ตอนที่ 20 งานวิจัยกับภาษาที่คลุมเครือ(หรือแค่ฉันโง่เองหว่า)
....
....
....สาวน้อยที่ร้านไอศกรีมสมูทตี้เธอดูน่ารักจริงๆ ซื่อๆใสๆ เป็สาวน้อยในฝันของหนุ่มๆเลยล่ะ ตอนนี้ก็ยังเหมือนเดิมเธอไม่แต่งหน้าเลย!!
จะว่าไปพี่หมอเองก็แทบจะไม่ได้แต่งหน้าเลยเหมือนกันนี่นามีกลิ่นพวกครีมบำรุงผิวนิดหน่อยจากตัวพี่หมอคิดว่าน่าจะเป็ครีมกันแดดแล้วก็ทาแป้งบางๆกับลิปสติก แค่นั้น ก็ทำให้สวยหยาดเยิ้มได้แล้ว..
พูดตามความจริงหากถามฉันว่าใครดึงดูดฉันได้มากกว่ากันระหว่างพี่หมอกับสาวน้อยซื่อๆคนนี้ฉันก็คงต้องบอกว่าฉันชอบสาวน้อยคนนี้มากกว่า
หากเทียบกันเื่หน้าตาหรือความสวยฉันคงต้องให้พี่หมอแต่ที่สาวน้อยคนนี้ดึงดูดฉันมากกว่าคงเป็เพราะความซื่อของเธอเธอเป็เหมือนเด็กที่ใสซื่อบริสุทธิ์ให้ความรู้สึกว่า ‘ฉันต้องปกป้องเธอ’อะไรประมาณนั้น แต่ถ้าถามฉันว่าสองคนนี้ฉันจะเลือกคบกับใครมากกว่า ฉันคงต้องบอกว่ามันควรจะเป็พี่หมอเธอเป็เหมือนเด็กที่บริสุทธิ์เกินไปจนฉันไม่กล้าแตะต้อง
“อ๊ะ!!...ใช่แล้ว...”ฉันอุทานออกมาขณะนั่งเหม่อแน่นอนว่าฉันไม่ได้อุทานกับตัวเองเบาๆ เสียงของฉันดังจนได้ยินเกือบแทบทั้งร้าน
มันช่วยไม่ได้ฉันดีใจที่ฉันสามารถใช้สมองอันน้อยนิดของฉันคิดออกมาจนได้ฉันไม่อายแม้จะมีสายตาของผู้คนทั้งร้านหันมาจ้องฉันความอายไร้สาระพรรณนั้นมันหายไปนานั้แ่ฉันเริ่มฝึกท่าไม้ตายโน่น
ดูเหมือนว่าพี่หมอเองก็เป็เหมือนกันมันแปลกที่สาวสวยแบบเธอกลับไม่ได้รับผลกระทบจากการทำอะไรบ้าๆของฉันเลยคงเป็เพราะการที่เป็จุดสนใจของคนอื่นอยู่ตลอดเวลาอยู่แล้วเลยทำให้พี่แกคุ้นชินกับสายตาทุกรูปแบบ
“ใช่อะไรเหรอ”พี่หมอถามฉัน
“เมื่อกี้นี้หนูเจอเด็กคนนึงที่เคยเจอที่ร้านไอศกรีมทำให้หนูคิดได้เธอเป็สาวน้อยซื่อๆหน้าตาน่ารักมากๆ ฉันคิดไปเรื่อยเปื่อยจนในที่สุดก็ได้ข้อสรุป”
“ข้อสรุป?”
“หนูคิดไปว่าเด็กคนนี้ดึงดูดฉันั้แ่ตอนแรกเลยแถมความซื่อของเธอสลายกำแพงความเกลียดที่หนูตั้งไว้กันคนอื่นๆจนหมดได้ง่ายๆ หนูรู้สึกว่าเธอดูเหมือน....’เด็ก’ ” ฉันเน้นที่คำว่าเด็กทำให้พี่หมอเข้าใจทันทีว่าฉันพยายามจะซื่ออะไร
“โอ้ว..”พี่หมอส่งเสียงออกมาเป็สัญญาณว่าเธอเข้าใจสิ่งที่ฉันสื่อแต่ใบหน้าของเธอกลับเศร้าลงเล็กน้อย‘ฉันพูดอะไรผิดไปหรือเปล่า?’
“้าผ้าปิดตาหรือที่อุดหูเพิ่มมั้ยค่ะ?”
