ประกายแสงสีเหลืองอ่อนยามเช้าตัดกับสีฟ้าสดใสเบื้องบนช่างเหมาะกับการเริ่มต้นสิ่งใหม่ของใครหลายคน รวมทั้งหนุ่มตจว.ในเมืองกรุงอย่าง ซันด้วย
เสียงเครื่องยนต์ดังขึ้นเรื่อยๆเมื่อรถกระบะเลี้ยวเข้ามาในรั้วหอพักซึ่งมีชายหนุ่มผมยาวยืนรออยู่หน้าประตูก่อนแล้ว
“สวัสดีครับพี่เอื้อ” ซันยกมือไหว้แล้วหันไปปิดประตูรถ “พี่เอื้อมาคนเดียวหรอครับแล้วพี่คนอื่นล่ะครับ” เขาถามหาเพราะเมื่อวานมีหลายคนที่อาสา
พี่เอื้อส่งยิ้มให้“คนอื่นมันไม่ว่างน่ะ ตี๋กับรักษ์ทำงานวันเสาร์ ส่วนไอ้ปิงก็ยังไม่ตื่น”ใครจะไปกล้าบอก ว่าไอ้พวกนั้นมันเลี่ยงที่จะต้องขึ้นไปชั้น 3 ขนาดให้ไปช่วยยกของที่ห้องกูเองพวกมันยังไม่อยากไปเลย
ซันพยายามรื้อความจำที่นั่งฟังพี่ๆคุยเมื่อวาน‘พี่ตี๋คือคนใส่เสื้อช็อปพี่รักษ์คือคนมีรอยสัก งั้นคนที่ใส่เสื้อบอลก็คือพี่ปิง อ่า....จำให้ดีเลยนะซันทักผิดล่ะก็ ได้ขายหน้าแน่มึง’
“แล้วพี่เอื้อไม่ทำงานหรอครับวันนี้” เห็นมาอยู่คนเดียว แม้แต่เ้าของหอพักก็ยังไม่เห็นหน้าเลย
“พี่ทำงานทุกวันแหละแต่งานพี่มันทำในห้องได้ พี่วาดรูปขาย ขายเองบ้าง ฝากเพื่อนไปขายบ้าง” ซันพยักหน้าพร้อมส่งเสียง ‘อ๋ออออ’ ลงในคอ ที่แท้พี่เอื้อก็เป็จิตรกรนี่เอง “ส่วนต้นมันไปธุระข้างนอกบ่ายๆเย็นๆคงกลับ” พี่เอื้อพูดจบก็เดินไปดูของที่ซันขนมา
สัมภาระของซันมีไม่เยอะเหมือนที่เขาบอกไว้จริงๆมีเพียงกระเป๋าเป้ใส่เสื้อผ้า 1 ใบ, ถุงใส่เครื่องนอน 1 ถุง พัดลมตัวเล็กและกล่องลังหนังสืออีก 2 ลังพี่เอื้อช่วยยกกระเป๋าเสื้อผ้ากับถุงเครื่องนอนส่วนซันกับโอมก็แบ่งกันยกกล่องหนังสือคนละลัง “เอ้อนี่ กุญแจห้องเราไอ้ต้นมันฝากพี่ไว้ให้” พี่เอื้อยื่นตุ๊กตาแมวสีชมพูผูกโบว์สีม่วงที่พ่วงคีย์การ์ดประตูหอและกุญแจห้องมาให้ซันหลังจากกองข้าวของไว้หน้าห้อง 313
“ขอบคุณครับเอ้อ พี่เอื้อครับ นี่เพื่อนผมเองครับ ชื่อโอม” เด็กหนุ่มยกมือไหว้รุ่นพี่ในหอของเพื่อนระหว่างที่เ้าของห้องรีบไขกุญแจเปิดห้อง
“อ้าวมีเพื่อนอยู่นี่ ไม่แชร์ห้องอยู่กับเพื่อนล่ะน้อง ประหยัดกว่าเยอะ” คำแนะนำจากรุ่นพี่ทำให้โอมส่ายหัวอย่างแรง “มันก็อยากอยู่กับผมแหละครับแต่ผมไม่ให้มันอยู่” โอมดึงเทปออกจากกล่องกระดาษดังแคว่ก “แฟนผมจะมาหาทุกวันศุกร์กว่าจะกลับก็วันอาทิตย์ค่ำๆนี่ั้แ่ไอ้ซันมาอยู่ ผมยังไม่ได้เจอแฟนมา2 อาทิตย์ละเนี่ย” โอมเล่ากึ่งระบายให้พี่เอื้อฟัง
