บทที่ 3 แผงไฟห้องเก็บของกับสายไฟที่พัวพันยุ่งเหยิง
เสี้ยววินาทีที่ถ้อยคำสองแง่สองง่ามของช่างไฟหนุ่มเบญจเพสลอยกระทบโสตประสาท เจ๊ส้มรู้สึกเหมือนกระแสไฟฟ้าวาบแล่นริ้วจากสมองลงสู่ปลายเท้า ร่างกายอวบอัดวัยสี่สิบแปดปีสั่นระริกราวกับลูกนกต้องฝน ดวงตาหวานเชื่อมปรือปรอยก้มมองใบหน้าคมคร้ามของช่างตั้มที่ยังคงแหงนหน้าจ้องมองเธอจากมุมต่ำ ระยะห่างระหว่างพวกเขาลดลงจนแทบไม่เหลือช่องว่าง ลมหายใจอุ่นร้อนของเด็กหนุ่มเป่ารดหน้าขาอวบของเจ๊ส้มผ่านเนื้อผ้าถุงบางเบาจนเธอต้องขบฟันแน่นเพื่อกลั้นเสียงครางรัญจวนไม่ให้เล็ดลอดออกมา
แก่นกายใหญ่หนาที่แข็งขึงปูดนูนใต้กางเกงยีนส์เนื้อหนาบดเบียดแนบชิดเนินเนื้ออวบอัดอย่างจงใจ รับรู้ถึงความอุ่นร้อนและขนาดใหญ่ยาวที่ปะทะเกลี่ยกลึงอยู่ตรงกลีบเนื้อนุ่มชุ่มชื้น เจ๊ส้มรู้สึกราวกับศีลธรรมในฐานะเมียผู้ใหญ่บ้านกำลังจะขาดสะบั้น เสี้ยวนาทีนั้นมือบางเอื้อมไปเกาะไหล่กว้างหนั่นแน่นของช่างหนุ่ม หวังพยุงกายไม่ให้ล้มพับลงกับพื้นปูน
พึ่บ! พึ่บ! พึ่บ!
ทันใดนั้นเอง เสียงนกพิราบบินมาเกาะขอบบานเกล็ดหน้าต่างครัวดังแทรกขึ้นท่ามกลางความเงียบ ตามมาด้วยเสียงสวบสาบของไม้กวาดทางมะพร้าวที่กวาดเศษใบไม้แห้งดังแว่วมาจากรั้วข้างบ้าน พร้อมเสียงกระแอมไอแหบแห้งของยายพุดเพื่อนบ้านวัยชราที่มักชอบเดินกวาดใบไม้แถวนี้ประจำ
เสียงเตือนสตินั้นเปรียบเสมือนน้ำเย็นจัดที่ราดลงบนกองไฟราคะที่กำลังคุโชน เจ๊ส้มสะดุ้งตัวโยนด้วยความใกลัว ความระแวดระวังแล่นเข้ามาในหัวทันที ภาพลักษณ์เมียผู้ใหญ่บ้านเฉลิมที่ผู้คนเคารพยำเกรง เกียรติยศชื่อเสียงและตำแหน่งของสามีลอยเข้ามาเตือนสติ หากมีใครเดินมาเห็นช่างไฟหนุ่มเบียดอยู่ใกล้หน้าขาของเธอในห้องครัวที่มีหน้าต่างกระจกใสรอบด้านเช่นนี้ เื่อื้อฉาวคงแพร่กระจายไปทั่วตำบลภายในวันเดียวแน่นอน!
