
หลายวันต่อมาหลังจากที่อิงอิงไม่ได้จับพิมพ์ตัวเองนานหลายเดือน และด้วยความคิดถึงบ้าน เหงาและเดียวดายในเรือน
จึงได้หยิบพิมพ์ของตัวเองมาเล่นบรรเลงเพลงในขณะนั้นลู่หาญก็ได้ออกจากจวนไปดื่มเหล้ากับเหล่าสตรีเช่นเคยซึ่งไม่เคยสนใจอิงอิงเลยแม้แต่น้อย อิงอิงเริ่มดีดพิมพ์ ด้วยอารมณ์ อาลัยและคิดถึงบ้าน จนคนในจวนได้ยินเสียงบรรเลง ที่แปลกและเพราะต่างคนต่างมาตามเสียง และก็หนุดที่เรือนที่อิงอิงอาศัยอยู่ ซึ่งแม่ของลู่หาญก็ได้ยินเช่นกัน จึงถามบ่าวรับใช้ว่า ลู่หาญไม่อยู่ทำไมมีเสียงบรรเลงแปลกๆ แต่เพราะมาก มาจากที่ใด เรือนใดกัน ใครบรรเลง ซึ่งบ่าวรับใช้จึงมาตามเสียงบรรเลงที่ได้ยิน ต่างมามุมดูอิงอิงบรรเลง และ ณ ตอนนั้นเอง สหายของลู่หาญก็ เข้ามา จะมาหาลู่หาญ แต่ได้ยินเสียงพิมพ์อันไพเราะจึงได้เข้ามา ตามเสียงบรรเลง และถามบ่าวรับใช้ว่า ผู้ใดเล่นทั้งที่คุณชายลู่หาญไม่อยู่บ้าน บ่าวรับใช้จึงบอกไปว่า ภรรยาลู่หาญ นายหญิงเ้าค่ะ
ซึ่งสหายลู่หาญเข้าไปใกล้ๆเรือนจึงได้เห็นหน้าอิงอิงชัดๆ และนึกขึ้นมาได้ว่า หลายสัปดาห์ผ่านมาขณะเดินทางกลับเมืองหลวง นางนี่เองที่ช่วยจับขโมยให้ มีเมตตา ใจดี
มากมายความสามารถจริงๆ ลู่หาญช่างโชคดีอะไรขนาดนี้ และขนาดนั้นเอง อิงอิง ก็ได้มองไปทางหน้าต่าง ก็เห็น สหายของลู่หาญและบ่าวรับใช้ ต่างมามุมดูตนเลยหยุด ทันใดนั้นเอง สหายลู่หาญจึงได้เข้ามาขอบคุณครั้งก่อนทีทช่วยตนจับขโมยและชื่นชมอิงอิง หลังจากพูดคุยได้สักพักก็กลับไป
บ่าวรับใช้ของอิงอิงจึงบอกว่า นั่นคือ คุณชายต้าหวน สหายของคุณชายเ้าค่ะ
ซึ่งไปเป็ทูตอยู่ต่างแคว้นหลายเดือนเลยมาหาคุณชายบ่อยๆปกติก็มาหาบ่อยๆ
ทั้งสองคนออกไปล่องเรือ ดีดพิมพ์กันบ่อย
แต่เมื่อสหายไม่อยู่แล้วคุณชายก็เลยไปหอนางโลมแทน บ่าวรับใช้พูดไปอย่างนั้น