ผู้พันหนุ่มลุกขึ้นเดินตามหลังกลับมาหาลูกน้องของเขา ซึ่งกำลังยกขวดน้ำขึ้นดื่ม เมื่ออินเห็นว่าหัวหน้าของเขาเดินกลับมาจึงวางขวดน้ำลงและส่งขวดน้ำอีกขวดไปให้ นเรศเอื้อมมือหยิบขวดน้ำมาจากมือของอินมาเปิดขวดยกขึ้นดื่ม
“ขอบใจ”
“เล่นซะเขาเดินไปโน่นแล้ว”
“อะไร?”
“เจคอบไง งอนคุณไปโน่นแล้ว ไปเล่นกับเขาแบบนั้นผู้พันคุณมันร้าย” อินแซว
นเรศวางขวดน้ำในมือลง ยักไหล่ส่งไปให้ ก่อนจะบอกลูกน้องให้เรียกเด็กมารวม แล้วทดสอบการฝึกกันต่อก่อนจะปล่อยตัวให้ไปกินข้าว
นเรศเดินลงไปยืนต่อแถวตากแดดด้านล่างเป็คนแรก ไม่นานพันอากาศโทจึงเป่านกหวีดเรียกรวมพล พลทหารทุกคนรีบวิ่งมารวมตัวเข้าแถวเป็ระเบียบ
ทางด้านเจคอบ ร่างเล็กเดินปึงปังไปเปิดน้ำจากก๊อกขึ้นมาวักล้างหน้าตัวเองเพื่อสงบสติอารมณ์ของเขาเมื่อกี้
หมอนั่นทำเขาประสาทเสียไปหมด น้ำเย็นถูกชโลมลงผิวหน้าทำให้ใบหน้าของเจคอบมีหยดน้ำเล็ก ๆ เปียกไปทั่วใบหน้าและเมื่ออารมณ์ฉุนเฉียวของเขาสงบลง เด็กหนุ่มจึงจัดการปัดฝุ่นออกจากเสื้อผ้าของตัวเองต่อ
ไอ้บ้านเรศโรคจิตนั่น หมอนั่นคิดจะทำอะไรกัน ทำไมครั้งแรกที่เจอ เขาถึงได้พูดจากวนประสาทผมกัน เด็กหนุ่มเกิดความสงสัย ไหนจะท่าทางโดนเขาจับล็อกตัวคร่อมอยู่บนตัวของเขามาเมื่อกี้อีก เฮ้อ แถมยังโดนเขาพูดแบบนั้นให้อีก น่าอายชะมัด
ไม่นานเจคอบก็ได้ยินเสียงเป่านกหวีดของครูฝึกเรียกรวมตัว
เฮ้อ เด็กหนุ่มถอนหายใจเพิ่งจะเดินออกมาเมื่อกี้แท้ ๆ ทำไมเรียกไวจัง แค่คิดว่าเขาต้องกลับไปเจอหน้าของนเรศทหารใหม่นั่นอีกใบหน้ากวน ๆ ของหมอนั่นก็รู้สึกไม่ชอบขี้หน้าขึ้นมาทันที แล้วนี่ไหนจะต้องเข้าฉากต่อสู้จริงหลังจากซ้อมมือมาเมื่อกี้อีกด้วย
ทำไมเขาคิดว่าหมอนั่นไม่ได้มีดีแค่นั้นนะหรือผมรู้สึกไปเอง ตอนที่ซ้อมกัน เขาแทบไม่ได้สอนทักษะการใช้มีดให้นเรศเลยแล้วหมอนั่นดูเหมือนว่าจะสู้เป็ด้วย เขาไปแอบเรียนพื้นฐานมาหรือเปล่านะ
ไม่ได้การละเขาคงต้องหาทางทดสอบหมอนั่นสักหน่อยแล้ว หรือไม่ก็ใช้การฝึกในครั้งนี้ทดสอบหมอนั่นซะเลย เมื่อคิดได้ดังนั้นเด็กหนุ่มจึงจัดเสื้อผ้าของตัวเองให้เข้าทีก่อนจะวิ่งไปเข้าแถว
เมื่อเขาไปถึงครูฝึกก็เรียกให้คู่แรกออกไปทดสอบทักษะที่เรียนมาเมื่อกี้ และพวกเขาก็ทำได้ดีมากเลย แต่พอมาถึงคู่ของผมกับเด็กใหม่นี่สิ ให้ตายเห็นหน้ากวน ๆ ของหมอนั่นแล้ว เขาละอยากเข้าไปซัดหน้าสักทีสองที ไม่ได้มีความแค้นส่วนตัวกันนะ แต่เห็นแล้วมันหมั่นไส้
