หว่อ ~ หว่อ~
เสียงสัญญาณเตือนดังขึ้น เป็สัญญาณสำหรับสถานการณ์ฉุกเฉินเฉพาะกิจ
"ฮ่าฮ่า แต่แกก็ไม่มีหลักฐานใช่ไหมล่ะ แกทำร้ายลูกชายฉันไปแล้ว รอรับผลกรรมที่แกก่อได้เลย"
เ้าหน้าที่มากมายจดรถพร้อมกับเข้ากระชับพื้นที่ คนเจ็บหลายสิบคนถูกรักษาอย่างรวดเร็ว ทีมตั้งรับของเ้าหน้าที่ตำรวจเข้าควบคุมเหตุการณ์
"เกิดอะไรขึ้นที่นี่ ทำไมถึงมาก่อความวุ่นวายภายในเขตมหาลัยกัน ไม่รู้กฎหมายกันหรือยังไง"
"ผมคือ ฟาชเชส ลอซเชอ ผู้ช่วยเลขาขององค์กรเสเว่นทีม เขาทำร้ายร่างกายของลูกชายผมที่เป็นักศึกษาที่นี่ คุณดูสิ ช่วยลูกผมด้วยนะครับ"
เขาใช้ความยุติธรรมเพื่อเรียกร้องให้กับตัวเอง เสแสร้งทำเป็ว่าตัวเขานั้นบริสุทธิ์และไม่ได้มีความผิดอะไร
"คุณกำลังจะบอกว่าคุณมาที่นี่เพื่อรับลูกชายที่เข้ามหาลัยแล้ว ด้วยจำนวนบอดี้การ์ด20กว่าคนและรถอีกหลายคัน คุณแน่ใจใช่ไหมว่าคุณไม่ได้มาก่อสมคราม ? เพราะผู้ใช้พลังพิเศษจำนวน 14 คนของคุณก็อยู่ด้วย มันมากพอที่จะปิดประตูมิติระดับ Bชั้นสูงได้เลยนะ"
เขาชะงักเล็กน้อย ไม่คิดว่าอะไรคือสิ่งที่ผิดปกติ
"พี่สาว สวัสดีครับ เราไม่ได้เจอกันนานเลย"
"สวัสดีจ้ะฉลาม อาเจ๊กับหลินหลินละ?"
"ผมมารับน้องสาวครับ ยังไม่เจอทั้งสองคนเลย"
เมื่อได้ยินบทสนทนาของทั้งสอง ชายอ้วนเริ่มทำตัวไม่ถูก เขาไม่คิดว่าตัวตนของชายหนุ่มเบื้องหน้านั้นจะรู้จักกับสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ที่เป็ผู้ควบคุมกฎหมายในเขตนั้น ๆ ของประเทศ
"โอเค ถ้าอย่างนั้นช่วยบอกเื่ราวที่เกิดขึ้นด้วยนะ เื่ของเราเอาไว้ไปคุยกันที่เดิม"
"ได้ครับพี่ เื่เป็แบบนี้ครับ"
แม้ว่าเธอนั้นจะแปลกใจเล็กน้อย ทั้งรูปร่างและน้ำเสียงของชายหนุ่มนั้นแปลกไป แต่ก่อนที่เธอจะเข้ามาเธอเห็นน้องสาวของชายหนุ่มอยู่ทางหน้าโรงเรียน แค่ให้เธอยืนยันก็รู้เื่ระดับหนึ่งแล้ว และที่สำคัญ เธอได้ฟังเื่ราวหลาย ๆ อย่างจากเพื่อนของเธอที่กำลังเดินทางหน้า เพราะฉะนั้นไม่มีอะไรผิดพลาดแน่นอน
เื่ราวต่าง ๆ ถูกเล่าอย่างละเอียดและเธอนั้นก็รู้ดี ชายหนุ่มนั้นรักครอบครัวของเขาแค่ไหน แล้วนี่คือน้องสาวสุดที่รักของเขา แค่เข้ามาพูดคุยด้วยก็ไม่รู้แล้วว่าจะต้องเจอกับอะไร กับคนที่กล้าก่อเื่ภายในอาณาเขตของหลิน ๆ ภายในตึกกิลเพียงลำพัง คงไม่ต้องพูดถึงคนธรรมดา ๆ ทั่ว ๆ ไปเลย
"พี่เข้าใจแล้ว รอทีมสืบสวนเข้ามาแล้วฟังความเป็จริงของสาเหตุก็แล้วกัน"
"ที่นี่มีกล้องใช่ไหม ไปขออนุญาตจากทางโรงเรียนมา แม้ว่าตัวกล้องจะไม่เห็นชัด แต่มีกล้องระยะไกลที่ดูภาพรวมอยู่ นำมาให้หมด"
"รับทราบครับ"
....
