เมื่องานเทศกาลล่าจบลงด้วยชัยชนะของลู่ฟางหนิง ทุกคนพากันแยกย้ายกันกลับไปยังที่พักของตนเองในทันที ลั่วอู่หลินเองก็เช่นเดียวกัน เมื่อกลับมายังตำหนักเด็กหนุ่มก็เข้ามาในห้องของตนเองในทันทีก่อนที่ิญญานางเซียนอสรพิษหยกจันทราจะออกมาด้านนอกอีกครั้ง
"นี่ท่านจะอยู่กับข้าเช่นนี้ไปตลอดจริงๆน่ะหรือ"ลั่วอู่หลินอดไถ่ถามไม่ได้ สำหรับเขาไม่นับว่าเป็อันใดมากนัก แต่เด็กหนุ่มคิดว่านางคงจะอึดอัดหากต้องผูกติดกับตัวเขาตลอดเวลาเช่นนี้
"ไม่ต้องห่วงว่าข้าจะอึดอัดหรอกน่า อยู่กับเ้าก็ยังดีกว่าอุดอู้อยู่ในมิตินั้นเป็ไหนๆ"นางนั่งลงบนอากาศแล้วกล่าวอย่างสบายใจ
"แล้วจะเอาอย่างไรต่อไปดีละเนี้ย ตอนนี้ข้ารู้สึกสับสนไม่น้อย อยู่ดีๆจากเดิมที่เคยเป็ขยะไร้ค่าเพียงไม่กี่วันกลับได้พลังที่เกินคาดเดามาครอง หากไม่ใช่เพราะความเ็ปที่ได้รับจากการปลูกถ่ายเส้นลมปราณนั้นเกรงว่าข้าคงจะคิดว่านี่เป็เพียงแค่ความฝัน"
"ก็เื่ของเ้า พลังนี้เป็พลังของเ้าแล้วจะใช้อย่างไรก็ตามที่เ้าปรารถนา แต่ข้าขออย่างเดียวอย่าทำให้เทพจักรพรรดิเหมันต์ต้องเสียชื่อละ"
"จริงสิ พี่สาวท่านช่วยเล่าเื่เทพจักรพรรดิเหมันต์ให้ข้าฟังหน่อยได้หรือไม่ อย่างน้อยข้าเป็คนที่สืบทอดพลังนี้มาก็อยากจะรู้เื่ราวของเขาเอาไว้บ้างเพื่อรำลึกถึง"
"ได้สิ ข้าจะเล่าเื่ราวอันยอดเยี่ยมของนายท่านให้เ้าได้ฟัง"นางเซียนกล่าวอย่างกระตือรือร้นและเริ่มเล่าเื่ราวในอดีตทันที
"นายท่านของข้าหรือเทพจักรพรรดิเหมันต์คือชายหนุ่มที่เกิดในดินแดนน้ำแข็งอันห่างไกล เขามีเส้นลมปราณผนึกเหมันต์เป็เส้นลมปราณชั้นยอดในหมู่มวลเส้นลมปราณน้ำแข็งทั้งมวลทำให้เขาได้รับโอกาสในการศึกษาศาสตร์แหงผู้ฝึกตน แน่นอนด้วยความยอดเยี่ยมของนางท่าน เขาได้ก้าวข้ามวิถีมนุษย์ วิถีเซียน และก้าวสู่ขั้นจุติทพได้ในระยะเวลาพันปีเท่านั้นเรียกได้ว่าเป็เทพที่อายุน้อยที่สุดเลยก็ว่าได้"
"ด้วยความแข็งแกร่งและเยือกเย็นจึงได้ฉายาว่าเทพจักรพรรดิเหมันต์ ชื่อเสียงนี้ดังก้องไปทั่วทั้งแดนเทพและแดนเซียนจนไปถึงแดนปีศาจและมาร เมื่อได้ยินการมีอยู่ของผู้ที่มีพร์ขนาดนี้แล้วนั้นเหล่ามารจึงได้ส่งเอาเ้าหญิงมารเพื่อมาต่อกรกับเทพจักรพรรดิเหมันต์ แต่ใครจะรู้กันแทนที่พวกเขาจะฆ่ากันจนตาย มันกลับกลายเป็ความรักเสียอย่างนั้น"
