บทที่ 9 เถียนเหมียวเหมียวตามหาจ้าวชุ่ยฮวา
เมื่อได้ยินประโยคที่ไร้สาระเช่นนี้ คันเบ็ดในมือของโจวหลีอันเกือบจะหลุดไปแล้ว แสดงให้เห็นว่าเธอใเสียงนั้นไม่น้อย
ขณะเดียวกันก็มีปลามาติดเบ็ดอีกครั้ง โจวหลีอันจึงไม่รีบหันหลังกลับไปทันที แต่เตรียมตัวจะดึงปลาตัวนั้นขึ้นมาก่อน
เมื่อมีคนอยู่ด้วย ก็ไม่สะดวกที่จะเก็บปลาเข้าไปในมิติพิเศษได้ ครั้งนี้ปลาที่จับได้ตัวเล็กมาก มีขนาดเพียงนิ้วชี้ของผู้ชายเท่านั้น
โจวหลีอันไม่ได้รังเกียจ เธอหยิบปลาออกจากเบ็ด แล้วค่อย ๆ ปล่อยลงในถังไม้ที่อยู่ข้างเท้า
หลังจากวางปลาเรียบร้อยแล้ว เธอจึงหันกลับไป ไม่พลางที่จะเหลือบมองแววตาดูถูกและภาคภูมิใจในตัวเองของอีกฝ่ายคนที่มองมา เธอคือ ‘เถียนเหมียวเหมียว’
ในหมู่บ้านอิงเถานอกจากบ้านตระกูลลู่แล้ว อีกบ้านหนึ่งที่อาศัยอยู่ในบ้านอิฐสีเขียวมุงกระเบื้อง ก็คือบ้านของเธอผู้นี้
คนผู้นี้ไม่ถูกกับเ้าของร่างเดิมมาตลอด ก่อนหน้านี้เธอได้หมั้นหมายกับลูกชายของผู้ใหญ่บ้านหมู่บ้านข้าง ๆ แต่เพราะว่าเ้าของร่างเดิมได้แต่งงานกับลู่เยี่ยนโจวที่มีฐานะดีกว่า เธอคนนี้จึงยกเลิกการหมั้นหมายกับลูกชายผู้ใหญ่บ้านหมู่บ้านข้าง ๆ แล้วหาคนใหม่ที่ฐานะดีกว่าทันที
ดูเหมือนว่าตอนนี้เธอได้หาคู่ที่ดีได้แล้ว จึงรีบมาอวดกับโจวหลีอัน
โจวหลีอันรู้สึกว่าพฤติกรรมแบบนี้ก็ช่างดูเด็กน้อยอยู่สักหน่อย
การเปลี่ยนแปลงเื่สำคัญในชีวิตของตัวเองเพียงเพื่อจะเปรียบเทียบกับคนอื่นนั้นเป็สิ่งที่ไม่ควรทำเมื่อนึกถึงคำพูดของอีกฝ่ายเมื่อครู่ โจวหลีอันพูดอย่างลังเลว่า "งั้นฉันขอให้คุณมีความสุขนะ?"
