เมื่อกลับไปถึงห้องพักอย่างทุลักทุเล เขาแจ้งเหล่าจาง บ่าวชายคนสนิทของเขาให้ไปตามหมอ และคืนนั้นทั้งคืน หนานข่ายลี่แทบไม่รู้สึกตัวเลยเพราะพิษไข้ ั้แ่เขาเกิดมา นี่นับเป็ครั้งแรกที่เขาป่วยหนักขนาดนี้
หนานกงหลุนกลับมาถึงห้องพักในเรือนรับแขกก็ยามซวี่แล้ว เมื่อไปถึงจึงรู้ว่าบุตรชายป่วยหนักเขารีบไปเชิญหมอที่มีชื่อเสียงในเมืองหลวงมาดูอาการเพิ่มอีกหนึ่งคนและอยู่เฝ้าไข้บุตรชายด้วยตัวเองตลอดทั้งคืน
รุ่งเช้า หนานผู้พ่อสั่งให้บ่าวชายเฝ้าหนานข่ายลี่ต่อ เพราะตัวเขาต้องออกไปทำธุระข้างนอก แม้จะห่วงบุตรชายของตนเพียงใด แต่ความจำเป็ที่ต้องออกไปก็ยังคงมี เขากำชับเหล่าจางให้เฝ้านายน้อยของตนดีๆ เพราะเขารู้มาว่าสองวันที่ผ่านมา ั้แ่อาการาเ็จากแผลถูกแทงที่หลังดีขึ้นเล็กน้อย บุตรชายตัวแสบก็ไม่ได้อยู่พักผ่อนในห้องเลย ปกติถึงจะเป็คนหนังหนาหยาบกระด้างอยู่บ้างแม้ตากแดดตากฝนเดินทางไปกับเขาก็ไม่เคยกระทั่งจาม แต่นี่คงไปทำอะไรเกินตัวมาถึงได้ล้มหมอนนอนเสื่อหนักถึงเพียงนี้
ตอนที่หนานข่ายลี่รู้สึกตัวอีกทีก็ล่วงเลยมายามเว่ยของวันถัดไปแล้ว(13-15.00 น) เขาปรับสายตาที่พร่าเลือนในตอนแรก ก่อนมองไปรอบๆห้อง ทุกอย่างเริ่มชัดเจนมากขึ้น จนกระทั่งปะติดปะต่อความทรงจำของเขาได้ เหตุการผ่านมาแค่เมื่อวานแต่รู้สึกเหมือนยาวนานนับเดือน เขาก็ไม่รู้ว่าเขาผ่านเมื่อคืนมาได้ยังไง รู้แต่ว่าตอนนั้น เขาร้อนๆหนาวๆปวดเมื่อยไปทั้งตัวจนคิดว่าหากหลับไปตลอดทั้งอย่างนี้น่าจะดี
เขาหันมายิ้มให้กับเหล่าจาง ที่นั่งตัวตรงอยู่ตรงโต๊ะกลมกลางห้อง เมื่อเห็นเ้านายของตนตื่นเขาก็เดินเข้ามาดูใกล้ๆ พร้อมกับเอาหลังมือแตะที่หน้าผากเขา
หนานข่ายลี่เอามือดันหน้าเขาออกไป “อาจาง ข้าอยากล้างหน้า “
อาจางผู้ถูกดันออกมา แต่บนใบหน้ากลับไม่มีวี่แววไม่พอใจ “ นายน้อยรอซักครู่ข้าจะไปต้มน้ำมาให้”
หนานข่ายลี่ยิ้มให้เขา และหันหลังกลับไปนอนพักผ่อนต่อ
คล้อยหลังเหล่าจาง เขาผุดลุกขึ้นช้าๆ เพื่อไม่ให้ะเืแผลที่ไหล่ซ้ายอีก กะเวลาว่าหากต้มน้ำ น่าจะใช้เวลาอย่างน้อย 1ถึง2 เค่อ ซึ่งเขาน่าจะเดินออกไปได้ก่อนแล้ว
