เมื่อหลิ่วเทียนฉีส่งหมอเหยาเสร็จ เขาก็กลับมาโถงใหญ่เรือนลุงรองอีกครั้งและได้ยินเสียงคนทะเลาะกันอยู่
“อะไรคือการคิดว่าลูกข้าวางยาพิษพี่รอง หลิ่วเจียง เจ้าพูดกับข้าให้กระจ่างหน่อยซิ?” หลิ่วเหอถลึงตาจ้องหลิ่วเจียงอย่างมาดร้าย คำรามเสียงดัง
“ใครๆ ก็รู้ ก่อนหน้านี้ลูกชายเจ้าถูกพี่รองทำร้ายจนบาดเจ็บ คงคิดแค้นพี่รองอยู่ในใจเป็นแน่ นอกจากนี้ แม่ครัวก็บอกอยู่ว่าทุกเช้าเทียนฉีจะเข้าห้องครัว” หลิ่วเจียงเอ่ยราวกับเป็นเรื่องสมเหตุสมผล
“พูดจาเหลวไหล หลังเก็บตัวตนฝึกฝนเสร็จ ทุกวันนี้ลูกชายข้าเข้าห้องครัวไปต้มน้ำชงชาให้ นี่เป็นใจกตัญญูที่เขาทำเพื่อข้ามาสองเดือนแล้ว หากเขาคิดวางยาพิษพี่รองต้องทำไปนานแล้วสิ!” หลิ่วเหอหายใจฟืดฟาดเอ่ยพลางถลึงตามองหลิ่วเจียง
“เจ้าสาม เจ้าอย่าเพิ่งโกรธเลย! พี่ใหญ่ของเจ้าแค่บอกว่าเทียนฉีน่าสงสัย ไม่ได้บอกว่าพิษนี่เป็นฝีมือเขาสักหน่อย!” หลิ่วฮั่นชิงกล่าวอย่างจนปัญญา
“นึกอย่างไรมาสงสัยลูกชายข้า? ก่อนหน้านี้หาศพปลอมมาร่างหนึ่งก็บอกลูกชายข้าเป็นผู้สังหารเทียนลู่ คราวนี้พี่รองตายก็ยังมาบอกลูกชายข้าวางยาพิษสังหารอีก หลิ่วเจียง ที่แท้เจ้ามีเจตนาอะไรหรือ? เจ้าฆ่าลูกชายข้าไม่ได้จึงไม่เลิกราใช่ไหม?” หลิ่วเหอถลึงตาจ้องหลิ่วเจียงอย่างโกรธเกรี้ยว นาทีนี้ไม่มีคำเรียกพี่ใหญ่อีกต่อไป
“น้องสาม นี่เจ้าทำอะไร ข้า ข้าก็ไม่ได้พูดอะไรเลยนะ?”
เสียงตึกดังขึ้นทีหนึ่ง หลิ่วเทียนฉีเดินเข้าประตูมาคุกเข่าลงตรงหน้าหลิ่วเจียง
“ท่านลุงใหญ่ ท่านพ่อเคยบอกข้า บอกว่าเขาอยากเป็นเพียงผู้ใช้ยันต์คนหนึ่ง ไม่คิดสนกิจการของตระกูลหลิ่ว ไม่สนใจรับช่วงตำแหน่งเจ้าตระกูลคนต่อไปแม้แต่น้อย ท่านลุงใหญ่ ท่านเห็นแก่ความเป็นพี่น้อง ท่านละเว้นพวกเราสองพ่อลูกเถอะขอรับ? พ่อข้าไม่มีทางแย่งตำแหน่งกับท่านหรอก!”
หลิ่วเหอเห็นบุตรชายน้ำตาคลอคุกเข่า ในใจพลันเจ็บหน่วง
“ฉีเอ๋อร์ นี่ลูกทำอะไร? ไม่ต้องขอร้องเขา! หลิ่วเจียง เจ้าจะฆ่าจะแกงก็มาทำที่ข้านี่ อย่ามาใส่ร้ายลูกชายข้า!” หลิ่วเหอพูดพลางก้าวเข้าไปดึงหลิ่วเทียนฉี แต่หลิ่วเทียนฉีกลับไม่ยอมลุก
“เจ้าเด็กคนนี้พูดจาอะไรกัน? ท่านลุงใหญ่ของเจ้าเพียงซักถามไปตามระเบียบเท่านั้น เป็นคนในห้องครัวที่บอกว่าทุกเช้าเจ้ามักไปที่ห้องครัว พวกเราไม่ได้พูดอะไรสักหน่อย!” หม่าซื่อรีบร้อนช่วยสามีแก้สถานการณ์
หลิ่วเทียนฉีได้ยินก็หมุนตัวคลานไปตรงหน้าหลิ่วฮั่นชิงแล้วโขกศีรษะเสียงดังหลายที
“ท่านปู่ หลานขอร้อง หลานขอร้องนะขอรับ ท่านให้ท่านลุงใหญ่ได้ตำแหน่ง ให้ท่านลุงใหญ่เป็นเจ้าตระกูลรุ่นต่อไปเสียเถอะ ขอแค่ท่านรับปากท่านลุงใหญ่ หลังจากนี้คงไม่มีทางเพ่งเล็งพวกเราพ่อลูก คงไม่ทำร้ายพวกเราพ่อลูกอีก ท่านปู่ หลานขอร้อง ขอร้องขอรับ!”