3หนุ่มช่วยกันจัดข้าวของไปก็ชวนคุยกันไปได้ความว่าโอมกับซันเป็เพื่อนกันั้แ่เด็ก โตมาจากหมู่บ้านเดียวกัน แต่โอมเข้ามาอยู่กรุงเทพกับแม่ั้แ่ม.ปลาย พอซันสอบเข้ามหา’ลัยในกรุงเทพได้เลยกะจะมาอยู่กับเพื่อนเพราะใกล้มหา’ลัยและอีกอย่าง่นี้ทางบ้านซันก็มีปัญหาเื่เงินอีกด้วย
“ผมนะทั้งอ้อนวอน ทั้งขอมันอยู่ด้วย วันไหนที่แฟนมันมาเดี๋ยวผมไปข้างนอกก็ได้นอนบนพื้นก็ได้ มันก็ไม่ยอม”ถึงคราวซันขอบ่นบ้าง แต่โอมก็เถียงกลับ “มึงไม่เข้าใจอ่ะเวลาแฟนกูมาเค้าก็ต้องค้างป่ะวะ แล้วมึงจะไปนอนไหน มึงแยกห้องอยู่อ่ะดีแล้ว”เมื่อเห็นว่าเื่นี้คงเถียงกันไม่จบง่ายๆ เอื้อจึงรีบพูดแทรก
“ซันๆพี่วางหนังสือเรียนทั้งหมดไว้บนโต๊ะนะส่วนหนังสืออย่างอื่นพี่เอาวางบนพื้นข้างโต๊ะนั่นน่ะถ้าไม่มีไรแล้วพี่ขอตัวกลับห้องก่อนนะ”
ซันกับโอมเหมือนเพิ่งนึกได้ว่ามีพี่เอื้ออยู่ด้วยในห้องจึงรีบขอโทษที่ลืมตัวเถียงกันต่อหน้ารุ่นพี่ “ไม่เป็ไรๆ พี่ต้องกลับห้องอยู่แล้วงานพี่ยังค้างไว้อยู่ ต้องรีบไปต่อให้เสร็จ” 2หนุ่มยกมือไหว้ขอบคุณที่มาช่วยและกล่าวลา
เอื้อเดินตรงไปยังประตูเอื้อมมือหมุนลูกบิด แกร๊ก
“พี่เอื้อออออ........” เสียงเย็นๆเรียกชื่อเขาจากด้านหลัง เอื้อรีบหันกลับมามอง แต่เห็นเพียง 2หนุ่มที่กำลังช่วยกันปูผ้าบนที่นอนไม่ได้มองมาที่เขาด้วยซ้ำ ถ้าไม่ใช่2คนนั้นที่เรียกก็คงจะเป็........
เฮ้อเล่นกันแต่เช้าเลยนะ แล้วอย่างนี้ไอ้ซันจะอยู่ไหวมั้ยวะเนี่ยเอื้อสะบัดหัวเพื่อสลัดความคิด ช่างมันๆ เรารีบกลับห้องดีกว่า
โอมพยายามยัดหมอนหนุนใส่ในปลอกหมอนสีกรมท่าแต่เหมือนเขาจะนึกบางอย่างได้ “ซัน ตกลงมึงได้ถามเ้าของเพิ่นบ่ว่าจังได๋ห้องนี้ราคาถูกกั่วห้องอื่นหล๊ายหลาย”ซันที่กำลังจัดเสื้อผ้าเข้าตู้หันมาตอบ “บ่ บ่ถาม บ่อยากฮู้”
“เอ๊า...จั๊กแล้ววว....เป็หยังคือบ่ถามเล่ามันถูกผิดปกติจังซี้ ระวังของแถมมานำเด้อสู” โอมรู้สึกถึงความผิดปกติจากราคาห้องเพื่อน
“ฮู้แล้วเฮ็ดหยังได้จังได๋ๆกูกะต้องอยู่ที่นี่ สิมีโต๋อิหยังโผล่มา กูกะบ่ย้าย” น้ำเสียงที่หนักแน่น ทำให้โอมรู้ว่าเพื่อนของเขาเอาจริงแน่ ต่อความยาวไปน่าจะไม่ดี
เปลี่ยนเื่คุยน่าจะดีกว่ามันยิ่งไม่ชอบให้ใครเซ้าซี้มากด้วย “แล้ว...มึงสิหางานเฮ็ดอยู่บ่กูเห็นร้านอาหารแถวมหา’ลัยรับคนอยู่ ร้านมินิมาร์ทกะรับหลาย แต่บ่ฮู้ต้องเข้ากะเข้าหยังป่าวต้องลองถามเพิ่นดู”
