สือไท่ที่นั่งก้มหน้าก้มตามีรอยยิ้มเปื้อนบนใบหน้าที่หล่อเหลาจนน่าบาดใจ หากใครได้เห็นเข้าคาดว่าหัวใจดวงน้อยๆคงฟูฟ่องขึ้นมาอย่างแน่นอน
กลิ่นอายของท้องทะเลโชยมาทำให้เขารู้สึกตัวและเงยหน้าขึ้นหันไปมองตระกร้าหอยและผักสีเขียวทั้งเจ็ดตระกร้าอย่างสนใจ
"นี่หน่ะหรือคือหอยนางรมที่นาง้า"
สือไท่ลุกขึ้นยืนอย่างสง่าผ่าเผย หลังจากที่พอใจกับคำตอบของแม่นางน้อยแล้วเขาเดินไปหยิบหอยที่มีหน้าตาไม่ซ้ำแบบกันมาเพ่งมองมันแล้วครุ่นคิด โตมาจนป่านนี้แต่ข้าก็ยังไม่เคยได้ัักับหอยพวกนี้เลยสักครั้งแต่เขาเคยได้ยินมาแต่ว่า หอยนางรมช่วยกระตุ้นความเป็ชายได้เป็อย่างดีแต่เขาก็เพียงแค่ได้ยินมาเพียงเท่านั้น ดูจากรูปร่างแล้วหอยที่มีเปลือกหนาและใหญ่เท่าฝ่ามือพวกนี้น่าจะเป็หอยนางรม ส่วนอีกอย่างไม่รู้ว่าเป็หอยชนิดใดแล้วยังมีอันที่น่าตาเหมือนอุ้งเท้าของเต่านั่นอีกไม่รู้ว่านางคิดจะทำอันใดกันแน่
"อีกสองอาทิตย์ข้าจะไปที่นั่นอีกครั้ง ต้องจ้างวานพวกท่านอีกอย่างแน่นอนเ้าค่ะ"
เสียงหวานสดใสดังมาจากทางหน้าบ้านทำให้สือไท่ยิ้มบางๆ อีกสองอาทิตย์สินะข้าต้องเตรียมรถม้าไว้ให้พร้อมเสียแล้วล่ะ
สือไท่เดินไปจับดูใบไม้สีเขียวที่มีความยาวเป็วาวางพันกันจนเต็มไปหมด แล้วได้แต่คิดว่านางจะเอาใบไม้ที่ยาวๆพวกนี้มาทำอันใดกัน พอยกขึ้นมาจับก็พบว่ามันมีความลื่นและยืดหยุ่นได้ดี หลี่หลิวเดินเข้ามาที่ห้องใต้ถุนเห็นสือไท่กำลังมองสาหร่ายทะเลของนางอย่างพินิจสงสัย จึงเดินเข้าไปบอกเขาว่านี่คือสาหร่ายทะเล
"สาหร่ายทะเลงั้นหรือ มันทำอะไรได้บ้าง"
"สาหร่ายทะเลมีแร่ธาตุที่เป็ประโยชน์ต่อร่างกาย การกินสาหร่าย หรือเพิ่มสาหร่ายลงไปในอาหารมีส่วนช่วยในการทำงานของต่อมไทรอยด์ และช่วยในการลดน้ำหนักในสตรีได้ด้วยนะ"
"กินสิ่งนี้เข้าไปงั้นรึ!"