“ฉีเอ๋อร์ นี่เจ้าทำอะไร ลุกขึ้น!” หลิ่วฮั่นชิงเห็นการกระทำของหลานชายจึงยื่นมือไปประคองขึ้นมา
“ฉีเอ๋อร์!” หลิ่วเหอเห็นหน้าผากบุตรชายกระแทกจนเลือดไหลก็เจ็บปวดใจ
“ท่านพ่อ ท่านรีบเถอะขอรับ รีบขอร้องท่านปู่ ขอร้องท่านให้ลุงใหญ่เป็นเจ้าตระกูลรุ่นต่อไป! หากเป็นเช่นนั้น ท่านลุงใหญ่คงไม่สร้างความลำบากให้พวกเราพ่อลูกอีก นะท่านพ่อ ขอร้องท่านปู่ ท่านรีบขอร้องสิขอรับ!” หลิ่วเทียนฉีดึงชายเสื้อของบิดา เอ่ยอย่างจริงจัง
“พอแล้ว หลิ่วเทียนฉี เจ้าเสแสร้งแกล้งโง่หลอกผู้คนที่นี่ให้มันน้อยๆ หน่อย!” หลิ่วเจียงถลึงตามองอย่างดุร้าย อยากควักเนื้อบนตัวเจ้าชาติชั่วนี่ออกมานัก น่าชัง น่าชังอย่างที่สุดโดยแท้!
“ท่านลุงใหญ่ ท่านอย่า อย่าฆ่าฉีเอ๋อร์ อย่าฆ่าฉีเอ๋อร์เลยขอรับ!” หลิ่วเทียนฉีพูดพลางหลบหลังร่างบิดา
“หลิ่วเจียง เจ้าทำอะไร เจ้าก็รู้ชัดว่าฉีเอ๋อร์เกิดมามีนิสัยขี้กลัว เจ้ายังขู่เขาอีกหรือ?” หลิ่วเหอยืนขวางหน้าบุตรชายก่อนตะโกนเสียงดัง
“ขี้กลัวหรือ วิ่งมาเสแสร้งแกล้งโง่ พูดจาเหลวไหลตรงหน้าท่านพ่อเช่นนี้เรียกขี้กลัวหรือ?” หลิ่วเจียงเห็นหลิ่วเหอปกป้องบุตรชายก็อยากอาเจียนเป็นที่สุด
“พอแล้ว ไม่ต้องทะเลาะกัน! การตายของเจ้าสองข้ามอบให้เจ้าใหญ่สืบสวน ภายในสามเดือน หากนำคนร้ายตัวจริงออกมาไม่ได้ เจ้าใหญ่ต้องโบยตนเองสิบห้าแส้วิญญาณ”
“ท่านพ่อ ข้า...” หลิ่วเจียงได้ยินคำพูดของบิดา ในใจพลันกลัดกลุ้ม
“ไม่ต้องพูดมาก เจ้าเป็นบุตรชายคนโต หลายปีมานี้ทุกครั้งที่ข้าเก็บตัวฝึกฝน เรื่องในบ้านน้อยใหญ่ล้วนเป็นเจ้าจัดการ น้องรองของเจ้าถูกวางยาพิษสังหารในบ้าน เจ้าเองก็ยากที่จะปัดความรับผิดชอบ!”
