เสียงดาบไม้กระทบกันดังก้องสะท้อนไปทั่วลานฝึกที่กว้างใหญ่ราวกับเสียงกลองสงครามที่ไม่รู้จักเหน็ดเหนื่อย เอลาร่าหอบหายใจอย่างหนัก ปอดของเธอแสบร้อนราวกับถูกไฟเผา กล้ามเนื้อทุกส่วนในร่างกายกรีดร้องด้วยความเจ็บปวดและอ่อนล้า เหงื่อไหลโทรมกายจนเสื้อผ้าสีขาวของเธอเปียกชุ่มแนบไปกับผิว แต่เธอก็ยังคงกัดฟันสู้ต่อไป
เคร้ง! เคร้ง! เคร้ง!
คาอินไม่ปรานีเธอเลยแม้แต่น้อย เขาเคลื่อนไหวราวกับเงาพายุ ดาบไม้ในมือของเขากลายเป็นภาพเบลอที่ฟาดฟันเข้าใส่เธอจากทุกทิศทางอย่างไม่หยุดยั้ง ทุกการโจมตีเต็มไปด้วยความหนักหน่วงและแม่นยำ บีบบังคับให้เอลาร่าต้องใช้สมาธิและพละกำลังทั้งหมดที่มีเพื่อป้องกันตัวเองให้รอดพ้นจากการถูกโจมตี
"เร็วขึ้นอีก!" เขาตะคอกเสียงดัง "สายตาของเจ้าช้าเกินไป! อ่านการเคลื่อนไหวของข้าสิ! อย่าใช้แค่ตาดู แต่ใช้สัญชาตญาณของเจ้าด้วย!"
เอลาร่าพยายามทำตามที่เขาบอก เธอพยายามเพ่งสมาธิไปที่กล้ามเนื้อหัวไหล่ของเขา การขยับของสะโพก และทิศทางของปลายเท้า เพื่อคาดเดาการโจมตีครั้งต่อไป แต่มันก็ยังเร็วเกินไปอยู่ดี
การฝึกซ้อมในวันแรกที่ปราสาทคาร์เพเธียนนี้เป็นสิ่งที่เอลาร่าไม่เคยจินตนาการถึงมาก่อน ตั้งแต่แสงแรกของรุ่งอรุณ คาอินก็ลากเธอมาที่ลานฝึกแล้วเริ่มการฝึกซ้อมอย่างไร้ความปรานี เขาไม่ได้ให้เวลาเธอปรับตัวหรือเรียนรู้ท่าทางพื้นฐานใดๆ เลย แต่กลับโจมตีเธอเต็มที่ตั้งแต่วินาทีแรก
"ในสนามรบจริง ไม่มีใครจะรอให้เจ้าพร้อม!" เขาเคยกล่าวไว้ขณะที่ดาบของเขาพุ่งเข้าหาลำคอของเธอ "ศัตรูจะไม่ปรานีเจ้า และข้าก็จะไม่ปรานีเจ้าเช่นกัน!"
ตอนแรกเอลาร่าคิดว่าเขาเล่นเกินไป แต่เมื่อเธอเห็นแววตาของเขาในขณะที่ต่อสู้ เธอก็รู้ว่าเขาจริงจัง เขาไม่ได้มองเธอในฐานะคนรักที่ต้องปกป้อง แต่เป็นนักรบที่ต้องเตรียมพร้อมสำหรับสงครามที่กำลังจะมาถึง
แต่ละครั้งที่เธอล้มลง เขาก็บังคับให้เธอลุกขึ้นมาใหม่ แต่ละครั้งที่เธอร้องไห้ เขาก็ไม่แสดงความเห็นใจแม้แต่น้อย ความเจ็บปวดในร่างกายของเธอเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ จนเธอเริ่มสงสัยว่าตัวเองจะทนได้อีกนานแค่ไหน
เคร้ง! พลั่ก!