เจ๊ส้มรีบผลักอกแกร่งของตั้มเบา ๆ พร้อมถอยห่างออกมาสองก้าวอย่างรวดเร็ว พยายามหอบหายใจเข้าปอดลึก ๆ เพื่อระงับอาการสั่นระริกของน้ำเสียง สะโพกอวบอัดยังสั่นสะท้านเบา ๆ ขณะที่มือบางรีบจัดแจงลูบหน้าขาและดึงปมผ้าถุงสีสดให้เข้าที่เข้าทางเพื่อบดบังความชื้นแฉะที่ซึมผ่านกางเกงในตัวบางออกมา
“เอ่อ... เดี๋ยวสิตั้ม... ซ่อมแค่เต้ารับในครัวนี่ไฟมันคงยังไม่ติดทั่วบ้านหรอกจ้ะ” เจ๊ส้มเอ่ยเสียงสั่นพร่า พยายามบังคับหน้าตาให้ดูเป็ปกติที่สุดทว่าแก้มนวลทั้งสองข้างกลับแดงปลั่งราวกับลูกตำลึงสุก “แผงควบคุมไฟหลักกับตู้เซฟตี้คัตของบ้านนี้มันไม่ได้อยู่ในครัวนี้หรอก มันถูกติดตั้งอยู่ในห้องเก็บของหลังบ้านนู่น ยายพุดแกชอบเดินมาปัดกวาดใบไม้แถวหน้าต่างครัวบ่อย ๆ เสียด้วย... พี่ว่าตามพี่ไปดูแผงไฟควบคุมหลักข้างหลังบ้านดีกว่า ลับตาคนกว่าตั้งเยอะจ้ะ”
ตั้มช้อนสายตาคมปลาบขึ้นมองสบตาเจ๊ส้มที่ยังคงฉ่ำปรือระแวดระวัง ชายหนุ่มไม่ได้มีท่าทีโกรธเคืองหรือขัดใจแม้แต่น้อย มุมปากหยักลึกยกยิ้มกว้างอย่างรู้เท่าทันอารมณ์และการหยอกเย้าของสาวใหญ่ พยักหน้ารับคำอย่างว่าง่ายก่อนจะหยิบเครื่องมือและสะพายกระเป๋าหนังสีดำขึ้นบ่า
“ครับพี่ส้ม ไปดูแผงไฟหลังบ้านกันดีกว่าครับ ปล่อยสายไฟในครัวทิ้งไว้แบบนี้เดี๋ยวจะหาจุดช็อตหลักไม่เจอ” ตั้มกระซิบตอบด้วยน้ำเสียงทุ้มต่ำปนหยอกล้อพลางยืนขึ้นเต็มความสูง ร่างกำยำแผ่ไออุ่นจาง ๆ ปะทะผิวแก้มเนียนของเจ๊ส้มยามก้าวตามหลังเธอออกไปทางประตูหลังบ้าน
เจ๊ส้มเดินนำทางช่างหนุ่มผ่านชานเรือนหลังบ้านที่ทอดยาวไปยังห้องเก็บของไม้เก่า บรรยากาศรอบตัวเงียบสงัดไร้ผู้คน แสงแดดสายของวันร้อนแรงขึ้นเรื่อย ๆ แผ่ความร้อนอบอ้าวไปทั่วบริเวณ ลมพัดเอื่อยเฉื่อยไม่ได้ช่วยให้อากาศคลายความร้อนรุ่มลงได้เลย หัวใจของเจ๊ส้มยังคงเต้นตูมตามอยู่ในอก ยิ่งคิดว่าเบื้องหน้าคือห้องเก็บของอันเป็พื้นที่ส่วนตัวที่ปิดมิดชิดไม่มีใครย่างกรายเข้ามา ยิ่งทำให้ท้องน้อยทวีความอุ่นวาบด้วยความตื่นเต้นปนหวาดเสียวสะท้านใจอย่างถึงที่สุด
เมื่อเจ๊ส้มเอื้อมมือไปผลักบานประตูไม้เก่าของห้องเก็บของออก เสียงบานพับเหล็กครูดดังเอี๊ยดอ๊าดชวนให้ขนลุกซู่ เธอรีบก้าวเข้าไปข้างในตามด้วยตั้มที่เดินตามเข้ามาติด ๆ ก่อนที่มือหนาของช่างหนุ่มจะเอื้อมไปดึงบานประตูไม้ปิดลงสนิทพร้อมกับลงกลอนสลักเหล็กด้านในเสียงดังคลิก!