"ใช่แล้วเ้าค่ะ แต่ควรนำไปปรุงให้สุกก่อน"
"แล้วต่อมไทรอยด์ของเ้ามันคืออะไร"
"ตรงนี้เ้าค่ะ"
หลี่หลิวใช้มือน้อยที่ผ่านการทำงานมาอย่างสาหัส ชี้ไปที่คอตัวเอง แล้วเงยหน้าขึ้นเพื่อที่จะให้เขามองเห็นมันได้อย่างชัดเจน สาหร่ายวากาเมะหรือผักกาดแห่งท้องทะเลที่นางนำมาขึ้นชื่อว่าทำซุปเต้าหู้อ่อนได้อร่อยและนิยมกินกันอย่างแพร่หลายในเกาหลี และตัวนางเองก็เป็ติ่งอาหารเกาหลีอยู่เช่นกัน มันจะดีขนาดไหนหากนำอาหารเกาหลีมาทำเป็เมนูยอดนิยมในยุคนี้
"ตรงนี้งั้นรึ"
สือไท่ก้มหน้าลงมาข้างหัวนางแล้วหันหน้าเข้าหานาง มองคอเรียวยาวของนางดั่งอย่างต้องมนต์ เมื่อใดที่นางกลืนน้ำลายคอน้อยๆของนางก็มีการขยับลงขึ้นทำให้เขารีบกลับมายืนตัวตรงสำรวมท่าทีให้เป็ปกติ
"นั่นมันก็คอไม่ใช่หรือ ข้าไม่เห็นไทรอยด์ที่เ้าว่าเลยสักนิด"
สือไท่แอบยิ้มบางตรงมุมปาก นางไม่ระมัดระวังตัวแม้แต่นิดสือไท่มองไปที่หลี่หลิวที่สูงไม่ถึง่อกของเขาอย่างพอใจ อย่างน้อยนางก็ไม่ได้มีท่าทางที่ห่างเหินกับข้านัก
"ท่านจะไปรู้อะไร ท่านไม่ใช่หมอสักหน่อย"
นางพ่นพึมพำเบาๆ แล้วหันมาขับใสเขาให้กลับไปทำหน้าที่ของตน
"ตามที่เ้าขอ งั้นข้ากลับก่อนนะ พรุ่งนี้เช้าข้าจะมาหาเ้าใหม่"
"ตามนั้น"
นางตอบเขาไปแล้วบอกเขาว่าไม่ส่งท่านนะข้ามีงานกองรออีกมาก เขาพยักหน้าอย่างเข้าใจเมื่อเห็นนางมองพิจารณามองของทะเลที่นางนำมาเขาจึงออกไปบอกลาลุงหลี่และป้าหวังพร้อมทั้งน้องชายทั้งสองของนาง
"ท่านพึ่งมาเหตุใดถึงรีบกลับแล้วล่ะขอรับ"
เสียงเล็กๆของหลี่เฉินเอ่ยขึ้น เขายังไม่ทันได้เล่าประสบการณ์ในการเดินทางให้พี่สือไท่ได้ฟังเลยพี่สือไท่ของเขาก็จะกลับเสียแล้ว
"พรุ่งนี้พี่จะมาแต่เช้า ไว้เราค่อยมาคุยกันดีหรือไม่"
"ท่านพูดแล้วนะขอรับ"
"ข้ารับปากเ้า"
สือไท่โอบไหล่เ้าเล็กพร้อมให้คำมั่น เ้าเล็กยิ้มตาหยีอย่างพอใจ
สือไท่เดินกลับไปที่รถลากเห็นเว่ยหนิงนั่งหอบเหนื่อยรออยู่ตำแหน่งคนขับ เขาจึงเข้าใจว่าเว่ยหนิงวิ่งตามรถม้าของเขามาด้วยความเร่งรีบ ข้ารีบไปจริงๆจนลืมไปว่าพ่อใหญ่สั่งให้เว่ยหนิงคอยติดตามข้าอยู่
"เหนื่อยหน่อยนะ"