ในที่สุดเธอก็พลาด ดาบไม้ของคาอินปัดดาบของเธอจนกระเด็นหลุดจากมือ ก่อนที่ปลายดาบของเขาจะจ่อเข้าที่ลำคอของเธออย่างรวดเร็วและแม่นยำ
"เจ้าตายแล้ว" เขากล่าวเสียงเรียบเย็น แววตาของเขาไม่มีความอ่อนโยนหลงเหลืออยู่เลยแม้แต่น้อย
เอลาร่าทรุดตัวลงกับพื้นอย่างหมดแรง เธอจ้องมองปลายดาบที่อยู่ห่างจากลำคอของเธอไม่ถึงหนึ่งนิ้วด้วยสายตาที่ว่างเปล่า นี่เป็นครั้งที่สิบเจ็ดแล้วในเช้านี้ที่เธอ "ตาย" ความรู้สึกท้อแท้และสิ้นหวังเริ่มกัดกินหัวใจของเธอ
ร่างกายของเธอเจ็บปวดไปทั่ว แขนทั้งสองข้างชาจนแทบจะยกขึ้นไม่ได้ ขาสั่นเทาจากความเหนื่อยล้า และที่แย่ที่สุดคือความรู้สึกว่าเธอไม่มีทางพัฒนาขึ้นได้เลย ไม่ว่าเธอจะพยายามแค่ไหน เธอก็ยังคงเป็นแค่เด็กสาวที่อ่อนแอและไร้ประโยชน์
"ทำไม...ทำไมหนูถึงทำไม่ได้..." เธอพึมพำเสียงแผ่ว น้ำตาเริ่มเอ่อคลอขึ้นมาในดวงตา
คาอินมองเธอด้วยสายตาที่ไม่อ่อนโยนลงเลยแม้แต่น้อย เขาเห็นน้ำตาที่เริ่มไหลลงมาตามแก้มของเธอ แต่เขาก็ไม่ได้แสดงความเห็นใจใดๆ ในแววตาของเขามีเพียงความเข้มงวดและความมุ่งมั่นที่จะทำให้เธอแข็งแกร่งขึ้น ไม่ว่าจะต้องใช้วิธีการที่โหดร้ายแค่ไหน
"เพราะเจ้ายังคิดว่านี่คือการฝึก" คาอินตอบ เขาลดดาบลงแล้วยื่นมือมาให้เธอ "ลุกขึ้น"
เอลาร่าลังเลอยู่ครู่หนึ่ง มือของเธอสั่นเทาขณะที่เอื้อมไปจับมือของเขา ก่อนจะจับมือเขาแล้วพยุงตัวเองลุกขึ้นยืนอย่างทุลักทุเล ขาของเธอแทบจะทรงตัวไม่อยู่
"เจ้ายังมีความกลัวอยู่ในใจ กลัวที่จะเจ็บ กลัวที่จะล้มเหลว" เขากล่าวต่อ สายตาของเขาจ้องมองเข้าไปในดวงตาของเธออย่างเข้มข้น "ความกลัวทำให้เจ้าลังเล และความลังเลเพียงเสี้ยววินาที...ก็คือความตายในสนามรบ เจ้าต้องทิ้งมันไปซะ เอลาร่า โอบรับความเจ็บปวด โอบรับความล้มเหลว แล้วใช้มันเป็นเชื้อเพลิงเพื่อผลักดันตัวเองให้ก้าวข้ามขีดจำกัด"
เขาหยุดพูดแล้วเดินไปหยิบผ้าเช็ดหน้าจากโต๊ะข้างๆ ก่อนจะโยนให้เธอ "เช็ดเหงื่อซะ แล้วเราจะเริ่มใหม่"
"แต่หนูเหนื่อยมากแล้ว..." เอลาร่าพึมพำ เสียงของเธอสั่นเทาด้วยความอ่อนล้า
"เหนื่อย?" คาอินหัวเราะเสียงเยาะหยัน "เจ้าคิดว่าพวกเอลฟ์จะรอให้เจ้าพักผ่อนเมื่อพวกมันมาถึงเหรอ? เจ้าคิดว่าในสนามรบจริง เจ้าจะได้หยุดพักเพราะเหนื่อยเหรอ?"