เวลาผ่านไปไม่นาน เ้าหน้าที่ทางทหารก็เดินทางมา การก่อเหตุโดยมีผู้มีพลังพิเศษจะต้องสืบสวนให้แน่ชัด เพราะความสงบสุขภายในประเทศนั้น ยังคงดำเนินด้วยกฎหมายของประเทศ ตำรวจและทหารนั้นมีหน้าที่แบบนั้น ถ้าเื่ถึงองค์กรเสเว่นทีม ทุกคนที่มีส่วนเกี่ยวข้องจะได้รับการลงทุนที่รุนแรงถึงขั้นที่อาจจะทำให้สถานะของความอิสระนั้นหายไป
"พันโทเจสซิก้า!"หญิงสาวทำความเคารพต่อพันโทที่เดินทางมาถึง
"แหม่~ ทางการจังนะแอน"
"พี่เป็ทหารเหรอครับ?"ชายหนุ่มพูดขึ้นด้วยความใ ที่สำคัญเธอยังเป็ถึงพันโทในกองทัพของประเทศ
พี่ ๆ ของเขากลายเป็คนใหญ่คนโตทั้งนั้น ไม่แปลกใจที่ร้านของอาเจ๊ไม่มีใครกล้ามายุ่ง เพราะมีเพื่อนเป็ทั้งตำรวจและทหารยศใหญ่
"หื้ม? ฉลามสินะ ไม่ต้องทางการก็ได้ พี่ขอทราบเื่ราวหน่อยสิ ถ้าเราผิด พี่จะจับเราเฆี่ยนซะเลย แล้วส่งเข้ากองทัพรับใช้ชาติซะ!" น้ำเสียงของเธอกลายเป็คนละคนกับครั้งล่าสุด เธอมักจะจิตใจดีและน่ารัก ไม่คิดเลยว่าเมื่อเป็หน้าที่แล้ว เธอจะกลับกลายเป็คนที่แข็ง ดุดัน และเ้าระเบียบ
เื่ราวถูกเล่าโดยละเอียดอีกครั้ง ชายหนุ่มพูดเื่ราวทั้งหมดให้กับเธอได้ฟัง เธอพยักหน้าเล็กน้อยก่อนจะหันไปทาง ลอย ลอซเชอ ชายหนุ่มนักศึกษาที่ยังคงนอนอยู่ตรงนั้นกับทีมแพทย์
"เื่ที่พูดมาจริงหรือเปล่า ถ้าโกหกแล้วเื่มันวุ่นวายขึ้น ฉันจะเพิ่มโทษขึ้นไปอีกในข้อหาที่ไม่ให้ความร่วมมือต่อเ้าหน้าที่พนักงาน"
"เอ่อ...คือว่า"
"นี่คุณ! คุณกำลังใช้อำนาจในการข่มขู่ลูกชายของผมเหรอ องค์กรเสเว่นทีมไม่ปล่อยเื่นี้แน่!!!"
"ฉันอาจจะโดนตรวจสอบว่าข่มขู่จริงหรือเพียงแค่สอบสวน แต่คุณโดนแน่ ๆ ในข้อหาข่มขู่เ้าหน้าที่พนักงานและใช้อำนาจในทางมิชอบ ฉันนำข้อกฎหมายในการกล่าวเตือนไป เพราะเรากำลังรวบรวมหลักฐาน ถ้าสิ่งที่น้องชายของฉันพูดออกมานั้นไม่เป็ความจริง ฉันจะเอาเื่เขาให้ถึงที่สุดเช่นกัน แต่ถ้าบอกว่าไม่แต่มันกลับกลายเป็เื่จริงขึ้นมา"
เธอมองด้วยแววตาที่ดุร้าย มันไม่ต่างกับการมองอาชญากรที่ชั่วร้ายออกมา
"ทั้งคุณและลูกชายคงจะต้องโดนอะไรที่มันรุนแรงสุด ๆ ไปเลยละ ฉันขอบอกไว้เลยว่า ฉันไม่เคยทำงานด้านนี้พลาดแม้แต่นิดเดียว และถ้าคุณมีอำนาจในเสเว่นทีมละก็.... ฉันคงต้องบอกว่าตาแก่คนหนึ่งที่ให้อำนาจแก่ฉัน เขามีอำนาจมากพอในสาขาย่อยแห่งนี้ และน้องชายคนนี้ ยังได้รับอำนาจระดับสูงสุดและการคุ้มครองระดับ 5 โดยเสเว่นสาขาหลัก"
"อะไรนะ!!! เสเว่นทีมสาขาหลักเนี่ยนะ!!!"