"แต่ด้วยเป็ตัวตนที่แตกต่างกัน เทพที่เป็ดังแสงสว่างหลงรักมารซึ่งเป็ดังความมืด มันก็ทำให้เกิดเื่ราวเลวร้ายขึ้น เทพจักรพรรดิเหมันต์เมื่ออยู่ร่วมกันฉันท์สามีภรรยากับเ้าหญิงมารนานเกินไปร่างกายของเขาก็ปนเปือนไปด้วยพิษแห่งความมืด ในทางกลับกันเ้าหญิงมารเองก็ราวกับถูกชำระล้างด้วยเเสงของเทพเช่นเดียวกัน แต่พวกเขาก็ยังไม่คิดจะแยกจากกันแต่อย่างใดจนกระทั้งเกือบจะถึงวาระสุดท้ายของชีวิต"
"พวกเขาใช้พลังที่เหลือทั้งหมดของตนเองในการสร้างเส้นลมปราณเทพมารเหมันต์สนทยาขึ้นมาเพื่อหวังว่านี่จะเป็ตัวแทนตำนานรักของพวกเขาซึ่งเป็ดั่งขั่วตรงข้ามกัน ก่อนที่จะสลายไปตัวข้าที่เป็เซียนอสูรคอยรับใช้ก็ได้รับหน้าที่เพื่อปกปักษ์รักษาและมอบมรดกแห่งรักนี้ให้กับคนที่มีโชคชะตาร่วมกับมัน หรือก็คือคนแรกที่เข้ามายังมิติเหมันต์เทวา และนั่นก็คือเ้า"นางชี้นิ้วไปทางลั่วอู่หลินที่นั่งฟังอย่างตั้งใจ
"คิดไม่ถึงว่าเส้นลมปราณในกายข้าตอนนี้จะเกิดจากตำนานรักอันหวานซึ้งนี้"ลั่วอู่หลินถึงกับเกือบหลังน้ำตาออกมาให้กับความรักที่จริงใจของทั้งสอง ทำให้นางเซียนอดไม่ได้ที่จะยกยิ้มอย่างเอ็นดู
"หากรู้เช่นนี้ก็อย่าทำให้สิ่งที่เ้าได้ไปสูญเปล่า นับจากนี้ไปข้าจะชี้แนะเ้าด้วยตัวเอง และเป้าหายที่ข้าตั้งไว้ให้เ้าคือไปให้ถึงระดับจักรพรรดิให้ได้ด้วยระยะเวลาห้าปี"
"อะไรน่ะ!!"ลั่วอู่หลินอุทานดังลั่น นางต้องบ้าไปแล้วแน่ๆ ขั้นต่ำของคนที่บรรจุระดับจักรพรรดิได้นั้นจะอยู่ใน่ประมาณหนึ่งร้อยปี ต่อให้มีพร์ระดับสัตว์ประหลาดก็ยังต้องใช้เวลาถึงเจ็ดสิบปีด้วยกัน การที่จะฝึกได้ถึงระดับนั้นในเวลาห้าปีมันโอกาสที่จะเป็ไปได้มีไม่ถึงหนึ่งส่วนด้วยซ้ำ เขาแทบจะจินตานาการไม่ออกเลยว่าจะต้องฝึกแบบใดกันถึงไปถึงขั้นนั้นในระยะเวลาที่นางบอก
"เ้าไม่เชื่อหรือว่าข้าสอนเ้าให้ไปถึงขั้นนั้นได้ห้าปีจริงๆ ฟังนะเ้าหนูสิ่งที่เ้ามีน่ะล้ำค่ามากทั้งความสามารถของมันก็มากล้นเกินกว่าที่เ้าจะจินตนาการได้ การฝึกไปให้ถึงระดับจักพรรรดิเพียงระยะเวลาเท่านี้ไม่นับเป็อะไรยิ่งพี่สาวคนนี้เป็คนฝึกสอนเ้าด้วยแล้วรับรองได้ว่าไม่ทำให้ผิดหวังอย่างแน่นอน"นางกล่าวด้วยท่าทีมั่นใจ ลั่วอู่หลินยกยิ้มเจื่อนๆให้ ห้าปีไประดับจักรพรรดิต้องฝึกหนักมากเพียงใดกัน
"วันนี้พักผ่อนแล้วกัน เราจะฝึกกัน่กลางคืนของวันพรุ่งนี้"กล่าวจบนางก็กลับเข้าสู่ทะเลแห่งจิตใจของเด็กหนุ่มไป ส่วนลั่วอู่หลินก็นอนหลับพักผ่อนเช่นเดียวกัน
