้างมั้ย บอกผมสิครับ ผมอยากรู้ว่าพี่เดือนชอบผมหรือเปล่า อยากรู้ว่าเราคิดตรงกันใช่มั้ย’
‘คุณไม้...เอ่อ... คุณไม้จะชอบพี่ได้ยังไงคะ พี่แก่กว่าคุณไม้ตั้งหกปีนะ’
เธอตอบไม่ตรงคำถาม ทั้งยังหลบสายตา ไม่ต่างจากเด็กสาวที่เคยมาสารภาพรักกับเขาหรือนำของขวัญวันสำคัญต่างๆ มามอบให้เลยสักนิด เธอเ่าั้เอียงอายที่จะสารภาพและมีทีท่าเขินอายแบบนี้ แต่เขากลับไม่เคยคิดจะมอง ไม่ใส่ใจด้วยซ้ำ แต่กับรัชนีกร เขาอยากจะมองและััแก้มแดงๆ นั้นเหลือเกิน
‘อายุเป็เพียงตัวเลขไม่ใช่เหรอครับ แค่เราชอบกันก็พอ ผมชอบพี่เดือน พี่เดือนชอบผม อายุไม่เห็นสำคัญเลย พี่เดือนครับ บอกผมเถอะครับ พี่เดือนชอบผมบ้างหรือเปล่า’
อาการชะงักของเธอทำให้เขากล้าที่จะก้าวเข้าใกล้ ร่างสูงใหญ่เป็หนุ่มเต็มตัวของเขาจึงก้าวเข้าหาหญิงสาวรุ่นพี่ที่ ทำให้เขาคิดว่าอายุเป็เพียงตัวเลขจริงๆ เมื่อได้พบเธอ เขาอายุสิบหก ส่วนเธอนั้นอายุยี่สิบสอง และเชื่อได้ว่าหากเขาพาเธอไปอวดเพื่อนๆ จะไม่มีใครคิดว่าเธอแก่แน่นอน ทุกคนจะต้องอิจฉาที่เขามีแฟนสวยและอ่อนหวานราวกับนางฟ้าแบบนี้
‘แต่มันไม่เหมาะสมนะคะ พี่เป็คุณครูสอนพิเศษของคุณไม้ คุณไม้เป็นายจ้าง’
‘ผมไม่ใช่นายจ้างของพี่เดือนนะครับ แม่ต่างหาก และพี่เดือนก็แค่มาติวคณิตศาสตร์ให้ผมด้วย ไม่ใช่คุณครูของผมจริงๆ สักหน่อย แต่ถ้าพี่เดือนคิดว่าวันนี้ยังไม่เหมาะสม อย่างนั้นในอนาคตผมขอเป็คนรักของพี่เดือนนะครับ ผมสัญญาว่าผมจะตั้งใจเรียน พี่เดือนเป็กำลังใจให้ผมนะครับ’
เขาก้าวเข้าไปประชิดเพราะ้าเร่งรัดคำตอบ แต่เธอกลับขยับออกห่าง ทั้งที่ใบหน้ายังคงแดงระเรื่อไปด้วยเืลมฉีดพล่าน
‘เอ่อ... อย่างนั้นคุณไม้ตั้งใจเรียนก่อนนะคะ’
‘ครับ ผมจะตั้งใจเรียนสุดๆ ไปเลย เพื่อพี่เดือน’
แม้ว่ารัชนีกรจะไม่ตอบสิ่งที่เขาถามและเปลี่ยนเื่เป็สอนบทเรียนใหม่ให้เขา แต่เขาก็มั่นใจว่าเธอคิดตรงกับเขาอย่างแน่นอน เพราะแวบหนึ่งนั้นเขาเห็นความประหม่าอายจากดวงตาคู่สวย แม้จะเป็เพียงเด็กหนุ่มมัธยมปลาย แต่เขาก็มั่นใจว่าดูไม่ผิด เพราะนับจากนั้นเขาก็ดูจะเข้าใจในสิ่งที่เธอสอนได้ง่ายขึ้น อาจเพราะหัวใจเขาเปิดรับทุกสิ่งจากเธอ เขาตั้งใจเรียนมากขึ้นเพราะมีเธอเป็กำลังใจให้อย่างสม่ำเสมอ แต่เหตุการณ์ที่ดำเนินไปอย่างมีความสุขก็กลับจางหายไปโดยไม่ได้ร่ำลา