ความมืดสลัวและกลิ่นอับของไม้เก่ารวมถึงฝุ่นละอองบางเบาลอยเข้าแตะจมูกทันที ห้องเก็บของแห่งนี้ค่อนข้างคับแคบ เต็มไปด้วยลังกระดาษเก่าใส่ของใช้ที่ไม่ได้ใช้แล้วตั้งซ้อนกันเป็ตับ บานหน้าต่างกระจกฝ้าทุกบานปิดสนิทแ่า แสงแดดสว่างจากภายนอกทำได้เพียงส่องลอดเข้ามาเปรียบเสมือนแสงสีส้มรำไรชวนฝัน บรรยากาศภายในห้องจึงอ้าวระอุชื้นและเงียบงันปานป่าช้า ไม่มีลมพัดผ่านแม้แต่น้อย
“อ้าว... ร้อนจังเลยตั้ม ในนี้ไม่มีพัดลมเลย ลืมไปว่าตัดไฟแล้วด้วย” เจ๊ส้มเอ่ยเบา ๆ พลางขยับคอเสื้อคอกระเช้าลูกไม้สีครีมบางเบาเพื่อระบายความร้อน
ความร้อนภายในห้องเก็บของขับเหงื่อให้ออกมาในพริบตา เม็ดเหงื่อใส ๆ เริ่มผุดพราวขึ้นตามไรผมและซอกคอขาวผ่องของเจ๊ส้ม ก่อนจะไหลรินเป็สายยาวชโลมซึมผ่านหน้าอกอวบอัดและแผ่นหลังนวลเนียน เสื้อลูกไม้ตัวบางเฉียบชุ่มเหงื่อจนเปียกชื้นแนบเนื้อไปกับผิวขาวสล้าง อวดเงาร่างของชั้นในสีเข้มที่โอบอุ้มปทุมถันคู่โตเต่งตึงล้นทะลักอย่างเลือนราง ยามที่เธอหายใจกระชั้นหอบ ปทุมถันคู่นั้นขยับกระเพื่อมไหวชวนมอง ขณะเดียวกัน ผ้าถุงสีสดที่นุ่งก็เปียกชุ่มเหงื่อตรงหน้าขาอวบเนียนจนแนบติดแน่นเห็นส่วนเว้าส่วนโค้งชัดเจน
ช่างไฟหนุ่มเองก็ร้อนจนเหงื่อท่วมกาย ใบหน้าคมคร้ามมีหยาดเหงื่อเกาะพราวสะท้อนแสงส้มรำไร เม็ดเหงื่อไหลลงมาตามกรอบหน้าคมคายและสันกรามคม ตั้มยกหลังมือขึ้นปาดเหงื่อพลางสะบัดบ่าสะพายกระเป๋าลงพื้นเสียงดังตึง ก่อนจะตัดสินใจดึงชายเสื้อยืดตัวนอกออกพาดไว้บนกล่องลังเก่าข้าง ๆ เผยให้เห็นเรือนร่างท่อนบนที่เหลือเพียงเสื้อกล้ามสีดำรัดรูปตัวเดียว
ดวงตาของเจ๊ส้มเบิกกว้างขึ้นเล็กน้อย หัวใจของเธอเต้นระรัวยามจ้องมองเรือนร่างกำยำของชายหนุ่มวัยเบญจเพส เสื้อกล้ามสีดำรัดรึงเน้นมัดกล้ามแขนล่ำสันปูดแน่นที่เปียกชุ่มไปด้วยหยาดเหงื่อใสแวววาว กล้ามแผ่นหลังและแผงอกหนาแน่นตึงขยับไหวอย่างแข็งแกร่งตามจังหวะหายใจเข้าออก กลิ่นอายหนุ่มแน่นอันร้อนแรงและดิบเถื่อนโชยฟุ้งกระจายผสมผสานกับความอบอ้าวอับทึบภายในห้องเก็บของ มันเปรียบเสมือนสิ่งเร้าอารมณ์ชั้นยอดที่กระตุ้นความรู้สึกสาวใหญ่ให้เตลิดเปิดเปิง