สือไท่เดินไปตบบ่าเว่ยหนิงที่อายุน้อยกว่าเขาหนึ่งปีด้วยรอยยิ้มทะเล้น
"โธ่ คุณชายน้อย ท่านอย่าทำเช่นนี้อีกนะไม่เช่นนั้นข้าได้หัวใจวายตายก่อนพอดี"
"เ้าพึ่งอายุเพียงเท่านี้เอง ไม่ตายง่ายๆหรอกน่า"
สือไท่หัวเราะอย่างอารมณ์ดีและเดินขึ้นรถม้าไปเปิดม่านเข้าไปนั่งด้านในด้วยรอยยิ้มสุนทรี
เว่ยหนิงหายใจเข้าออกแรงๆก่อนจะบังคับให้ม้าให้หันกลับแล้วออกจากประตูบ้านหลี่หลิวมุ่งกลับไปที่ร้านสมุนไพรตามเดิม
ณ ร้านสมุนไพรสือคง
รถม้าของสือไท่หยุดลงสือไท่ก้าวขาออกมาจากตัวรถและก้าวขายาวๆลงเหยียบบันไดที่เว่ยหนิงวางไว้ให้ แล้วสบัดแขนเสื้อเบาๆก่อนจะเดินเข้าร้านของตนไป
"นายน้อย ท่านไปไหนมาหรือขอรับ"
หัวหลงเฟย หมอยาประจำร้านที่กำลังสอนวิธีดูสมุนไพรให้นายน้อยกล่าวทัก
เมื่อครู่มีลูกค้ากลุ่มหนึ่งเดินเข้าร้านมาแล้วพูดคุยกันอย่างสนุกสนาน ถึงเื่การกลับมาของแม่นางน้อยร้านอาหารในเขตนอก ทำให้นายน้อยของเขาทิ้งสมุนไพรในมือแล้วผลีผลามออกไปด้วยความเร่งรีบ
อันที่จริงเขาก็ได้ยินมาเช่นกันว่านายน้อยของเขาคลั่งรักมาก ทว่าไม่คิดเลยว่าเขาจะถึงกับทิ้งหน้าที่ของตนแล้วเร่งรีบไปถึงเพียงนี้ หัวหลงเฟยที่เป็หนุ่มใหญ่วัยสามสิบส่ายหน้าอันคมคายของเขาไปมา
"ข้า.. ข้าต้องขอโทษท่านอาจารย์ด้วยขอรับ ข้าคิดไม่ถี่ถ้วนแล้วรีบร้อนมากเกินไปคราวหน้าข้าจะไตร่ตรองให้ดีกว่านี้"
สือไท่ผสานมือก้มหัวให้กับหัวหลงเฟย หัวหลงเฟยถอนหายใจเบาๆแล้วบอกเขาว่า
"ข้าไม่อภัยให้ท่านเพราะท่านเป็นายน้อยหรอกนะ อีกไม่นานท่านก็ต้องมาเป็เถ้าแก่ร้านนี้แล้ว หากในอนาคตท่านยังทำเช่นนี้อีก ภายหน้าจะไม่มีใครเคารพท่านในฐานะผู้นำ ท่านจงนำคำของข้าไปพิจารณาให้ดีด้วย"
หัวหลงเฟยบอกให้เขาไปเรียนรู้สมุนไพรตัวนั้นที่เขาทิ้งไปด้วยตัวของเขาเองว่ามันสามารถทำอะไรและช่วยรักษาโรคใดได้บ้าง ส่วนตัวเขาไปเดินตรวจดูว่ามีสมุนไพรตัวไหนขาดเหลือหรือไม่ ก่อนที่จะไปหลังร้านดูสมุนไพรที่ผึ่งแดดตากลมและค่อยๆเก็บพวกมันอย่างพิถีพิถันใส่ลงในกล่องไม้
สือไท่รู้แล้วว่าตนทำผิดไป จึงตั้งใจอ่านตำราสมุนไพรสองอย่างนี้อย่างจดจ่อ
ตังกุย (当归)
