"ดี ดี ดี! แกก็ลองแฉให้ฉันดูหน่อยซิ!"
หวังข่ายโกรธจนหัวเราะออกมา
ในเมื่อนี่เป็ของเลียนแบบที่แม้แต่ผู้าุโหงยังดูไม่ออกว่าเป็ของปลอมในตอนแรก แล้วไอ้เด็กเมื่อวานซืนอย่างฉินเย่จะดูออกได้อย่างไร?
นี่มันเื่ตลกชัด ๆ ไม่ใช่หรือไง?!
"ปากขวดมีขนาดเล็กกว่ามาตรฐาน 7.2 เิเเล็กน้อย ลวดลายบนพื้นผิวมีความแตกต่างจากแจกันเม่ยผิงลวดลายเดียวกันที่เคยขุดพบ ร่องรอยการสึกหรอที่ก้นแจกันเห็นได้ชัดว่าเป็การแปรรูปในภายหลัง เพื่อทำให้แจกันใบนี้ดูใกล้เคียงกับสมัยราชวงศ์ชิงมากที่สุด น่าเสียดาย ของปลอมก็คือของปลอม มันไม่มีวันกลายเป็ของจริงไปได้หรอก"
ฉินเย่กล่าวเสียงดังฟังชัด
ส่วนผู้าุโหงที่อยู่ข้าง ๆ หวังข่าย เมื่อได้ยินเช่นนั้นสีหน้าก็เปลี่ยนไปอย่างรุนแรง
หลังจากที่เขารู้ว่าแจกันใบนี้เป็ของปลอม เขาก็ได้ทำการสังเกตมันมานับครั้งไม่ถ้วน เรียกได้ว่าปัญหาที่ฉินเย่ชี้ออกมานั้น แทบจะตรงกับผลการสังเกตที่เขาได้รับจากการตรวจสอบซ้ำ ๆ เลยทีเดียว!
หวังข่ายซึ่งไม่รู้เื่พวกนี้เลย ได้แต่แค่นยิ้มออกมา "ไอ้หนุ่ม ปากร้ายไม่เบานี่นา แค่พูดจาเพ้อเจ้อไม่กี่คำ ก็จะเปลี่ยนสีขาวให้เป็สีดำได้เลยเหรอ ถ้าพูดแบบแก ฉันยังพูดได้เลยว่าหน้าแกดูเหมือนฆาตกร!"
[ผมว่าคุณชายหวังพูดถูกนะ สตรีมเมอร์พูดแค่ไม่กี่ประโยค จะสรุปได้ยังไงว่าเป็ของปลอม?]
[คนข้างบนนี่เป็หน้าม้าตระกูลหวังหรือเปล่า? อาจารย์ฉินแค่ดูผ่านวิดีโอยังแยกแยะของจริงของปลอมได้ แต่นี่เขาอยู่หน้างานแท้ ๆ จะดูพลาดได้ยังไง?]
[หึ ๆ ... พวกแกมั่นใจได้ยังไงว่าที่ไลฟ์สดก่อนหน้านี้ไม่ใช่หน้าม้า? ยังไงฉันก็ไม่เชื่อไอ้อาจารย์ฉินอะไรนี่หรอก! แปดเก้าส่วนคงเป็สิบแปดมงกุฎ!]
[จะเชื่อไม่เชื่อก็ช่าง ไม่เชื่อก็ไสหัวไป!]
เนื่องจากความนิยมในห้องไลฟ์พุ่งสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง ทำให้มีคนหลั่งไหลเข้ามาเป็จำนวนมาก ผู้ชมจึงแบ่งออกเป็สองฝ่ายทันที
ฝ่ายที่ไม่เชื่อฉินเย่ และฝ่ายที่เชื่อฉินเย่ จนทำให้แชตในห้องไลฟ์สดเด้งขึ้นอย่างบ้าคลั่ง
"ที่นี่มีเซียนประเมินสมบัติตั้งเยอะแยะ ให้พวกเขามาตรวจสอบดูก็สิ้นเื่ไม่ใช่เหรอ?"