เขาลุกขึ้นจากเตียง เพียงแค่ขาลงมาเหยียบพื้น เขาก็เดินเอียงจนแทบจะไปชนกับโต๊ะกลางห้อง ดีที่เขาจับขอบโต๊ะไว้ได้ทัน ตอนนั้นเองที่เหล่าจางเดินกลับเข้ามาพร้อมอ่างน้ำร้อนใบใหญ่
เขาเห็นนายน้อยยืนอยู่กลางห้อง ก็ขมวดคิ้ว
“ นายน้อย ท่านลุกมาเดินทำไม” เหล่าจางวางอ่างน้ำแล้วเขามาพยุงเขา
ข้าหิวน้ำ เขาตอบมั่วๆไป ก่อนนั่งลงบนเก้าอี้
บ่าวชายเดินเข้ามาเทน้ำชาอุ่นๆให้เขาทันที
“ อาจาง เ้าช่างเข้าใจข้ายิ่งนัก” ขนาดน้ำอุ่น ชาอุ่น เ้าก็เตรียมไว้ตลอดเวลา เขาน่าจะดีใจที่มีบ่าวละเอียดรอบคอบเช่นนี้
เพราะพวกเขาเติบโตมาด้วยกันั้แ่เด็ก อะไรที่เขาคิดได้ บ่าวคนนี้ของเขาก็คิดได้เช่นกัน
เหล่าจางพอจะดูออกว่าเ้านายของเขา้าให้เขาออกจากห้อง เขาจึงได้เตรียมทุกอย่างไว้พร้อม ไม่ให้นายน้อยมีโอกาสไล่เขาออกไปให้พ้นสายตา
อีกครั้งที่เขาขอให้ เหลาจ่าง ผู้เป็ทั้งเพื่อนและบ่าวของเขาช่วยไปต้มยาและไปสั่งห้องครัวเตรียมผักดองรสเปรี้ยวให้เขา เพราะรู้สึกว่าในปากตอนนี้แทบไม่สามารถััรสชาติอะไรได้แล้ว กระทั่งชาขมๆที่เพิ่งดื่มลงไปเขาก็ยังไม่รู้รส
แต่บ่าวผู้ซื้อสัตย์เพียงหันไปสั่งคนที่อยู่ด้านนอก และกลับเข้ามาปรนนิบัติเขาล้างหน้า บ้วนปาก ก่อนพาเขากลับมานอนที่เตียง
หนานข่ายลี่ “….”
“ นายน้อย หากท่านอยากออกไปข้างนอก จำเพาะต้องเป็วันนี้หรือ หากท่านมีธุระจำเป็จริงๆ ท่านบอกแก่ข้ามา ข้าจะไปทำแทนท่านเอง” นี่เป็คำพูดของเหล่าจาง ก่อนห่มผ้าห่มผืนหนาให้เขาถึงคอ
ทำไมเขารู้สึกเหมือนมีมารดาคนที่สอง
เขาสัญญากับเด็กหญิงคนหนึ่งไว้ว่าจะไปหานางในวันนี้ จะให้บ่าวไปแทนได้อย่างไร
เขาตัดสินใจหันหน้าไปเจรจากับบ่าวของตนเอง
“ หากว่าข้าจะออกไปให้ได้เล่า เ้าจะขวางข้า ? “
“ ไม่ใช่ ข้าจะไปกับท่านด้วย ขอเพียงท่านดื่มยาหมดถ้วย ทานข้าวต้มที่ท่านเพิ่งสั่งมาจนหมด และไปไม่นาน ข้าจะเดินไปกับท่านด้วย “ นี่มันพฤติกรรมเลียนแบบมารดาผู้เป็ห่วงบุตรสาวที่อ่อนแอป่วยหนักชัดๆ หนายข่ายลี่รู้ว่าเหล่าจางเป็แบบนี้ เขาเลยมองผ่านไปที่ประตูก่อนเอ่ยขึ้นบ้าง
“ ได้..ไหนยา ไหนอาหาร “
“ เอามาตอนนี้เลย “
ตอนที่เขาพูดจบ ยาถ้วยหนึ่งก็ถูกยกมา ข้าวต้มพร้อมผักดองที่เขาถามหาก็ตามมาติดๆ
