ละอองรักนายหัวเห็ด

    ตอน 8 ป่วย

    ตอน 8 ป่วย

    ณคฤหาสน์ตระกูลหวัง

    "นายท่านระวังนะครับเดี๋ยวผมเรียกพยาบาลส่วนตัวให้"เลขาส่วนตัวที่เฝ้าอยู่ตลอดออกอาการเป็๲ห่วงนายใหญ่อย่างกระวนกระวายใจ

    "ไม่จำเป็๞หรอก ก็แค่คนแก่คนหนึ่งเจ็บออดๆแอดๆเป็๞เ๹ื่๪๫ปกติ แค่ครั้งนี้ฉันโชคร้ายตรวจพบโรคหัวใจก็เท่านั้น"หวังจื่อเชากลายเป็๞ตาแก่ที่สุขภาพร่วงโรยไปตามเวลา

    "นายท่านครับ แต่ว่าท่านเพิ่งออกจากโรงพยาบาลควรมีคนดูแลใกล้ชิดหน่อยก็ดี" 

    "เลขาโจว... ให้ใครมาดูแลฉันก็ไม่ดีขึ้นทั้งนั้นฉันรู้ตัวเองดี ถ้านายเป็๞ห่วงและอยากช่วยเหลือฉันจริงๆล่ะก็ช่วยตามหาหลานชายของฉันได้ไหม หากเขายังมีชีวิตอยู่ก่อนตายฉันอยากจะกอดเขาสักครั้ง หวังแจ้หลี..."

    "หลานชายคนเดียวของตระกูล ป่านนี้จะเป็๲ตายร้ายดียังไง ล่วงเลยนานหลายสิบปีต้องโทษปู่ที่ไร้ประโยชน์" ตาแก่จื่อเชาโทษตัวเองเสมอ 

    "ได้ครับนายท่าน ผมจะทำให้ได้ที่สุดพวกเรายังคงตามหาคุณชายมาหลายสิบปี ครั้งนี้พอจะมีเบาะแสบ้างแล้ว"เลขาโจวพูดความจริงทั้งนั้น เขาไม่ได้พูดเพื่อให้ความหวังกับคนแก่

    "ดี... ทำได้ดีมาก สิ่งที่จะยืนยันตัวตนของหลานชายของฉันได้คนๆนั้นต้องมีสร้อยนั่น สร้อยที่ฉันเคยให้ไว้ มันมีชิ้นเดียวในโลก "จื่อเชาดีใจมาก บีบมือตัวเองแรงๆ น้ำตาแห่งการรอคอยคลอเบ้าเล็กน้อย

    "นายท่านพักผ่อนเถอะผมจะไปที่นั่นเพื่อถามหาของสิ่งนี้" เลขาโจวรีบไปที่ร้านอาหารย่านนั้นเขามั่นใจเพียง50% ว่านั่นคือหวังแจ้หลีเขาจึงทำได้เพียงจับตาดูพฤติกรรมของแจ้หลีอยู่ห่างๆ 

    "เถ้าแก่...เด็กหนุ่มคนคุมเตาข้างร้านของคุณชื่อว่าอะไร เขาเป็๲พนักงานร้านของคุณใช่ไหม"เลขาโจวเดินเข้าร้านอาหาร ตัดสินใจถามจากเ๽้าของร้าน

    "ใช่ พนักงานของฉันเอง เ๯้าหนุ่มนั่นขยันเป็๞บ้าให้ทำงานหนักแค่ไหนไม่เคยบ่น ถ้าคุณจะมาซื้อตัวเขา บอกเลยว่ายากหน่อยเพราะไอ้หนุ่มนี่มันพูดน้อย ไม่ค่อยพูดกับใคร" เถ้าแก่ตอบอย่างฉะฉาน

    "อ้อ ลืมบอกชื่อ ไอ้หนุ่มนั่นชื่อแจ้หลี"เถ้าแก่ตอบแบบขอไปที เพราะงานที่ร้านยุ่งมาก

    "ห่ะ ต้องใช่คุณชายน้อยแน่ๆ " เลขาโจวมั่นใจขึ้นมากเดินไปที่ซอยข้างร้าน กระชากหัวไหล่ของเขาให้หันมา

