กลิ่นไม่พึงประสงค์ลอยอยู่ในอากาศจางๆหากไม่ตั้งใจดมก็จะไม่ได้กลิ่น
หลี่ชิงชิงสวมหน้ากากที่ทําขึ้นเองหลังจากตรวจร่างกายของไต้ซื่อเสร็จก็เอ่ยว่า “การอักเสบอยู่ในระดับปานกลาง ดูเหมือนว่าเดือนนี้ท่านจะปฏิบัติตามคําแนะนําของแพทย์อย่างดี”
ไต้ซื่อลอบดีใจสวมกระโปรงพร้อมเอ่ยด้วยรอยยิ้มว่า “ใช่แล้ว”
เดือนนี้นางกับเถียนหู่ไม่ได้ร่วมกิจกรรมของสามีภรรยากันนางไม่ได้กินพริก ล้วนทําตามที่หลี่ชิงชิงกล่าวทั้งหมด
หลี่ชิงชิงจ้องไปที่ไต้ซื่อพลางเอ่ยกำชับว่า “อดทนต่อไปอีกสามเดือน”
ไต้ซื่อร้อง “อ๋า”ออกมาหนึ่งเสียง
หลี่ชิงชิงถามกลับ“เป็นอันใดไป อดทนไม่ได้แล้วอย่างนั้นหรือ?”
“ไม่ใช่ข้าอดทนได้ ข้าทนได้แน่นอน” เดิมทีไต้ซื่อคิดว่าปีใหม่คงจะหายดีนางจะได้กลับไปเยี่ยมท่านพ่อท่านแม่ที่บ้านเดิม สามเดือนนี้ก็จะถึงต้นฤดูใบไม้ผลิปีหน้าแล้ว
หลี่ชิงชิงเอ่ย“ปีใหม่ข้าต้องออกเดินทางไกล ก่อนปีใหม่ให้ท่านมาตรวจซ้ำอีกครั้ง”
ไต้ซื่อขอบคุณซ้ำๆแล้วเอ่ย “ข้าได้ยินมาว่าหลายคนในหมู่บ้านหูอำเภอหมิงเฉิงต้องพิษเป็นท่านช่วยชีวิตคนเหล่านั้นเอาไว้ เรื่องนี้เป็นเรื่องจริงหรือ?”
“มีเรื่องนี้อยู่จริง”หลี่ชิงชิงยิ้มแล้วเอ่ย “เรื่องนี้แพร่ไปถึงตําบลชิงอวี๋แล้ว?”
ไต้ซื่อมองหลี่ชิงชิงด้วยแววตาเลื่อมใสมากขึ้นหลายส่วนพูดอย่างตื่นเต้นว่า “เป็นเช่นนั้น ทางการได้ติดประกาศในอําเภอและตำบลหลังจากข้าเห็นก็เดาว่าหลี่ซื่อหมอหญิงจากอำเภอเหอที่เขียนบนประกาศก็คือท่านสามีข้ายังไม่เชื่ออยู่บ้าง รอข้าออกไปก็จะบอกเขาว่าข้าเดาถูกแล้ว”
หลี่ชิงชิงยิ้มยามนี้นางกลายเป็นคนมีชื่อเสียงของอำเภอเหอแล้วต่อไปคนที่มาหานางเพื่อรักษาโรคก็จะมากขึ้น
สักพักหนึ่งหลังจากที่เถียนหู่รู้เรื่องนี้อย่างแรกก็ตกตะลึงตาค้างจนพูดไม่ออก ต่อมาคือเอ่ยอย่างรู้สึกทึ่ง “ที่แท้เป็นท่านจริงๆท่านช่างยอดเยี่ยมจริงๆ”
ดวงตาของเถียนฉางเซิงเป็นประกายเอ่ยเสียงดังว่า “ศิษย์พี่สะใภ้ของข้าช่วยชีวิตคนมากมาย วิชาแพทย์เก่งเกินไปแล้ว!”