เถียนเหมียวเหมียวที่ยืนรอมาตั้งนาน แต่กลับได้ยินแค่ประโยคแค่นี้
เธอรู้สึกทันทีว่ามีความรู้สึกบางอย่างค้างคาอยู่ในอก ไม่อาจระบายออกมาได้…
เถียนเหมียวเหมียวมองใบหน้าของโจวหลีอันอีกครั้ง เธอไม่แน่ใจว่าเป็ความรู้สึกของเธอหรือไม่ แต่เธอรู้สึกว่าโจวหลีอันดูดีขึ้นกว่าเดิม
เธอกัดฟันแน่นพลางพูดว่า "ฉันแน่ใจว่าชีวิตของฉันมีความสุขกว่าเธอแน่นอน! อย่างน้อยฉันก็ไม่ต้องอยู่กับคนที่เหมือนตายทั้งเป็ และไม่ต้องมานั่งรอครึ่งวันเพื่อปลาตัวเดียว"
ขณะที่พูดประโยคหลัง เถียนเหมียวเหมียวก็ชำเลืองมองปลาตัวเล็ก ๆ ในถังไม้ของโจวหลีอัน
"แค่เธอมีความสุขก็พอแล้ว"
โจวหลีอันพูดอย่างไม่ใส่ใจ พลางเกี่ยวเหยื่อใหม่เข้ากับตะขอ แล้วหย่อนลงน้ำอีกครั้ง
เธอนั่งมองอยู่อย่างเงียบ ๆ
น่าเสียดายจริง ๆ ที่อายุยังน้อยแต่ตาบอดเสียแล้ว
เห็นได้ชัดว่าเถียนเหมียวเหมียวไม่้าให้โจวหลีอันมีความสุข เธอเชิดคางขึ้นเล็กน้อยแล้วพูดต่อว่า "เขาเป็คนงานในโรงงานเครื่องจักรในเมือง"
เมื่อพูดถึงคำว่า 'ในเมือง' เถียนเหมียวเหมียวเน้นเสียงให้หนักแน่นขึ้น
"เขายังบอกอีกว่า หลังจากที่ฉันแต่งงานไปแล้ว เขาจะหาทางให้ฉันเข้าไปทำงานในโรงงานของพวกเขาด้วย"
สุดท้าย เถียนเหมียวเหมียวสรุปคำพูดว่า "ชีวิตทั้งชีวิตของเธอ ถูกกำหนดไว้แล้วว่าจะไม่มีวันเทียบเท่าฉันได้!"
โจวหลีอันเงียบไปชั่วครู่ "......"
เห็นโจวหลีอันไม่พูดอะไรต่อ เถียนเหมียวเหมียวคิดว่าตัวเองพูดถูกใจดำของอีกฝ่าย เธอรู้สึกภูมิใจขึ้นเล็กน้อยและพูดต่อไปว่า
"ได้ยินมาว่าที่บ้านเธอยังถูกพี่สะใภ้กีดกันอีกเหรอ? เพื่อเงินแค่นิดหน่อย ยังต้องวิ่งไปขอที่บ้านตระกูลลู่อีก ดูสิ ตอนนี้สภาพเธอตอนนี้ดูเหมือนแม่หม้ายปากจัดหรือเปล่า?"
โจวหลีอันหัวเราะออกมาด้วยความโกรธ ที่ไม่พูดออกมาเพราะไม่อยากมีปัญหา แต่เธอผู้นี้กลับยิ่งลามปามมากขึ้น
โจวหลีอันหยิบถังไม้ข้างตัวขึ้นมาทันที แล้วโยนไปตรงหน้าอีกฝ่าย มือเธอแม่นถึงขนาดถังน้ำยังตั้งอยู่บนพื้นอย่างมั่นคง ปลาตัวเล็กในถังก็ยังอยู่ดี แต่น้ำในถังกลับสาดเปียกขากางเกงของเถียนเหมียวเหมียว
เถียนเหมียวเหมียวเกือบจะกรีดร้องออกมาตรงนั้น แต่เธอพยายามอดกลั้นไว้ไม่ให้ะโหนีอย่างทุลักทุเล เพียงแต่มองไปที่โจวหลีอันอีกครั้งด้วยสายตาที่เต็มไปด้วยการข่มขู่
"โจวหลีอัน เธออยากตายใช่ไหม?"
นี่มันเสื้อผ้าชุดใหม่ของเธอนะ! เธอมาที่นี่ก็เพื่อจะมาแกล้งอีกฝ่าย แต่ตอนนี้โจวหลีอันกลับทำให้ตัวเถียนเหมียวเหมียวมีกลิ่นคาวปลาไปทั้งตัว เธอรู้สึกเสียดายจนแทบจะตายอยู่แล้ว
เมื่อคิดถึงตรงนี้ เถียนเหมียวเหมียวก็จ้องมองไปที่โจวหลีอันแล้วพูดว่า "โจวหลีอัน เธอต้องชดใช้ค่าเสื้อผ้าให้ฉัน!"
โจวหลีอันชายตามองเธอแวบหนึ่งแล้วพูดเสียงแข็งว่า "เธอหาเื่เอง"
"ใครใช้ให้เธอมาเห่าใส่หน้าฉันโดยไม่มีเหตุผลล่ะ"
"นี่เธอ—"
เถียนเหมียวเหมียวชี้นิ้วไปที่โจวหลีอัน มือของเธอสั่นเทาด้วยความโกรธ เธอไม่เข้าใจว่าทำไมโจวหลีอันถึงได้กลายเป็คนปากร้ายขนาดนี้?
