กำเนิดราชันย์นักล่า

    ตอนที่ 14 ดันเจี้ยนหุ่นเชิดปีศาจ 3

    จากนั้นพวกเขาก็เจอกับทางขึ้นไปชั้นที่สองของดันเจี้ยนหุ่นเชิดปีศาจ ทางขึ้นไปบนสองนั้นเป็นบันไดแบบสองชั้นซึ่งกว้างขวางพอที่พวกเขาจะพักทานอาหารได้ ซึ่งในแต่ละดันเจี้ยนนั้นจะมีจุดพักระหว่างชั้นต่างๆแบบนี้อยู่เสมอไม่ว่าจะเป็นดันเจี้ยนที่ใดก็ตาม ซึ่งจุดพักแบบนี้จะเป็นเขตปลอดสัตว์อสูร ซึ่งทำให้นักล่าที่เข้ามาทำการล่าในดันเจี้ยนจะสามารถใช้เป็นที่หลบภัยเพื่อพักผ่อนเอาแรงหรือหลบภัยเพื่อรอความช่วยเหลือก็ได้
    พวกเขาจึงใช้จุดพักในชั้นที่หนึ่งนี้พักเอาแรงและรับประทานอาหาร เพื่อเตรียมที่จะไปลุยในชั้นต่อไป อิกนัสนำเนื้อย่างที่ย่างเตรียมไว้เมื่อเช้าออกมาแจกให้กับทุกคน(ตัว) จากนั้นจึงลงมือกินเนื้อย่างของตนเอง เมื่อกินเสร็จ อิกนัสจึงนั่งหลับตาเพื่อปรับพลังชีวิตที่เพิ่มขึ้นมาอย่างมากให้เสถียรเพื่อไม่ให้เกดการตีกลับของพลังทำให้เขาได้รับบาดเจ็บได้
    ส่วนลูฟัสเมื่อกินเสร็จเขาก็ขัดใบหอกรออิกนัสอยู่เงียบๆ เพราะเขารู้ว่าการปรับพลังชีวิตให้เสถียรนั้นต้องใช้สมาธิเป็นอย่างมาก
    ครู่หนึ่งผ่านไปอิกนัสก็ลืมตาขึ้น แล้วทำท่าค้นอะไรออกจากกระเป๋าเป้ของเขา พร้อมกับนำการ์ดตัวตนออกมา ซึ่งเมื่อหยิบออกมาเขาก็เหลือบไปมองลูฟัสที่กำลังนั่งขัดหอกอยู่ ซึ่งเมื่อสังเกตว่าลูฟัสนั้นมองไม่เห็นการ์ดตัวตนที่เขาหยิบออกมา ก็ทำให้เขาเดาได้ว่าการ์ดที่เขาได้รับมานั้นเป็นพลังจากโลกอื่น ซึ่งทำให้คนในโลกนี้มองไม่เห็น ซึ่งเขาก็เคยคิดจะลองแต่ไม่ได้ทำสักที จึงมากพิสูจน์ให้แน่ใจได้ในตอนนี้
    อิกนัสจึงใช้การ์ดตัวตนของเขาเพื่อเช็คสเตตัสของเขา เขาพึมพำอย่างแผ่วเบาขณะที่วางการ์ดตัวตนไว้ในมือพร้อมกับหลับตาลงอีกครั้งทำเหมือนว่าปรับสภาพพลังต่อเพื่อไม่ให้ลูฟัสสงสัยอะไร “ใช้งาน”
    “ผู้ถือครอง : ซิลเวอร์ไนท์ อิกนัส (ลิโอเรน อิกนัส)”“ระดับพรสวรรค์ : เหล็ก”“ความเเข็งเเกร่งในการต่อสู้ : ทองแดง 1 ดาว”“เมล็ดพันธุ์แห่งชีวิต 1 : หัตถ์มาร ระดับ I เพิ่มความเร็วของมือ 5% (วิวัฒนาการได้)”“ทักษะ1 : กายเเกร่ง(ระดับต่ำ)”“วงจรเวท1 : วงจรเวทมังกรอัคคี(ระดับต่ำ)”“วงจรเวท2 : วงจรเวทเงิน(ระดับต่ำ)”“จำนวนการ์ดที่ถือครอง : 7 ”“สิทธ์ในการอัญเชิญ : เปิดใช้งาน”“จำนวนครั้งในการอัญเชิญ : 2 ”“หมายเหตุ : ความสามารถอยู่ในระดับพอใช้ได้นิดหน่อยยังต้องฝึกอยู่อีกมาก”