เขาเดินเข้ามาใกล้เธอ สายตาของเขาเย็นชาและไร้ความปรานี "ข้าเคยต่อสู้มาสามวันสามคืนโดยไม่ได้พักแม้แต่วินาทีเดียว ข้าเคยได้รับบาดเจ็บจนเลือดไหลเต็มร่างกาย แต่ข้าก็ยังคงสู้ต่อไป เพราะนั่นคือสิ่งที่นักรบต้องทำ"
เขาชี้ไปที่ดาบที่กระเด็นไปไกล "หยิบมันขึ้นมา เราจะเริ่มใหม่"
เอลาร่ามองตามนิ้วชี้ของเขาไปยังดาบที่นอนอยู่บนพื้น ร่างกายของเธอปฏิเสธที่จะเคลื่อนไหว ทุกส่วนของร่างกายเจ็บปวดและอ่อนล้า แต่เมื่อเธอมองกลับมาที่คาอิน เธอก็เห็นบางสิ่งในแววตาของเขาที่ทำให้เธอเข้าใจ
เขาไม่ได้ทำเพื่อทรมานเธอ เขาทำเพื่อเตรียมเธอให้พร้อมสำหรับสิ่งที่กำลังจะมาถึง เขารู้ว่าพวกเอลฟ์จะไม่ปรานีเธอ และถ้าเธอไม่แข็งแกร่งพอ เธอจะตาย
"พูดน่ะมันง่ายนี่" เสียงหวานปนเยาะหยันของอิซาเบลล่าดังขึ้นจากทางเข้าลานฝึก นางเดินเข้ามาอย่างเชื่องช้าในชุดคลุมอาบน้ำผ้าไหมสีแดงสดที่เผยให้เห็นเรียวขาขาวเนียนและเนินอกอวบอิ่ม "เจ้าแวมไพร์บ้าพลัง เจ้ากำลังจะฆ่าเด็กคนนี้ก่อนที่พวกเอลฟ์จะมาถึงเสียอีก"
นางเดินตรงเข้ามาหาเอลาร่า สายตาของนางเต็มไปด้วยความเป็นห่วงและความโกรธที่มีต่อคาอิน แล้วใช้ผ้าเช็ดหน้าที่พกมาด้วยซับเหงื่อบนใบหน้าของเด็กสาวอย่างอ่อนโยน
"ดูสิ เหงื่อท่วมไปทั้งตัวแล้ว" นางพึมพำขณะที่เช็ดเหงื่อให้เอลาร่า "ผิวหนังร้อนผ่าว หัวใจเต้นเร็วจนผิดปกติ พักก่อนเถอะนะคนดี"
อิซาเบลล่าหันไปมองคาอินด้วยสายตาที่เต็มไปด้วยความไม่พอใจ "เจ้าเห็นไหมว่าเธอเป็นยังไง? ร่างกายของเด็กสาวคนนี้ไม่ได้ถูกสร้างมาเพื่อการฝึกซ้อมแบบนี้ เธอต้องการเวลาในการปรับตัว"
"นางพักไม่ได้" คาอินสวนขึ้นมาทันที เสียงของเขาเข้มงวดและไม่ยอมประนีประนอม "เราไม่มีเวลา"
"เวลาเป็นสิ่งที่เรามีเหลือเฟือต่างหาก คาอิน" อิซาเบลล่าหันไปเถียง น้ำเสียงของนางมีความหงุดหงิด "แต่ร่างกายของเด็กคนนี้มีขีดจำกัด การฝึกที่หักโหมเกินไปจะให้ผลตรงกันข้าม มันจะทำลายร่างกายนางก่อนที่พลังจะตื่นขึ้นเสียอีก"
คาอินเดินเข้ามาใกล้ สายตาของเขาเย็นชา "เจ้าไม่เข้าใจ อิซาเบลล่า พวกเอลฟ์ไม่ได้เล่นๆ พวกมันจะมาด้วยกำลังเต็มที่ และถ้าเอลาร่าไม่พร้อม..."