เจคอบเดินเข้าไปยืนด้านข้างนเรศก่อนจะโดนเขาดึงแขนออกไป เมื่อโดนเรียกชื่อ เล่นเอาเจคอบไม่ทันตั้งตัวเกือบหน้าทิ่มพื้น
“นี่นาย ทำบ้าอะไรของนาย มาดึงฉันทำไม” นเรศหันหน้ากลับมากระซิบข้างใบหูเล็ก
“ครูฝึกเรียกชื่อแล้วนายไม่รีบออกไปหรือไงครับ”
“ฉันได้ยินแล้วน่า หูฉันไม่ได้ตึงสักหน่อย” เจคอบตอบกลับไปพร้อมสะบัดมือที่โดนจับของเขาออก ร่างเล็กเดินเข้าไปหาครูฝึกและทำความเคารพให้ครูฝึก
“พร้อมหรือยังเจคอบ อย่าให้ฉันผิดหวังในตัวนายล่ะ” อินเอ่ยขึ้นถามลูกศิษย์ ไม่ว่าใครที่เขาสอนมาหรือรับเข้ามาเรียนก็ถือซะว่าเป็ลูกศิษย์ของเขาหมดกันทั้งนั้น
อินหันมาพยักหน้าให้ผู้พันหนุ่มที่ยืนอยู่ข้าง ๆ
“เข้าประจำที่”
ร่างสูงเดินเข้าไปประจำที่หยิบมีดสั้นของตัวเองออกมาโดยมีอีกฝ่ายกำลังตั้งท่ารับอยู่ เมื่อกี้พวกเขาเหมือนได้หยั่งเชิงกันมากกว่าเรียนรู้ทักษะการใช้ซะอีก เรียกได้ว่าเจคอบไม่ได้สอนทักษะการต่อสู้ใด ๆ ให้กับนเรศเลย
ทั้งคู่เหมือนกำลังหยั่งเชิงกัน ทำให้นเรศและเจคอบรู้สึกว่าการสอบของพวกเขาในครั้งนี้คงต้องจริงจังสักหน่อยแล้ว
การทดสอบเริ่มขึ้นทั้งคู่เริ่มลงมือกันสู้กันอย่างเอาเป็เอาตาย โดยมีเจคอบเป็คนเตะขาถีบเปิดก่อน เพราะเด็กหนุ่มคิดว่าการเปิดก่อนนั้นเป็การได้เปรียบ
ใบมีเชือดเฉือนไปโดนเสื้อของอีกฝ่ายทำให้เสื้อที่สวมใส่ขาดหวิด นั่นยิ่งทำให้เจคอมได้ใจ
นายกวนประสาทฉันมากใช่ไหม เมื่อกี้ทำฉันอายไปรอบหนึ่งแล้ว ครั้งนี้แหละนายต้องแพ้ให้ฉันอีกเป็ครั้งที่สอง เป็แค่เด็กใหม่ริอาจตั้งตนทำตัวเก่งกว่ารุ่นพี่ ชิส์
ก่อนเขาจะแกว่งมีดไปทางนเรศไม่ยั้งมือ เล่นเอาผู้พันหนุ่มถึงขั้นเหงื่อตกเพราะมันดูเหมือนอีกฝ่ายตั้งใจจะแทงเขาให้ตายในคราเดียวจริง ๆ แต่ดีที่แทงออกมาหลายครั้งก็วืดทุกครั้งไม่เคยจะโดนเขาเลย
หมอนั่นมัน...เจคอบอึ้ง เล่นหลบได้ทุกครั้งที่เขาแทง บ้าไปแล้ว หมอนี่มันเด็กใหม่จริงหรือเปล่าวะ
“มีดีแค่นี้เหรอ นายน่ะ ถ้ามีแค่นี้นายก็มีความสามารถไม่มากพอที่จะอยู่ในค่าย” นเรศพูดแหย่ออกมาเล่นเอาคนได้ฟังถึงกลับหันขวับมีสิทธ์อะไรมาตัดสินเขาว่าเขาไม่มีคุณสมบัติอยู่ในฐานทัพ
ทางด้านพันอากาศโทเองได้ยินก็ถึงกลับอึ้งเหมือนกัน เพราะถ้าหัวหน้าของตนได้เอ่ยออกปากมาแล้วแสดงว่า เด็กคนนี้ยังมีสักกายภาพไม่มากพอที่จะออกไปทำภารกิจ
หน็อย!! เมื่อโดนพูดมาแบบนั้นยิ่งทำให้เจคอบรู้สึกโมโหโกรธทิ้งมีดพุ่งตัวเข้าหานเรศทันที
ขอซัดหน้าเด็กใหม่นี่สักทีสองทีสิ!
