ซูหย่งเหอนายท่านใหญ่สกุลซูผู้เป็บิดาของซูหลีหลี่ในยามนี้เขาดำรงตำแหน่งรองเ้ากรมพิธีการ หน้าที่การงานถือว่าไม่สูงไม่ต่ำในราชสำนัก เดิมทีสกุลซูไม่ใช่สกุลขุนนางแต่อย่างใดแต่เพราะซูหย่งเหอมีโชคทางด้านสตรี ฮูหยินคนแรกของเขาเป็บุตรสาวของอดีตหัวหน้าสำนักแพทย์หลวง สินเ้าสาวที่ติดตัวมาของนางเพียงพอให้เขาสามารถใช้ซื้อตำแหน่งขุนนางเล็กๆ พอให้เขามีหน้ามีตาขึ้นมาได้บ้าง พอสิ้นฮูหยินคนแรกไปเขาก็แต่งกับฮูหยินคนที่สองจากจวนสกุลหวังซึ่งเป็จวนของอัครเสนาบดี หลังจากนั้นตำแหน่งขุนนางของเขาก็พลันก้าวหน้าอย่างก้าวะโ ดังนั้นฮูหยินคนที่สองผู้นี้นางชี้นกเขาก็ต้องบอกว่าเป็นก นางชี้ไม้เขาก็ย่อมจะต้องตอบว่าไม้โดยไม่กล้ามีความเห็นเป็อย่างอื่น
หวังเจียหรานผู้เป็ฮูหยินคนที่สองของเขา แม้ว่าจะถือกำเนิดจากอนุของท่านอัครเสนาบดีแต่ก็นางถือว่าเป็บุตรสาวคนโปรดของบิดา ไม่เพียงช่วยเื่ตำแหน่งหน้าที่การงานของเขาได้ แต่นางยังทั้งงดงามและอ่อนเยาว์แถมยังสามารถคลอดบุตรชายและบุตรสาวให้เขาอย่างละหนึ่งคน ทำให้บุตรสาวคนโตที่ถือกำเนิดจากฮูหยินคนแรกกลายเป็ส่วนเกินของครอบครัวของเขาในทันที
เดิมทีเขาก็ไม่ได้รู้สึกว่าซูหลีหลี่เป็ตัวปัญหาแต่อย่างใด แค่ส่งนางไปอยู่ในหมู่บ้านเกษตรที่อยู่ในชนบทตามคำชี้แนะของฮูหยินของเขา เพียงเท่านี้ก็ไม่มีปัญหากวนใจเขาเื่บุตรสาวที่ถือกำเนิดจากฮูหยินคนก่อนแล้ว แต่ยามนี้ปัญหาใหญ่กลับเกิดขึ้นจนทำให้เขาไม่ได้หลับไม่ได้นอนมาตั้งหลายวัน นั่นก็คือคู่หมายของซูหลีหลี่ที่ท่านตาของนางเคยหมั้นหมายเอาไว้ให้กลับมีสถานะสูงส่งกว่าคู่หมายของบุตรสาวคนรองที่ถือกำเนิดจากหวังเจียหราน เดิมทีพวกนางไม่รู้ก็ไม่เป็อันใด แต่ยามนี้พอพวกนางล่วงรู้เื่คู่หมายของซูหลีหลี่จวนสกุลซูที่เคยสงบสุขก็พลันร้อนรุ่มดุจมีกองเพลิงคอยแผดเผาจนเขาแทบจะไม่ได้กินไม่ได้นอน
“หลีหลี่ เื่การหมั้นหมายของเ้า จะเป็ไปได้ไหมที่เ้านั้นจะยินยอมยกคู่หมายให้น้องสาวของเ้า ส่วนตัวเ้านั้นก็แต่งออกไปกับแม่ทัพฮั่วผู้เป็ก็คู่หมายของน้องสาวของเ้าแทน” คำพูดของบิดาทำให้ซูหลีหลี่พลันรีบก้มหน้าลงเพื่อเก็บงำสายตาแล้วส่งเสียงเอ่ยคัดค้านออกมาด้วยน้ำเสียงแ่เบา
“แต่การหมั้นหมายนี้เป็ท่านตาของข้าทำข้อตกลงกับจวนอ๋องเอาไว้นะเ้าคะ” นางเอ่ยพลางเงยหน้าขึ้นมาจ้องมองบิดาด้วยสายตาอันว่างเปล่า ชาติที่แล้วนางพยายามทำทุกอย่างแม้แต่การแลกเปลี่ยนการแต่งงานกับน้องสาวเพื่อให้เขามองว่านางคือบุตรสาวของเขาบ้าง แต่ผลสุดท้ายเมื่อซูหลีเซียงกลายเป็ภรรยาม่ายของท่านอ๋อง นางก็ถูกทั้งบิดาและมารดาเลี้ยงด่ากราดอย่างสาดเสียเทเสีย กล่าวหาว่านางรู้อยู่แล้วว่าเสียนอ๋องมีร่างกายไม่แข็งแรง จึงได้ยินยอมแลกเปลี่ยนการแต่งงานกับน้องสาวแต่โดยดี
“ข้ารู้ เพียงแต่น้องสาวของเ้าบอกกับข้าว่านางและเสียนอ๋องมีใจปฏิพัทธ์ต่อกัน ดังนั้นหากนางไม่ได้แต่งเข้าจวนอ๋องนางขอยอมตายเสียดีกว่า” คำพูดของบิดาทำให้ซูหลีหลี่พลันยิ้มเย็นออกมาในทันที