เจ๊ส้มลอบกลืนน้ำลายเหนียวลงคอที่แห้งผาก สายตาแอบไล่จับจ้องั้แ่ลาดไหล่กว้าง มัดกล้ามแขนปูดโปนที่มีเส้นเืทอดตัวคล้ายเถาวัลย์ ลงมาจนถึง่เอวสอบและเป้ากางเกงยีนส์ที่เริ่มนูนเป่งเป็ลำเขื่อง ร่างกายส่วนล่างของเธอร้อนผ่าวคล้ายมีไฟมาสุม ขมิบเกร็งเป็จังหวะต้อนรับความว่างเปล่าจนเฉอะแฉะชื้นกางเกงในจนรู้สึกอึดอัดที่หว่างขา
“ตรงไหนครับพี่ส้ม... แผงไฟควบคุมหลักที่ว่ายุ่งเหยิงน่ะครับ?” เสียงทุ้มห้าวของตั้มดึงเจ๊ส้มออกจากห้วงความคิดรัญจวน ชายหนุ่มเดินเข้าไปหยุดยืนหน้าตู้ควบคุมไฟเหล็กเก่าคร่ำคร่าที่ติดอยู่บนผนังไม้เก่า
เจ๊ส้มสะดุ้งเล็กน้อยรีบเดินก้าวเข้าไปหา “อยู่นี่จ้ะตั้ม... ตู้นี้แหละจ้ะ มันเก่ามากแล้ว พี่ก็ไม่เคยเปิดดูเลยั้แ่ผู้ใหญ่เขาจ้างคนมาเดินระบบเมื่อหลายปีก่อน”
ตั้มยื่นมือหนาหยาบกร้านไปดึงหน้ากากฝาครอบตู้เหล็กเก่านั้นออกเผยให้เห็นภายใน แผงวงจรควบคุมหลักปรากฏสายไฟสารพัดสี ทั้งสีแดง ดำ น้ำเงิน และเหลืองที่ชำรุดเสียหาย ปลอกพลาสติกหุ้มบางส่วนแห้งกรอบแตกเป็ขุย เส้นลวดทองแดงโผล่ออกมาให้เห็น ที่สำคัญคือสายไฟเ่าั้ขดพัวพันกันยุ่งเหยิงไขว้ไปมาอย่างไร้ระเบียบราวกับรังนกขนาดใหญ่ ดูสับสนปนเปจนยากจะแยกแยะว่าสายไหนเชื่อมต่อไปยังจุดใด
ชายหนุ่มจ้องมองแผงไฟตรงหน้าพลางยิ้มมุมปาก นิ้วมือหนาลูบไล้ไปตามแนวสายไฟที่พัวพันกันแน่นตึง ก่อนจะหันมาสบตาเจ๊ส้มที่ก้าวเข้ามายืนเคียงข้างจนสะโพกผายเกือบเบียดชิดต้นขาแกร่งของเขา
“สายไฟพวกนี้มันพัวพันกันยุ่งเหยิงไปหมดเลยครับพี่ส้ม... ขดเกลียวรัดแน่นจนสางออกยาก เหมือนความรู้สึกของคนบางคนที่สะสมความสับสนค้างคาเอาไว้ข้างใน ปล่อยทิ้งไว้แบบนี้กระแสไฟมันจะสะสมความอุ่นร้อนจนะเิบึ้มสร้างความเสียหายได้นะครับ” ตั้มเอ่ยด้วยเสียงทุ้มพร่า สายตาคมกริบจ้องลึกเข้าไปในดวงตาหวานเชื่อมของสาวใหญ่
เจ๊ส้มรู้สึกใจสั่นไหวกับถ้อยคำเหน็บแนมเปรียบเปรยของชายหนุ่ม เธอเบียดกายเข้าไปใกล้อีกนิดจนััได้ถึงไอความร้อนจากท่อนแขนล่ำของเขา “แล้ว... แล้วตั้มจะจัดการสางมันออกยังไงล่ะจ๊ะ? พี่หาเต้ารับตัวเมียอันหลักในตู้นี้ไม่เจอเลย มันมืดไปหมด มองแทบไม่เห็นอะไรเลย...”