"ถ้าเธอตายจากการฝึกของเจ้าก่อน มันก็ไม่มีความหมายอะไรเลย!" อิซาเบลล่าตะคอกขึ้นมา
ความตึงเครียดระหว่างทั้งสองคนทำให้บรรยากาศในลานฝึกหนาวเหน็บ เอลาร่ายืนอยู่ตรงกลาง รู้สึกเหมือนเป็นสาเหตุของการทะเลาะกันนี้ เธอไม่อยากให้คนที่เธอรักทั้งสองคนต้องมาทะเลาะกันเพราะเธอ
"หยุดเถอะค่ะ..." เธอพึมพำเสียงแผ่ว แต่ทั้งสองคนไม่ได้ยิน
นางหันกลับมาหาเอลาร่าแล้วยิ้มอย่างอ่อนหวาน การเปลี่ยนแปลงของอารมณ์ทำให้เอลาร่าตกใจเล็กน้อย "การฝึกไม่ได้มีแค่การใช้กำลังอย่างเดียวหรอกนะ มันยังมีการฝึก 'ภายใน' ด้วย...มาสิ ข้าจะสอนบทเรียนที่สนุกกว่าการเอาไม้มาฟาดกันเยอะเลย"
คาอินเหลือบมองด้วยสายตาที่ไม่แน่ใจ แต่เขาก็ไม่ได้ขัดขวาง อาจเพราะเขาเองก็เริ่มเห็นว่าเอลาร่าเหนื่อยล้าจนเกินไป
อิซาเบลล่าจูงมือเอลาร่าเดินไปยังอีกมุมหนึ่งของลานฝึก ที่นั่นมีเบาะรองนั่งและแท่นจุดกำยานเตรียมไว้ ดูเหมือนว่านางจะเตรียมมุมนี้ไว้สำหรับการฝึกแบบอื่นมาก่อนแล้ว นางให้เอลาร่านั่งลงในท่าขัดสมาธิ แล้วจุดกำยานที่มีกลิ่นหอมผ่อนคลายขึ้น
กลิ่นหอมของกำยานแผ่ซ่านไปทั่วบริเวณ มันมีกลิ่นของดอกลาเวนเดอร์ผสมกับสมุนไพรอื่นๆ ที่เอลาร่าไม่รู้จัก ทำให้เธอรู้สึกผ่อนคลายลงทันที
"หลับตาลงสิ" นางสั่งเสียงนุ่ม "แล้วหายใจเข้าลึกๆ...ช้าๆ...รู้สึกถึงอากาศที่ไหลผ่านเข้าสู่ปอด...แล้วผ่อนลมหายใจออกมา...ปล่อยวางทุกสิ่งทุกอย่าง...ความเจ็บปวด...ความเหนื่อยล้า...ความกลัว..."
เอลาร่าทำตามอย่างว่าง่าย กลิ่นหอมของกำยานและน้ำเสียงที่นุ่มนวลของอิซาเบลล่าช่วยให้เธอรู้สึกผ่อนคลายลงอย่างน่าประหลาด เธอค่อยๆ ปล่อยวางความตึงเครียดทั้งหมด และจมดิ่งลงสู่ความสงบภายในจิตใจ
ความเจ็บปวดในร่างกายเริ่มจางลง ความเหนื่อยล้าค่อยๆ หายไป แทนที่ด้วยความรู้สึกสงบและผ่อนคลายที่เธอไม่เคยรู้สึกมาก่อน
"ดีมาก" อิซาเบลล่ากระซิบอยู่ข้างหูเธอ "ตอนนี้...ลองสัมผัสถึงพลังที่ไหลเวียนอยู่ในร่างกายของเจ้าสิ มันอาจจะยังหลับใหลอยู่ลึกๆ แต่ถ้าเจ้าตั้งใจฟัง...เจ้าจะได้ยินเสียงกระซิบของมัน"
