1
พ่อของลูก
1/1
ผู้ชายร่างสูงในชุดกาวน์สีขาวดูคุ้นตาเหลือเกิน
มีนาจึงสลับที่นั่งกับลูกชายคนเดียวของเธอเพื่อมองเขาให้ชัดเจนขึ้น เขากำลังง่วนกับการเดินถือเอกสาร พาตัวเองเข้าออกระหว่างห้องตรวจหมายเลขสองกับหมายเลขสี่ สีหน้าดูยุ่งยาก
ริมฝีปากของเขาเม้มแน่นขัดอกขัดใจ ส่วนดวงตาภายใต้กรอบแว่นหนานั้น เธอเห็นไม่ชัดเจนในระยะไกล แต่เดาได้เลยว่ามันคงแฝงประกายหงุดหงิดอยู่แน่
ในจังหวะที่เขาหมุนตัวมาทางเธอ มีนาเกร็งตัวขึ้น รู้ทั้งรู้ว่าเขาสายตาไม่ค่อยดี ถึงจะใส่แว่นอยู่ตลอด แนวโน้มกลับไม่ดีขึ้น สายตาเขาสั้นลงเรื่อยๆ จากการโหมอ่านหนังสืออย่างหนัก เขาไม่มีทางสังเกตเห็นเธอ
ทว่า การพบเจอกับพ่อของลูกที่ห่างหายกันไปเกือบสิบปี ทำให้มีนาถึงกับตัวสั่น ลมตีตื้นถึงหน้าอก ต้องผ่อนลมอย่างหนักเพื่อกลั้นสะอื้นไว้
“แม่เป็อะไรครับ” มือเล็กยื่นมากุมปลายนิ้วที่เริ่มชา แบ่งปันความอบอุ่นให้ ดวงตาใสแจ๋วสีอ่อนมองเธออย่างมีคำถาม
“แม่ไม่ได้เป็อะไร แค่แอร์มันเย็น”
แจ็คเก็ตลายหุ่นยนต์ถูกถอดออก เด็กชายนำเสื้อแขนยาวห่อตัว แม่ของเขาเอาไว้
“ปั้นไม่หนาว แม่ไม่สบายอยู่ต้องทำตัวให้อุ่น ใกล้ถึงคิวแล้ว พอหาหมอเสร็จ ปั้นจะพาแม่ไปกินเฝอ เลี้ยงฉลองที่ปั้นได้เหรียญทอง”
แค่นั้นไม่พอ เด็กน้อยยังล้วงกระเป๋าสตางค์ใบเล็กของตัวเองหยิบธนบัตรสีเทาออกมาสองใบ
“เสี่ยปั้นเลี้ยงเอง”
รอยยิ้มน่ารักของลูกทำให้มีนาหลงลืมพ่อของเขาไปชั่วขณะ ก้มลงหอมแก้มนุ่มนิ่ม หัวเราะออกเสียง
‘ช่างปั้น’ คือของขวัญที่์มอบให้แก่เธอ มีนายังจำวันแรกที่คุณพยาบาลในห้องทำคลอดอุ้มทารกตัวแดงราวกับผลแตงโมส่งสู่อ้อมแขน ใบหน้ากลมมีเค้าหล่อเหลาร้ายกาจ เครื่องหน้าคมชัดเหมาะเจาะ ไม่เหมือนกับเด็กแรกเกิดเลยสักนิด
หญิงสาวไม่เคยตั้งชื่อลูกไว้ในใจ นาทีนั้นเธอจึงให้ชื่อเล่นเขาว่า ‘ช่างปั้น’ เพราะพระเ้าช่างปั้นเขาให้เกิดมาเพื่อเป็แรงใจให้เธอจริงๆ
“แม่ครับ คุณหมอเรียกแม่แล้ว”
คุณหมอที่ส่งเสียงเรียกชื่อเธอ เป็คนเดียวกันกับผู้ชายใจร้ายคนนั้นเมื่อสิบปีก่อน คนที่เลือกเขี่ยมีนาพร้อมลูกในท้องออกจากชีวิต หญิงสาวขมวดคิ้วมุ่นเมื่อเห็นป้ายชื่อของเขา
‘ผศ.ดร.นพ.เป็หนึ่ง ปัณณ์วิชญ์’ แปะหราอยู่หน้าห้องตรวจหมายเลขสอง ไม่ใช่ห้องหมายเลขสี่อย่างที่พยาบาลประชาสัมพันธ์แจ้งว่าเธอจะต้องเข้าพบในทีแรก
มีนารวบรวมกำลังใจจูงมือลูกชายเผชิญหน้ากับเขา
“เรียกมีนา ใช่ไหมคะ” พยายามควบคุมเสียงไม่ให้สั่น ช่างปั้นเหมือนจะรู้ว่าเธอตื่นเต้น ลูกกุมมือกระชับพร้อมยิ้มปลอบ เด็กน้อยเพียงคิดว่านายแพทย์ท่านนี้หน้านิ่วคิ้วขมวด แม่คงจะเกร็งกลัวถูกดุ
“เชิญ”
เขาพูดสั้นๆ ก่อนเลื่อนบานประตูห้องตรวจเข้าไปนั่งประจำตำแหน่ง มีนาค่อนข้างประทับใจที่เขาไม่เอะอะวุ่นวายเื่ส่วนตัว นิ้วเรียวยาวเรียกเปิดประวัติการรักษาตัวของเธอผ่านหน้าจอคอมพิวเตอร์ วางมาดนายแพทย์มาดขรึม ดวงตาพิเคราะห์ข้อมูลอย่างละเอียด
ไม่แม้แต่จะเหลือบแลลูกชายวัยเก้าควบที่กำลังจ้องมองเขาด้วยความคาดหวัง เธอจึงยื่นมือไปััเส้นผมนุ่มราวกลุ่มไหมพลางเอ่ยปลอบ
“ไม่ต้องห่วงนะลูก หนูเห็นตำแหน่งนำหน้าชื่อของคุณหมอหรือเปล่า คุณหมอยศใหญ่ขนาดนี้ ถ้าแม่ได้ผ่าตัดโดยฝีมือคุณหมอ แม่ต้องหายดีแน่ๆ”
คำกล่าวยกย่องปนค่อนขอดเรียกสายตาจากชายหนุ่ม
“ไม่ใช่การผ่าตัดใหญ่ เพียงแค่สอดสายเส้นเล็กๆ เข้าไปทางขาหนีบเพื่อนำส่งไปยังหัวใจ ทีนี้ก็ใช้เครื่องกระตุ้นไฟฟ้ารักษาส่วนที่หัวใจทำงานผิดปกติ สาเหตุที่ทำให้เกิดภาวะหัวใจเต้นผิดจังหวะ”
ช่างปั้นกระพุ่มมือไหว้นายแพทย์คนเก่ง เด็กน้อยรู้สึกหมดห่วง เผยรอยยิ้มกว้างจนข้างแก้มเกิดรอยบุ๋มเล็กๆ
“คุณหมอช่วยแม่ของปั้นด้วยนะครับ ขอบพระคุณมากครับ”
“พร้อมวันไหน”
มือขาวทั้งยังเรียวยาวราวศิลปินเอื้อมคว้าปฏิทินตั้งโต๊ะมาวางไว้ตรงหน้ามีนา ตารางงานตามวันเวลาถูกเขียนไว้ด้วยลายมือหวัดๆ หญิงสาวกวาดตาดูวันว่างของเขา พลางชี้วันนัดหมายอันใกล้ที่สุด
“ได้ เตรียมตัวให้พร้อม ไว้เจอกัน”