#ปีสาม 9 Detail Kit
<พาร์ทของคิท>
หลังจากที่ผมโมโหจนถึงขั้นขีดสุดเลยเผลอเสยคางไอ้ดีเทลไปจังๆจนมันสลบไปนานนับชั่วโมงกว่ามันจะฟื้นก็ทำเอาผมเกือบใจหายวาบถ้ามันตายมีหวังผมคงได้ติดคุกหัวโตแน่ๆ แต่ก็ไม่ถึงขนาดนั้นเพราะตอนนี้มันฟื้นแล้วส่วนสติสตังเดี๋ยวค่อยว่ากันอีก
“เป็ไงบ้างมึง”ผมพยายามพยุงให้มันลุกนั่งพร้อมกับเอาหมอนมาหนุนหลังให้มันพิง
“เจ็บครับ”มันตอบสั้นๆและเอามือมาลูบๆบริเวณมุมปากและปลายคาง แต่ก็สมควรแล้วล่ะครับ
“ก็ดีงั้นมึงตอบกูมาว่ามึงหายไปไหนตั้งหลายวัน ห้องก็ไม่ยอมกลับมา”
“ผมกลับไปที่บ้านมา...”
“กลับบ้าน...แล้วไม่คิดจะบอกกูเลยงั้นสิกูหน่ะแฟนมึงนะเว้ย”
“พี่คิทอย่ามาอำผมหน่อยเลยไม่ต้องแกล้งผมแล้ว”
“มึงมันโง่จริงๆที่กูมาอยู่กับมึง มานอนห้องมึง มึงยังดูไม่ออกอีกหรอวะ กูรอรอมานานแล้วว่ามึงจะขอจีบกูไหม จะขอกูเป็แฟนไหม แต่มึงก็ยังเฉยกูเห็นแล้วมันขัดหูขัดตากูว่ะ กูเลยขอมึงเป็แฟนไงไอ้สัดเทล.....โป๊ก!!”
“โอ๊ย...เจ็บนะพี่คิท”
“แล้วฉลาดขึ้นยังเดี๋ยวบั๊ด...”
“พอแล้วๆๆ” มันยกกาจขึ้นมาบัง กลัวผมขนาดนั้นเลยหรอ
“ตอนนี้กูอยู่ตรงนี้กูคงไม่มีความหมายอะไรใช่ไหม” ไอ้ฟอสพูดขึ้นแมร่งผมก็ลืมมันไปเลยมัวแต่สนใจไอ้เด็กโง่นี่
“งั้นมึงก็กลับบ้านมึงไปดิหมดธุระของมึงแล้ว”
“ทีนี้ทำเป็ไล่กูโอเค...กูไปละ”
พอไอ้ฟอสกลับไปก็เหลือผมกับไอ้ดีเทลสองคนมันมองหน้าผมอย่างสงสัยอะไรบ้างอย่าง เอาตรงๆผมอยากจะตบกระบานมันสักสองสามทีได้ไหมเห็นแล้วก็หมั่นไส้ ดูทำหน้าเข้า
“พี่คิทครับ”
“อะไรนะไหนลองเรียกชื่อกูใหม่ดิ”
“พี่คิท...”โป๊ก!! “พี่คิทตีหัวผมทำไมอ่า...”
“ตีให้มึงจำใส่หัวเอาไว้ไงเรียกชื่อกูเฉยๆก็ได้ กูอนุญาติ”
“คิท....”