เอลาร่าเพ่งสมาธิเข้าไปภายในร่างกายของตัวเอง ในตอนแรกเธอไม่รู้สึกถึงอะไรเลยนอกจากความว่างเปล่า แต่เมื่อเธอตั้งใจมากขึ้น เธอเริ่มรู้สึกถึงบางสิ่งที่แปลกประหลาด
มันเหมือนกับกระแสน้ำสองสายที่ไหลในทิศทางตรงกันข้าม หนึ่งในนั้นเย็นเยียบและมืดมิด อีกสายหนึ่งอบอุ่นและสว่างไสว เธอก็เริ่มรู้สึกถึงมัน...กระแสพลังงานสองสายที่แตกต่างกันอย่างสิ้นเชิงกำลังไหลเวียนอยู่ในตัวเธออย่างเชื่องช้า
สายหนึ่ง...เย็นเยียบ มืดมิด และทรงพลัง ราวกับรัตติกาลที่ไม่มีที่สิ้นสุด...พลังของแวมไพร์
อีกสายหนึ่ง...อบอุ่น สว่างไสว และเปี่ยมไปด้วยชีวิตชีวา ราวกับแสงแรกของรุ่งอรุณ...พลังของเอลฟ์
"รู้สึกถึงมันแล้วใช่ไหม?" อิซาเบลล่าถามขึ้นราวกับอ่านใจเธอได้ "นั่นแหละคือตัวตนที่แท้จริงของเจ้า คือมรดกที่พ่อและแม่ของเจ้ามอบให้ ตอนนี้พวกมันยังแยกจากกันอยู่...หน้าที่ของเจ้าคือการหลอมรวมมันให้เป็นหนึ่งเดียว"
เอลาร่ารู้สึกตื่นเต้นและกลัวในเวลาเดียวกัน พลังทั้งสองสายนั้นรู้สึกทรงพลังมาก และดูเหมือนจะขัดแย้งกัน เธอกลัวว่าถ้าพยายามรวมมันเข้าด้วยกัน อาจจะเกิดอะไรขึ้น
"ต้องทำยังไงคะ?" เอลาร่าถามกลับไปในความคิด
"ใช้ 'หัวใจ' ของเจ้าเป็นสะพานเชื่อม" เสียงของอิซาเบลล่าตอบกลับมา "ความรัก...ความปรารถนา...ความมุ่งมั่น...อารมณ์ที่รุนแรงคือตัวเร่งปฏิกิริยาที่ดีที่สุด ลองนึกถึงสิ่งที่เจ้าต้องการปกป้องมากที่สุดสิ"
ภาพของคาอินและอิซาเบลล่าปรากฏขึ้นในใจของเอลาร่าทันที ความรู้สึกรักและหวงแหนอันท่วมท้นแผ่ซ่านไปทั่วหัวใจของเธอ เธอนึกถึงความอบอุ่นที่เธอได้รับจากพวกเขา ความปลอดภัยที่เธอรู้สึกเมื่ออยู่ในอ้อมกอดของพวกเขา และความกลัวที่จะสูญเสียพวกเขาไป
และในวินาทีนั้นเอง...เธอก็รู้สึกได้ว่ากระแสพลังงานทั้งสองสายเริ่มขยับเข้าหากัน!
พวกมันค่อยๆ เคลื่อนเข้ามาใกล้กันมากขึ้นเรื่อยๆ ราวกับแม่เหล็กต่างขั้ว ก่อนที่ปลายของทั้งสองสายจะสัมผัสกัน...
วูบ!
เกิดประกายแสงสีม่วงอมเงินสว่างวาบขึ้นภายในจิตใจของเธอ พร้อมกับความรู้สึกอุ่นวาบที่แผ่ซ่านไปทั่วร่างกาย พลังงานมหาศาลสายใหม่ที่เกิดจากการหลอมรวกันได้ถือกำเนิดขึ้นแล้ว!