"คิดว่าฉันจะโกหกเหรอ?"
เื่ราวต่าง ๆ ถูกสืบข้อมูลทุกรูปแบบ ทั้งพยานหลักฐานจากพยานบุคคล ข้อมูลชั้นรอง กล้องวงจรปิด าแของหญิงสาว ทุกคนถูกสอบสวนอย่างหนักก่อนจะพบความจริง
"ดูเหมือนความจริงจะปรากฏแล้วนะ"
"อะไรกัน ลูกของผมแค่้าจะคุยกับเธอเท่านั้นเอง"
"อ่อเหรอ? พอชวนคุยไม่สำเร็จก็เลยทำร้ายร่างกาย ข้อมือของเธอนั้นบวมแดงขึ้นมาด้วยสิ ข่มขู่ด้วยวาจาที่รุนแรงด้วย ถ้าไม่พูดความจริงออกมาทั้งหมด ฉันจะใช้อำนาจที่มีในการเชิญเ้าหน้าที่พิเศษผู้ใช้พลังด้านจิตใจเพื่อนำมาใช้กับทุกคนที่เป็พยาน แต่โทษจะรุนแรงขึ้นถึงระดับสูงสุด คุณกล้าหรือเปล่าละ?"
"นั้นมัน... เอ่อ คือ..."
เขาไม่กล้าที่จะรับปาก
เื่ราวต่าง ๆ ถูกเปิดเผย ทั้งสองคนพ่อลูกและบอดี้การ์ดจำนวนมากถูกจับตัวไป แม้จะไม่โดนโทษรุนแรงมากนัก แต่พวกเขาก็ต้องได้รับผลกระทบหลายอย่างที่เกิดขึ้น นักศึกษาหลาย ๆ คนที่ถูกรังแกเริ่มมาให้ปากคำ หลาย ๆ คดีถูกเปิดเผยและมีความคืบหน้า
หญิงสาวทั้งสี่คนนั่งล้อมฉลามเอาไว้ ชายหนุ่มไม่รู้ว่าควรจะทำยังไงดี เื่ราวทั้งหมดก็ได้เล่าให้ทุกคนฟังไปแล้ว
"มันซับซ้อนมากกว่าที่คิดสินะ ไม่เป็ไร เดี๋ยวพี่ช่วยอีกแรง จริง ๆ แล้วทางสาขาหลักของเสเว่นทีมไม่ได้แย่อะไรหรอกนะ แต่มันบริหารด้วยจำนวนคนที่มหาศาลเพื่อความสงบสุขของทุกคน"
เธอยกเบียร์ขึ้นมาดื่มก่อนจะพูดต่อ
"มันเลยมีคนใหญ่คนโตขึ้นมามาก แถมยังมีผู้สนับสนุนอีกมหาศาลเพื่อองค์กรจะได้มีทุนที่หลากหลาย เส้นสายจึงเป็สิ่งที่เลี่ยงไม่ได้ และผลลัพธ์ก็อย่างที่เห็น ความชั่วร้ายภายในจิตใจของแต่ละคนที่มีเพียงน้อยนิดกลับเด่นชัดขึ้นมา แม้ว่าจะเล็กน้อยแค่ไหนก็ยังเป็ปัญหาอยู่ดี"
"เล็กน้อยเหรอครับ? พี่หมายความว่ายังไง "
"นี่เป็ความลับระดับสูงเลยละ มันคือพลังของหนึ่งในผู้นำเสเว่นทีม เขาสามารถมองเห็นถึงสภาวะจิตใจของใครก็ตามที่พบหน้า ผู้คนที่มีความเกี่ยวข้องต่อองค์กรจะต้องผ่านการมองของท่าน ทุกคนจะมีความดำมืดไม่เกิน 20 % "
ชายหนุ่มคิดถึงสิ่งที่เกิดขึ้น คนเ่าั้นะเหรอที่มีความดีมากกว่าคนทั่วไป มันหมายถึงอะไรกันสภาวะจิตใจที่ว่า
ลูกชายทำชั่วเพียงเพราะมีคนให้ท้าย ส่วนผู้เป็พ่อก็เป็คนดีแต่แค่ตามใจลูกชาย ปัญหาที่เกิดขึ้นนั้นคือบุคคลที่ไม่ได้เลวระยำอย่างนั้นเหรอ