“…” ที่แท้เหล่าจางเตรียมไว้แล้ว แค่รอให้เขาพูดเท่านั้น
เขาเดินกลับไปนั่งที่โต๊ะกลม รู้สึกว่าอาการเวียนหัวดีขึ้นบ้างแล้ว นั่งฝืนกินข้าวต้มไปได้ครึ่งชาม ก็กินต่อไปไม่ไหว ตาเขามองไปที่บ่าวเพื่อขอความเห็นใจ เหล่าจางส่ายหัวเบาๆ เป็อันรู้กันว่า ท่านต้องพยายามฝืนกินอีกหน่อย ไม่เช่นนั้นอย่าหว้งจะได้ออกไป และอย่าหว้งว่าเื่ที่ท่านแอบหนีออกไปจะไม่ถูกเปิดเผย
ตักต่อไปได้อีกเพียงสามคำ ผักดองก็ไม่สามารถช่วยเขาให้กินเพิ่มขื้นได้แล้ว
เหล่าจางจึงมายกถาดออกไปจากตรงหน้าเขา
แล้วยกยาชามโตไกล้เคียงกับชามข้าวต้มมาแทนที่
พอเขาเห็นยาในชาม ได้แต่ถอนหายใจ แต่ชายอกสามศอกเช่นเขา ดื่มยาให้หมดชามแค่นี้ จะนับเป็อะไรได้ เขายกชามยาขึ้นมาดื่มรวดเดียวจนหมด รสชาติมันแย่เหมือนสีของมัน ขมจนน้ำตาเล็ด เขาแทบจะขะย้อนข้าวต้มที่เพิ่งกินเข้าไปออกมาด้วย ตอนนี้ทำไมปากไร้รสของเขาจู่ๆจะมาใช้การได้กันเล่า แล้วทำไมไม่มีบ๊วยหรือผลไม้เชื่อมไว้ให้เขาซักหน่อยนะ เขาไม่ใช่หญิงสาวที่ชอบของหวานๆ แต่ยานี่.. มันก็ขมอยู่บ้างจริงๆ
ตอนที่เขากำลังคิดอยู่ จู่ๆพุทราเชื่อมที่แกะเอาเมล็ดออกแล้วลูกหนึ่งก็ถูกยัดเข้ามาในปากของเขา ความหวานแผ่ซ่านอยู่ในปากทันที
“เ้าเตรียมสิ่งนี้มาด้วยหรือ” เขามองไปที่บ่าวชายหน้านิ่งของตนเอง
“ นายน้อย ท่านมิใช่อยากกินหรือ” เหล่าจางตอบกลับหน้านิ่งตามแบบฉบับของเขา
‘ เอ่อ จะว่าไปก็ใช่นะ ‘ ปัญหาคือ เขาไปแสดงออกตอนไหนว่าเขาอยากกินกันละเนี่ย
เขาทำปากคว่ำ มองเหล่ไปทางบ่าวของเขาทีหนึ่ง แล้วคร้านจะคิดต่อปากต่อคำอีก เพราะเริ่มรู้สึกปวดหัวตุบๆ
เหล่าจางช่วยเขาเปลี่ยนเสื้อผ้าและรวบผมให้ใหม่ โดยเขาเลือกเสื้อกันหนาวสีขาวตัวหนามาสวมให้ และก่อนออกจากห้องพัก เขายังเอาหมวกของเสื้อคลุมมาคลุมหัวให้เขาซะอีก ก่อนหนึ่งนาย หนึ่งบ่าว จะเดินออกจากห้องพักไปเงียบๆ
วันนี้ กู้เซียนเซียนมีเรียนพิณกับอาจารย์ครึ่งวัน่บ่าย นางจึงเดินไปเรียนที่ห้องหนังสือรวมส่วนหน้า ห้องนี้เป็ห้องที่บิดาจัดสรรไว้ให้พวกนางสามคนพี่น้องเรียนพร้อมกัน
นางไม่ได้ลืมบอกหนานข่ายลี่เมื่อวาน เพียงแต่ว่าเมื่อวานนางไม่มีโอกาส