ตั้มหัวเราะในลำคอเบา ๆ เสียงทุ้มต่ำสะท้อนก้องในห้องเก็บของแคบ ชายหนุ่มเอียงใบหน้าเข้ามากระซิบชิดริมหูเจ๊ส้ม ลมหายใจเป่ารดใบหูนุ่มจนสั่นสะท้าน “สายไฟพวกนี้มันขดแน่นตึง ตึงเปรี๊ยะเลยครับพี่ส้ม... คนทำงานอย่างผมต้องค่อย ๆ สาว ค่อย ๆ จัดระเบียบเส้นทางกระแสไฟให้เข้าที่ทีละเส้น เสียบเข้าไปทีละรูเสียบให้ถูกช่อง ส่วนเต้ารับตัวเมียตัวหลักน่ะ มันไม่ได้อยู่หรอกครับ มันหลบซ่อนอยู่ลึกข้างล่างนั่นแหละ มืด ๆ ชื้น ๆ แบบนี้แหละดี... เดี๋ยวผมจะเอาไขควงเช็คไฟของผมแหย่เข้าไปลองระบบดูเสียหน่อย ว่าร่องรูเต้ารับข้างในมันยังไวต่อััอยู่ไหม ถ้าแหย่โดนจุดทำงานที่ถูกต้องรับรองว่าสั่นะเืพรึ่บพรั่บกระตุกไฟติดสว่างวาบแน่นอนครับ”
ประโยคเปรียบเปรยถึง ‘เต้ารับตัวเมียหลักที่ซ่อนลึกข้างล่างมืด ๆ ชื้น ๆ’ และ ‘ไขควงเช็คไฟแหย่ลองระบบบดเบียดจุดสว่างให้สั่นะเื’ ทำเอาลมหายใจของเจ๊ส้มสะดุดกึก ร่องรักขมิบตอดตอบรับรุนแรงจนน้ำหวานใสไหลเลอะกางเกงในลามมาถึงผ้าถุงสีส้มบางเบา เธอตระหนักดีว่าตนเองกำลังถลำลึกเข้าสู่บ่วงตัณหาของเด็กหนุ่มอายุคราวลูก แต่ความกระสันอยากที่ถูกกดทับมานานเกือบทศวรรษมันรุนแรงเกินกว่าจะห้ามใจ
ความคิดของเจ๊ส้มเตลิดไปถึงผู้ใหญ่เฉลิม สามีวัยห้าสิบสองปีที่มีดีแค่ตำแหน่งหน้าที่การงาน ทว่ายามอยู่บนเตียงกลับเหี่ยวเฉาหยาบกระด้าง เรือนร่างที่ลงพุงพลุ้ยและผิวเนื้อที่หยาบและกลิ่นเหล้าโรงผสมยาสูบฉุนกึก ลีลาการร่วมรักที่เสร็จสมอารมณ์หมายเพียงฝ่ายเดียวภายในหนึ่งถึงสองนาที ปล่อยให้เจ๊ส้มต้องทนทรมานคั่งค้างอารมณ์นอนตาค้างบนฟูกเย็นชืดทุกคืน แต่ยามที่หันมามองช่างหนุ่มเบญจเพสตรงหน้า กายแกร่งอัดแน่นด้วยกล้ามเนื้อหยาดเหงื่อชโลมกายดูงดงามปานรูปสลัก กลิ่นอายชายหนุ่มแท้ ๆ ช่างดูแตกต่างราวฟ้ากับเหว ศีลธรรมในใจที่เคยเพียรพยายามรักษาไว้บัดนี้ทำนองกั้นน้ำพังทลายลงพริบตา
เจ๊ส้มขยับถือไฟฉายส่องให้ตั้ม ร่างอวบอัดเบียดชิดแผ่นหลังหนาจนต้นแขนและไหล่เบียดเสียดกันในมุมแคบ ยามตั้มเอื้อมมือดึงสายไฟข้างบน กล้ามเนื้อแผ่นหลังที่ขยับไหวทำงานบดเบียดนวดกับหน้าอกนุ่มหยุ่นคู่โตของเธอผ่านเสื้อผ้าชุ่มเหงื่อ
ความยืดหยุ่นนุ่มนิ่มของหน้าอกสาวใหญ่ปะทะแผ่นหลังแข็งแกร่งทุกจังหวะการขยับ ตั้มสูดหายใจลึก ยามที่ขยับหันข้าง เขากดจมูกโด่งเข้าใกล้พวงแก้มและซอกคอเปียกเหงื่อของเจ๊ส้ม สูดกลิ่นเนื้อสาบสาวของหญิงวัยสี่สิบแปดที่เป็กลิ่นน้ำหอมกุหลาบผสมผสานความอุ่นชื้นของหยาดเหงื่อ กลิ่นกายรัญจวนใจนี้ปลุกเร้าสัญชาตญาณหนุ่มแน่นของตั้มให้ตื่นตัวอย่างรุนแรง แก่นกายใหญ่หนาใต้กางเกงยีนส์ขยายตัวแข็งปั๋งดุนดันหน้าขาเจ๊ส้มรุนแรงขึ้น
เปรี๊ยะ! เปรี๊ยะ!