มีกลิ่นหอม รสหวานและเผ็ด อุ่น เมื่อกินเข้าไปจะเข้าสู่เส้นลมปราณตับ หัวใจ และม้าม บำรุงเื ช่วยเื่การไหลเวียนของเื ทำให้ประจำเดือนมาสม่ำเสมอทั้งยังช่วยระงับปวด ทำให้ลำไส้ชุ่มชื้นและยังช่วยระบาย ยาชนิดนี้ใช้เกี่ยวกับโรคเฉพาะของเหล่าสตรี เช่น อาการปวดเอว ประจำเดือนผิดปกติ ทั้งยังแก้หวัด แก้ท้องอืด ท้องเฟ้อ ต้มดื่มกินหกถึงสิบกรัม
โกฐเชียงหรือตังกุยเหว่ย์ (当归尾)
มีกลิ่นหอมมาก รสหวาน เผ็ด อุ่น เมื่อเข้าสู่เส้นลมปราณหัวใจ ตับ และม้าม จะช่วยการไหลเวียนของเื แก้สะอึก แก้ไอ แก้หอบ แก้เสียดแทงสองราวข้าง รักษาความผิดปกติของประจำเดือน ปวดประจำเดือน ใช้รักษาอาการปวดท้อง ปวดข้อ และอาการปวดหลัง แก้ท้องผูก โรคตับเรื้อรัง บำรุงโลหิต และกระจายโลหิต ต้มดื่มกินครั้งละหกถึงสิบสองกรัม
ตังกุยและโกฐเชียงมีความปลอดภัยในการกินมากกว่า 6 เดือน ไม่ควรใช้ในหญิงตั้งครรภ์ และให้นมบุตร ควรระวังการใช้ร่วมกับยาต้านการแข็งตัวของเื เนื่องจากจะเสริมฤทธิ์กัน อาจทำให้เืแข็งตัวช้า และทำให้เืที่ไหลหยุดยากได้
สือไท่อ่านจนจบก็ได้ข้อสรุปว่ายาสองชนิดมีไว้ใช้กับสตรี การได้ศึกษาข้อมูลเหล่านี้ถือว่ามีประโยชน์ต่อหลี่หลิวในอนาคตเป็อย่างมาก เขายิ้มกริ่มก่อนจะเอาตำราและสมุนไพรที่ตากแห้งทั้งสองชนิดไปเก็บเข้าที่ตามเดิม
"แม่นางน้อยจะรับคนงานชายหรือเ้าคะ"
เนี่ยเจิน สตรีผิวขาวหน้าตาใช้ได้มีไฝหว่างคิ้วเล็กน้อยอุทานออกมาด้วยความดีใจ
"ใช่ ข้า้าคนงานชายสักสิบคน ส่วนค่าจ้างวานข้าให้คนล่ะ50อีแปะ แต่ข้ารับคนงานแค่เพียงวันเดียวนะเ้าคะ และข้าต้องบอกไว้ก่อนเลยว่าต้องทำงานจนเสร็จถึงจะให้กลับบ้านได้ ที่สำคัญเลยคือข้ารับแค่วันนี้ พวกท่านสามารถไปบอกครอบครัวหรือคนรู้จักมาทำงานนี้ได้ ข้าให้เวลาอีกครึ่งก้านธูปดังนั้นพวกท่านก็รีบกันหน่อยนะ"
คนงานที่ล้างถ้วยชามหม้อกะทะเก็บกวาดจนเสร็จได้ฟังที่หลี่หลิวกล่าวจบ ก็พากันสวมใส่รองเท้าสับขาวิ่งกลับบ้านไปด้วยความเร็ว
"น้องรองเ้าจะทำซอสหอยนางรมต้องใช้คนมากเลยรึ"
หลี่จงถามนางด้วยความสับสน หากการทำซอสที่นางว่าต้องใช้คนมากถึงเพียงนี้ แล้วราคาของซอสอันนี้จะแพงขนาดไหนกัน