วันนี้นางเรียนพิณไม่ได้ดีนัก เนื่องจากกำลังคิดวนเวียนเื่หนานข่ายลี่ เพราะความกังวลว่าเขาจะมาหานางจริงๆ แม้นางจะรอั้แ่เช้า ก็ไม่ปรากฏเงาร่างเขาเลยก็ตาม
‘ หรือพี่ชายหนานจะป่วย เพราะเมื่อวานเขาเหมือนมีไข้’ นางคิดอย่างใจลอย
หนานข่ายลี่มาหานางจริงๆ แม้อาการป่วยของเขายังไม่หาย แต่เขาจำได้ว่าวันนี้เขาสัญญาจะมาหานาง เขาค่อยๆเดินตามทางไปที่ด้านหลังสุดของจวน การเดินมาตอนป่วยไข้เช่นนี่ ทำให้เขาเหนื่อยจนหอบ แม้อากาศจะเย็นลงมาก แต่ที่หน้าผากเขากลับมีเหงื่อออก
แต่เมื่อไปถึงกลับพบเพียงเรือนว่างเปล่า
เขาหยิบตั่งเล็กมานั่งรอซักพัก จริงๆคือรอให้ตัวเขาเองหายเหนื่อยด้วย จนแน่ใจว่านางไม่ได้อยู่แถวนั้นแล้ว จึงพาบ่าวชายเดินจากมา
ก่อนออกมาจากบริเวณเรือนของเซียนเซียน เขาและเหล่าจางเดินไปรวบรวมหินก้อนเล็กๆ มาทำสัญลักษณ์ไว้ที่พื้นหน้าเรือนของนาง โดยวางหินเรียงไว้เป็รูปแมวตัวหนึ่ง คิดเอาเองว่ามันเหมือนเซียวเหม่า หวังว่านางจะรู้ว่าเขาไม่ได้ผิดสัญญา เขามาหานางแล้ว
ตอนเดินกลับออกมา เขาให้เหล่าจางไปถามถึงคุณหนูสี่กับบ่าวที่เดินสวนพวกเขาไปมา แต่คำตอบที่ได้ทำเขาเปลี่ยนใจไม่ไล่เบี้ยถามต่อ เพราะหลังจากถามไปได้สองคน ต่างก็ไม่ทราบว่าคุณหนูสี่ของเรือนไปเดินเล่นอยู่ที่ใด เขาอยากถามกลับว่าเป็บ่าวไพร่ประเภทใด คุณหนูของตัวเองอยู่ไหน กลับไม่มีใครรู้
เขาเดินไปที่สระน้ำกลางจวน เพียงหอบเอาความหวังว่าอาจจะพบเซียนเซียนน้อย หลังจากนั่งลงรออีกซักพัก คราวนี้เขาเริ่มฝืนต่อไม่ไหวแล้วจริงๆ จึงต้องเดินช้าๆโดยการพยุงของเหล่าจางกลับไปที่เรือนที่พักของตัวเอง
หลังจากนั้นอีกสามวัน เพราะพิษไข้ที่รุมเร้า เขาก็ไม่ได้ออกมาจากเรือนอีกเลย
ตอนที่เซียนเซียนเดินกลับเรือนมาหลังยามโหย่ว นางก็ไม่พบใครแล้ว นอกจากสัญลักษณ์รูปแมวที่พื้นนั่น
นางรู้ทันทีว่าหนานข่ายลี่มาพบนาง ปกติแล้วต่อให้เป็พี่ชายกู้ ก็ไม่ได้มาพบนางที่เรือนบ่อยนัก และเขาก็ไม่ได้มีนิสัยขี้เล่นแบบนี้ ใบหน้าขาวเนียนปรากฏรอยยิ้มกว้างเต็มใบหน้า ดึงกลับความผิดหวังที่กลับมาไม่เจอใครเหมือนเช่นทุกวัน อย่างน้อยวันนี้ก็เป็ความผิดนางที่ไมได้บอกกล่าวพี่ชายหนานไว้ล่วงหน้าว่านางจะต้องไปเรียนที่เรือนส่วนหน้าครี่งวัน เป็นางที่ไม่รอบคอบเอง