"ผมพอจะเข้าใจความหมายแล้วครับ แปลว่าเสเว่นทีมจะมีแต่บุคลากรที่มีคุณภาพและสภาพจิตใจนั้นไม่เลวร้ายมากเกินไปสินะ"
"ใช่แล้วละ ั้แ่ที่ท่านได้รับพลังมา ท่านก็เฝ้ามองผู้คนมาโดยตลอดจากสาขาหลัก หอคอยแห่งนั้นจะเป็ราวกับที่ทำงานของท่าน ท่านไม่เคบพบเจุ์คนไหนที่มีความดี 100%มาก่อน แม้แต่คนสนิทของท่านที่เป็ราวกับเลขาส่วนตัว ก็ยังมีความดำมืดภายในจิตใจ 9 % แม้ว่าจะไม่รู้ก็เถอะว่าความดำนั้นมันคืออะไร"
ทุกคนพูดคุยกันอย่างสนุกสนาน สาวน้อยนั่งฟังเื่ราวต่าง ๆ ด้วยความตั้งใจ ราวกับเธอนั้นคาดหวังว่าสักวันเธอจะมีพลังพิเศษและได้เดินทางไปที่ต่าง ๆ กับพี่ชายของเธอ
"โอเค เื่ราวที่จริงจังพักมันไปก่อนก็แล้วกัน พี่พอจะเข้าใจแล้ว แต่ว่า พี่มีบางอย่างที่อยากจะรู้"
เจสซิก้าหันหน้าไปทางน้องสาวตัวน้อย
"มีอะไรอยากจะรู้เหรอ เจสซี่?"
"สาวน้อย~ มีแฟนยังจ๊ะ..." เสียงที่หล่อเหล่าราวกับแด๊ดดี้ดังขึ้น
"อา.... ยังค่ะ"
"งั้นเหรอ~"
มือของเธอเลิกซุกซนไปมาั้แ่่หัวไล่ระดับลงมาจนถึง่แขน
"พี่ครับ พี่กำลังทำให้ตัวเล็กกลัวนะ"
"ฮ่าฮ่า โทษที ๆ พี่แค่แกล้งเล่น เห็นเขาว่ากันว่าเธอมักจะรักครอบครัวมาก ๆ เท่านั้นเอง"
แววตาของเธอเปลี่ยนไปจริงจังอีกครั้ง ทุกคนเริ่มหันมาดื่มกันอีกครั้งหลังจากจบเื่ราวที่ตึงเครียด
"เราดื่มเป็ั้แ่เมื่อไหร่เนี่ยยัยตัวเล็ก?"
"หนูแอบซื้อมากินตอนที่รู้ข่าวเื่พี่"
"ไม่ไว้ใจพี่เหรอ? หื้ม?"
"หนูไม่เคยเชื่อว่าพี่จะทิ้งหนูนะ แต่หนูคิดว่าพี่อาจจะลำบาก ไม่งั้นพี่คงจะกลับมาแล้ว"
ชายหนุ่มลูบหัวของเธอก่อนจะรินเครื่องดื่มให้ "พี่กลับมาแล้วยัยตัวเล็ก อย่าคิดมากนะ พี่จะอยู่ปกป้องเรากับครอบครัวเอง"
"แล้วน้องสาวคนนี้ละจ๊ะพี่ฉลาม~"
"โถ่ พวกพี่อะปกป้องตัวเองได้สบาย ๆ อยู่แล้ว อาเจ๊ก็หมัดซะขนาดนั้น พี่หลินก็เป็ถึงหัวหน้ากิล พี่เจสก็เป็ถึงทหารชั้นสูง เ้าหน้าที่ตำรวจก็เป็ถึงผู้ผดุงความยุติธรรม"
"เอ้า? แล้วทำไมเรียกทุกคนด้วยชื่อยกเว้นพี่ละ"
เสียงหัวเราะดังขึ้นอีกครั้ง
"ล้อเล่นนะครับพี่แอน ถ้างั้นผมจะเรียกพี่เจสซิก้าว่าพันโทดีไหมครับ"
"ถ้าเรียกแบบนั้นในที่อื่นพี่ไม่มีปัญหาหรอกนะ แต่ต้องยกน้องสาวคนนี้ให้อยู่ในการดูแลของพี่ ตกลงนะ?"
"ผมเริ่มจะคิดจริงจังแล้วนะครับว่าพี่เป็บุคคลอันตรายเนี่ย?"