ทันใดนั้นเอง ปลายสายไฟเก่าที่ตั้มกำลังดึงแยกออกเกิดช็อตสปาร์กส่งประกายไฟกระเด็นวาบพร้อมเสียงเปรี๊ยะดังลั่นห้อง
“กรี๊ด!”
เจ๊ส้มใสุดตัวสะดุ้งตัวโยนด้วยสัญชาตญาณความกลัวภัย มือบางปล่อยไฟฉายร่วงหล่นลงพื้นห้องเก็บของจนเกิดเสียงดังแก๊งและกลิ้งหายไปในมุมมืด ร่างกายอวบอัดโผเข้ากอดกายตั้มแน่น สองแขนโอบรอบคอแกร่งของชายหนุ่มโดยไม่รู้ตัว สะโพกผายกลมกลึงบดเบียดกระแทกปะทะเข้ากับหน้าขาและท่อนลำใหญ่หนาที่แข็งตึงใต้ร่มผ้าอย่างจัง
ตั้มที่สติว่องไวกว่าใช้สองแขนแกร่งโอบรัดเอวคอดกิ่วของเจ๊ส้มไว้ทันควัน สองร่างปะทะประกบแนบชิดติดกันแน่นไร้ช่องว่างผ่านเสื้อผ้าเปียกชุ่มเหงื่อ ความร้อนในกายแล่นพล่านจุดอารมณ์ดิบในความมืดสลัวที่มีเพียงแสงรำไรส่องลอดกระจกฝ้าเข้ามา ลมหายใจหอบกระชั้นกระแทกกระทั้นเข้าหากันอย่างบ้าคลั่ง
ตั้มไม่ยอมคลายอ้อมกอด ชายหนุ่มขยับก้าวรุกคืบดันร่างอวบอัดของเจ๊ส้มให้ถอยร่นไปจนแผ่นหลังนิ่มปะทะกับผนังไม้หนาทึบของห้องเก็บของ กักขังร่างกลมกลึงของเธอไว้ภายใต้เงาร่างกำยำและวงแขนแกร่งทั้งสองข้าง เจ๊ส้มหอบหายใจจนอกกระเพื่อมไหว ใบหน้าสวยแดงซ่านแหงนเงยรับลมหายใจร้อนระอุที่เป่ารดจากช่างหนุ่ม
“ตั้ม... อย่าทำแบบนี้เลยจ้ะ... เดี๋ยวมีใครมาเห็นเข้า...” น้ำเสียงสั่นเครือเอ่ยห้ามปรามแ่เบา ขัดกับมือบางที่ไม่ได้ผลักไส แต่กลับทาบไล้อยู่บนอกแกร่งและหน้าท้องเปียกเหงื่อผ่านเสื้อกล้ามสีดำตัวบาง ความหนั่นแน่นร้อนรุ่มและแรงเต้นของหัวใจช่างหนุ่มทำเอาร่างอวบสั่นสะท้านระทวยปานจะละลาย
“ไม่มีใครเห็นหรอกครับพี่ส้ม... ประตูล็อกจากข้างในแ่าดี” ตั้มกระซิบน้ำเสียงพร่าต่ำ สายตาคมกริบกวาดมองใบหน้าหวานเชื่อมและริมฝีปากอิ่มที่เผยอออกน้อย ๆ ชายหนุ่มก้มใบหน้าซุกไซ้ลงบนซอกคอขาวระหงที่เปียกชื้นไปด้วยเหงื่อ สูดดมกลิ่นเนื้อหอมหวานระคนสาบสาวอย่างหิวกระหาย ลิ้นร้อนชื้นลากไล้ผ่านติ่งหูและซอกคอระหงจนเจ๊ส้มขนลุกเกรียวครางกระเส่าสะท้านเยือก