‘แม่ครับ’
‘มีอะไรหรือไม้ ทำไมต้องโทร. ตามแม่ด่วนขนาดนี้ด้วย แม่ต้องเข้าประชุมรอบบ่ายนะ’
แม่ดูจะอารมณ์เสียอยู่ไม่น้อยเพราะเขาโทรศัพท์ไปเร่งเร้าให้กลับมาบ้านด่วนที่สุด แต่เพราะความร้อนใจมากจนรอแม่กลับจากออฟฟิศไม่ไหว เขาจึงทำสิ่งไม่เหมาะสมลงไป
‘ว่ายังไงล่ะไม้ มีอะไร...’ น้ำเสียงและสายตาของแม่เร่งเร้าให้เขาต้องพูดออกไป
‘แม่ครับ... เดือนไม่มาหลายวันแล้ว แม่มีที่อยู่ที่บ้านเดือนมั้ยครับ ผมจะไปหาเดือน’
‘ทำไมต้องไปหาด้วย’ แม่ที่ดูไม่แปลกใจส่งคำถามกลับมาจนเขาชะงัก แววตาของแม่คือรู้อยู่แล้วอย่างนั้นเหรอ
‘ผมเป็ห่วงว่าเดือนเขาจะไม่สบายหรือเปล่า เขาไม่มาสอนผมตั้งหลายวันแล้วนะครับแม่ นี่ก็ใกล้จะสอบแล้วด้วย หรือเขาบอกแม่ครับว่าจะไปธุระที่ไหน นี่ผมโทร. ไปเขาก็ไม่รับสาย ว่ายังไงล่ะครับแม่ แม่รู้หรือเปล่าว่าเดือนเขาไปไหน แล้วจะกลับมาเมื่อไหร่’
เขาพูดเร็วรัวเพราะหวาดหวั่นไปหมด กลัวว่าเธอจะเป็อะไรไปหรือเปล่า เธอไม่เคยหายไปแบบนี้ ถ้าจะไม่มาก็น่าจะโทร. บอก หรือโทร. ไปถ้าไม่ติดธุระด่วนจริงๆ ก็น่าจะรับสาย หรือไม่ก็โทร. กลับมาหาเขาสักนิด แต่เธอกลับเงียบหายไปโดยไม่บอกกล่าว ความเป็ห่วงทำให้หัวใจเขาใกล้จะะเิอยู่แล้ว
‘ไม้ ฟังแม่นะ เดือนเขาไม่มาแล้วละ’
คำตอบของแม่ทำให้เขาชาวาบไปทั่วทั้งร่าง สิ่งที่คิดไว้ไม่ผิด แม่รู้เื่ของเธออยู่ก่อนแล้ว ร่างกายตอบสนองต่อสิ่งเร้าแห่งความเ็ปนั้นด้วยคำถามที่ส่งไปอย่างตะกุกตะกัก
‘แม่พูดว่าอะไรนะครับ! ใคร...ใครจะไม่มาแล้ว แม่ครับ... แม่พูดอะไร ใครจะไม่มา...’ เขาถลาเข้าไปเกาะกุมต้นแขนของแม่ เขย่าให้แม่ตอบคำถาม ไม่มีใครรู้ดีเท่าแม่อีกแล้ว
‘เดือนเขาจะไม่มาที่นี่อีกแล้ว และวันนี้คุณครูพิเศษคนใหม่ก็จะมาสอนแทน ดีเหมือนกันที่ไม้โทร. ตามแม่ แม่จะได้อยู่คุยกับคุณครูเขาด้วย’
‘ครูคนใหม่ที่ไหนกัน ผมไม่เอาครูคนใหม่ ผมยังเรียนกับเดือนอยู่เลย จู่ๆ แม่จะมาเปลี่ยนครูได้ยังไง แม่ทำอะไรเดือนหรือเปล่า แม่บอกมานะ แม่ทำอะไรเดือน แม่ไล่เดือนออกใช่มั้ย ใช่มั้ยแม่!’ เขาตะเบ็งถาม เพราะแม่ทำเหมือนไม่ใช่เื่สลักสำคัญ แค่เธอไปแล้วก็จ้างครูคนใหม่มา ทุกอย่างก็จบ แต่เขาไม่...
