กณิกนันท์ลุกขึ้นยืนช้าๆ กว่าเวลาจะผ่านไป 1 วันมันยากเย็นราวกับนั่งนับรอวันผ่านไปเป็นเดือนเป็นปีอย่างไรอย่างนั้น
เขากลับมาแล้ว มีเรื่องราวมากมายอัดแน่นในอกไปหมดที่เธออยากจะพูดอยากระบายให้เขาเข้าว่าทำไมเธอถึงอยากเอาลูกคนนี้ออกโดยไม่ปรึกษาเขาก่อน
“ขอโทษ ผมกลับค่ำพอดีติดคุยงานกับฝ่ายออกแบบ เราเพิ่งได้โปรเจ็กต์ใหญ่ที่สองในรอบเดือนน่ะ” สีหน้าของเขาอ่อนล้าหากแต่กระตือรือร้นที่จะอธิบาย
“ไม่เป็นไรค่ะ” เพียงแค่เขากลับมาแล้วเอ่ยปากทักทายเธอก่อนไม่มองเมินราวกับชินชังกันเธอก็สบายใจขึ้นอีกหลายเท่าตัวแล้ว “คุณภรีมจะทานข้าวก่อนมั้ยคะ ก่อนที่เราจะคุยกัน” หญิงสาวแบ่งรับแบ่งสู้
เขาสั่นหน้าปฏิเสธ ร้อนใจอยากเคลียร์ปัญหาให้จบโดยเร็วมากกว่าเรื่องปากเรื่องท้องช่างหัวมันไปก่อน
“บัวอยากขอโทษที่ไม่ได้บอกคุณตั้งแต่แรกตอนรู้สึกว่าประจำเดือนขาดไป” เธอเข้าเรื่องเพราะเตรียมคำพูดมากมายมาเตรียมไว้เพื่ออธิบายให้เขาเข้าใจ
“ทำไมคุณถึงไม่บอกผมล่ะ” เขารู้ว่าเธอคงมีสักเหตุผลดีๆ ที่เขาสามารถยอมรับได้
“บัวยังไม่รู้ว่าควรทำยังไงดีถ้าเกิดตั้งท้องจริงๆ อีกอย่างบัวไม่แน่ใจก็เลยยังไม่กล้าบอกคุณ” หญิงสาวสารภาพดวงหน้าสวยตาละห้อยจนน่าเห็นใจ
“และเป็นเพราะคุณไม่ต้องการเด็กคนนี้ด้วยหรือเปล่า” เขาถามเหตุผลอีกข้อซึ่งพอจะเดาออกว่ามันคงเป็นต้นเหตุให้เธอปิดบังไว้เป็นความลับกับเขา “เหตุผลที่คุณดื่มตั้งมากมายในงานเลี้ยงรียูเนี่ยน เพราะคุณอยากให้มันขับเขาออกใช่มั้ย”
น้ำตาหญิงสาวหยดแหมะโดยไร้เสียงสะอื้น ปลายจมูกที่มีรอยแดงอยู่แล้วยิ่งแดงจัดยิ่งกว่าเดิมมันบ่งบอกชัดว่าเธอเพิ่งร้องไห้ก่อนเขากลับมาถึง
“ตอนนั้นบัวยังไม่แน่ใจว่าประจำเดือนแค่คลาดเคลื่อนหรือตั้งท้องก็เลย... ดื่ม” เธอรู้สึกผิดท่วมท้นหัวใจ ความสับสนบดบังพาลนำเธอไปผิดทาง แทนที่จะปรึกษาเขาเรื่องนี้แต่กลับคิดเองเออเองว่าชายหนุ่มจะผลักไสไม่ต้องการลูกทั้งที่ตัวเองเข้าใจเจตนาของเขาผิดไปตั้งมากมาย
“บัวไม่ได้ตั้งใจทำให้เรื่องระหว่างเรามันยุ่งยากขนาดนี้” เธอคิดว่ามันเกิดจากความผิดพลาดของตัวเอง
ภัทรกรคว้าแขนหญิงสาวหลวมๆ
“มันจะไม่มีอะไรยุ่งยากหรอกถ้าคุณยอมบอกผมดีๆ ตั้งแต่แรก”
“บัวกลัวว่าคุณจะลำบากใจ”