“ขอรับ ท่านพ่อ!” แม้ใจไม่ยินยอม แต่หลิ่วเจียงยังคงพาครอบครัวจากไปอย่างคับแค้นต่อความอยุติธรรม
“เจ้าสาม!” หลิ่วฮั่นชิงหันหน้ามองบุตรชายอีกคน
“ท่านพ่อ ลูกขอออกจากตระกูลหลิ่ว!” หลิ่วเหอก้มศีรษะเอ่ย
“เหอเอ๋อร์ เจ้าพูดอะไรฮึ? พี่รองของเจ้าเพิ่งตายจากทิ้งพี่สะใภ้รองของเจ้า สามแม่ลูกกำพร้าเป็นหม้ายแล้ว ในขณะที่ตระกูลหลิ่วเริ่มล้มหาย จำนวนคนเหลือน้อยนิด เจ้ายังคิดจะจากไปอีกหรือ?”
“ท่านพ่อ ลูกทนไม่ไหวแล้ว ถูกพี่ใหญ่เพ่งเล็งเช่นนี้ ใส่ร้ายและทำร้ายเทียนฉีลูกข้าครั้งแล้วครั้งเล่า ลูกทนไม่ได้จริงๆ!” หลิ่วเหอพูดอย่างไม่อ้อมค้อม
“เหอเอ๋อร์ไม่ต้องกังวล ขอเพียงพ่ออยู่ พ่อรับประกันให้ จะไม่มีผู้ใดแตะต้องเจ้ากับฉีเอ๋อร์ได้อีก” หลิ่วฮั่นชิงมองบุตรชาย กล่าวอย่างหนักแน่น
“ท่านพ่อ!”
“เอาล่ะ ไม่ต้องพูดมาก พ่อไม่อนุญาตให้เจ้าไปจากตระกูลหลิ่ว!” หลิ่วฮั่นชิงโบกมือขัดคำต่อ
“ขอรับ เช่นนั้นลูกขอตัวกลับเรือน!” หลิ่วเหอพูดจบก็พาบุตรชายจากไป
หลิ่วฮั่นชิงมองแผ่นหลังของหลิ่วเหอที่โกรธหัวฟัดหัวเหวี่ยง เขาถอนหายใจแผ่วเบาทีหนึ่ง
“ท่านพ่อ สามีข้าตายอย่างมีเงื่อนงำ ท่านพ่อต้องทวงความยุติธรรมให้สะใภ้กับลูกทั้งสองให้จงได้นะเจ้าคะ!” ซูหงเอ่ยพลางคลานมาตรงหน้าหลิ่วฮั่นชิง ร่ำไห้ตะโกนขอพ่อสามีให้ความเป็นธรรม
“ท่านปู่ ท่านต้องให้ความเป็นธรรมกับพวกเรานะเจ้าคะ!”
“ท่านปู่ พ่อข้าไม่อาจตายเปล่า ท่านต้องให้ความเป็นธรรมกับพวกเรานะเจ้าคะ!” หลิ่วซือกับหลิ่วอู่ตะโกนบอก กอดขาหลิ่วฮั่นชิงไว้คนละข้าง ร่ำไห้โหยหวนเสียงหลง
“พวกเจ้าสามแม่ลูกวางใจเถิด ข้าต้องหาคนร้ายตัวจริงมาแก้แค้นให้เจ้าสองอย่างแน่นอน!
.........
ยามค่ำคืน ในห้องของหลิ่วเทียนฉี
หลิ่วเทียนฉีเอาแมลงผายลมออกมาจากถุงเลี้ยงอสูรแล้ววางมันลงในชามใบน้อย จากนั้นเอาสมุนไพรทิพย์ขั้นสองต้นหนึ่งออกมาฉีกทีละใบ ป้อนให้แมลงผายลม
“เจ้าตัวเล็ก ครั้งนี้เจ้าทำได้ดีมาก นี่เป็นรางวัลของเจ้า”
“ชี่ๆๆ...” แมลงผายลมร้องเบาๆ พลางกอดใบสมุนไพรทิพย์ ลงมือกินคำโตๆ
หลิ่วเทียนฉีมองท่าทางนั้น ยกมุมปากนิดหน่อย
ก่อนหน้านี้ที่เสี่ยวรุ่ยมอบแมลงผายลมให้กับตน เขาบอกว่าแมลงผายลมสังหารได้เพียงผู้ฝึกตนขั้นเดียวกันเท่านั้น ไม่นานหลิ่วเทียนฉีจึงทำพันธสัญญากับอีกฝ่าย และพบว่าระดับขั้นของแมลงผายลมคือขั้นสอง
หลิ่วไห่พลังระดับสร้างรากฐานช่วงปลาย เป็นผู้ฝึกตนขั้นสาม เดิมหลิ่วเทียนฉีไม่ได้คิดใช้แมลงผายลมจัดการ แต่เพราะหลิ่วไห่เพิ่งถูกบิดาทำร้ายมาไม่นาน ไหนจะถูกโบยด้วยแส้วิญญาณสิบห้าทีอีก เขาพลันรู้สึกว่าโอกาสมาถึง ควรค่าที่จะลอง ฉะนั้น ทุกวันในตอนเช้าจึงพาแมลงผายลมไปวางยาพิษหลิ่วไห่
คิดไม่ถึงเลย หลิ่วไห่ดื่มน้ำแกงกระดูกสัตว์อสูรที่มีของเหลวจากก้นแมลงผายลมผสมอยู่เพียงห้าวันก็สิ้นลมเสียแล้ว บอกได้เป็นอย่างดีว่าแมลงผายลมนี่ร้ายกาจจริงเชียว!