เอลาร่าลืมตาขึ้นมาทันที ดวงตาของเธอทอประกายแสงสีม่วงจางๆ ออกมาอย่างน่าอัศจรรย์ เธอรู้สึกถึงพลังงานที่ไหลเวียนในร่างกายของเธออย่างที่ไม่เคยรู้สึกมาก่อน มันทรงพลังแต่ก็อ่อนโยน มืดมิดแต่ก็สว่างไสว เป็นการผสมผสานที่สมบูรณ์แบบ
"สำเร็จ..." อิซาเบลล่ายิ้มอย่างพึงพอใจ "นี่เป็นเพียงแค่ก้าวแรกเท่านั้น แต่ก็เป็นก้าวที่สำคัญที่สุด"
คาอินที่ยืนมองอยู่เงียบๆ ตลอดเวลาก็ถึงกับเบิกตากว้างด้วยความตกใจ เขาไม่เคยคิดว่าเอลาร่าจะสามารถปลุกพลังขึ้นมาได้เร็วขนาดนี้ ในแววตาของเขามีความประหลาดใจปนด้วยความภาคภูมิใจ
"เหลือเชื่อ..." เขาพึมพำออกมาเบาๆ "ข้าใช้เวลาหลายปีกว่าจะควบคุมพลังของตัวเองได้ แต่เจ้า..."
เขาเดินเข้ามาใกล้ สายตาของเขาไม่ได้เย็นชาอีกต่อไป แต่เต็มไปด้วยความชื่นชมและความภาคภูมิใจ "เจ้าทำได้ในครั้งแรก"
การฝึกฝนดำเนินต่อไปในรูปแบบใหม่นี้ ช่วงเช้าเอลาร่าจะฝึกการต่อสู้ทางกายภาพกับคาอินอย่างหนักหน่วง ส่วนช่วงบ่ายเธอจะฝึกการควบคุมพลังภายในกับอิซาเบลล่า แม้ว่ามันจะเหนื่อยยากและเจ็บปวด แต่เอลาร่าก็ไม่เคยปริปากบ่นเลยแม้แต่คำเดียว เธอพัฒนาขึ้นอย่างรวดเร็วจนน่าตกใจ
ร่างกายของเธอเริ่มคุ้นชินกับการต่อสู้ กล้ามเนื้อที่เคยอ่อนแอกลายเป็นแข็งแรงขึ้น ความคล่องแคล่วของเธอเพิ่มขึ้นทุกวัน เธอสามารถอ่านการเคลื่อนไหวของคาอินได้ดีขึ้น และเริ่มที่จะตอบโต้กลับไปได้บ้างแล้ว
ในขณะเดียวกัน เธอก็สามารถควบคุมพลังที่หลอมรวมขึ้นมาใหม่ได้ดั่งใจนึกมากขึ้น เธอสามารถสร้างโล่พลังงานขึ้นมาป้องกันตัวเอง หรือยิงกระสุนพลังงานขนาดเล็กออกไปโจมตีเป้าหมายได้แล้ว พลังของเธอมีสีม่วงอมเงินที่สวยงาม และมีทั้งความร้อนแรงของแวมไพร์และความบริสุทธิ์ของเอลฟ์
และความสัมพันธ์ของพวกเขาทั้งสามคนก็ลึกซึ้งยิ่งขึ้นไปอีกในทุกๆ คืน...