    หลังจากที่เขาดูสเตตัสของตัวเองก็ทำให้เขาเห็นว่ามีรายละเอียดของเมล็ดพันธุ์แห่งชีวิตเพิ่มขึ้นมา และสิ่งที่ทำให้เขาต้องตกใจก็คือสิทธิ์ในการอันเชิญที่เพิ่มขึ้นมาเป็นสองครั้ง ซึ่งทำให้เขามารถอัญเชิญสัตว์อสูรออกมาเพิ่มได้อีกหนึ่งตัว มันทำให้กำลังรบของเขาเพิ่มมากขึ้น โดยเขานั้นมีสัตว์อสูรอีกหนึ่งตัวแล้วนั้นก็คือ การ์ดกระทิงสามหางกลายพันธ์ ซึ่งเขายังไม่เคยได้ใช้มันเลยแม้แต่ครั้งเดียว
    “เดี๋ยวผมเอาสัตว์อสูรมาช่วยสู้อีกตัวละกัน ผมเก็บมันไว้ในแหวนเก็บสัตว์อสูรนานแล้ว แต่พลังชีวิตในการควบคุมมันยังไม่พอเลยไม่ได้ใช้มันเลย จะได้ออกล่าได้ง่ายขึ้นอีกหน่อย” อิกนัสพูดพร้อมกับนำการ์ดกระทิงสามหางออกมาแต่คราวนี้เขาไม่ได้หลบซ่อนอะไรเพราะคนอื่นมองไม่เห็นการ์ดของเขา
    หลังจากที่เขาใช้งานการ์ดกระทิงสามหางก็ปรากฏ กระทิงตัวใหญ่ขนาดสามเมตรซึ่งเป็นกระทิงที่มีหางสามเส้น ออกมาหนึ่งตัว อิกนัสตัดสินใจตั้งชื่อมันว่า โบลว์
    เมื่อลูฟัสได้เห็นดังนั้นก็ต้องอ้าปากค้างออกมา เพราะกระทิงสามหางตัวนี้มีระดับพลังชีวิตไม่ต่างจากเขาเท่าไหร่ และเมื่อเขามองไปที่เจ้าเบลซเขาก็ต้องตกใจอีกครั้งที่มันก็มีระดับพลังที่เพิ่มขึ้นมาเป็นระดับทองแดงอีกด้วย จากตอนแรกที่เขาพบมันซึ่งในตอนนั้นมันเป็นแค่สัตว์อสูรระดับเหล็กนั้น ทำให้เขาต้องเงยหน้ามองที่อิกนัสด้วยความแปลกใจ แต่ก็คงเป็นเพราะพลังของผู้ควบคุมซึ่งเขาที่ไม่ได้เป็นผู้ควบคุมก็คงจะมีอะไรที่รู้บ้างไม่รู้บ้างนั่นเอง เขาจึงไม่ได้เอ่ยถามออกไป เพราะทุกคนไม่ว่าใครก็ย่อมมีความลับของตัวเองอยู่ ซึ่งตัวเขาก็เหมือนกัน
    จากนั้นพวกเขาก็เตรียมที่จะขึ้นไปลุยที่ชั้นสองต่อทันที
    ชั้นที่สองดันเจี้ยนหุ่นเชิดปีศาจ
    หลังจากที่พวกเขาขึ้นมาที่ชั้นสองก็พบว่ามันไม่ได้แตกต่างจากชั้นที่หนึ่งมากนัก จะต่างก็เพียงแค่ในชั้นที่สองนั้นจะแบ่งออกเป็นสามห้องโถงซึ่งเมื่อพวกเขาเข้ามาก็จะเป็นห้องโถงกลางซึ่งจะมีทางเดินแยกออกไปที่ห้องโถงซ้ายและขวา