คนตระกูลเถียนได้จากไปเฟิ่งซื่อและบุตรสาวสงสัยว่าไต้ซื่อเป็นโรคใด แต่ละอายเกินกว่าจะถามหลี่ชิงชิง
หลี่ชิงชิงนำเรื่องที่นางขบคิดซ้ำแล้วซ้ำเล่าในช่วงหลายวันที่ผ่านมาบอกกับหม่าชิงสามีภรรยา“ได้ยินว่าพี่หญิงและพี่เขยรู้จักขุนนางหลายคนในกองทัพตอนนี้สามีข้าหวังเฮ่าเป็นทหารในกองทัพที่อยู่ห่างออกไปสองร้อยลี้ข้าคิดว่าหวังเฮ่าอยู่ใกล้บ้านจะเป็นการดีกว่า พี่หญิงและพี่เขยสามารถช่วยเหลือในเรื่องนี้ได้หรือไม่เจ้าคะ?”
หลิวซื่อและผู้เฒ่าหวังก็รอให้หลี่ชิงชิงถามประโยคนี้เช่นกันพวกเขาต่างเงี่ยหูฟังคําตอบของหม่าชิงสามีภรรยา
เฟิ่งซื่อไม่รู้สถานการณ์ของหวังเฮ่าทว่าหม่าชิงรู้มานานแล้ว
หม่าชิงเอ่ยสบายๆว่า “การโยกย้ายทหารทางการนั้นยากอยู่บ้าง แต่น้องเขยเป็นเพียงทหารชั้นประทวนการโยกย้ายจึงง่ายมาก ข้าเอ่ยกับพี่ชายข้าสักประโยคก็ได้แล้ว”
ผู้เฒ่าหวังเอ่ยอย่างซาบซึ้งใจ“ช่างดีเหลือเกิน”
หลิวซื่อปลื้มปีติจนยิ้มไม่หุบครอบครัวพวกนางคิดเรื่องนี้มานานแล้ว คิดว่าเรื่องที่ทําได้ยากแต่พอมาถึงหม่าชิงก็กลายเป็นเรื่องง่ายดาย
เฟิ่งซื่อหัวเราะแล้วเอ่ย“เรื่องนี้พี่เขยเจ้าทําได้ ข้าก็ทําได้ญาติทางบ้านเดิมของข้าสิบคนมีเก้าคนอยู่ในกองทัพ ส่วนใหญ่ล้วนมีตําแหน่งขุนนางการโยกย้ายทหารชั้นประทวนของกองทัพเมืองเซียงก็เป็นเรื่องที่ข้าเอ่ยเพียงประโยคเดียวเช่นกัน”
หม่าชิงก็ไม่เกรงใจยิ้มตาหยีพลางเอ่ยเสียงนุ่มกับเฟิ่งซื่อ “ข้าต้องไปเมืองหลวงเรื่องนี้ก็ปล่อยให้เจ้าจัดการ”
แววตาของหลี่ชิงชิงฉายแววซาบซึ้งเอ่ยว่า “พี่หญิง พี่เขย เรื่องนี้เอาไว้ก่อน นี่เป็นเพียงความคิดของข้ากับท่านพ่อท่านแม่ยังไม่รู้ว่าหวังเฮ่าจะคิดเห็นอย่างไร ข้าจะไปเยี่ยมเขาที่กองทัพในเดือนแรกของปีแล้วจะเอ่ยถามหวังเฮ่าต่อหน้า ถ้าเขาเห็นด้วย ข้าจะแจ้งพวกท่านอีกครั้งเจ้าค่ะ”
หม่าชิงเอ่ย “ตกลงตามนั้นพวกข้าจะรอคำตอบของเจ้า เจ้าบอกว่าจะย้ายเมื่อใดก็ย้ายเมื่อนั้น”
“ขอบคุณยิ่งนักเจ้าค่ะ”น้ำเสียงของหลี่ชิงชิงมีความจริงใจ พลางเอ่ย “พี่หญิงมาที่เรือนข้าสองครั้งแล้ว ข้ายังไม่ได้ไปจวนพี่หญิงและพี่เขยเลยครั้งต่อไปข้าจะไปเยี่ยมพี่หญิงและพี่เขยเองเจ้าค่ะ”
เฟิ่งซื่อไม่ใช่ลูกสะใภ้ใหญ่ไม่ต้องดูแลเรื่องภายในจวน การค้าด้านนอกก็ไม่ต้องดูแลแต่นางรู้ว่าหลี่ชิงชิงยุ่งมากในแต่ละวัน ฟ้ายังไม่ทันสางก็ต้องทําซาลาเปาตอนกลางวันมักจะมีคนมาหาหลี่ชิงชิงเพื่อหาหมอ เฟิ่งซื่อเอ่ย “เจ้าต้องทำการค้ายังต้องรักษาคนป่วย งานทั้งภายในและภายนอกล้วนยุ่ง ไม่เหมือนกับข้าที่ว่างและมีเวลามากมายต่อไปข้าจะมาเยี่ยมเจ้าบ่อยๆ”
หม่าชิงมองภรรยารักหัวเราะพลางเอ่ย“เจ้าหมายความว่าอย่างไร ไม่อยากให้น้องหญิงมาที่จวนของพวกเราหรือ?”