คำพูดเพียงประโยคเดียวของฉินเย่ อุดปากพวกที่ไม่เชื่อเ่าั้จนสนิท
ในเมื่อของชิ้นนี้ถูกนำออกมาประมูล บรรดาเซียนประเมินสมบัติของเหล่ามหาเศรษฐีทั้งหลายย่อมต้องขึ้นมาตรวจสอบความจริงเท็จอยู่แล้ว ไม่มีใครอยากจะเป็คนโง่ที่จ่ายเงินซื้อของปลอมหรอก
เป็ไปตามคาด บรรดาเซียนประเมินสมบัติภายใต้คำสั่งของเหล่ามหาเศรษฐีต่างทยอยกันขึ้นไปตรวจสอบ
เมื่อมีจุดที่ฉินเย่ชี้แนะเอาไว้ พวกเขาเพียงแค่เปรียบเทียบดูอย่างละเอียด ก็สามารถหาข้อสรุปได้
สุดท้าย บรรดาเซียนประเมินสมบัติต่างพากันส่ายหัว
เห็นได้ชัดว่าแจกันเม่ยผิงลายัครามเฉียนหลงสมัยราชวงศ์ชิงที่ว่านี้ คือของปลอม
ใบหน้าที่เคยเต็มไปด้วยความมั่นใจของหวังข่ายพังทลายลงในพริบตา
เมื่อต้องเผชิญกับสายตาจ้องจับผิดมากมายที่รุมล้อมเข้ามา เขาแทบอยากจะแทรกแผ่นดินหนีไปเสียให้พ้น
หน้าที่โดนตบนี้ มันช่างเจ็บเหลือเกิน!
โชคดีที่ผู้าุโหงที่อยู่ข้างเขาในตอนนี้ลุกขึ้นยืน เดินไปที่ข้างแจกันลายครามใบนั้น แล้วพิจารณาอยู่ครู่หนึ่ง
เขาก็ประสานมือกล่าวว่า "ทุกท่าน ต้องขออภัยเป็อย่างยิ่ง แจกันลายครามใบนี้ลูกน้องของตระกูลหวังยกมาผิดใบครับ แจกันลายครามของจริงยังอยู่ในคลังของตระกูลหวัง งานสมาคมการค้าครั้งหน้าจะนำมาชดเชยให้อย่างแน่นอน!"
ลูกน้องยกผิดใบงั้นเหรอ?
หมาฟังยังส่ายหัวเลย!
เหล่ามหาเศรษฐีทั้งหลายย่อมไม่เชื่อ ฉินเย่ไม่เชื่อ และผู้ชมในห้องไลฟ์สดก็ยิ่งไม่เชื่อเข้าไปใหญ่!
[666... ตระกูลหวังนี่ใจดำจริง ๆ งานระดับนี้ยังกล้าเอาของปลอมออกมา! นี่มันวัวแม่พันธุ์นั่งเครื่องบินชัด ๆ โคตรเจ๋งทะลุฟ้าไปเลย!]
[ฮ่า ๆ ๆ ๆ ! ฉันขอถามพวกที่ไม่เชื่ออาจารย์ฉินหน่อย ตอนนี้เจ็บหน้าไหม? หืม? เจ็บไหม!]
[ไอ้หยา~~~ พวกที่เพิ่งะโด่าอาจารย์ฉินว่าเป็สิบแปดมงกุฎหายไปไหนหมดแล้วนะ? ทำไมไม่เห็นเลยล่ะ? ออกมาเถียงกันต่อสิ!]
[ไม่ต้องพูดเื่อื่นหรอก มีใครจำได้ไหมว่าอาจารย์ฉินใช้เวลาดูนานแค่ไหนถึงรู้ว่าเป็ของปลอม? ดูเหมือนจะไม่ถึงไม่กี่วินาทีเลยมั้ง?!]