ผมแอบอมยิ้มน้อยเมื่อมันเรียกชื่อผมตอนนี้เหมือนกับผมกำลังสอนให้เด็กน้อยเกิดใหม่หัดพูดยังไงยังงั้นทุกคนอาจจะงงว่าทำไมผมต้องบอกว่าเป็แฟนกับมัน ผมรู้ตั้งนานแล้วว่าน้องมันแอบชอบผมก็ั้แ่น้องมันอยู่ปีหนึ่งมันก็พยายามที่จะเข้ามาหาผมแต่มันก็คงจะกลัวพวกผมตอนนั้น น้องมันเลยไม่กล้าเข้าจนวันหนึ่งไอ้ฟอสที่เป็เพื่อนผมและก็เป็พี่รหัสของไอ้ดีเทลมันก็มาของเบอร์ผมไลน์เพื่อเอาไปให้น้องรหัสมัน แถมยังบอกว่าแอบชอบผม ตอนนั้นในใจก็ดีใจหน่อยๆแต่อยากให้เข้ามาขอเองมากกว่า
พอผมให้ทั้งเบอร์ทั้งไลน์ไปก็ไม่มีท่าทีจะแอดมาเลยแล้วก็หายวาร์ปจนผมอยู่ปีสามเฉยๆก่อนที่ผมจะเจอมันอีกทีก็ตอนมาฝึกพี่สต๊าฟให้กับน้องปีสองและคืนนั้นมันก็แอดเฟสมาหาผมจริงๆผมก็ไม่รู้นะว่าเป็ใครเพราะผมยังไม่รู้จักชื่อเสียงเรียงนามมันด้วยซ้ำผมเลยเข้าไปเช็คและค้นรูปมันดู ถึงได้รู้ว่าเป็น้องมันจริงๆ
“หิวข้าว...”จู่ๆไอ้ดีเทลก็พูดขึ้น ขณะที่ผมกำลังคิดถึงอดีตอยู่เพลินๆ
“งั้นไปกินข้าวข้างนอกกันมั้ย”ผมเสนอ
“ไม่เอาคิททำให้กิน”
“โอเคเดี๋ยวไปทำให้แล้วจะกินอะไรบอกมาดิ”
“ไม่รู้ครับแต่อยากกินอะไรร้อนๆ”
ผมพยักหน้าตอบก่อนจะปลีกตัวเดินไปเปิดดูที่ตู้เย็นว่ามีอะไรทำบ้างผมเลือกที่จะเอาผัก เต้าหู้ไข่ เนื้อหมู ออกมา ของร้อนๆก็ต้องเป็แกงจืดมั้งเอาที่ผมคิดได้ตอนนี้แล้วกันหวังว่าสิ่งที่ผมกำลังจะทำเนี้ยไอ้ดีเทลมันคงจะกินได้นะ
“คิท...ทำเสร็จยัง”มันเดินเข้ามาหาผม ที่กำลังวุ่นกับการทำแกงจืดให้มัน
“ยังไปนั่งรอที่โต๊ะไป ถ้าเสร็จเดี๋ยวเอาไปให้” ผมหันไปบอกมันก่อนจะหันมาทำต่อ
ไม่นานนักผมก็ทำเสร็จก่อนจะตักใส่ถ้วยแล้วยกไปให้ดีเทลที่โต๊ะผมมองดูหน้ามันก่อนจะวางถ้วยแกลจืดตรงหน้า ดูมันไม่ค่อยมีชีวิตชีวาเลยครับ หรือจะเป็ไข้ผมลองเอาไปอังดูที่หน้าฝาก แต่ก็ไม่ได้เป็อะไรนิ่ ผมเลยนั่งลงฝั่งตรงข้าม
“เป็อะไรหรือเปล่าหน้าดูซึมๆนะ”
“คือ...ผมไม่ชินอ่าครับ”
“โถ่ก็นึกว่าเื่อะไร เอาเป็ว่าตอนนี้มึงรู้สึกกับกูยังไง ก็แสดงมันออกมาเลย”
“จริงๆนะ”
“อื้ม จริงสิเอาที่มึงสบายใจที่สุดอ่า”
“......”มันไม่ได้ตอบแต่กลับยิ้มให้ผม ก่อนจะตักแกงจืดเข้าปากเงียบๆ
ผมถอดหายใจก่อนจะลุกจากตรงนั้นปล่อยให้ดีเทลมันกินไปเงียบ ผมเดินไปหาผ้าเช็คแล้วเข้าห้องน้ำเพื่อจะอาบน้ำพออาบเสร็จก็เดินออกมา และผมก็ต้องใกับคนตรงหน้า มาั้แ่เมื่อไหร่กันเนี้ย
“ตัวขาวจังนะครับ”มันพูด
“อะ อื้มก็ประมาณหนึ่ง”
“งั้นผมอาบน้ำก่อนนะ”
“อื้ม...”