“ย่อมมิใช่”เฟิ่งซื่อถลึงตาใส่หม่าชิงหนึ่งที แล้วเอ่ยกับหลี่ชิงชิงว่า “เจ้าอย่าไปฟังเขาเจ้าอยากมาที่จวนข้า แน่นอนว่าข้ายินดีต้อนรับเป็นอย่างยิ่งไม่เช่นนั้นเจ้าบอกข้าเสียก่อนว่าจะมาวันใด วันนั้นข้าจะได้ไม่ออกจากจวนเพื่อรอเจ้าโดยเฉพาะ”
เฟิ่งซื่อเป็นคนมีเวลาว่างมากมายแต่ก็ต้องเข้าร่วมงานเลี้ยง งานชมบุปผาของจวนผู้สูงศักดิ์ในเมืองที่จัดขึ้น
นางกลัวว่าหลี่ชิงชิงมาแล้วแต่นางออกไปข้างนอกไม่ได้อยู่ในจวน
“พี่หญิงหากข้าไปเยี่ยมท่านจะไปแจ้งกับหลงจู๊หม่าเซี่ยงหนานที่อําเภอเหอล่วงหน้าเสียก่อนเจ้าค่ะ”หลี่ชิงชิงรู้สึกว่าการไปมาหาสู่มากขึ้นจะช่วยให้มิตรภาพลึกซึ้งยิ่งขึ้นอีกอย่างหวังเฮ่าอยู่ในกองทัพในอนาคตจะต้องพึ่งพาการดูแลสอดส่องจากหม่าชิงสามีภรรยาการเชื่อมสัมพันธ์ระหว่างสองตระกูลมีแต่ผลประโยชน์
หม่าชิงเอ่ย “ใช่เจ้าก็ให้หม่าเซี่ยงหนานส่งคนไปบอกข่าว” วันนี้หากเขาไม่มาก็จะให้หม่าเซี่ยงหนานมากับเฟิ่งซื่อ
หม่าเซี่ยงหนานมีคนรับใช้และมีม้าอยู่ในมือการส่งข่าวจึงเป็นเรื่องง่าย
ด้วยวิธีนี้หลี่ชิงชิงจึงได้ตกลงกับเฟิ่งซื่อเป็นอันเรียบร้อย
เนื่องจากหม่าชิงต้องไปเปิดเหลาอาหารที่เมืองหลวงรายการอาหารที่หลี่ชิงชิงแนะนํามีผักดองหลี่ชิงชิงจึงมอบผักดองทั้งหมดในบ้านรวมถึงพริกดองให้กับหม่าชิง
ยอดเยี่ยม ผักดองสองไหใหญ่เต็มๆแม้ว่าจะไม่ได้เปิดไห แต่ก็ได้กลิ่นเปรี้ยวๆ ที่ชวนให้คนน้ำลายสอ
หม่าชิงสั่งให้ข้ารับใช้ยกผักดองสองไหใหญ่ขึ้นรถม้าหมุนกายกลับมาเอ่ยกับเฟิ่งซื่อและหลี่ชิงชิงที่ยืนอยู่ในลานบ้านเสียงดังอย่างกล้าหาญ“ข้าจะนําผักดองสองไหใหญ่ และพริกสับดองเหล่านี้ไปที่เมืองหลวงทางตอนเหนือให้คนในเมืองหลวงได้ลิ้มรสอาหารเมืองเซียงของพวกเราว่าอร่อยเพียงใด”
เฟิ่งซื่อแย้มรอยยิ้มอ่อนหวาน