“เฮ็ดงานดิวะบ่เฮ็ดแล้วกูสิกินหยัง ค่าเทอมยังต้องผ่อนจ่าย ค่าอยู่ ค่ากินอีก พ่อกูให้เงินมาแค่3,000 ที่เหลือกูกะต้องหาเอง” พูดจบก็ถอนหายใจเฮือกใหญ่ นึกย้อนไปในวันนั้น ถ้าพ่อไม่เชื่อคำพูดของอาตัวของซันอาจไม่ต้องดิ้นรนหางานทำ หาห้องราคาถูกอยู่แบบในวันนี้ก็ได้
พ่อของซันเป็เกษตรกรธรรมดารายหนึ่งที่ดันเอาโฉนดที่ดินกว่า 8 ไร่ไปค้ำประกันเงินกู้ให้น้องชาย เมื่ออาของซันเบี้ยวหนี้ พ่อจึงต้องนำเงินเก็บทั้งหมดมาชำระหนี้แทนจากที่เคยสุขสบาย ถึงไม่ร่ำรวยแต่ก็ไม่ได้ลำบากอะไร อยากกินก็ได้กินอยากไปเที่ยวก็ได้ไป กลายเป็ต้องเข้าโหมดกระเบียดกระเสียรกันทั้งบ้าน ส่วนคุณอาตัวต้นเื่ก็ไม่เคยรู้ร้อนรู้หนาวไม่เคยติดต่อพ่อของซันอีกเลย
เวลายังไม่ทันบ่าย2หนุ่มก็จัดของกันเสร็จโอมขอตัวกลับก่อนเพราะต้องไปหาแฟน ปล่อยให้ซันอยู่ห้องคนเดียว เพื่อนก็กลับไปแล้วไม่มีอะไรต้องทำอีก เขาเลยหยิบหนังสือการ์ตูนมาอ่านบนที่นอนจับหมอนวางตั้งกับหัวเตียง ขยับตัวนั่งพิงหลังที่หมอน ‘อ่า...ได้ที่ละ’
การ์ตูนเล่มนี้เขาอ่านจบไปแล้วไม่ต่ำกว่า5 รอบ แต่ทุกครั้งที่ได้เริ่มอ่านก็ยังคงความสนุกทุกครั้ง เขาไล่สายตาอ่านไปทีละหน้า ทีละหน้า
‘ฟู่ว’ ลมประหลาดเป่าเข้าที่หูขวาของซันเขาเด้งตัวออกจากหมอนที่พิง
ลมอะไรลมมาจากไหน เขาหันไปด้านขวาก็เป็ระเบียงห้องที่ปิดประตูมุ้งลวดไว้ ไม่ใช่ ไม่ใช่ลมพัดจากข้างนอกแน่ๆมันเป็ลมที่เหมือนคนจงใจเป่าใส่หู
เขายกมือขึ้นถูที่หูเหมือนอยากลบความรู้สึกแปลกๆที่เกิดขึ้นเมื่อครู่ สายตายังคงมองไปรอบตัวทั้งที่รู้เต็มอกว่าห้องนี้มีเขาอยู่เพียงคนเดียว
แผ่นกระดาษถูกพลิกไปหน้าถัดไปไม่นานนักซันก็เลิกหาที่มาของลมประหลาดแล้วกลับมาสนใจการ์ตูนที่อ่านค้างไว้เื่ราวสุดวายป่วงบวกกับความแสบของตัวละครทำให้เขาหัวเราะได้ทุกครั้งที่กลับมาอ่าน
“ฟู่ว”ซันสะดุ้งสุดตัวอีกครั้งจนทำหมอนหล่นจากเตียง คราวนี้ลมประหลาดเป่าแรงกว่าเดิมและเป่าจากฝั่งซ้ายของซัน เขายกมือปิดหูทันที พร้อมๆกับที่หันไปมองด้านซ้ายของตน
แต่มันจะมีลมพัดเข้ามาได้ยังไงในเมื่อด้านซ้ายของเขานั้นเป็เพียงผนังห้องต่างจากด้านขวาที่มีประตูรับลมจากระเบียงด้านนอก
เขานั่งคิดพยายามหาความเป็ไปได้ที่จะมีลมเป่าออกมาจากผนังห้องแต่เหมือนสิ่งนั้นจะไม่ปล่อยให้ซันสงสัยได้นาน