หนึ่งค่ำคืนผ่านไปไม่นานนัก เด็กหนุ่มตื่นขึ้นมาแต่เช้าฝึกสมาธิตามปกติที่เคยฝึกทุกวันแต่ทว่าครั้งนี้กลับผิดแปลกไปกว่าทุกวันเนื่องจากบรรยากาศของรอบตัวของตัวเขานั้นเย็นลงอย่างเห็นได้ชัด น้ำค้างบนยอดหญ้าพากันจับตัวกลายเป็เกล็ดน้ำแข็งใส นี่คือผลกระทบของเส้นลมปราณเทพมารเหมันต์สทนยาที่ดูดกลืนเอาพลังงานฟ้าดินมาเปลี่ยนเป็ลมปราณหยินเติมเต็มให้เด็กหนุ่ม ส่วนไอเย็นที่แผ่ออกมานั้นคือลมปราณส่วนเกินอันเนื่องจากการดูดกลืนที่มากจนเกินไปจนร่างกายรับไม่ทัน
ในขณะที่เขากำลังฝึกฝนอยู่ในพื้นที่ส่วนตัวอยู่นั้นด้านหน้าประตูพลันมีความเคลื่อนไหวเกิดขึ้น ลั่วอู่หลินลืมตาและลุกขึ้นในทันทีก่อนที่จะเดินมานั่งตามปกติแบบที่คนธรรมดาเขาทำกัน ต่อมาไม่นานนักข้ารับใช้ก็เดินเข้ามาพร้อมกับแจ้งเื่ราวให้กับชายหนุ่มได้ทราบ
"เ้าชายขอรับ แม่นางลู่ฟางหนิงและแม่นางลู่ฟางเยว่มาขอพบขอรับ"
"หืม เป็พวกนาง? เหตุใดจึงมาเช้าเช่นนี้ไม่มีอะไรทำหรืออย่างไร ให้พวกนางเข้ามาเถอะ"แม้จะบ่นพึมพำ แต่ลั่วอู่หลินก็อนุญาติให้พวกนางเข้ามาได้
เมื่อคนรับใช้เดินออกไปหญิงงามสองนางที่หน้าตาคล้ายครึงกันก็เดินเข้ามาหนึ่งคือลู่ฟางหนิงที่ดูเรียบร้อยสง่างาม อีกหนึ่งคือลู่ฟางเยว่ที่ดูคล้ายหญิงที่ห้าวหาญไม่ยอมใคร หากจะให้กล่าวตามตรงสามพี่น้องนี้แม้จะมีหน้าตาคล้ายคลึงกันแต่ทว่านิสัยนั้นแตกต่างกันอย่างสิ้นเชิง ลู่หงยี่ที่เป็คู่หมั่นของพี่ใหญ่เองก็เช่นกันนางมีนิสัยซุกซนแตกต่างจากสองนางเบื้องหน้านี้มากนัก
"ลู่ฟางหนิง คาราวะองค์ชายเจ็ด"
"แม่นางทั้งสองที่มาหาข้าั้แ่เช้าเช่นนี้คงมิได้คิดถึงข้ากระมัง เชิญว่ามาเถอะ"ลั่วอู่หลินกล่าว หญิงงามทั้งสองที่ได้เห็นท่าทีสงบนิ่งของชายหนุ่มก็อดแปลกใจไม่ได้ พวกนางไม่คิดว่าเ้าชายที่ถูกขนานนามว่าไร้ค่าจะมีท่าทีที่สงบนิ่งได้ถึงปานนี้
"เช่นนั้นก็ไม่ขออ้อมคอม พวกเราพี่น้องอยากจะมาขออภัยองค์ชายเื่ที่กล่าวอ้างชื่อของพระองค์เพื่อเอาตัวรอดเมื่อวานนี้เ้าค่ะ ส่วนเหตุผลที่ต้องทำเช่นนั้นเพราะพวกเราไม่มีทางเลือกนี่เป็ทางออกที่ดีที่สุดของพวกเราแล้ว"ลู่ฟางหนิงกล่าวอธิบาย พวกนางถูกทางตระกูลกดดันให้หมั่นหมายและแต่งงานกับองค์ชายสองและองค์ชายสามซึ่งพวกนางไม่ชอบหรือถึงขั้นเกลียดเลยก็ว่าได้ เนื่องจากองค์ชายทั้งสองคนนั้นชอบวางอำนาจบาตรใหญ่และโอ้อวดในฐานันดรของตนเอง จะมีสักกี่คนกันที่ชื่นชอบ พวกเขาส่วนใหญ่ก็เข้าหาเพื่อหวังผลประโยชน์ด้วยกันทั้งนั้น
"โอ้ เื่นั้นข้าก็พอรู้แล้วล่ะ โฉมงามที่มากไปด้วยความสามารถเฉกเช่นพวกท่านจะมาสนใจคนไร้ค่าเช่นข้าได้อย่างไร เอาเถอะได้เป็คู่หมั่นกับเทพธิดาเช่นพวกท่านอาจจะเป็เื่ดีสุดท้ายของข้าในชีวิตนี้ก็ได้ เอาเป็ว่าข้าไม่ได้ถือโทษใดๆก็แล้วกัน"ลั่วอู่หลินทำท่าทีหดหู่ใจ ใบหน้าแสดงออกถึงความทุกข์และความน่าสงสารจนหญิงงามทั้งสองอดรู้สึกผิดไม่ได้