[ใช่! เมื่อกี้พวกเซียนประเมินสมบัติพวกนั้น ขนาดมีอาจารย์ฉินคอยชี้แนะ ยังต้องใช้เวลาสังเกตตั้งห้านาทีกว่าจะเป็ที่ยืนยัน สายตาของอาจารย์ฉินนี่มันจะดีขนาดไหนกันนะ!]
[สมกับเป็อาจารย์ฉิน ที่สุดตลอดกาล!]
ในห้องไลฟ์สดะเิความตื่นเต้นทันทีหลังจากที่คนของตระกูลหวังออกมายอมรับเองว่าเป็ของปลอม
โดยเฉพาะแฟนคลับของฉินเย่ ความรู้สึกนั้นช่างสะใจจนบอกไม่ถูก
หน้าที่โดนตบครั้งนี้ดังสนั่นหวั่นไหวจริง ๆ !
....
อีกด้านหนึ่ง หวังข่ายกำหมัดแน่น สูดลมหายใจเข้าลึก ๆ พยายามสะกดกลั้นความโกรธแค้นในใจ
ไอ้ฉินเย่สารเลว กล้าทำให้เขาเสียหน้า หลังจบงานเมื่อไหร่ เขาจะสะสางบัญชีแค้นนี้อย่างแน่นอน!
"อาจารย์ฉิน ครั้งนี้คุณต้องไปขอโทษคุณชายหวังให้ได้นะ!"
ในขณะที่งานประมูลกำลังย้ายสินค้าของตระกูลหวังลงจากเวที ผู้จัดการหวังก็เดินมาหาฉินเย่ น้ำเสียงที่รุนแรงของเขาฟังดูเหมือนเป็การออกคำสั่งมากกว่า
เมื่อฉินเย่ได้ยินดังนั้นเขาก็อดไม่ได้ที่จะเลิกคิ้วถามกลับไปว่า "ผู้จัดการหวัง ผมทำอะไรผิดเหรอครับ ถึงต้องไปขอโทษเขา?"
"ความผิดของคุณก็คือคุณไม่ใช่คู่ต่อสู้ของตระกูลหวังยังไงล่ะ!"
"น่าขำ"
เมื่อได้ยินเช่นนั้น ฉินเย่เพียงแค่แค่นยิ้มเ็า แล้วไม่สนใจเขาอีกเลย
ผู้จัดการหวังโกรธจนหน้าแดงก่ำ แทบอยากจะหักขาฉินเย่แล้วบังคับให้หมอบลงขอโทษต่อหน้าหวังข่ายให้รู้แล้วรู้รอด
ใครใช้ให้ฉินเย่เป็คนที่เขาแนะนำเข้ามาล่ะ ในเมื่อตอนนี้ฉินเย่ไม่ไว้หน้าหวังข่ายขนาดนี้ ตัวเขาเองก็จะพลอยซวยไปด้วย
เขาที่พยายามจะประจบสอพลอตระกูลหวังเพียงอย่างเดียว ไม่เคยพิจารณาเลยว่าเื่นี้ฉินเย่ไม่ได้เป็ฝ่ายผิดเลยสักนิด
[ฉันยอมใจผู้จัดการหวังคนนี้จริง ๆ อาจารย์ฉินผิดตรงไหน ที่ต้องไปขอโทษ?]
[เพื่อจะเกาะแข้งเกาะขาตระกูลหวัง ถึงกับไม่แยกแยะถูกผิดเลยเหรอ นี่น่ะเหรอผู้จัดการโรงแรมเทียนเยว่?]
[ตอนนี้ฉันไม่เหลือความรู้สึกดี ๆ ให้โรงแรมเทียนเยว่แล้ว และจะไม่ไปใช้บริการที่นั่นอีก ขอแบน!]
[ขอแบนด้วยคน +1!]
[แม่หม้ายหลี่ข้างบ้าน ส่งคาร์นิวัล x1!]