คราวนี้เป็อะไรของมันอีกแล้วน่ะนั่นเดี๋ยวดีเดี๋ยวร้ายแล้วรอยยิ้มเ้าเล่ห์นั่นมันอะไรกันผมเดินออกมาจากตรงนั้นอย่างงงงวย คิดยังไงก็คิดไม่ออก อยากบอกเลยว่ามันโคตรเปลี่ยนอารมณ์เร็วฉิบหายบางที่เศร้า บางที่ร่าเริง โว๊ะ อะไรวะ
ผมเปลี่ยนเสื้อผ้าเสร็จไม่ทันไรมันก็อาบน้ำเสร็จพร้อมเดินออกมาด้วยผ้าขนหนูคาดเอวแค่ผืนเดียว
“มองอะไรครับ”
“ปะเปล่ามองสักหน่อย” เผลอจนได้
“ก็ยังเห็นมองอยู่เลยครับ”
“ก็บอกว่าป่าวไง...”ผมโวยวายก่อนจะดึงผ้าห่มมาคลุมหัวไว้
ไม่นานผมก็สึกเหมือนตียงมันกำลังยุบแน่นอนว่าต้องเป็ไอ้ดีเทลมันแน่ๆ แต่ผมก็แสร้งทำเป็ว่านอนหลับไปแล้วแมร่งทำไมต้องมาใจสั่นหวิวๆแบบนี้ด้วย ก่อนที่ผมจะรู้เหมือนอะไรหนักๆพาดมาที่เอวผมใจเย็นๆครับคิท มึงต้องไม่ตื่นตระหนก
“หลับแล้วหรอ”มันพูดขึ้น พร้อมกับดึงผ้าห่มออก ส่วนผมก็ได้แต่ทำท่าทีว่าหลับ “หลับจริงป่ะเนี้ย”ใกล้เกินไปแล้ว
“อื้ม”
“คนหลับเขาตอนกลับได้ด้วยหรอ...”ตอนนี้ผมเริ่มจะไม่ไหวกับคำล้อเลียนของไอ้เด็กบ้านี้ จนหมดความอดทนแล้วผมค่อยๆลืมตาแล้วหันตัวพลิกกลับไป.....ผมถึงกับเบิกตากว้างแต่ก็ต้องพลักมันให้ออกห่างจากผมทันที
“ใจร้อนนะครับ”ผมรีบเอามาจับที่ปากตัวเอง
“จะใจร้อนอะไร” สั่นเพื่อ...
“น่ารักอ่ะ...”
“น่ารักอะไรก็แค่อุบัติเหตุบ้าป่ะมึงอ่า..”
“บ้าอะไรล่ะครับไหนบอกว่าเป็แฟนกันจูบแค่นี้ก็ไม่ได้” เออๆ...ก็ได้วะ
ไม่รู้ว่าผมโมโหหรืออะไรตอนนี้ถึงกระชากคอมันมาพร้อมกับประกบจูบมัน ก่อนจะถอนออกพร้อมกับหอบหายใจเบาๆส่วนไอ้ดีเทลมันก็ยังนั่งนิ่งหน้าตายเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้นทั้งๆที่ผมจูบมันไปเมื่อตะกี้เอง
“พอใจยัง”ผมถามมัน ส่วนมันก็เอามือลูบๆคลำๆที่ริมฝีปากตัวมันเอง
“ขออีกครั้งได้ป่ะ”มันหันมาถามผมพร้อมกับน่ามึนๆของมัน ไอ้ดีเทลคนเดิมกลับมาแล้วครับ
“ไม่เว้ย...ของดีมีครั้งเดียว”
พรึ๊บบบ!!
“เฮ้ย!! ทำไรวะ” เหตุการณ์มันเกิดขึ้นเร็วมากๆจู่ๆผมก็มาอยู่ในท่านี้ตอนไหนก็ไม่รู้ เป็ท่าที่ผมถูกตรึงสองมือไว้เหนือหัวตัวเอง“ไอ้เทล ปล่อยกู...” ตอนนี้ผมพยายามดิ้นเพื่อให้หลุดจากการถูกจับกุมนี้แต่ยิ่งดิ้นก็ยิ่งไม่เป็ผลสำหรับผมเลย ไอ้ดีเทลมันจับข้อมือผมไว้แน่นจนผมรู้สึกเจ็บจี๊ดๆขึ้นมา
“ไอ้เทลกูเจ็บปล่อยกูเถอะ” ผมพยายามพูดกับมันดีๆ เผื่อมันจะเมตตาปล่อยผมบ้างอะไรบ้าง
“เป็แฟนกับผมแล้วก็ต้องอดทนสิครับ คิทแคท หึหึ...” หึหึ พ่องมึงดิตอนนี้ผมรู้สึกว่าไอ้ดีเทลมันเริ่มทำตัวน่ากลัวขึ้นเรื่อยๆแล้ว
“อดทนอะไรมึงจะทำอะไรกู” ผมพูดด้วยน้ำเสียงที่สั่นเครือ เห็นแบบนี้ผมก็กลัวเป็นะ
“ก็ทำอย่างที่คนเป็แฟนเขาทำกันไงครับ”
“ทำอะไรกูไม่ทำเว้ย”
“ไหนบอกว่าชอบผม...”