พวกนางทำถูกแล้วหรือที่เอาคนไม่เกี่ยวข้องมาเป็ตัวหมากในแผนการเช่นนี้ แม้จะมาคิดได้ตอนนี้แต่มันกลับสายเกินไปที่จะแก้ไข คำขอของพวกนางองค์จักรพรรดิได้เห็นชอบแล้วถึงอย่างไรก็ต้องแต่งงานองค์ชายคนนี้อยู่ดี
"เอ่อ....ถึงอย่างไรพวกเราก็ยังรู้สึกผิดอยู่ดี เอาเช่นนี้เป็อย่างไรเ้าค่ะโอสถระดับดำนี้มอบให้ท่าน"ลู่ฟางหนิงหยิบกล่องโอสถที่ได้รับจากองค์จักรพรรดิออกมา ลั่วอู่หลินหันไปหานางยกยิ้มบางพร้อมส่ายหัวให้
"เช่นนั้นขอรับไว้แค่คำขอโทษก็พอ ตัวข้าไร้รากปราณถึงได้โอสถที่ล้ำเลิศนี้ไปก็ไม่มีประโยชน์"
"ถะ ถ้าเช่นนั้นหากมีอะไรให้พวกเราช่วยเหลือได้โปรดบอกนะเ้าค่ะ ตัวพวกเราพี่น้องจะทำอย่างสุดความสามารถ"เด็กหนุ่มพลันยกยิ้มและพยักหน้าตอบรับ ในเวลาไม่นานพวกนางก็พากันกลับไป ลั่วอู่หลินที่ปั้นสีหน้าน่าสงสารพลันกลับมาเป็เด็กหนุ่มที่ร่าเริงเช่นเดิม
"เห้อ ช่างเป็คู่พี่น้องที่รับมือยากจริงๆคิดไม่ถึงว่านางจะแสดงความขอโทษด้วยเม็ดยาล้ำค่าขนาดนั้น"
"หุหุ เอาจริงๆพวกนางก็ไม่ได้เลวร้ายอะไรนะ เป็โชคดีของเ้าที่จะได้พวกนางมาเป็ฮูหยิน"ิญญานางเซียนอสรพิษกล่าวอย่างขบขัน
"เหอะๆงานแต่งปลอมๆไม่ได้จริงจังอะไรเสียหน่อย ตอนนี้ก็ไร้ซึ่งคนแล้วท่านสอนข้าเลยไมได้หรือ"ลั่วอู่หลินกล่าวอย่างเร่งร้อน ในบรรดาเ้าชายรุ่นเยาว์เขาถือว่าลอยตัวอยู่เหนือปัญหาทั้งหมดเลยก็ว่าได้ เพราะองคจักรพรรดิและองค์ราชินีรักและทะนุถนอมเขาเอามากและไม่ได้ให้ตำแหน่งหรืองานใด ให้เขาทำเพียงแค่ใช้ชีวิตสบายๆเท่านั้น
"เอาเช่นนั้นก็ได้ ด้านหลังตำหนักเ้าติดกับเส้นทางที่จะไปยังป่า ดังนั้นเราจะแอบไปโดยใช้เส้นทางนี้"
ลั่วอู่หลินลุกขึ้นในทันทีและเดินไปที่กำแพงขนาดใหญ่ด้านหลังตำหนัก เมื่อมาถึงนางเซียนอสรพิษหยกจันทราพลันเอามือลูบไปที่กำแพงอย่างแ่เบาจนทำให้จุดๆหนึ่งกลายเป็น้ำแข็งเมื่อเด็กหนุ่มใช้มือเคาะเบาๆพำแพงก็แตกออกเป็รูเล็กๆอย่างง่ายดาย
"ช่างเป็ทักษะที่ยอดเยี่ยมจริงๆ"เด็กหนุ่มพูดด้วยความตื่นเต้น หากเขาฝึกฝนจนสำเร็จเขาก็จะสามารถทำแบบนี้ได้เหมือนกันสินะ
"นี่ มัวแต่ยืนยิ้มอยู่ได้ ไปได้แล้ว"นางหันมากล่าวจนทำให้ลั่วอู่หลนสะดุ้งและเดินตามไปในทันที ชายหนุ่มตอนนี้รู้สึกตื่นเต้นเป็อย่างมากที่จะได้เรียนรู้ในสิ่งที่อยากเรียนมาตลอด นั่นคือการฝึกตนนั่นเอง