เสียงพนักงานดังมาจากทางด้านข้างของฉันฉันหันหน้าไปและพบว่าเป็สาวน้อยน่ารักคนนั้นนั่นเอง นั่นทำให้ฉันนึกถึงวันแรกที่ฉันเจอน้องหากจำกันได้วันนั้นฉันกับเติมทดลองอะไรบ้าๆบางอย่างจนในที่สุดก็ลงเอยด้วยการนั่งหลับตาทานไอศกรีมแล้วทำให้น้องเข้าใจผิดไปว่าฉันมีรสนิยมแปลกๆชอบปิดตาปิดหูทานอาหารอะไรเทือกนั้น
‘เธอคือยอดพนักงานขายความ้าลูกค้ามาก่อน ตามตำรา’
ทำไมคนหน้าหนาอย่างฉันถึงหน้าบางและทำอะไรไม่ถูกทุกทีที่เจอกับเด็กคนนี้ความซื่อของเธอมันทำให้ฉันอายกับตัวเองทุกครั้ง
หลังจากนั้นฉันก็สังเกตเห็นปฏิกิริยาบางอย่างของคนอื่นๆภายในร้าน
พี่หมอทำหน้างงเล็กน้อยเมื่อได้ยินสิ่งที่เธอพูดแต่สักพักก็ดูเหมือนว่าพี่หมอจะเข้าใจไม่ใช่แค่พี่หมอเท่านั้นแต่ดูเหมือนว่าทุกคนในร้านที่ได้ยินบทสนทนาของน้องก็ทำหน้างงแล้วก็ดูเหมือนจะเข้าใจอะไรสักอย่างในตอนหลังฉันเป็คนเดียวที่ปฏิกิริยาตรงข้ามกับคนทั้งร้านตอนแรกฉันเข้าใจแต่ตอนนี้ฉันไม่เข้าใจ
‘ตอนนี้ทั้งร้านเข้าใจแต่มีตูคนเดียวที่งง?’พวกท่านเข้าใจอะไรกันอยู่ก็ไม้รู้แต่พี่หมอมองมาที่ฉันด้วยสายตาสงสาร คนอื่นๆมีทั้งสายตาเยาะเย้ย สะใจ
ฉันไม่รู้ว่าคนอื่นเข้าใจไปในทางไหนแต่สิ่งที่ฉันััได้จากสายตาพี่หมอและคนอื่นๆมันไม่ใช่สัญญาณว่าสิ่งที่พวกเขาเข้าใจเป็ไปในทางที่ดี
‘ช่างมันแล้วกันTT ค่อยแก้ความเข้าใจผิดนี้กับพี่หมอคนเดียว คนอื่นฉันไม่สนใจอยู่แล้ว’ฉันเลิกสนใจสายสายตาคนอื่นแล้วมุ่งไปที่สาวน้อยซื่อๆด้านข้างแทน
“จำพี่ได้ด้วย?” ใช่แล้วถึงฉันจะดูค่อนข้างเด่นในตอนนั้นแต่ตอนนั้นฉันน้ำหนักเกือบร้อยโลซึ่งเทียบกับตอนนี้แล้วทั้งขนาดตัวและร่างกายของฉันเปลี่ยนไปเยอะ
“พี่ที่ร้านไอศกรีมรึเปล่าคะแต่พี่ดูผอมลงไปเยอะเลย..”
“.จ๊ะ..หารายได้พิเศษเหรอ..”ฉันหันหน้าไปหาน้องพร้อมกับกล่าวด้วยรอยยิ้มที่ฉันคิดว่ามันเป็รอยยิ้มที่ดูบริสุทธิ์ที่สุดที่ฉันจะเค้นออกมาได้
“ค่ะ...หนูมาทำงานตำแหน่ง...อืมม....” เธอหยุดคิดไปสักพักก่อนจะพูดต่อท่าทางตอนที่เธอเค้นสมองคิดมันก็ยังน่ารัก?เธอยกมือกำกำปั้นจ่อที่ขมับพร้อมกับเอียงหัวของเธอไปชนกับกำปั้นใน่เวลาที่เธอคิด”..ตำแหน่ง...พัทติเม่..แฮะๆๆ”
พูดไปหัวเราะไป มันทำให้ฉันนึกถึงพี่หมอเลย แต่มันก็ให้อารมณ์ที่แตกต่างกันแหละน้า..พี่หมอดูเป็ผู้ใหญ่ที่ขี้เล่น แต่เธอกลับดูเป็สาวน้อยที่บริสุทธิ์ถ้าพี่ลายเมฆทำแบบเดียวกันก็น่าจะดูเหมือน....จอมมาร
พอคิดแบบนั้นฉันจึงหันไปหาพี่หมอในตอนนั้นเองที่พี่หมอพูดเชิงกระซิบกับฉัน
“พัทติเม่??..”