ค่ำคืนนั้น หลังจากที่ฝึกฝนกันมาอย่างหนักหน่วงตลอดทั้งวัน เอลาร่าก็แช่ตัวอยู่ในอ่างอาบน้ำหินอ่อนขนาดใหญ่ที่เต็มไปด้วยน้ำอุ่นและกลีบกุหลาบเพื่อผ่อนคลายกล้ามเนื้อ คาอินและอิซาเบลล่าก็ตามเข้ามาในห้องน้ำด้วย
ห้องน้ำของปราสาทคาร์เพเธียนนี้หรูหรามาก มีอ่างอาบน้ำขนาดใหญ่ที่ทำจากหินอ่อนสีขาวบริสุทธิ์ ผนังปูด้วยกระเบื้องโมเสกสีทองที่ส่องแสงระยิบระยับภายใต้แสงเทียนที่จุดอยู่รอบๆ เพดานสูงและมีหน้าต่างกระจกสีที่ทำให้แสงจันทร์ส่องเข้ามาเป็นสีรุ้ง
"ให้ข้านวดให้ไหม?" อิซาเบลล่าเสนอตัว นางเดินมานั่งอยู่ข้างหลังเอลาร่าแล้วเริ่มลงมือนวดที่บ่าและแผ่นหลังของเด็กสาวอย่างนุ่มนวล
มือของอิซาเบลล่าอ่อนโยนและชำนาญ นางรู้จุดที่ตึงเครียดและเจ็บปวดของเอลาร่าเป็นอย่างดี การนวดของนางทำให้ความเจ็บปวดจากการฝึกซ้อมค่อยๆ คลายลง
"อื้มมม...สบายจังเลยค่ะ" เอลาร่าครางออกมาอย่างผ่อนคลาย เธอเอนหลังไปพิงกับอิซาเบลล่า รู้สึกถึงความอบอุ่นและความนุ่มนวลของร่างกายนาง
คาอินเดินมานั่งลงที่ขอบอ่างตรงหน้าเธอ แล้วใช้มือวักน้ำอุ่นขึ้นมาลูบไล้ที่แขนและขาของเธออย่างแผ่วเบา การสัมผัสของเขาอ่อนโยนมาก แตกต่างจากความดุร้ายที่เขาแสดงในการฝึกซ้อม
"เจ้าทำได้ดีมากในวันนี้" เขากล่าวชม ซึ่งเป็นสิ่งที่หาได้ยากยิ่งจากปากของเขา "การควบคุมพลังของเจ้าพัฒนาขึ้นอย่างรวดเร็ว"
"ขอบคุณค่ะ" เอลาร่าตอบเสียงหวาน "เพราะมีพวกท่านคอยช่วยสอน...หนูถึงได้..."
คำพูดของเธอถูกกลืนหายไปในลำคอ เมื่ออิซาเบลล่าโน้มตัวลงมากระซิบที่ข้างหูของเธอว่า "บทเรียนยังไม่จบแค่นี้หรอกนะ...คนดี"
จากนั้นนางก็เริ่มจูบซับที่ต้นคอของเอลาร่าอย่างแผ่วเบา ริมฝีปากของนางอ่อนโยนและอบอุ่น ทำให้เอลาร่ารู้สึกเสียวซ่านไปทั่วร่างกาย ในขณะที่มือของคาอินก็เริ่มลูบไล้สูงขึ้นมาเรื่อยๆ จนถึงต้นขาด้านในของเธอ
บรรยากาศในห้องน้ำเริ่มร้อนระอุขึ้นมาทันที เอลาร่ารู้สึกถึงความปรารถนาที่ถูกจุดขึ้นมาอีกครั้ง ร่างกายของเธอตอบสนองต่อสัมผัสของพวกเขาทั้งสองคนอย่างไม่อาจควบคุมได้ น้ำอุ่นรอบตัวทำให้ผิวหนังของเธอไวต่อการสัมผัสมากขึ้น
"คืนนี้..." คาอินกระซิบเสียงพร่า "ถึงตาเจ้าแล้ว...ที่จะเป็นคน 'สอน' พวกเราบ้าง"
เขายกยิ้มที่มุมปาก ก่อนจะโน้มตัวลงมาประกบจูบเธออย่างดูดดื่ม จูบนั้นเต็มไปด้วยความรักและความปรารถนา ทำให้เอลาร่ารู้สึกเหมือนกำลังละลายไปในความอบอุ่น ในขณะที่มือของอิซาเบลล่าก็เลื่อนลงมาสำรวจส่วนที่อ่อนไหวที่สุดของเธออย่างช่ำชอง
เอลาร่าครางเข้าไปในจูบของคาอิน ความรู้สึกที่เกิดขึ้นในร่างกายของเธอเข้มข้นกว่าที่เคยเป็นมา อาจเป็นเพราะพลังที่เพิ่งตื่นขึ้นมาใหม่ทำให้ทุกความรู้สึกเข้มข้นขึ้น
บทเรียนรักบทใหม่...ที่ร้อนแรงและลึกซึ้งยิ่งกว่าเดิม...กำลังจะเริ่มต้นขึ้นแล้ว...ท่ามกลางไอน้ำและกลิ่นหอมของดอกกุหลาบ