นางเดินไปรวบรวมก้อนหินเพิ่ม และเอามาวางเรียงเป็ตัวแมวให้ชัดเจนมากขึ้น ตอนนี้แมวที่หนานข่ายลี่ทำไว้ก็สมบูรณ์ทั้งตัวแล้ว
เช้าวันถัดมาเซียนเซียนยังต้องไปเรียนเหมือนเดิม แต่รอบนี้ นางเอาหินมาวางเรียงเป็ตัวหนังสือคำว่า “เรียน”
เพียงแต่วันนี้และอีกสองวันถัดมา นางก็ไม่เจอสัญลักษณ์ใดๆเพิ่มเติมบนพื้นหน้าเรือนอีกเลย
หลังเลิกเรียน แม้นางจะรีบกลับเรือนหรือไม่ก็ไปยืนรอพบเขาที่สระน้ำเกือบค่อนวัน เขาก็ไม่มา
ตอนนี้เองที่เด็กอย่างนางเข้าใจแล้วว่า การสำคัญตัวผิดเป็อย่างไร
‘ หรือว่าจะเกิดอะไรขึ้นกับพี่ชายหนาน’ นางคิดจะเดินไปดูที่เรือนรับรองแขกทางด้านหน้า แต่ตอนที่กำลังอ้อมสระน้ำไปยังเรือนพักแขก นางก็พบกับหญิงแซ่ฉู่ บ่าวาุโคนสนิทของมารดา เดินตรงมาที่นางพอดี นางไม่ได้มาคนเดียว ด้านหลังของนางยังมีหญิงรับใช้อีกคนหนึ่งตามมาด้วย
“ คุณหนูสี่ บ่าวมีบางอย่างจะกล่าวกับคุณหนู รบกวนคุณหนูตามบ่าวกลับเรือนด้วย”
นางจำต้องเดินตามกลุ่มคนเหล่านี้กลับเรือนไป
ที่เรือนของนาง หญิงแซ่ฉู่เดินมาหยุดที่หน้าห้องเก็บฟืน และมองไปทางบ่าวที่ตามมาด้วยกัน
หญิงคนนั้นเดินตรงไปจับตัวเซียนเซียน ก่อนผลักเข้าห้องเก็บฟืนและล๊อกด้วยไม้ขัดที่ด้านนอกอีกที
กู้เซียนเซียนใมาก ไม่ใช่ว่านางไม่เคยเจออะไรแบบนี้ แต่ทุกครั้งที่โดนขัง ไม่ใช่เวลาใกล้ค่ำเช่นวันนี้
“ ปล่อยข้าออกไปนะ ข้าจะไปหาท่านแม่ เ้าทำอะไร ปล่อยข้าไปนะ “ นางร้องะโ
“ บ่าวเคยบอกคุณหนูแล้ว ถ้าไม่จำเป็ ไม่ต้องพูดคุยกับใคร หรือสนิทสนมกับใคร ใยท่านไม่ฟังคำเตือนของมารดาท่านเลย สามสี่วันมานี้ ไม่ใช่นายหญิงไม่ทราบว่าท่านมีเพื่อนใหม่ เพียงแต่ต้องมีขอบเขต ไม่ควรไปสนิทสนมกับคนนอกเช่นนี้ ท่านเข้าใจหรือไม่” บ่าวแซ่ฉู่ยืนตอบ คำถามของนางนิ่งๆหน้าห้องเก็บฟืน
“ ไม่ ข้าไม่ได้สนิทอะไรกับใคร เ้าปล่อยข้าไปเถอะ ที่นี่ทั้งมืดและหนาว “ ที่สำคัญนางกลัวหนู กลัวงู จะให้นางอยู่ที่นี่ได้อย่างไร