ผลั้ว ผลั้ว
เสียงเตะต่อยตีตะลุมบอนเข้าหา เล่นเอาผู้พันหนุ่มไม่ทันตั้งตัวตั้งรับมือ ไม่คิดว่าที่เขาพูดไปแค่นี้จะทำให้เด็กนี่โมโหเขาขึ้นมาแค่แหย่นิดแหย่หน่อยเท่านั้นเอง
ฝ่ามือเล็กต่อยเข้าที่ปากของนเรศไปเต็ม ๆ จนปากแตกและนเรศเองก็ไม่น้อยหน้าใครจะยอมให้ต่อยฟรี ๆ กัน
เมื่อลูกน้องของเขาบอกว่าเด็กนี่เป็เด็กฝีมือดีละก็ จากที่ชายหนุ่มดูฝีมือก็งั้น ๆ แถมยังเป็คนอารมณ์ร้อนอีกต่างห่าง หากให้เขาเกาฝีมืออีกหน่อยคงสามารถกลายเป็ทหารฝีมือดีของหน่วยอีกคนได้ แต่เสียดายที่เด็กนี่ควบคุมอารมณ์ของตัวเองไม่ค่อยอยู่
“ใจเย็น ๆ สิไอ้หนู นายไม่น่าเป็คนอารมณ์ร้อนนะ” มือหนายกมือขึ้นเช็ดเืที่มุมปากของตัวเองก่อนเอ่ยออกมา
ทุกคนจะเข้ามาห้ามรวมถึงอินหัวหน้าฝึกเองก็ด้วยแต่เขากลับโดนผู้พันหนุ่มยกมือห้ามไม่ให้เข้ามา ปกติหัวหน้าของเขาไม่ยอมให้ชกเสียท่าแบบนี้แต่กับเด็กคนนี้คงถูกใจปล่อยให้ตัวเองโดนต่อยล่ะสิท่า อินส่ายหัวให้ในความเล่นเกินจริงของหัวหน้าเขา
“เย็นอะไร ใครไอ้หนูของมึงไม่ทราบ มึงจะเอายังไง เมื่อกี้มึงก็เต๊าะกูไปทีแล้ว ไหนจะทำกูอับอายอีก” คนตัวเล็กยกมือขึ้นชี้หน้า
ผู้พันหนุ่มในตอนนี้สภาพสะบักสะบอม ทั้งคู่เหมือนหมาบ้ากำลังตะลุมบอนเข้าใส่กันไม่ลดละ ร่างบางเองก็โดนต่อยไปหลายมัดส่วนร่างสูงเองก็โดนชกเข้าจุดเดิมซ้ำ ๆ บริเวณท้องของเขาจนชายหนุ่มคิดว่าน่าจะช้ำไปแล้วแน่
“เื่แค่นี้เอง แต่ที่ฉันว่านายเมื่อกี้ นายไม่มีสักกายภาพมันก็ไม่เกินจริงนี่ นี่คนสวยนายมาโกรธอะไรไม่เข้าเื่”
“ใครคนสวย แหกตาอยู่กูเป็ผู้ชายเว้ย ชายทั้งแท่ง กูไม่ใช่ผู้หญิงไอ้เวร” เจคอบด่าออกมา เด็กหนุ่มเข้ามาตะลุมบอนอีกรอบโดยที่ทั้งคู่เล่นต่อยกันจนหมดแรง เจ็บฟกช้ำตามตัวไปตาม ๆ กัน
ใบหน้าของเจคอบคิ้วแตกเืไหลเป็ทาง ทางด้านนเรศเองก็เืปากแตกจนช้ำ สุดท้ายพอทั้งคู่ตะลุมบอนกันเสร็จก็โดนหามส่งห้องพยาบาลด้วยกันทั้งคู่เล่นเอาอินถึงขั้นกุมขมับกันเลยทีเดียวเกิดเื่นี้ถึงหูผู้การล่ะก็ หัวหน้าเขาซวยแน่
เมื่อร่างเล็กโดนหามออกไปก่อนแล้วเหลือผู้พันหนุ่มไว้เขากำลังะโขึ้นเปลให้คนหามไปส่งห้องพยาบาลเพื่อทำแผล แต่ดันโดนอินลูกน้องเรียกตัวไว้ซะก่อน