    "หยุดนะ คุณจะทำร้ายผมหรอ"แจ้หลีพูดจาด้วยท่าทีหวาดกลัว

    "ไม่หรอก ผมแค่จะมาถามหาบางสิ่งจากคุณคุณเคยเห็นของสิ่งนี้ไหม" เลขาโจวยื่นภาพสร้อยเส้นนั้นให้แจ้หลีดู

    "คุณถามหาของสิ่งนี้ไปทำไม " แจ้หลีแปลกใจมากเพราะสร้อยเส้นนั้นมันเหมือนกันเปี๊ยบกับอันที่เขาสวมคอติดตัวไว้ตลอด

    "ไม่มีอะไรหรอกแค่ภรรยาของผมเห็นภาพถ่ายนี้ในอินเตอร์เน็ต เธอคิดว่ามันสวยดี เลยอยากให้ผมตามหาจริงๆก็ไม่มีอะไรหรอก ผมก็หาถามคนไปทั่วแบบนี้แหละ แค่หวังว่าสักวันผมจะทำให้ภรรยาได้ในสิ่งที่เธอ๻้๪๫๷า๹หากคุณไม่เคยเห็นของแบบนี้ขายที่ไหนก็ไม่เป็๞ไร ผมขอตัว"เลขาโจวผ่านร้อนผ่านหนาวมาเยอะ มีชั้นเชิงในการพูด ระหว่างที่เขาเดินหันหลังจากไปทำสีหน้าเศร้าๆคอตกพับเล็กน้อยคล้ายคนสิ้นหวัง มันยิ่งทำให้แจ้หลีรู้สึกเห็นใจ

    เขายอมถอดสร้อยเส้นนั้นที่คอให้ชายแปลกหน้าดู

    "นี่... ลุงครับ เดี๋ยวก่อน ผมมีของสิ่งนี้ครับผมอาจจะบอกคุณไม่ได้ว่ามันมีขายที่ร้านไหนเท่าที่ผมจำได้มันก็อยู่ติดตัวผมมาโดยตลอด "

    "คุณเห็นตรงนี้ไหม มันสลักอักษรหวังแจ้หลีผมคิดว่าแม่น่าจะตั้งใจทำมันให้ผม เพราะมันมีชื่อผมที่นั่นด้วย"แจ้หลีผู้ไร้เดียงสา ในที่สุดก็เผยตัวตนของตัวเองแบบไม่รู้ตัว

    "ลุงครับ ลุงร้องไห้ทำไม"แจ้หลีเห็นเลขาโจวมีน้ำตา เขาเกิดความสงสัย ไม่คิดว่าของสิ่งเดียวที่ติดตัวจะทำให้คนอื่นดีใจได้มากขนาดนี้

    "ไม่มีอะไรหรอก ฉันก็แค่ดีใจน่ะที่ภรรยาจะได้เห็นสร้อยที่เธอชอบ" ที่จริงเลขาโจวร้องไห้เพราะความดีใจเพราะตลอดหลายปีมานี้พวกเขาทำงานอย่างหนัก เพื่อตามหาตัวคุณชายน้อย แต่ก็ไร้วี่แวว

    "อ่อ อย่างนี้นี่เอง "แจ้หลีปลอบเลขาโจวเล็กน้อย ก่อนจะก้มหน้าก้มตาทำงานหนักต่อไป

    "คุณชายครับ หมดเวลาที่ต้องลำบากนอกบ้านแล้วผมเชื่อว่านายท่านต้องดีใจมากแน่ เขาย่อมจะชดเชยทุกอย่างให้คุณชาย"เลขาโจวครุ่นคิดในใจ มองดูแจ้หลีด้วยความเอ็นดู

    เพียงแค่เลขาโจวยกหูโทรศัพท์ครั้งเดียวชายร่างใหญ่หลายคนเข้าคุมตัวเด็กหนุ่มแจ้หลีขึ้นรถหรูไม่ว่าเขาจะพยายามขัดขืนขนาดไหนก็ดิ้นไม่หลุดเพราะดูเหมือนว่าทุกคนจะจริงจังมากเกินไป พวกเขาคุ้มกันอย่างหนาแน่นชนิดที่ว่ากระดิกตัวไม่ได้แม้แต่นิดเดียว

    "ปล่อยนะ ปล่อยผมนะ"เด็กหนุ่มเนิร์ดแว่นหนาหัวเห็ดอย่างเขาเริ่มจะพูดมากขึ้น

    "ลุงครับ นี่ลุงตอบแทนผมแบบบนี้เหรอ" 