"ท่านพี่ท่านกับท่านพ่อมีงานต้องไปทำนะเ้าคะ"
"เ้าจะให้พ่อกับพี่ใหญ่ของเ้าไปทำอะไร"
หวังลู่มองบุตรสาวด้วยความงุนงง นี่ก็บ่ายเริ่มแก่แล้วอีกไม่นานต้องไปรดน้ำผักที่โตเร็วจนผิดปกติพวกนั้นอีก วันก่อนก็พึ่งซื้อไม้ไผ่มาทำที่ยึดให้พวกผักไป ทั้งแตงกวา ถั่วลันเตา และมะเขือเทศตอนนี้ก็สูงเลยเข่ากันไปหมดแล้ว
"ข้าจะให้พวกท่านไปหาซื้อเห็ดหอม ขิง หัวหอมใหญ่แล้วก็ซอสถั่วเหลือง ออ ใช่แล้วต้องมีมีดทำครัวขนาดใหญ่พร้อมเขียงอันใหญ่อีกสิบชุดด้วยนะเ้าคะ"
หลี่หลิวยิ้มอย่างพอใจ
"แค่จ้างคนงานก็ห้าร้อยอีแปะต่อคนแล้วนะ เ้ายังต้องหาซื้อของมามากมายมาอีกทำไม"
ั้แ่ที่หวังลู่ย้ายมาอยู่ในเมืองนางก็ชอบงานนี้มาก เพราะมันทำให้ครอบครัวมีเงินเก็บเป็กอบเป็กำ แต่พอคิดว่าต้องเสียเงินไปกับการลงทุนทุกๆครั้งของบุตรสาวนางก็เสียดายเอามากๆ เพราะลูกสาวของนางใช้เงินทุกครั้งช่างนักหนาเสียจจริง จึงอยากให้นางเพลาๆการใช้เงินลงมากกว่านี้หน่อย
"ท่านแม่เชื่อน้องรองเถอะขอรับ ที่เรามีกันทุกวันนี้ก็เพราะน้องรองทั้งนั้น"
หลี่จงรีบพูดแทนน้องสาวที่ถูกท่านแม่เอ็ดเพราะรู้จักแต่ใช้เงินแก้ปัญหา แต่ที่น้องรองทำทุกอย่างย่อมมีเหตุผลทั้งนั้นเขาจึงคอยเป็กำแพงให้น้องรองอยู่ทุกครั้งไป
"การที่น้องสาวของเ้าใช้เงินแก้ปัญหามันก็ดี แต่แม่มองเห็นว่าพักหลังๆมานี้นางใช้เงินฟุ่มเฟือยเกินเหตุไปมากเลยนะ"
หวังลู่ที่พึ่งได้พูดคุยกับสามีว่าเขาจะไปรับท่านแม่และท่านพ่อมาอยู่ด้วยกันเมื่อคืนนี้ มันทำให้นางยังคิดไม่ตก เมื่อหลี่หลิวใช้เงินที่มากมายเพิ่มขึ้นทุกวันโดยไม่บอกกล่าวล่วงหน้ายิ่งทำให้นางงุดหงิดมากยิ่งขึ้น
"ท่านแม่ข้าทำไปเพื่อไม่ให้ท่านกับท่านพ่อเหนื่อยจนเกินไปนะเ้าคะ"
หลี่หลิวยังคงยิ้มอ่อนและกลับตอบไป
หวังลู่ย่อตัวนั่งลงเอามือกุมหน้าร้องไห้ออกมาด้วยความเสียใจ
เหตุใดเราต้องไปต่อว่าบุตรสาวเช่นนี้ด้วยทั้งที่ก่อนหน้านี้เราไม่เป็เช่นนี้เลย เรารักนางมากยิ่งกว่าใครแต่ก็ไม่อยากให้นางใช้เงินจนชินมือ ถึงนางจะบอกว่าทำเพื่อครอบครัวก็เถอะ แต่อีกไม่นานหากท่านย่ามาเห็นว่านางใช้เงินมากมายเช่นนี้นางจะไม่ถูกท่านย่ากล่าวว่าตักเตือนอีกงั้นหรือ นางหวังไม่อยากให้บุตรสาวต้องโดยติเตือนเช่นนั้นอีกแล้ว