“มันคนละเื่กันแล้ว”พูดไปด้วยดิ้นไปด้วย ผมก็ยังสลัดมันไม่หลุดสักทีหนึ่งแมร่งไม่รู้มันเอาแรงควายๆมาจากไหนเยอะชะมัด
“อ๊ะ!!...” ไม่ทันไรผมก็เผลอหลุดเสียงที่ไม่ควรจะหลุดออกมา “ไอ้เทลไม่เอาอย่ากัด...” ผมได้แต่ดิ้นพล่านยิ่งห้ามก็เหมือนยิ่งยุ “เชี่ยเทล อย่าทำรอยอ๊ะ....”
“ไม่ทำไม่ได้ครับผมต้องสร้างแลนด์มาร์กไว้ก่อน”
“แลนด์มาร์กบ้านป้ามึงดิเขาทำกันแบบนั้น” ผมพูดโวยๆ
“กัดปากดีมั้ยเนี้ยพูดไม่ค่อยเพราะเลยนะกับฟงกับแฟน”
“ทีตอนนี้เอาคำว่าแฟนมาอ้างนะมึงอื้อ......” ไม่ทันไรผมก็โดนมันประกบปากคู่ดูท่าว่ามันจะอดอยากมาจากไหนจูบเก่งเหลือเกิน ผมในตอนนี้แทบจะขาดอากาศหายใจพร้อมจะตายตรงนี้แล้วด้วยซ้ำ
ผมพยายามเบี่ยงหน้าหลบเพื่อจะสลัดให้มันหลุดคือผมหายใจไม่ออกแล้วแรงจะพูดก็ยังไม่มีเลยครับจะพยายามดิ้นก็ดิ้นไม่ได้เรี่ยวแรงผมเหมือนกำลังถูกสูบออกไปที่ละนิดๆจนผมรู้สึกถึงน้ำอุ่นเริ่มไหลออกมาจากดวงตาตัวเอง
“เฮ้ยพี่...ร้องให้ทำไม”
“อึก...ฮือ...ก็กูหายอึก ใจไม่ออก” ผมบอกไปพร้อมน้ำตา
“ผมขอโทษ....”แต่หน้าตามึงไม่เหมือนคนรู้สึกผิดเลยว่ะ
“ปล่อยกูเถอะนะ”
“ครับ...”
พอมันตอบปุ๊บมันก็ปล่อยผมให้เป็อิสระก่อนจะเดินหายไปไหนก็ไม่รู้ ในใจผมก็แอบคิดว่ามันก็คงจะกลับมาเองแหละเพราะตอนนี้มันก็ดึกพอสมควรมันจะไปไหนได้นานหลายสิบนาทีกว่าไอ้ดีเทลมันจะกลับมายังเตียงนอนมันไม่ได้พูดอะไรนอกจากทิ้งตัวนอนลงเงียบไม่หือไม่อืออะไรทั้งสิ้น
มันนอนแล้วพลิกตัวหันหลังให้กับผมผมลองสะกิดพร้อมกับถามว่าเป็อะไร มันก็ตอบว่าไม่ได้เป็อะไรผมรู้ที่มันเป็แบบนี้เพราะอะไร เพราะผมทำให้มันเสียอารมณ์น่ะสิครับมันโกหกผมไม่เนียนเลยจริงๆ แต่ผมก็สงสารมันแต่ก็สงสารตัวเองเหมือนกัน
“เทล...มึงโกรธกูหรอ”
“......”