“หลิ่วไห่ อย่าโทษข้าเลย จะโทษก็โทษตัวเจ้าที่รนหาที่ตาย หากเจ้าไม่มุ่งมั่นจะตามหาคนร้ายที่ฆ่าลูกชายเจ้าให้จงได้ ทำร้ายข้าจนบาดเจ็บหนัก ทำให้ข้าต้องนอนอยู่บนเตียงหนึ่งเดือน ข้าก็คงไม่ทำเช่นนี้” พูดถึงตรงนี้ หลิ่วเทียนฉียกมุมปากขึ้นอย่างเย็นชา
ในนิยายต้นฉบับ หลิ่วไห่เจ้าโง่ก็ถูกหลิ่วเจียงหลอกใช้ คิดแผนวางยาพิษฆ่าหลิ่วเหอด้วยกันสองคน ครั้งนี้ต่อให้ไม่ใช่เพื่อตน แต่ก็ทำเพื่อบิดาที่มีบุญคุณต่อตนเท่าภูเขา เขาจะไม่มีทางปล่อยหลิ่วไห่กับหลิ่วเจียงสองพี่น้องไว้เป็นอันขาด
“กินมากเข้าแล้วโตไวๆ เสีย พลังของเจ้าน่ะยังต่ำเกินไปหน่อยนะ!” หลิ่วเทียนฉีพูดพลางใช้นิ้วชี้แตะหัวของแมลงผายลมอย่างแผ่วเบา
“ชี่ๆ...” แมลงผายลมเงยหน้าขึ้นมาส่งเสียงใส่สองทีแล้วก้มหน้ากินต่อ
หลิ่วเทียนฉีมองท่ากินตุ้ยๆ นั่น ยกมุมปากเล็กน้อย คิดถึงเสี่ยวรุ่ยผู้กินเก่งเหมือนกันขึ้นมาโดยไม่รู้ตัว
เสี่ยวรุ่ยเก็บตัวฝึกฝนสองเดือนแล้ว ไม่รู้ว่าพลังของเขายกระดับเป็นอย่างไร จะคิดถึงข้าหรือไม่นะ?
พอนึกถึงคนรัก สีหน้าของหลิ่วเทียนฉีพลันอ่อนโยนทันที
.........
เรือนของหลิ่วไห่
ซูหงสามแม่ลูกนั่งอยู่ในห้อง ใบหน้าเต็มไปด้วยความทุกข์
“ท่านแม่ ท่านคิดว่าที่ท่านพ่อต้องพิษ เป็นผู้ใดกระทำหรือ?” หลิ่วซือมองมารดา ส่งเสียงเอ่ยถาม
“ข้าว่าเป็นเจ้าขยะน้อย เพราะก่อนหน้านี้ท่านพ่อทำร้ายมันจนบาดเจ็บ ต้องคิดแค้นอยู่ในใจเป็นแน่ ถึงได้วางยาพิษสังหารท่านพ่อ!” หลิ่วอู่พูดอย่างมั่นใจ
“ข้าคิดว่าไม่น่าใช่น้องเจ็ด ทุกวันตอนเช้าน้องเจ็ดไปชงชาให้ท่านอาสาม เช่นเดียวกับข้าที่ทุกเช้าไปซื้อกระดูกสัตว์อสูรให้ท่านพ่อ เป็นเรื่องที่ทุกคนรู้มิใช่หรือ? หากเขาวางยาพิษจริงก็น่าจะไปห้องครัวอย่างหลบซ่อน มิใช่โจ่งแจ้งเช่นนี้ ปล่อยให้ทุกคนรู้ว่าเขากำลังวางยาพิษหรอก?” หลิ่วซือมองน้องสาวก่อนบอกความคิดตน
“ไม่มีทางเป็นบ้านอาสามหรอก อาสามของเจ้าเป็นผู้ใช้ยันต์ขั้นสี่ แต่ไหนแต่ไรไม่สนใจตำแหน่งเจ้าตระกูล แล้วเขาจะสังหารบิดาของพวกเจ้าเพื่อหวังสิ่งใดเล่า? แก้แค้นหรือ? หรือระบายโทสะ?” ซูหงส่ายศีรษะรู้สึกว่าเรื่องนี้ไม่ใช่บ้านเจ้าสามทำแน่นอน