หลี่ชิงชิงมองไปที่หม่าชิงแต่รู้สึกว่าเขาคล้ายกับคนสติปัญญาทึ่ม อยากจะเรียกขานเขาว่าพี่เขยไหผักดองยิ่งโดยเฉพาะหนวดเคราน้อยสองข้างของหม่าชิง ทันทีที่พูดก็เคลื่อนไหวเล็กน้อยดูน่าสนใจมาก
คนตระกูลหม่านั่งรถม้าออกไปพร้อมกับไหผักดองและสูตรข้าวเหนียวไก่ห่อใบบัว
ผู้เฒ่าหวังซาบซึ้งที่หม่าชิงสามีภรรยาสัญญาว่าจะช่วยหวังเฮ่าในการโยกย้ายกองทัพมาใกล้บ้านเขาไปส่งคนตระกูลหม่าถึงทางเข้าหมู่บ้าน
เมื่อผู้เฒ่าหวังกลับถึงเรือนเพิ่งจะเดินถึงหน้าประตู ก็ได้ยินเสียงอันดังของหลิวซื่อว่า “ดีเหลือเกิน ขอเพียงหวังเฮ่าตกลงชิงชิงเจ้าก็รีบบอกกับเฟิ่งซื่อให้เรียกหวังเฮ่ากลับมาทันที”
พอผู้เฒ่าหวังคิดว่าบุตรชายคนโตแท้ๆของเขาสามารถย้ายมาเป็นทหารที่กองทัพใกล้บ้านได้เขาก็เดินสาวเท้าก้าวใหญ่อย่างตื่นเต้น เอ่ยเสียงดังว่า “หวังเฮ่าย่อมตกลงที่จะย้ายกลับมาแน่นอน”
หลี่ชิงชิงกลับเอ่ยว่า“พูดได้ยากเจ้าค่ะ”
ช่วงหลายวันมานี้หลี่ชิงชิงฟังความหมายโดยนัยจากคำพูดของหวังเฮ่าว่า เขานั้นมีความรู้สึกลึกซึ้งต่อคนในกองทัพ
หลิวซื่อเอ่ยกับผู้เฒ่าหวัง“ตาเฒ่า บ้านเราสร้างเรือนอิฐ ขุดบ่อน้ำ ทําการค้าซาลาเปา มีชีวิตที่ดีชิงชิงได้รับแผ่นป้ายที่เขียนโดยท่านอ๋องแห่งเมืองเซียง ครอบครัวเรามีที่พึ่งแล้วไม่ต้องกลัวคนเลว หากหวังเฮ่ากลับมา เช่นนั้นก็สมบูรณ์แบบแล้ว!”
ผู้เฒ่าหวังหัวเราะเสียงดังทั้งเอ่ยว่า “หวังเฮ่ากลับมามีลูกน้อยตัวอ้วนพีกับชิงชิง นั่นถึงจะสมบูรณ์แบบ!”
จนถึงตอนนี้หลี่ชิงชิงก็ยังไม่มีประจําเดือนยังไม่ใช่สตรีที่แท้จริง จะตั้งครรภ์มีลูกน้อยตัวอวบอ้วนได้อย่างไรนางแอบหัวเราะในใจที่พ่อสามีคิดมาก
ในวันนี้ท้องฟ้ามืดครึ้มยังไม่ถึงช่วงกลางวันสีของท้องฟ้าก็มืดลง สักพักเกล็ดหิมะเล็กๆ ก็ปลิวตกลงมา
ชายหนุ่มผู้หนึ่งหาบตะกร้าพ่นลมหายใจออกมาเป็นไอสีขาวเขาเดินอย่างช้าๆ บนถนนภูเขาอันขรุขระที่เต็มไปด้วยเกล็ดหิมะทิ้งรอยเท้าไว้ตามจังหวะก้าวเดิน