‘พูดอะไรอย่างนั้นไม้ แม่จะไปทำอะไรเขา เดือนเขาก็แค่ไป...’
‘ไป... ไปอะไรครับแม่ เดือนไปทำอะไร แม่บอกผมมานะว่าเดือนไปทำอะไร’
น้ำเสียงกราดเกรี้ยวตามแรงอารมณ์ เขาเขย่าแขนของแม่แรงขึ้นเพื่อจะเอาคำตอบให้ได้ เพราะลางสังหรณ์บอกว่าสีหน้าและแววตาของแม่นั้นคือคำตอบที่ไม่อยากได้ยิน แต่ถึงอย่างนั้นเขาก็อยากจะรู้ เธอเจ็บป่วยหรือเดือดร้อนอะไร เขาจะได้ไปช่วย ทว่าคำตอบของแม่กลับทำให้เขา ‘คลั่ง’
‘เดือนเขาลาออก... ไปแต่งงาน’
คำตอบจากปากแม่ทำให้เขาล้มทั้งยืน แข้งขาไม่มีเรี่ยวแรงพอจะพยุงตัวให้ยืนอยู่ได้ ในยามนั้นเขาไม่รู้เลยว่าเกิดอะไรขึ้นบ้าง เขาพูดอะไรหรือทำอะไรไปบ้าง เพราะในสมองมีแต่สิ่งที่แม่บอกเล่าเพื่อให้เขาเลิกเพ้อฝันสักที
นั่นคือเธอขอลาออกเพื่อไปแต่งงานด่วน แต่ไม่ว่าแม่จะบอกอย่างไร เขาก็ไม่มีวันเชื่อ เพราะเขาเชื่อในสิ่งที่เห็น เชื่อในความรู้สึก และเชื่อในรอยยิ้มสดใสของเธอ เธอไม่มีทางที่จะจากไปโดยไม่ร่ำลากันก่อน แม่ต้องเป็คนจัดการแน่! ทุกอย่างที่เกิดขึ้นแม่เป็คนอยู่เื้ั
‘ผมไม่เชื่อ... แม่้าให้เป็แบบนี้ใช่มั้ย แม่ไล่เดือนไปใช่มั้ย!’
คำพูดต่อว่าแม่พรั่งพรูออกจากปาก เพียงเพราะเขาไม่เชื่อว่ารัชนีกรจะทำดังนั้นจริง แต่กลับกลายเป็ว่าหลักฐานที่แม่นำมายืนยันยิ่งทำให้เขาเสียศูนย์
เขาจำได้ว่าวิ่งออกไปจากคฤหาสน์อย่างไม่รู้จุดหมาย เพียงเพราะไม่อาจยอมรับกับหัวใจที่แหลกสลายได้ ยังคิดว่าสิ่งที่เกิดขึ้นเป็เพียงความฝัน ที่เมื่อตื่นขึ้นมาความเ็ปทั้งหมดก็จะหายไป
แต่ไม่เลย... ไม่ว่าเขาจะรอคอยสักเท่าไร จะกี่วัน กี่สัปดาห์ หรือกี่เดือน เธอก็ไม่เคยกลับมาอีกเลย าแแม้จะไม่สดให้เจ็บแสบ แต่ก็กลัดหนองจนเ็ปทุกครั้งที่หวนคิด และก็เจ็บจนถึงขณะนี้
“คนที่ถือรูปนั่นน่าจะเป็ลูกสาวนะครับ”
เสียงของกายที่ดังขึ้นทำให้เขาตื่นจากภวังค์ ดวงตาคมเข้มตวัดตรงไปยังจุดนั้น แม่ไม่ได้บอกว่าเธอมี ‘ลูกสาว’ และหญิงสาวถือรูปถ่ายที่เห็นเดินนำขบวนอยู่นั้น มองยังไงก็ไม่น่าจะเป็ลูกของเธอได้