[แม่หม้ายหลี่ข้างบ้าน : อาจารย์ฉินไม่ต้องไปสนใจไอ้คนงี่เง่านั่นหรอกค่ะ!]
คำพูดและการกระทำของคนคนหนึ่ง ย่อมเป็ตัวแทนของตระกูลหรือองค์กรที่อยู่เื้ั
การที่ผู้จัดการหวังเข้าข้างตระกูลหวังอย่างไม่ลืมหูลืมตาแบบนี้ ย่อมทำลายความรู้สึกของผู้คนไปโดยปริยาย
แต่ผู้จัดการหวังไม่รู้เลยว่า ในโลกออนไลน์มีเสียงด่าทอเขาหนาหูเพียงใด หลังจากที่เขาต่อว่าฉินเย่ด้วยความโกรธแค้นไปไม่กี่ประโยค เขาก็รีบวิ่งก้มหัวประจบประแจงไปทางหวังข่ายทันที
จากการที่เขาคอยก้มหัวขอโทษและแสดงท่าทางต่ำต้อย เห็นได้ชัดว่า ชายคนนี้ได้ตัดความสัมพันธ์กับฉินเย่อย่างเด็ดขาดแล้ว
ฉินเย่ไม่ได้ใส่ใจเลยแม้แต่น้อย เขาหันมาดูของขวัญในห้องไลฟ์สดแทน
ั้แ่เริ่มไลฟ์มาจนถึงตอนนี้ เขาได้รับของขวัญรวมแล้วเกือบหนึ่งหมื่นหยวน
แน่นอนว่า ส่วนใหญ่เป็เงินที่หลิ่วซวงเปย์ให้ทั้งนั้น
เด็กสาวคนนี้ ั้แ่ได้รับการช่วยเหลือจากฉินเย่ เธอก็กลายเป็แฟนคลับตัวยงของเขาไปโดยปริยาย
"สินค้าประมูลชิ้นต่อไป คือจี้หยกลายหงส์ที่นำเสนอโดยตระกูลจ้าวแห่งเมืองหลินเจียงครับ ขอเชิญบรรดาปรมาจารย์ประเมินสมบัติทุกท่านชื่นชม ราคาเริ่มต้นที่ 0 หยวน และเพิ่มราคาได้โดยไม่มีขีดจำกัดครับ!"
งานประมูลดำเนินต่อไป ไม่นานนักก็มีคนยกสินค้าชิ้นที่สองออกมา นั่นคือจี้หยกลายหงส์
ฉินเย่เหลือบมองแวบหนึ่ง
จี้หยกชิ้นนี้มีสีเขียวมรกตเป็ประกายเงางาม มีขนาดเพียงหนึ่งในสามของฝ่ามือ บนพื้นผิวแกะสลักรูปนกเฟิ่งหวงได้อย่างมีชีวิตชีวา ต่อให้ไม่ใช่ของโบราณ แค่เพียงฝีมือการแกะสลักนี้ก็นับว่ามีคุณค่าแก่การสะสมเป็อย่างยิ่ง
[จี้หยกสวยจังเลย! ใครซื้อให้ฉัน ฉันจะแต่งงานกับคนนั้นเลย!]
[หึ ๆ ... ของที่วางในงานระดับนี้ อย่างน้อยก็ต้องหลักล้าน คนข้างบนคงจะยังไม่ตื่นละมั้ง!]
[อย่าเพิ่งพูดถึงหลักล้านเลย เมื่อกี้เพิ่งมีของปลอมวางอยู่บนนั้นไม่ใช่เหรอ?]
[ไม่ได้การแล้ว หลังจากเื่เมื่อกี้ ตอนนี้ฉันสงสัยมากว่าไอ้นี่จะเป็ของปลอมหรือเปล่า! ถ้าใช่ล่ะก็คงสนุกพิลึก!]
[ฉันก็สงสัยเหมือนกัน ขออาจารย์ฉินช่วยไขข้อข้องใจทีครับ!]
[ขอด้วยคนครับ!]