    "ขอโทษคุณชายด้วยครับ ที่ต้องใช้วิธีนี้อีกเดี๋ยวพบนายท่าน คุณชายจะเข้าใจเอง" เลขาโจวโค้งหัวลงขออภัยกับนายน้อย

    "คุณชาย ? นายน้อย? ทำไมเรียกผมแบบนั้น ผมไม่เข้าใจจริงๆ " แจ้หลีมองหน้าทุกคนพยายามถามให้รู้เ๹ื่๪๫แต่พวกเขานิ่งเงียบ ไม่มีใครกล้าที่จะตอบคำถาม

    **********

    ณคฤหาสน์ตระกูลหวัง

    แค่กๆเสียงจื่อเชาไอดังมาจากในห้อง

    "มาแล้วเหรอเลขาโจว ได้เ๹ื่๪๫ยังไงบ้าง"จื่อเชานอนหลับตาปี๋ไม่สนสิ่งรอบข้าง

    "นายท่านขอรับผมมีของขวัญที่นายท่านต้องพอใจแน่"เลขาโจวเดินหน้าบานเข้ามารายงานต่อผู้เป็๲เ๽้านาย 

    "รบกวนเวลาพักผ่อนน่าเลขาโจวฉันไม่มีเวลาจะดูของขวัญไร้สาระพวกนั้นหรอก เตรียมอะไรมาก็เอาออกไปซะ"ตาแก่จื่อเชามีแต่พูดแต่ไม่ดูซะก่อนว่าของขวัญนั้นคืออะไร

    "ปล่อยนะ ปล่อยผม"เสียงเด็กหนุ่มขัดขืนดังเข้ามาถึงในห้องนอนของจื่อเชา

    "นั่นเสียงใครน่ะ พวกนายพาใครมา"จื่อเชาเริ่มจะให้ความสนใจ

    "นายท่านครับ ที่ได้ยินเสียงนั่นคือเสียงของนายน้อยหวังแจ้หลีครับ"

    "นี่ฉันไม่ได้ฝันไปใช่ไหม เร็วเข้าๆๆ มาประคองฉันฉันอยากจะเจอเขาเต็มแก่" เลขาโจวประคองตาแก่จื่อเชาลงไปยังโถงใหญ่กลางบ้านเห็นเพียงแผ่นหลังของเด็กหนุ่มนั่งบนโซฟาในใจของปู่คนนี้วูบวาบกลับมาสูบฉีดพองโตอีกครั้ง

    "หวังแจ้หลี หลานปู่ มานี่เร็วปู่คิดถึงเหลือเกิน"เสียงเรียกที่เปี่ยมไปด้วยความเป็๲ห่วงกังวานข้างหูของเขา แจ้หลีหันกลับไปมอง 

    "เหมือนมาก เหมือนซ่งถานตอนหนุ่มๆไม่มีผิด "  

    "รอเดี๋ยวนะ"จื่อเชากลัวแจ้หลีจะไม่เชื่อว่าเขาคือทายาทของสกุลรีบเดินไปหยิบภาพถ่ายของซ่งถานยื่นให้แจ้หลีดู

    "ดูสิ นี่พ่อของหลาน ส่วนนี่แม่ของหลานหน้าของหลานเหมือนพ่ออย่างกะแกะ ไม่มีทางจะผิดคนแน่"จื่อเชาลูบหัวแจ้หลีอย่างเอ็นดู 

    "ต่อไปนี้ฉันจะดูแลแกให้ดีปู่จะชดเชยสิ่งที่แกขาดหายไป อภัยให้ปู่ด้วย"จื่อเชากอดแจ้หลีแน่นไม่ยอมปล่อย 

    "นี่มันอะไรกันครับลุง "แจ้หลียังช็อคกับเหตุการณ์พวกนี้อยู่ เพราะเขารู้สึกว่าทุกอย่างเกิดขึ้นเร็วมากแจ้หลีหันไปถามเลขาโจว แน่นอนว่าเลขาโจวยืนมองอย่างปีติใจเขาพยักหน้าให้แจ้หลีเชื่อฟัง ใครจะไปคิดว่าชั่วข้ามคืนเด็กหนุ่มที่ตรากตรำมาหลายปี จะกลายเป็๲ทายาทมหาเศรษฐีที่สูญหาย