เอี๊ยดดดดดด......เอี๊ยดดดดดด
เสียงขาเตียงเหล็กดังตามแรงกดช้าๆ...ช้าๆ
ซันละสายตาจากกำแพงมาที่ต้นเสียงใช่เลย เขาไม่ได้รู้สึกไปเอง ที่นอนยุบตัวขนาดเท่ารอยเท้าคน และรอยเท้านั้นค่อยๆไล่จากปลายเตียงมาหาเขาทีละก้าว ทีละก้าว ซันไม่รอให้ มัน มาใกล้กว่านี้ เขาโดดออกจากเตียงคว้ากระเป๋าสตางค์กับโทรศัพท์ได้ก็รีบวิ่งออกจากห้องลงไปข้างล่าง
เด็กหนุ่มยืนหายใจหอบอยู่หน้าประตูหอตัวงอหายใจไม่เป็จังหวะ พยายามอ้าปากงับอากาศเข้าไปให้มากที่สุด เมื่อกี้นี้มันอะไรกันผี หรอ เขาเจอผีตอนกลางวันจริงๆหรอ คำพูดของโอมวนเข้ามาในหัวเขา ‘ห้องราคาถูก? ของแถม?’ โธ่เอ๊ยยย นึกว่ามันหมายถึงหนู ไม่ก็แมลงสาบนี่มันหมายถึง ผี หรอวะเนี่ย
เขายืนค้างอยู่หน้าประตูหอความคิดในหัวตีกันมั่วไปหมด ‘เอาไงดีวะ อยู่ต่อ หรือย้ายออก ไม่!! ย้ายออกไม่ได้ ห้องราคานี้หาไม่ได้แล้วต้องอยู่ต่อ แล้วจะอยู่ยังไง จะอยู่ร่วมกับผีได้ยังไง’ คำตอบก็ยังหาไม่ได้ แต่ตอนนี้ปัญหาใหญ่กว่าคือ.....
เขาลืมกุญแจกับคีย์การ์ดไว้ในห้อง นั่นหมายถึงเขาจะออกไปไหนไม่ได้ ถ้าไม่ขึ้นไปบนห้องอีกรอบถึงเขาจะไม่ใช่คนกลัวผี กลัวความมืด แต่ครั้งนี้ต้องยอมรับว่า เขายังไม่พร้อมกลับไปเจอมันจริงๆ
แต่เหมือน์ยังพอเข้าข้างซันอยู่บ้างในเวลาที่เขาเริ่มหมดหวัง ร่างสูงใหญ่ร่างหนึ่งก็ปรากฎใกล้ประตูหอเสียงคีย์การ์ดดัง ติ๊ด พร้อมประตูที่เปิดกว้างออก พี่ต้นเ้าของหอพักผู้เป็ความหวังกลับมาแล้ว
"อ้าวน้อง ยืนทำไรตรงนี้อ่ะ หน้าซีดเชียว หยั่งกะเจอ.......” ต้นเงียบทันที เว้นคำสุดท้ายไว้ เป็อันเข้าใจแค่สองคน เขามองซันที่ยืนหน้าเหวออ้าปากพะงาบๆ เหมือนอยากพูดอะไรบางอย่าง แต่ไม่มีเสียงออกมา ต้นค่อยๆยิ้มแบบเพิ่งเข้าใจเหตุการณ์
“อ่ะ.....ได้เจอกันแล้วสินะ”
พวงกุญแจตุ๊กตาแมวลอยขึ้นจากโต๊ะหนังสือช้าๆรอยยิ้มบางๆเกิดขึ้นบนใบหน้าขาวที่เหมือนการรวมกลุ่มของควัน ‘ไปได้ซะที ง่ายกว่าที่คิดอีกแฮะรอแค่ตอนกลับมาเก็บของค่อยแกล้งทำของหล่น ไม่ก็หัวเราะใส่นิดเดียว ก็คงไม่กล้ากลับมาอีกแล้วล่ะ’ ร่างอากาศลอยอย่างเชื่องช้าไปที่ประตูห้องที่เปิดค้างไว้เพราะเ้าหนุ่มนั่นรีบวิ่งหนีจนลืมปิดตอนออกไป มือสีขาวยื่นไปผลักประตูเบาๆให้ปิดสนิท รอคอยการกลับมาเก็บของเพื่อจากไปของเด็กหนุ่มคนนั้น