    เมื่อมองออกไปพวกเขาก็พบกับสัตว์อสูรมากมาย ไม่ว่าจะเป็นสัตว์อสูรหุ่นเชิดโครงกระดูก ระดับเงินหนึ่งดาว,สัตว์อสูรหุ่นเชิดตัวตลก ระดับเงินสองดาวและสัตว์อสูรกล่องปริศนา ระดับเงินสามดาวที่ถูกวางไว้ตามมุมต่างๆซึ่งสัตว์อสูรกล่องปริศนานั้น ถ้าไม่ไปเปิดมันหรือเข้าไปใกล้กับมันมากจนเกินไป มันก็จะไม่โผล่ออกมาจากกล่องให้เห็น ซึ่งในบางกล่องก็อาจจะไม่ใช่สัตว์อสูรแต่เป็นรางวัลสำหรับผู้ที่เปิดกล่องได้แทน ซึ่งทำให้ดันเจี้ยนในชั้นที่สองนี้เป็นแหล่งเสี่ยงโชคของนักล่าไปโดยปริยาย ซึ่งรางวัลในกล่องก็มีตั้งแต่ยารักษาแผลต่างๆไปจนถึงอาวุธ ยุทธภัณฑ์เครื่องป้องกันต่างๆมีมากมาย แต่เมื่อเปิดกล่องใดกล่องหนึ่งที่เป็นกล่องของสัตว์อสูรกล่องปริศนาก็จะถูกสัตว์อสูรในบริเวณนั้นเข้ามารุมทันที ซึ่งก่อนจะเปิดกล่องใดใดนั้นก็จะต้องระวังให้ดี
    อิกนัสขึ้นขี่เจ้าโบลว์ แล้วจึงบอกให้ลูฟัสขี่เจ้าเบลซไป จากนั้นพวกเขาจึงเริ่มสำรวจดันเจี้ยนในชั้นนี้ จากนั้นอิกนัสจึงเลือกกลุ่มของหุ่นเชิดโครงกระดูกเพื่อทดลองพลังของเจ้าโบลว์ ซึ่งมีด้วยกันสามตัวเป็นเป้าหมายแรก
    “โบลว์ ใช้พลังแม่เหล็กไฟฟ้าใส่หุ่นเชิดโครงกระดูกเลย” อิกนัสตะโกนสั่งเจ้าโบลว์ที่เขาขี่อยู่
    คลื่นพลังแม่เหล็กไฟฟ้าเกิดขึ้นที่เขาของกระทิงสามหาง เป็นลูกกลมสีเหลืองที่มีเส้นสายฟ้าล้อมรอบอยู่ ซึ่งต้องอาศัยเวลาในการที่จะยิงลูกพลังงานออกไป ไม่เหมือนกับพลังโลหิตของหมาป่าสีเลือดหรือเจ้าเบลซที่พอเปลี่ยนรูปก็สามารถยิงได้ทันทีเลย
    เมื่อชาร์ตพลังงานเสร็จเรียบร้อยแล้ว ลูกพลังแม่เหล็กไฟฟ้าก็พุ่งออกไปใส่หุ่นเชิดโครงกระดูกตัวหนึ่งทันทีด้วยความเร็วที่สูงมากเหมือนกับแสงเลเซอร์เลยที่เดียว
    พริบตาที่พุ่งออกไปนั้นหุ่นเชิดโครงกระดูกก็ได้แยกตัวออกทำให้ไม่ลูกพลังแม่เหล็กไฟฟ้าไม่โดนตัวของหุ่นเชิดโครงกระดูกเต็มๆ แต่ก็ทำให้ฝั่งซ้ายของลำตัวหุ่นเชิดโครงกระดูกตั้งแต่แขนซ้ายไปจนถึงโครงกระดูกซี่โครงฝั่งซ้ายหายไปเลย แต่ไม่แค่นั้นลูกพลังแม่เหล็กไฟฟ้ายังคงพุ่งต่อไปจนชนเข้ากับกำแพงเสียงดังสนั่นถึงหยุดลง
    อิกนัสที่เห็นอย่างนั้นก็ลอบพอใจในพลังทำลายล้างของเจ้าโบลว์อย่างมาก แต่ก็มีข้อเสียที่มันใช้เวลาในการรวบรวมพลังนานเกินไปถึงเกือบสิบนาที ซึ่งไม่เหมาะที่จะใช้ในการต่อสู้ตะลุมบอน