“ทั้งๆ ที่รู้ว่าตนเองมีคู่หมายอยู่แล้ว อีกทั้งในตอนหลังยังรู้ว่าเสียนอ๋องคือคู่หมายของพี่สาวเช่นข้านางยังมีใจปฏิพัทธ์ต่อเสียนอ๋องได้ลงอีกหรือ” คำพูดประโยคนี้ของซูหลีหลี่ทำให้ซูหย่งเหอพลันทำสีหน้าไม่ถูกในทันที
ส่วนหวังเจียหรานนั้นนางหรี่ตาและเพ่งมองซูหลีหลี่ด้วยสายตาที่เต็มไปด้วยการพินิจพิจารณาในทันที ก่อนหน้านี้ซูหลีหลี่ดูเหมือนจะเป็เด็กสาวที่ว่าง่ายเป็อย่างยิ่ง แต่ยามนี้ไม่รู้ว่าเป็เพราะเหตุใดซูหลีหลี่จึงได้ดูดื้อรั้นขึ้นแตกต่างจากที่นางเคยเข้าใจยิ่งนัก
“หลีหลี่ ข้ารู้ว่าเ้าเองก็หมายตาตำแหน่งพระชายาของเสียนอ๋อง ไม่เช่นนั้นคงไม่มีการว่าจ้างอดีตนางข้าหลวงข้างพระวรกายหยางไทเฮาไปคอยสอนกิริยามารยาทเ้าั้แ่เด็ก แต่ยามนี้ในเมื่อเสียนอ๋องและเซียงเซียงมีใจให้กัน หากเ้ายังยืนยันที่จะแต่งเข้าจวนอ๋องไปทั้งที่เสียนอ๋องไม่ได้ชอบพอเ้าเลยสักนิดเ้าไม่คิดว่าจะทำให้ตนเองได้รับความทุกข์ยากในภายหลังหรือเ้าคงไม่รู้กระมังว่าสตรีที่ไม่ได้แต่งกับคนที่ไม่พึงใจ ต่อให้มีฐานะสูงส่งมากเพียงใดก็ต้องกินข้าวต่างน้ำตาอยู่ดี” คำพูดของหวังเจียหรานทำให้ซูหลีหลี่เงยหน้าขึ้นไปมองนาง สตรีผู้นี้ยามที่พูดจาโจมตีผู้คนก็มักจะโจมตีได้ตรงจุด เพียงแต่ซูหลีหลี่ในวันนี้แตกต่างจากซูหลีหลี่ในเมื่อวาน คำพูดเพียงแค่นี้มีหรือที่จะทำให้จิตใจของนางหวั่นไหว
“ท่านพ่อ ท่านแม่ ข้า…” ซูหลีหลี่ยังไม่ทันได้ยืนยันความ้าของตนเอง ซูหลีเซียงที่บอกกับผู้คนว่าตนเองไม่มีแรงกายแรงใจที่จะมีชีวิตอยู่แล้วกลับรีบวิ่งเข้ามาแล้วเอ่ยกับบิดามารดาด้วยน้ำเสียงร้อนรน
“ท่านพ่อ ท่านแม่ ข้าไม่แต่งแล้วเ้าค่ะ ข้าจะไม่แต่งเข้าจวนอ๋องแล้ว” คำพูดของซูหลีเซียงทำให้ซูหลีหลี่พลันเงยหน้าขึ้นไปมองนางในทันที
“เ้าว่าอย่างไรนะ” หวังเจียหรานเอ่ยถามบุตรสาวออกมาด้วยความประหลาดใจ เมื่อวานนี้บุตรสาวของนางยังบอกกับนางอยู่เลยว่าจะขอยอมตายดีกว่าต้องแต่งเข้าจวนแม่ทัพที่อยู่ห่างไกลถึงชายแดน อีกทั้งยังบอกว่านางจะต้องเสียหน้าแน่ถ้าหากว่าซูหลีหลี่ได้เป็พระชายาของเสียนอ๋อง แต่บุตรสาวในอุทรของนางกลับเป็แค่ฮูหยินของแม่ทัพตามแถบชายแดน นางจึงได้ยอมกลืนน้ำลายของตนเอง ออกหน้าเอ่ยปากแย่งชิงการแต่งงานของซูหลีหลี่มาให้ซูหลีเซียง แต่ยามนี้เมื่อซูหลีเซียงมาเอ่ยปากขอกลับคำเช่นนี้นางที่ออกหน้าเอ่ยปากแย่งชิงไปแล้วย่อมจะรู้สึกยอมรับไม่ได้อยู่บ้าง
“ข้าบอกว่าข้าไม่แต่งเข้าจวนอ๋องแล้ว ข้ายินดีแต่งงานเข้าจวนสกุลฮั่วเป็ฮูหยินของฮั่วจิ่นหรงเ้าค่ะ” ซูหลีเซียงเอ่ยออกมาด้วยน้ำเสียงมั่นอกมั่นใจทำให้ซูหลีหลี่รีบเก็บงำสายตาของตนเองเพื่อปิดบังความคิดของตนเองในทันที
“ไหนเ้าบอกกับมารดาของเ้าว่า เ้าและเสียนอ๋องมีจิตปฏิพัทธ์ต่อกันอย่างไรเล่า” คำถามของซูหย่งเหอทำให้ซูหลีเซียงรีบไปคุกเข่าลงตรงหน้าเขาแล้วเอ่ยออกมาด้วยน้ำเสียงสำนึกผิด
“นั่นเป็เพราะลูกกลัวว่าท่านพ่อ ท่านแม่และพี่หญิงจะไม่ยินยอมให้ข้าแต่งเข้