การสังสรรค์เริ่มเข้าสู่่สุดท้ายของค่ำคืนที่หนาวเหน็บ
ทุกคนต่างแลกช่องทางติดต่อกันก่อนจะแยกย้ายกลับไป
"เป็ยังไงบ้าง เขาเป็คนยังไงสำหรับเธอ"
"หนูยังคงยืนยันคำเดิม เขาไม่ใช่คนเลวร้าย เป็คนดีคนหนึ่ง ยุติธรรม และรักครอบครัว"
เก้าอี้หมุนกลับมาจนปรากฏเป็ชายชราคนหนึ่ง ร่างกายของเขาใหญ่มากกว่าคนปกติ กำยำ และมีกำปั้นที่หนา ใหญ่
"ถ้าอย่างนั้นก็ดี หาโอกาสยื่นขอเสนอให้กับเขา แล้วใช้ตราพันธะระดับสูงได้เลย เพราะจากสิ่งที่เกิดขึ้น เขาคงจะไม่รู้สึกดีมากนักกับคำสัญญาธรรมดา ๆ แสดงความจริงใจออกไปให้เขาเห็น"
"รับทราบค่ะท่าน"
ชายชราหันกลับยังมุมมองเดิม พื้นที่บนตึกสูง รอบด้านเต็มไปด้วยกระจกทุกทิศ สามารถมองเห็นพื้นที่ทั้งหมดได้อย่างทั่วถึง
"ขอให้สิ่งศักดิ์สิทธิ์อำนวยอวยชัยให้กับโลกด้วยเถอะ"
เข้าเฝ้าภาวนาต่อหน้ารูปปั้นสีนิล14องค์ แต่ละองค์นั้นมีลักษณะที่แปลกประหลาด มันดูไม่เหมือนองค์เทพหรือศาสดาในโลกใบนี้
ชายหนุ่มกลับมาถึงคอนโดในยามค่ำคืน เขาพาน้องสาวตัวน้อยเข้านอนอย่างนุ่มนวล เธอนั้นดื่มไปเยอะมาก คงจะเป็การปลดปล่อยของเธอนาน ๆ ครั้ง เพราะวันนี้ก็พบเจอเื่ราวอะไรต่าง ๆ มามากมาย
เขาเฝ้ามองบรรยากาศทั่วทั้งเมืองไปพร้อมกับเหล้าในมือ แม้จะดึกมากแล้วแต่ยังคงได้ยินเสียงต่าง ๆ ดังขึ้นมาเป็จังหวะ ความวุ่นวายที่เกิดขึ้นนั้นนับว่าเป็เื่เล็ก ๆ เมื่อเทียบกับภัยพิบัติด้านนอกเมือง อย่างนั้นก็พูดได้เต็มปากว่าภายในพื้นที่สีเขียวเขตปลอดภัยคือความสงบสุขจริง ๆ
เขาคิดถึงเื่ราวต่าง ๆ ก่อนจะกระดกเหล้าลงไปจนหมด โลกใบนี้ดูจะมีอะไรซับซ้อนมากกว่าที่คิด เขาคงจะี้เีหรือเบาใจต่อไปไม่ได้แล้ว
ชายหนุ่มเดินห้องนอนที่มีหญิงสาวนอนอยู่ ความอบอุ่นที่เธอยัง้านั้นยาวกว่าที่คิด เธอยังคงหวาดกลัวถ้าไม่มีพี่ชายอยู่ใกล้ ๆ เธอจะสะดุ้งตื่นบ่อยครั้งในยามหลับนอน ตัวเกร็ง มือกำแน่น ละเมอร้องเรียกอยู่บ่อยครั้ง และจะเป็แบบนั้นไปตลอดทั้งคืน
"ฝันดีนะยัยตัวเล็ก"ชายหนุ่มจุ๊บหน้าผากของเธอเบา ๆ ก่อนจะนอนจับมืออยู่ข้าง ๆ พลางลูบหัวของเธออย่างช้า ๆ หยดน้ำตาของเธอค่อย ๆ ไหลออกมา แต่กลับไม่เห็นรอยยิ้มของเธอเลยแม้แต่นิดเดียว
ความเ็ปยังคงถาโถม ความผิดพลาดที่เกิดขึ้นมันไม่ควรจะเป็แบบนั้น แม้จะรู้สึกผิดแต่เขาก็ทำอะไรไม่ได้ มันเป็เส้นทางที่เขาเลือกแล้ว ความยุติธรรมเหรอ ? เท่าเทียม ? มันไม่มีของแบบนั้นอยู่บนโลกใบนี้หรอก
จะยังไงคนธรรมดา ๆ ฐานะธรรมดา ความสามารถธรรมดา ไม่มีทางที่จะได้รับความสนใจจากผู้คน และสิทธิพิเศษก็มีให้กับคนที่เหมาะสมเท่านั้น มันเป็สัจธรรมของโลก