"ท่านแม่"
เมื่อเป็ผู้เป็แม่ร้องไห้ หลี่เฉินก็ร้องไห้ตามทำให้หลี่หลิวกับพี่ใหญ่ยืนงงก่อนจะไปปลอบท่านแม่ พอท่านพ่อเห็นเข้าก็เข้าใจว่านางกำลังคิดเผื่อบุตรสาวหากท่านแม่มาอยู่ด้วยคงหาว่านางมีเงินแล้วอวดรวยเอาได้
เขาได้แต่หายใจเข้าลึกๆแล้วเดินออกจากห้องใต้ถุนไป หรือการที่ข้าคิดจะรับท่านแม่มาอยู่ด้วยอาจทำให้ครอบครัวต้องเป็ทุกข์ แต่ข้าก็อยากทำให้พวกท่านได้กินดีอยู่ดีไม่อยากเห็นพวกท่านอยู่อย่างลำบากเช่นนั้น ข้าควรเปิดใจถามความเห็นลูกๆแล้วล่ะ เมื่อคิดได้เขาก็เดินเข้าห้องใต้ถุนที่มีกลิ่นทะเลอยู่ทั่วทั้งห้อง
"พ่อมีบางอย่างจะบอกพวกเ้า"
หลี่หงยืนจับประตูห้องครัวพูดด้วยน้ำเสียงจริงจัง ทำให้ทุกคนหันไปมองที่เขาเป็ตาเดียว หลี่หงมองหน้าภรรยาก่อนจะสูดหายใจเข้าลึกๆอีกครั้ง
"พ่อจะไปรับท่านย่าและครอบครัวใหญ่มาอยู่กับเราที่นี่"
เมื่อหลี่หงพูดจบก็เกิดความเงียบขึ้นในห้องใต้ถุนทันทีหวังลู่หยุดร้องไห้และเช็ดน้ำตา หลี่เฉินหันไปมองท่านพ่อพร้อมกับพี่ๆของเขา หลี่หลิวลุกขึ้นยืนเต็มตัวแล้วถอยหลังออกมาก่อนจะมองท่านพ่อสลับกับท่านแม่อย่างเข้าใจ ที่ท่านแม่อยู่ๆก็หงุดหงิดขึ้นมาคงเป็เช่นนี้สินะ
"ท่านพ่อ คำที่ข้าจะพูดออกไปอาจทำให้ท่านเคืองโกรธข้าได้ แต่ข้าก็จะพูด ท่านฟังข้านะ บ้านหลังนี้เป็ชื่อข้า ข้าไม่อนุญาตให้ครอบครัวใหญ่เข้ามา หากท่านพ่อรักและเป็ห่วงท่านปู่ท่านย่าหรือพี่ชายข้าแนะนำให้ท่านซื้อบ้านหลังใหม่ให้พวกเขา และมันจะดีมากหากท่านซื้อฝั่งตะวันออกให้พวกเขา"
หลี่หลิวจ้องตาเขม็งไปที่ท่านพ่ออย่างน่ากลัว
ไม่คาดคิดเลยว่าข้าพาครอบครัวออกมาจากนรกได้แล้ว แต่ท่านพ่อยังคงอยากผลักไสข้ากลับไปที่เดิม พวกท่านคิดหรือว่าข้าจะยอม ข้าไม่ใช่บุตรสาวของพวกท่านเสียด้วยซ้ำแล้วเหตุใดข้าจะต้องกลับไปทนทุกข์เช่นนั้นแทนนาง ข้ารับมันไม่ไหวจริงๆ
"หลี่หลิวลูกแม่ แต่นั่น"
"คนที่สามารถฆ่าหลานตัวเองได้ทุกเมื่อข้าไม่ยินยอม"