“ความหมายของท่านแม่คือคนวางยาพิษทำร้ายท่านพ่ออาจเป็นท่านลุงใหญ่หรือ?” หลิ่วซือมองมารดาพลางถามอย่างจริงจัง
“เจ้าลองคิดดูสิ หากพ่อเจ้าถูกวางยาพิษตาย พวกหลิ่วเทียนฉีพ่อลูกกลายเป็นคนร้าย เช่นนั้นท้ายที่สุดใครเป็นคนที่จะได้ประโยชน์มากที่สุดกันเล่า?” ซูหงมองบุตรสาวพลางเอ่ยถาม
“นกปากซ่อมสู้กับหอยกาบ ชาวประมงได้ประโยชน์1 ท่านลุงใหญ่ช่างวางแผนการได้ดีนัก!” หลิ่วซือพยักหน้าติดกันหลายหน เห็นด้วยกับมารดาเป็นอย่างยิ่ง
“หลิ่วเจียงน่าชังนัก ข้าจะสังหารเขา ล้างแค้นให้ท่านพ่อ!” หลิ่วอู่พูดพลางลุกขึ้นยืน เตรียมไปแก้แค้น
ซูหงยื่นมือดึงแขนหลิ่วอู่ไว้แล้วตบหน้าบุตรสาวหนึ่งฉาด
“ท่านแม่!” หลิ่วอู่แสดงสีหน้าน้อยใจ มองมารดาตน
“หลิ่วเจียงพลังระดับสร้างรากฐานช่วงปลาย เจ้าระดับฝึกปราณขั้นเจ็ด คิดทะเล่อทะล่าไปหาเขาล้างแค้น เจ้ามีสมองหรือไม่ฮะ?” ซูหงมองบุตรสาวผู้โง่เง่าอย่างที่สุด รู้สึกโกรธเคืองยิ่งนัก
“ใช่แล้วน้องห้า พวกเราไม่ใช่คู่ต่อสู้ของท่านลุงใหญ่นะ!” หลิ่วซือรีบกล่อม
“ถ้าอย่างนั้น ถ้าอย่างนั้นจะทำอย่างไรเล่า?” หลิ่วอู่พูดอย่างจนปัญญา มองมารดากับพี่สาว
“อดทนไว้ก่อน อดทนจนพวกเจ้ามีกำลังแก้แค้นให้พ่อ จนบ้านของลุงใหญ่เลิกระแวงพวกเราไปเอง ให้พวกเรามีโอกาสคิดบัญชีกับพวกเขา คอยสังหารพวกเขาทีละคน ชำระแค้นให้บิดากับน้องเล็กของพวกเจ้าเสีย!” พูดถึงตรงนี้ ซูหงก็ตบโต๊ะตรงหน้าแตกอย่างดุดัน
“ท่านแม่ ท่านจะบอกว่า น้องหกเองก็อาจถูกลุงใหญ่สังหารหรือเจ้าคะ?” หลิ่วซือมองมารดาก่อนถาม
“เฮอะ หากน้องหกของเจ้าไม่ตาย เขาจะโยนความผิดให้หลิ่วเทียนฉี สร้างความบาดหมางให้พวกเรากับบ้านอาสามของเจ้าได้อย่างไรเล่า? อีกอย่างหนึ่ง บุรุษในบ้านพวกเราตอนนี้ล้วนตายหมดสิ้น เช่นนั้นหลังจากนี้ก็ไม่มีใครแย่งชิงตำแหน่งเจ้าตระกูลกับหลิ่วเจียงได้อีกต่อไปแล้ว!”
“ใช่แล้ว ท่านแม่พูดมีเหตุผล!” หลิ่วอู่กับหลิ่วซือพยักหน้าเห็นด้วย
--------------------------------------------------------------
1 นกปากซ่อมสู้กับหอยกาบ ชาวประมงได้ประโยชน์ (鹬蚌相争渔翁得利) เป็นสำนวนจีนหมายความว่า ปล่อยสองฝ่ายสู้กันจนหมดแรง ฝ่ายที่สามที่รออยู่จึงเข้ามาฉกฉวยผลประโยชน์