พวกเธอไม่ได้เจอกันแค่ครึ่งเดือนเท่านั้นเอง
ในอดีต ่เวลาแบบนี้ โจวหลีอันควรจะโดนเธอรังแกทำให้เสียใจจนแทบขาดใจแล้วไม่ใช่เหรอ? แต่การโจมตีทางวาจาของโจวหลีอัน ยังไม่จบสิ้นเพียงเท่านั้น
"และอีกอย่าง—"
โจวหลีอัน พยักหน้าไปทางถังไม้
"ฉันใจดีให้น้ำเธอส่องดูตัวเอง เธอลองดูรูปร่างหน้าตาของเธอตอนนี้สิ น่าเกลียดไหม?"
เถียนเหมียวเหมียวในที่สุดก็ทนไม่ได้ เธอก้มหน้าลงไปมองจริง ๆ พบว่าสีหน้าของตัวเองบิดเบี้ยวด้วยความโกรธ เพราะโจวหลีอันตำหนิเธอ
ในทันใดนั้น สีหน้าของเถียนเหมียวเหมียวก็ยิ่งดูแย่ลงไปอีก
ในทางกลับกันโจวหลีอันหลังจากพูดประโยคที่ทำให้คนโกรธนั้นจบ เธอก็ไม่มีท่าทีอะไร พลางหมุนตัวกลับไปตกปลาอย่างเงียบ ๆ อีกครั้ง
"เธอมันช่างเป็คนเลวจริง ๆ !"
เถียนเหมียวเหมียวชี้นิ้วไปที่โจวหลีอัน มือของเธอยังคงสั่นไม่หยุด
"ปากของเธอช่างร้ายกาจเหลือเกิน ไม่แปลกใจเลยที่สามีของเธอต้องตายทั้งเป็แบบนี้! ลู่เยี่ยนโจวก็ถูกเธอทำให้กลายเป็คนที่มีชีวิตอยู่แต่เหมือนตายแล้ว"
พูดถึงตรงนี้ เถียนเหมียวเหมียวยังหาเหตุผลมาสนับสนุนคำพูดของตัวเองไม่หยุด "ไม่อย่างนั้นเขาเคยเป็ทหารมาหลายปีขนาดนั้น ทำไมพอคุณแต่งงานไปอยู่ด้วย เขาถึงเกิดเื่ขึ้นมาล่ะ!"
โจวหลีอันหันหลังกลับมาด้วยสีหน้าไร้เดียงสา พูดว่า "เธอลองฟังตัวเองดูสิ พูดจาร้ายกาจขนาดนี้ ฉันจะไปเทียบได้ยังไง"
พูดจบ เธอก็ส่ายหน้าไปมา
"ดูท่าสามีของคุณต้องระวังตัวแล้วล่ะ"
"อ๊าาาาา!"
เถียนเหมียวเหมียวกระทืบเท้าดังปึก
"ทำไมคุณถึงได้ใจร้ายขนาดนี้! นี่มันเป็คำสาปชัด ๆ !"
มาถึงตรงนี้ ความอดทนของโจวหลีอันก็หมดลงอย่างสิ้นเชิงแล้ว
"เธอเสียงดังเกินไปแล้วนะ ทำให้ปลาของฉันใหมด"
แตกต่างจากอาการเกรี้ยวกราดของเถียนเหมียวเหมียว น้ำเสียงของโจวหลีอันในประโยคนี้ราบเรียบราวกับเพียงแค่กำลังบรรยายข้อเท็จจริงอย่างเรียบง่าย
แต่กลับเป็ความแตกต่างเช่นนี้ที่ยิ่งทำให้คนรู้สึกหงุดหงิดมากขึ้น!
เถียนเหมียวเหมียวกำลังจะพูดต่ออีกว่าตกปลาตั้งครึ่งวันแล้วได้แค่ปลาตัวเล็ก ๆ ที่แม้แต่จะติดซอกฟันก็ยังไม่พอ แต่แล้วเธอก็เห็นโจวหลีอันตกปลาได้ปลาตะเพียนตัวหนึ่งที่มีน้ำหนักอย่างน้อยสิบสี่ถึงสิบหกจิน เมื่ออีกฝ่ายใส่ปลาลงในถัง โจวหลีอันก็จงใจทำให้เธอเปียกไปทั้งตัวอีกครั้ง
ตอนนี้ เสื้อผ้าท่อนบนของเธอก็สกปรกและเหม็นไปด้วย
เถียนเหมียวเหมียว "......"