ชั่วขณะหนึ่งที่ประตูห้องเก็บฟืนถูกเปิดออก มีผ้าห่มและหมั่นโถว 1 ลูกก็ถูกโยนเข้ามา
“ คุณหนู คืนนี้ท่านพักอยู่ที่นี่ ข้าจะให้เฝิงหลาน มาเปิดประตูให้ท่านวันพรุ่งนี้ “ พูดจบ ก็ได้ยินเสียงฝีเท้าของพวกนางเดินห่างออกไป
ก่อนที่บ่าวาุโจะออกจากบริเวณเรือนของนาง นางก็เหลือบไปเห็นก้อนหินรูปแมวที่หน้าเรือน และตัวหนังสือว่าเรียนอยู่ที่พื้น นางจึงใช้เท้าเขี่ยมันออก และเดินจากไปกับบ่าวหญิงอีกคนทันที
กู้เซียนเซียนรู้แต่แรกแล้วการร้องขอความเห็นใจกับพวกนางไม่มีประโยชน์ ไม่มีใครช่วยนางได้ ป่านนี้บ่าวที่เหลือคนอื่นๆ ก็คงถูกกีดกัน ไม่ให้เดินมาแถวนี้
หากโดนขัง่เช้านางไม่ได้กังวลมาก เพราะอย่างไรก็ไปนั่งที่ที่มีแสงสว่างส่องลงมาได้ รอจนกว่าจะมีคนมาเปิดประตู แต่นี่จะพลบค่ำแล้ว ….
ถ้าเปลี่ยนเป็ถูกขังในห้องครัว บางทีนางสามารถจุดไฟได้ แต่ห้องเก็บฟืน … แทบไม่มีแสงสว่างส่องถึง ถึงมีหน้าต่างมันก็ถูกปิดตายไว้ มีแค่รอยรั่วและช่องผนังแตกๆเท่านั้นที่พอมีแสงรำไรลอดผ่านเข้ามาได้ นางต้องรีบตัดสินใจก่อนที่ฟ้าจะมืด ถ้าเอาแต่ร้องไห้ แล้วคืนนี้จะอยู่อย่างไร
นางมองไปทั่วห้องเพื่อที่จะดูว่ามีอะไรที่ทำให้นางพอจะต่อตัวปีนหนีออกไปทางหลังคาได้บ้าง
ทั่วทั้งห้องนอกจากกล่องเก็บฟืนที่ดูสูงที่สุดแล้ว ต่อให้มันมาต่อกับกองฟืนจนสูงขึ้นไป นางก็ยืนไม่ถีงหลังคาอยู่ดี นางเดินไปมารอบๆก่อนตัดสินใจก้มลงไปมองกล่องฟืนที่ถูกตีขึ้นมาจากไม้เนื้อหยาบทั้งสีด้าน ด้านล่างทึบ ้าตีโปร่ง นางเปิดฝาให้อ้าออก แล้วเอาฟืนทั้งหมดออกจากกล่องนั้น ลองพยายามผลักให้มันล้มลงไปอีกด้าน ให้ด้านสูงของมันตั้งขึ้น แต่ด้วยความสามารถและแรงของนางตอนนี้ กล่องไม้ไม่ขยับแม้แต่น้อย นางทำจนหอบเหนื่อย เนื้อตัวมอมแมมไปหมด ในนี้ไม่มีน้ำ ถ้าขืนนางยังทำต่อไปนางต้องหิวน้ำตายแน่
นางปิดฝาและกลับมานั่งลงบนกล่องเก็บฟืนกินหมั่นโถวที่มีเพียงลูกเดียวในมือ
กู้เซียนเซียนไม่ร้องไห้ ไม่โวยวายอีก นางมองเข้าไปในกล่องเก็บฟืน ก่อนตัดสินใจทำอะไรบางอย่าง..
แสงอาทิตย์จากภายนอกถูกม่านราตรีปกคลุมจนมืดมิด แสงสว่างสุดท้ายที่ลอดมาตามช่องแตกของผนังและเพดานก็ค่อยๆหายไป