“อย่าเงียบแบบนี้ดิกูใจไม่ดีนะถ้ามึงยังเป็อยู่แบบนี้อ่า...”
“......”
“เทล....พูดกับกูที....”ผมสะกิดยังไงมันก็ไม่ยอมหันมาตอบหรืออะไรทั้งนั้น นอกจากจะเงียบแล้วก็นิ่งเฉยใส่ผมคราวนี้สงสัยมันจะงอนหนักแน่ๆผมว่า ปกติไม่เคยเป็แบบนี้เลยด้วยซ้ำ
“โอเคกูยอมก็ได้”
แม้จะพูดไปแบบนั้นไอ้ดีเทลมันก็ไม่ยอมตอบผมไม่หันมาไม่ขยับเขยื้อนอะไรทั้งนั้น ยิ่งมันเป็แบบนี้ผมก็รู้สึกหงุดหงิดขึ้นมาจะงอนอะไรนักหนาวะ คนเขายิ่งง้อใครไม่เป็อยู่ด้วยผมลุกขึ้นนั่งพร้อมกับพลิกตัวมันนอนหงาย พอผมทำแบบนั้นมันก็มองหน้าผมแต่ก็ไม่ได้พูดอะไรออกมาเลย ทำตัวแข็งทื่อ
“จะเอาไม่เอา”ผมถามมันอีกรอบ
“ไม่เอาครับ”มันตอบกลับทันที โป๊ก!! “เจ็บนะ”
“กูจะถามอีกครั้งจะเอามั้ย”
“ไม่เอา...”พูดแล้วก็หันหน้าหนี
พรึ๊บ!!! คราวนี้ผมเลยขึ้นมาค่อมร่างมันเอาไว้สีหน้ามันก็ดูใไม่น้อยกับสิ่งที่ผมกำลังทำอยู่ตอนนี้ มันก็คงไม่คิดว่าผมจะกล้าทำอะไรแบบนี้สินะ“ถ้ามึงไม่เอาเดี๋ยวเอาเอง” พูดจบผมก็ประกบจูบมันทันทีไม่ปล่อยที่มันได้ตั้งตัว(ทุกคนคงจะว่าผม....แน่ๆเลย ก็เขาไม่ยอมผมเองอ่ะ)
“พี่คิทพอเหอะครับ”
“ไม่...กูไม่พอจนกว่ามึงจะยอม”
“เจ็บปาก....โดนต่อย ทำอยากอื่นเถอะ” พอที่ได้ฟังมันพูดออกมาผมก็กับหลุดหัวเราะออกมา แมร่งที่แสดงว่าเมื่อตะกี้มันเก๊กสินะ “ขำไรครับ”
“ป๊าวววว”
“ทำให้หน่อยดิ”
“ทะ ทำอะไรวะกูทำไม่เป็นะเว้ย”
“ขนาดนี้แล้วไม่เป็ก็ไม่รู้จะยังไงแล้วครับ นะๆๆ”
ถึงมันจะพูดแบบนั้นก็เถอะผมเองก็ไม่เคยมีประสบการณ์จริงๆสักหน่อยก็แค่เรียนแบบในคลิปมาก็เท่านั้นเองนะถ้าผมทำเป็จริงๆก็คงรอให้มันมาบอกอยู่แบบนี้หรอกคงจะจักการเองไปตั้งนานแล้วล่ะครับ เห็นไหม ก็ผมเป็คนใสใส ถามใครใครจะเชื่อ
“ทำไม่เป็จริงๆ”ผมบอกมัน
“แน่ใจจริงๆหรอครับแล้วที่กำลังนั่งอยู่ตรงนั้น.... จนตัวผมนี่เกร็งไปหมดแล้วนะครับ”
“เชี่ย.....”ผมสบถเบาๆ ก่อนจะปลีกตัวออกมาจากตรงนั้น แมร่งใหญ่เกินไปแล้ว
“ไม่ต่อแล้วหรอครับ”
“ต่อเชี่ยไรหล่ะดูแมร่งของมึงอ่า.....”
“กลัวหรอครับงั้นก็ไม่เป็ไรครับ ถ้าคิทกลัวผมจะไม่ทำและก็ไม่ทำอีกเลย” นี่มึงพูดตัดพ้อหรือว่ากดดันกูกันแน่...
“เออ...ก็ได้วะ”