“ผมไม่มีทางลำบากใจหรอกบัว” เสียงของเขาอ่อนโยนกว่าตอนแรก
หญิงสาวช้อนสายตามองคล้ายจะถามว่าเหตุแท้จริงของเขาคืออะไร
“ผมรู้ว่าคุณไม่ได้ตั้งใจปล่อยให้เด็กคนนี้เกิดมาเพื่อทำให้เรื่องของเรามันยุ่งยากขึ้น” ชายหนุ่มเอ่ยด้วยใบหน้าจริงจังขึงขัง
“ทำไมคุณถึงเชื่อล่ะคะ”
เขาหันเผชิญหน้าก่อนเอ่ยด้วยน้ำเสียงเข้มชัดเจน “เพราะคนที่ตั้งใจจริงๆ คือผมยังไงล่ะครับ”
กณิกนันท์กะพริบตาปริบๆ สมองประมวลเหตุการณ์ เมื่อกี้เขาเพิ่งพูดว่าตั้งใจทำให้เธอตั้งท้องอย่างนั้นใช่ไหม
คล้ายว่าเธอยังคงสับสนเขาจึงดึงให้เจ้าของร่างบางนั่งลงเคียงข้างกันบนม้านั่ง
“คุณไม่รู้ตัวเลยเหรอว่าผมไม่ได้ใช้ถุงยางตอนเรานอนด้วยกันมาตั้งสองสามเดือนแล้ว”
“บัวรู้ค่ะ”
“ขนาดนี้แล้วคุณยังคิดไม่ออกอีกเหรอว่าเด็กเกิดจากความตั้งใจของผมไม่ใช่เพราะความประมาทเลินเล่อของคุณ ผมตั้งใจทำให้คุณตั้งท้อง”
“ทำไมล่ะคะ”
คิ้วบนใบหน้าสวยเกือบผูกโบ เขาจึงคลี่มันออกด้วยนิ้วโป้งและนิ้วชี้
“ผมอยากมีลูก”
“เพราะว่าคุณอายุมากแล้วใช่มั้ยก็เลยอยากรีบมีลูก”
เขาอยากดีดหน้าผากภรรยาเบาๆ สักหนึ่งทีให้กับความบ๊องกับความโก๊ะของเจ้าหล่อนกระเด็นหายไปสักที เขาไม่ได้แก่ขนาดนั้น ผู้ชายอายุแค่ 33 ยังไม่คิดเรื่องลูกเรื่องภรรยาเร็วๆ นี้ก็ถือว่าไม่ช้าด้วยซ้ำไป
“ผมอายุแค่ 33 นะ ไม่ใช่ 63 หรือ 73 พูดยังกับว่าผมแก่มากอย่างนั้นแหละ” ชายหนุ่มมองใบหน้าภรรยา อารมณ์ดีขึ้นอีกเป็นเท่าตัวเมื่อเห็นว่าเธออมยิ้มขำ สีหน้าแช่มชื่นกว่าก่อนหน้านี้มาก “คุณอาจจะคิดนะว่าผมเลือกใครเป็นแม่ของลูกก็ได้คงมีตัวเลือกมากมาย แต่เอาจริงๆ แล้วมันไม่ง่ายขนาดนั้นหรอกนะบัว ผมไม่ได้มีเจอตัวเลือกดีๆ ตรงใจบ่อยขนาดนั้น เท่าที่ผ่านมาตราบที่ผมจำได้และนึกออก ผมไม่เคยเจอใครที่เหมาะสมกับตัวเองแล้วก็มองเห็นภาพอนาคตร่วมกันชัดเจนเท่าคุณมาก่อนเลย”
ประโยคนั้นคล้ายหยดน้ำชโลมรดกอไผ่เหี่ยวเฉาให้กลับฟื้นคืนมีชีวิต มีใบสีเขียวชอุ่มอย่างรวดเร็วอย่างไรอย่างนั้น
“หมายความว่าคุณอยากอยู่กับบัวเหรอคะ”
“ใช่ ผมอยากอยู่กับคุณ” เขาย้ำด้วยน้ำเสียงนุ่มทุ้ม มองประสานนัยน์ตาอย่างลึกซึ้ง
หัวใจของหญิงสาวพองฟูคับแน่นในอก ด้วยคำพูดที่คล้ายกับเขาเพิ่งบอกว่าเธอมีค่ามากมายสำหรับเขานัก และคู่ควร ตรงใจที่สุด