“เดี๋ยวไว้อธิบายให้ฟังทีหลังนะค่ะ”ฉันกระซิบตอบกลับไป....งานตำแหน่ง ‘พัทติเม่’ ฮ่าๆมันทำให้ฉันนึกถึงตัวเองสมัยก่อนเลย
”ความจริงชั่วโมงทำงานวันนี้หนูหมดแล้ว...แต่หนูเจอพี่ก่อนก็เลยมาถามเผื่อว่าพี่้าอะไรเพิ่ม^^หนูมีเรียนต่อค่ะ”
ในขณะที่ฉันมุ่งความสนใจไปที่สาวน้อยอยู่นั้นฉันไม่รู้เลยว่าความเข้าใจอันใหม่ปรากฏขึ้นในหัวของทุกคนอีกครั้ง ซึ่งฉันก็ได้รู้ในภายหลังจากพี่หมอซึ่งมันก็ยังเป็ความเข้าใจที่ผิดอยู่ดี แต่มันก็ดีขึ้นละนะ
“โอ้เราก็เรียนอยู่มหาลัยนี้เหมือนกันเหรอ เราควรจะรีบไปเรียนนะ อาจารย์บางท่านก็จริงจังกับเื่เวลา.” ฉันอดไม่ได้ที่จะแนะนำสาวน้อยน่ารักคนนี้ เอ็นดูวว~
“หนูยังไม่ได้เข้ามหาลัยค่ะแต่หนูอยากหาอะไรทำก่อนเข้ามหาลัยก็เลยขอให้พี่ลายเมฆสอนเขียนโปรแกรมให้”น้องก็ยังตอบพร้อมกับรอยยิ้มดวงตาที่ปิดสนิท
แต่ชื่อที่ไม่คาดคิดที่โผล่มาพร้อมกับคำตอบนั้นทำให้ฉันและพี่หมอถึงกับใ
“นี่เรารู้จักพี่ลายเมฆด้วยเหรอ?คนที่ท่าทางไม่ค่อยสนโลก สายตาดูเหมือนดูถูกคนอื่นตลอดเวลา คนเดียวกันป่ะ?”ฉันเริ่มยิงคำถาม
“ค่า..พี่แกไว้หนวดเคราด้วย”
‘ชัดเลยตัวเดียวกันแน่นอน ไอ้คนแบบนี้เป็โปรแกรมเมอร์จะมีสักกี่คนกันเชียว’
“พวกพี่ก็ว่าจะไปหาพี่ลายเมฆอยู่พอดีเลยถ้ายังไงติดรถพี่ไปก็ได้นะ” พี่หมอพูด
“ได้เหรอค่ะ..ขอบคุณค่า..^^”
หลังจากนั้นด้วยเหตุผลกลใดก็ไม่ทราบหลังจากที่ฉันพยายามที่จะหาวิธีลากพี่ลายเมฆมาออกกำลังกายมันกลับกลายเป็ว่าฉันได้มาทานอาหารในภัตตาคารหรู แล้วก็เจอสาวน้อยสุดซื่อแล้วหลังจากนั้นพวกเราก็นั่งรถเพื่อไปเจอพี่ลายเมฆ
ระหว่างทางที่ไปฉันก็ได้เข้าใจว่าทุกคนคิดอะไรตอนที่น้องมาคุยกับฉันครั้งแรกจากพี่หมอพวกเขาคิดว่าที่น้องต้องเสนอผ้าปิดตาหรือปิดหูเพื่อประชดฉันเื่ที่ฉันส่งเสียงดังโดยที่ไม่สนคนรอบรอบข้างบางคนจึงมองฉันด้วยสายตาเยาะเย้ย และพี่หมอจึงมองฉันด้วยสายตาสงสาร
ในขณะที่เวลาผ่านไปทุกคนคิดว่าฉันกับน้องรู้จักกันมาก่อนและแค่แกล้งกันแรงๆเท่านั้นจนกระทั่งฉันบอกความจริงกับพี่หมอเื่ที่เราทำที่ร้านไอศกรีมสมูทตี้พี่หมอถึงกับหลุดขำเมื่อได้ฟัง
“แล้วไอ้พนักงานตำแหน่งพัทติเม่ล่ะ” พี่หมอถามฉัน
“หนูเองก็เป็เหมือนกันตอนที่ไปสมัครทำงานพิเศษ่แรกๆมันเป็ร้านกาแฟ ที่ขึ้นป้ายรับสมัครพนักงานว่า’รับสมัครพนักงานหลายตำแหน่ง’บรรทัดถัดไปมันเขียนเป็ภาษาอังกฤษว่า’พัทติเม่ 2ตำแหน่ง’ ตอนแรกหนูเองก็คิดว่ามันเป็ตำแหน่งที่ต้องชงกาแฟขั้นเทพหรือคนทำอาหารอะไรสักอย่างในภาษาอิตาลีคิดดูสิ ชื่อกาแฟ คาปูชิโน่ ลาเต้ กับ พัทติเม่ เข้ากันจะตาย จนกระทั่งหนูอ่านบรรทัดถัดไปมันเขียนเป็ภาษาอังกฤษเช่นกันว่า ’ฟูลไทม์ 2 ตำแหน่ง’ ”