ยังไม่ทันที่หวังลู่จะเอ่ยปาก หลี่หลิวดวงตาแดงก่ำหันมาตอบหวังลู่ด้วยความเดือดดาล นี่นางเป็แม่ของเ้าของร่างนี้จริงๆหรือ ถึงอยากให้ลูกกลับไปทุกข์ทนเช่นนั้นอีก
"ท่านแม่ข้าก็ไม่อยากให้ท่านย่ามาอยู่ด้วยขอรับเราซื้อบ้านใหม่ให้ท่านแทนเถอะนะขอรับ"
เ้าเล็กร้องให้อ้อนวอนผู้เป็แม่อย่างน่าสงสาร หากต้องกลับไปกินน้ำแช่ข้าวอีกเขาก็จะไม่ทนเช่นกัน เขาจึงยืนกลางที่จะอยู่ฝั่งพี่รอง ส่วนพี่ใหญ่ก็เป็ที่แน่นอนอยู่แล้วว่าไม่เอียงเอนไปฝ่ายท่านพ่อเป็แน่ เมื่อสองสามีภรรยาหมดปัญญาแล้วและเห็นลูกๆปฏิเสธกันเสียงแข็ง จึงต้องตกปากรับคำว่าจะซื้อบ้านฝั่งตะวันออกให้ท่านปู่ท่านย่าแทน อย่างน้อยๆพวกท่านก็จะมีชีวิตและความเป็อยู่ที่ดีขึ้น
"พ่อตกลงแล้ว เ้าก็หยุดทำหน้าขึงตาใส่พ่อเถอะ พ่อผิดไปแล้วจริงๆ"
หลี่หงรีบเข้ามาสวมกอดบุตรสาวและขอโทษที่ไม่คิดให้ดีกว่านี้ จนทำให้บุตรสาวที่เกือบจะตายของเขากลับมาะเืใจอีกครั้ง
"ข้าไม่ให้อภัยเ้าค่ะ"
หลี่หลิวตอบเสียงแข็งและยืนนิ่งไม่ไหวติงสายตาของนางยังคงแข็งทื่ออยู่เช่นนั้น
"เ้าจะให้พ่อทำเช่นไร พ่อยอมเ้าทุกอย่าง"
เขาจับมือน้อยๆที่สากและมือาแต่างจากวัยอันที่จะควรเป็ บุตรสาวของข้าความคิดของนางโตกว่าวัยที่ควรจะเป็เพราะผ่านความตายและการชี้นำจากท่านเทพมา แต่เด็กตัวเล็กต้องทำขนาดนี้เพื่อให้ครอบครัวได้กินอิ่มข้ายังจะฉุดนางลงมาเปื้อนดินอีก นางคงโมโหเข้าให้แล้วจริงๆ
"บ้านและที่ดินแปลงนี้เป็ชื่อข้า"
นางตอบกลับมาเช่นนั้น
"แต่เรายังไม่ได้จ่ายเงินให้สือไท่เลยนะเหตุใด.."
"เขาโอนที่ดินให้ข้าแล้ว และข้าให้เขาเก็บมันเอาไว้ พรุ่งนี้ท่านก็จ่ายค่าที่ดินแปลงนี้เสีย ข้ารู้ว่าท่านเก็บเงินได้ครบสิบตำลึงทองแล้วจริงไหมเ้าคะ"
หลี่หลิวมองหน้าพ่อของเ้าของร่างอย่างไม่วางตาถ้าจะให้นับกันจริงๆเขาน่าจะได้มากกว่าสิบตำลึงทองไปแล้ว
หลี่หงใที่บุตรสาวพูดออกมา มันก็จริงตอนนี้เขามีรายได้วันนึงมากมากว่าหนึ่งตำลึงทอง แต่นางพึ่งอายุเพียงเท่านี้นางรู้ได้เช่นไรกัน
"เอ่อคือว่า..."
"ท่านจะเหนียวหนี้หรือเ้าคะ หรือจะเก็บเงินไว้ซื้อบ้านให้ท่านย่า"
"พ่อ...."