เธอมองดูเงาด้านหลังของโจวหลีอันที่กำลังตกปลาต่อไปด้วยสายตาที่มืดมน หลังจากการปะทะคารมก่อนหน้านี้ เธอก็รู้ว่าโจวหลีอันไม่ได้เป็คนที่ถูกรังแกได้ง่าย ๆ เหมือนแต่ก่อนอีกแล้ว… ดังนั้นเธอจึงเตรียมตัวกลับไปจัดการตัวเองก่อน
ส่วนเื่ของโจวหลีอันยังมีเวลาให้คิดอีกยาวนาน อย่างไรเสียโจวหลีอันก็ยังอยู่ที่หมู่บ้านอิงเถา เมื่อเถียนเหมียวเหมียวกลับบ้านด้วยอารมณ์ที่ไม่ดีแล้ว เธอหันไปเห็นจ้าวชุ่ยฮวาจากระยะไกลกำลังยืนคุยกับแม่ของเธออยู่ที่หน้าประตูบ้าน
หลังจากที่เดินเข้าไปใกล้ เธอถึงได้ยินเื่ราวคร่าว ๆ
จ้าวชุ่ยฮวามาหาแม่ของเธอเพื่อขอยืมคูปองซื้อของ เธอจะยืมไปทำอะไร?
แน่นอนว่าเอาไปให้โจวหลีอัน
เมื่อนึกถึงว่าคูปองของบ้านตัวเองจะต้องไปอยู่ในมือของโจวหลีอัน เถียนเหมียวเหมียวก็รู้สึกไม่พอใจทันที
โชคดีที่แม่ของเธอใช้เหตุผลว่าเธอกำลังจะแต่งงานและต้องใช้คูปองเหมือนกัน ทำให้จ้าวชุ่ยฮวาที่ถูกไล่จากไปด้วยสีหน้าที่ไม่ดีเอาเสียเลย
แต่มันก็เป็เื่ที่ช่วยไม่ได้
ในชนบทเช่นนี้ ไม่มีครอบครัวไหนที่มีเงินมากมายอยู่แล้ว แม้แต่ลูกชายคนรองของจ้าวชุ่ยฮวาที่อยู่ในเมือง ก็ยังไม่สามารถรวบรวมคูปองให้โจวหลีอันได้ครบ
จ้าวชุ่ยฮวาเป็กังวลมาก ไม่รู้ว่าตัวเองจะไปหาคูปองมากมายขนาดนั้นให้โจวหลีอันได้จากที่ไหน
เถียนเหมียวเหมียวเดิมทีเข้าบ้านไปแล้ว แต่พอนึกถึงว่าวันนี้ตัวเองต้องอับอายขายหน้าขนาดนี้ ในขณะที่โจวหลีอันไม่ได้รับผลกระทบอะไรเลย! ก็รู้สึกโกรธมาก เธอคิดอยู่ครู่หนึ่ง แล้วจึงเดินตามจ้าวชุ่ยฮวาออกไป
"ป้าชุ่ยฮวาคะ คุณจะให้เงินกับโจวหลีอันมากขนาดนั้นจริง ๆ เหรอ?"
เมื่อได้ยินประโยคนี้ สีหน้าของจ้าวชุ่ยฮวาที่ไม่ดีอยู่แล้วก็ยิ่งดูแย่ลงไปอีก
จ้าวชุ่ยฮวาพูดขึ้นอย่างหงุดหงิด "แล้วจะให้ทำยังไงล่ะ!"
แน่นอนว่าไม่อยากให้!
แต่เธอมีทางเลือกอื่นเหรอ?
ไม่ให้เงิน แล้วจะมานั่งมองดูเฉย ๆ ให้โจวหลีอันไปหาคนมาทำลายงานดี ๆ ของลูกชายคนรองเหรอ? ไม่มีทาง
เมื่อเห็นสีหน้าของจ้าวชุ่ยฮวาที่ไม่สู้ดีนัก ดวงตาของเถียนเหมียวเหมียวก็ฉายแววพอใจขึ้นมา