“โตเกินไป” เขาเอ่ยเสียงทุ้ม เพราะทุกสัดส่วนบนเรือนร่างนั้นมองยังไงก็โตเป็สาวเต็มตัวแล้ว ไม่น่าจะใช่สาวรุ่นวัยไม่เกินสิบห้า ปี อย่างนั้นน่ะ ‘ใช้ได้’ แล้วมากกว่า
“เอ...เหรอครับ”
กายทำสีหน้าฉงนเพราะก่อนจะมา คุณอรัญญา นายหญิงแห่งแฟรงเกนส์ให้ข้อมูลว่า เ้าภาพที่เขากับเ้านายผู้เคร่งขรึมจะเดินทางมาพบนั้นเป็ลูกสาวของผู้ตาย และตามประเพณีคนที่ถือภาพหน้าศพหรือถือกระถางธูปนั้นก็น่าจะเป็ทายาท ในเมื่อคนถือกระถางธูปเป็ชายหนุ่มวัยใกล้เคียงกับเขา อย่างนั้นคนถือรูปนั่นก็น่าจะเป็ลูกสาวของผู้ตายสิ
กายสลัดความคิดแล้วหันมาหาคนนั่งหน้านิ่งด้านหลังเขา คิดเพียงว่าเร่งทำภารกิจนี้ให้สำเร็จเถอะ จะได้ออกจากบรรยากาศอึมครึมนี้สักที เพราะขืนยังนั่งอยู่แบบนี้ เขาอาจจะกลายเป็รายต่อไปที่ต้องถูกเผาก็ได้
“บอสครับ ผมว่า...เข้าไปในงานกันเถอะครับ”
อารัญพยักหน้า แต่ยังคงนิ่งเฉย ดวงตาคมเข้มจับจ้องไปยังร่างระหงของคนที่เดินประคองกรอบรูปของผู้ตายขึ้นไปไว้บนเมรุ ท่วงท่าการเดินเหินของเธอไม่ต่างจากความทรงจำในวันวาน ‘ลูกสาว’ คำพูดของกายแวบเข้ามาในสมอง แววกร้าวปรากฏในดวงตาสีน้ำตาลเข้มวูบหนึ่ง ก่อนจะปรับเป็เรียบสนิทตามเดิม
“อ้าว! บอสครับ รอผมด้วย” กายรีบเปิดประตูตามลงมาอย่างกระวีกระวาด เมื่อร่างสูงใหญ่ของอารัญก้าวลงจากรถ แล้วเดินตรงเข้าไปในงานโดยไม่รอเขาเลย
“บอสนะบอส บทจะนิ่งก็ยังกับผีดิบ บทจะไปก็เร็วยังกับพายุ”
เลขาฯ หนุ่มสุดหล่อตามแบบฉบับเทรนด์หนุ่มเกาหลีได้แต่บ่นกระปอดกระแปด แต่ก็ต้องรีบตามเ้านายเข้าไปด้านในให้ทัน เพราะบอสหนุ่มสุดหล่อของเขาไม่เคยคุ้นกับประเพณีไทย ยิ่งงานอวมงคลนี้ยิ่งไม่ปรากฏว่าอารัญเคยไปมาก่อน หากไปทำอะไรผิดที่ผิดทางเข้า มีหวังเขานี่ละที่จะถูกคุณอรัญญาตำหนิได้ โทษฐานที่ไม่ให้คำแนะนำที่ดีพอแก่ลูกชายของท่าน
#อารัญคนเลว
ถ้าคุณชอบพระเอกร้ายๆ แบบมีเหตุผล เข้ามาค่ะ
รับประกันความเหี้ยม!!!