พอได้ยินบุตรสาวที่พูดแทงใจดำจนเขาแทบกระอักเื
เขาจึงตอบไปว่าพรุ่งนี้เช้าจะจ่ายให้สือไท่ แต่หลี่หลิวยังคงไม่พอใจและบอกว่าต่อไปนี้นางจะเก็บเงินไว้เอง เพราะทุกอย่างที่นี่ล้วนได้จากนาง หลี่หงมองภรรยาเห็นนางพยักหน้าเขาจึงตอบตกลง
หลี่หลิวหายใจเข้าและหายใจออกเฮือกใหญ่ก่อนจะกลับมายิ้มและแบมือขอรับเงินทั้งหมดไป โดยนางอ้างว่าหากท่านพ่อเก็บไว้คงไม่แคล้วเสร็จท่านย่าหมด ทำให้ทุกคนในบ้านรวมทั้งหวังลู่พยักหน้ากันอย่างพร้อมเพรียงกัน เขาจึงต้องดึงห่อเงินออกมาให้บุตรสาวด้วยความระทมใจ
หลี่หลิวกลับมายิ้มร่าเริงอีกครั้งเ้าเล็กก็ดีใจที่ไม่ได้อยู่ร่วมกันกับท่านย่า ครอบครัวจึงกลับมาเป็ปกติ จะมีก็แต่หลี่หงที่สูญเสียเงินก้อนใหญ่ไปแล้วตอนนี้ใบหน้าของเขาโรยราดั่งคำที่เขาว่า แตงที่ฝืนเด็ดจากต้นย่อยไม่หวาน หมายถึง การกระทำอันใดที่ฝืนใจอีกฝ่ายย่อมได้รับผลลัพธ์ที่ไม่ดีนั่นเอง
ยามเซิน ่บ่ายสามแก่ๆคนงานของหลี่หลิวก็พาสามีหรือครอบครัวมามากกว่าสิบคน แต่หลี่หลิวก็รับไว้ทั้งหมด แล้วถามคนงานเก่าวว่าจะรับงานด้วยไหมพวกเขาพยักตอบรับกันทุกคน แม้กระทั่งป๋ายรุ่ยฉีกับป๋ายเคอถึงเขาเป็ผู้นำชุมชนแต่เขาก็ยังอยากมีรายได้พิเศษเช่นกัน
คนงานผู้ชายส่วนหนึ่งหลี่หลิวให้ไปกับท่านพ่อช่วยกันขนของลงรถม้าพร้อมกับเคลียร์พื้นที่แล้วไปหาซื้อพวกเห็ดหอม ขิง หัวหอมใหญ่และซอสถั่วเหลือง คนงานที่เหลือยกตระกร้าหอยนางรมมาเทหลังบ้านและนั่งล้อมวงแกะเอาแต่เนื้อหอยออกมาและแยกใส่ถังไม้ไผ่ไว้ หลี่หลิวมองดูกองหอยนางรมแล้วก็ขัดใจจึงแอบเอาหอยนางรมในมิติออกมาใส่ด้วยครึ่งนึงเพราะมันยังดูน้อยมาก ผ่านไปสองก้านธูปหรือหนึ่งชั่วโมงก็ได้เนื้อหอยนางรมสดๆมาห้าถัง ท่านพ่อที่นำของกลับมาถึงยกลงมาตั้งเสร็จนางก็สั่งคนงานผู้หญิงให้หั่นขิงบางๆและหั่นหัวหอมใหญ่พร้อมทั้งหั่นเห็ดหอม คนงานชายพากันเก็บเปลือกหอยนางรมไปกองรวมกันไว้ตามคำสั่งหลี่หลิวบอก โดยที่พวกเขาเอาเปลือกหอยใส้ตระกร้าสานตักน้ำราดเขย่าๆล้างแล้วค่อยเอาไปเทรวมกันตรงมุมกำแพงด้านข้างจนกองเท่าูเาขนาดเล็ก ท่านแม่กับหลี่เฉินช่วยกันทำอาหารไว้รอเป็มื้อเย็นตามที่หลี่หลิวบอก นับได้ว่าตอนนี้หลี่หลิวเป็เ้าบ้านอย่างเต็มตัวไปเรียบร้อยแล้ว