ฝ่ามือหนาหยาบกร้านของช่างไฟหนุ่มเลื่อนลงต่ำ ลูบไล้สะโพกผายกลมกลึงบีบเค้นเนื้อสะโพกอวบอัดผ่านผ้าถุงเปียกชุ่มเหงื่อ ััสะโพกนุ่มนิ่มสร้างความพึงพอใจให้กับเด็กหนุ่มเป็อย่างยิ่ง ก่อนที่ตั้มจะสอดเลื่อนฝ่ามือร้อนจัดลงไปใต้ร่มผ้าถุง สอดกุมเนินเนื้ออุ่นร้อนภายนอกกางเกงในผ้าไนลอนเนื้อบางเบาที่ชุ่มฉ่ำไปด้วยน้ำรักจนแฉะเยิ้ม
“อ๊า... ตั้ม... อย่า...” เจ๊ส้มส่งเสียงร้องครางเครือ กายอวบอัดแอ่นสู้มือหนาอย่างลืมตัว นิ้วหนาเกลี่ยบดเบียดผ่านเนื้อผ้าเปียกชุ่มกดลงบนปุ่มสวาทกึ่งกลางกายสาวอุ่นระอุ ััครูดกดหนักเบาสร้างความสั่นสะท้านไปถึงทรวงอก ท้องน้อยบิดเกร็งจนต้องแหงนหน้าพิงผนังไม้เก่าอย่างหมดทางสู้
ในขณะเดียวกัน ความเป็ชายที่แข็งขึงปูดนูนภายใต้กางเกงยีนส์ของตั้มบดเบียดกดแนบชิดกับร่องรักของเธอ ท่อนลำใหญ่หนาและยาวเขื่องเปี่ยมไปด้วยพลังหนุ่มแน่น ส่วนปลายที่ฝังปุ่มมุกสามเม็ดปูดนูนกดเบียดครูดผ่านผ้าถุงบางปะทะกลีบเนื้อและปุ่มสวาทอุ่นชื้นอย่างจงใจ ทุกครั้งที่ตั้มบดคลึงสะโพก ปุ่มมุกทั้งสามจะนวดบดเน้นจุดเสียวจนเธอเสียวสะท้านแทบคลั่ง ความแปลกใหม่ของมุกนูนปะทะเข้ากับร่องรักอุ่นร้อนปลุกเร้าอารมณ์บ้ากามที่หลบซ่อนอยู่ลึกสุดใจของสาวใหญ่ให้ลุกโชนอย่างกักขังไม่อยู่
“พี่ส้มครับ...” ตั้มช้อนตามองสบดวงตาฉ่ำหวานเชื่อมที่เกือบไร้สติของเจ๊ส้ม ชายหนุ่มบดสะโพกเน้นปุ่มมุกสามเม็ดปะทะร่องรักสาวจนเกิดเสียงแฉะชื้นแ่เบาของน้ำหวานที่ซึมเลอะผ้าถุง ก่อนจะกระซิบชิดริมฝีปากอุ่นระอุของสาวใหญ่ด้วยคำถามท้าทายศีลธรรมที่จะสั่นสะท้านอารมณ์คนอ่านถึงที่สุด:
“สายไฟที่ยุ่งเหยิงพันกันตรงหน้าขาก็จัดระเบียบเรียบร้อยแล้วครับพี่ส้ม... รูเต้ารับตัวเมียของพี่ก็แฉะชื้นขนาดนี้... คราวนี้เราจะเอาแก่นกายใหญ่ ๆ ของผมเสียบทะลวงรูสวาทของพี่ให้ไฟลุกพรึ่บพรั่บคาห้องเก็บของนี่เลยดีไหมครับ?”
เจ๊ส้มหอบหายใจหนักหน่วงสะโพกอวบอัดขยับบดเบียดกายส่วนล่างเข้าหาแก่นกายใหญ่และปุ่มมุกร้อนผ่าวของชายหนุ่มตอบรับสัญชาตญาณดิบอย่างกระหาย แผ่นหลังอวบอัดแอ่นสู้ ผนังห้องเก็บของส่งเสียงดังเอี๊ยดอ๊าดตามจังหวะอารมณ์ราคะที่กำลังสั่นะเืจะปะทุขึ้นในวินาทีถัดไป!
--- (โปรดติดตามตอนต่อไป) ---