“ผู้พัน” ร่างสูงเงยหน้ามองหน้าลูกน้อง
“…”
“ไม่เล่นหนักไปหน่อยเหรอครับ” นเรศไม่ได้ตอบ กลับโบกมือให้ลูกน้องของตนประมาณว่า จิ๊บ ๆ และบอกให้คนหามเขาไปห้องพยาบาลเพื่อทำแผลและชายหนุ่มก็มั่นใจแล้วว่าไอ้หนอนที่แอบเข้ามาอยู่ในกองทัพของเขาหลายปีมันเป็ใคร
รอยยิ้มร้ายของผู้พันนเรศกระตุกยิ้มออกมาเมื่อมาถึงหน้าห้องพยาบาล ร่างสูงหยิบโทรศัพท์ส่งข้อความหาโอเพื่อให้ส่งทหารที่ไว้ใจได้มาหาเขาก่อนจะเปิดประตูเข้าห้องพยาบาลไป
แอด
ร่างสูงเดินเข้าไปด้านในในขณะที่เห็นร่างเล็กกำลังหยิบผ้าพันแผลมาพันรอบตัวของตัวเอง นเรศจึงเดินเข้าไปคว้าหมับเข้าที่ผ้าพันแผลในมือเล็กขึ้นมาช่วยทำแผลให้โดนเ้าตัวขัดขืนเล็กน้อย
แต่เมื่อใบหน้าเล็กเงยหน้าขึ้นมาก็เจอเข้ากับสายตาดุ ของอีกฝ่ายทำให้เขาไม่กล้าที่จะพูดขัดอะไรออกมาจึงปล่อยให้เขาเป็คนช่วยทำแผลให้แทน ก็ไม่รู้ทำไมแค่สายตาแบบนั้นเขาต้องรู้สึกกลัวด้วย
“นายนี่มันดื้อดีนะ ปล่อยให้ฉันหานายอยู่ได้ตั้งนาน แต่ไม่เกินวันฉันก็หานายเจอซะแล้วเด็กน้อย”
“พูดอะไรของนาย” คนตัวเล็กเอ่ยจะเข้ามาแย่งผ้าทำแผลจากมือของนเรศกลับ
มือหนายกผ้าก๊อซขึ้นหลบมือเล็กที่เข้ามาแย่ง ก่อนจะพันมันรอบตัวของร่างเล็กอีกรอบทและเมื่อพันผ้าเสร็จชายหนุ่มก็จัดการหยิบแอลกอฮอล์มาเทใส่สำลีและทำแผลบนหน้าให้ต่อ มือหนาเชยคางเล็กให้เงยขึ้นมา มองไปยังคิ้วที่แตะและมีคาบแห้งของเืติดอยู่
“เจ็บหรือเปล่า”
“เจ็บไม่เจ็บก็เื่ของกู เอาสำลีมานี่นะ”
“จุ๊ จุ๊ อย่าดื้อสิ นายนี่มันเป็รุ่นพี่ที่พยศจริง อยู่นิ่ง ๆ ฉันจะทำแผลให้” ผู้พันหนุ่มไม่ได้สนใจหากแต่ใช้สำลีแตะเข้าที่แผลระหว่างคิ้วแรง ๆ ไปที
“อะ โอ๊ย เจ็บนะเว้ย ทำเบา ๆ ดิวะ” เจคอบร้องออกมา
“โอ๊ะ! โทษที พอดีฉันมือหนักไปหน่อยน่ะเด็กน้อย”
และเมื่อทำแผลระหว่างคิ้วให้เด็กตรงหน้าเสร็จ ร่างสูงก็เอ่ยคำพูดแปลก ๆ ออกมา
ไม่นานชายชุดดำสามคนก็เดินเข้ามาล้อมร่างเล็กไว้ด้วยความไวร่างสูงโป๊ะยาสลบเข้าไปที่ร่างเล็กทันที ก่อนคนตัวเล็กจะดิ้นขัดขืนและหมดสติไป
“เอาตัวมันไป”
แขนแกร่งรับร่างเล็กเอาไว้ก่อนส่งมันให้ลูกน้องของเขานำตัวไป
หึ! ก็แค่เนี้ย