หลี่เฟยเฟยย่องเบาไปตามทางเดินที่ปูด้วยอิฐ ไปยังโรงเก็บอุปกรณ์ช่างตั้งอยู่มุมหนึ่งของลานบ้าน ประตูไม้สีดำสนิทที่มีร่องรอยของเวลาและการใช้งานปิดสนิท แต่ไม่ได้ล็อก เธอดันมันเบา ๆ เสียงเอี๊ยดอ๊าดดังขึ้นแต่ไม่มากพอจะทำให้ใครได้ยิน เธอค่อย ๆ ลอดเข้าไปในห้อง กลิ่นสนิมและน้ำมันเก่าลอยอบอวลในอากาศ ภายในโรงเก็บอุปกรณ์มีชั้นวางเหล็กเก่า ๆ วางเรียงราย บนชั้นมีเครื่องมือช่างต่าง ๆ ั้แ่ค้อน เกรียง ไปจนถึงกล่องเครื่องมือขนาดใหญ่
สายตาของร่างบางหยุดอยู่ที่กล่องไม้เก่า ๆ ที่มุมห้อง กล่องนั้นฝุ่นจับหนาแน่น ราวกับไม่มีใครใช้มานานแล้ว เธอเดินตรงไปที่มัน ก่อนจะเปิดฝากล่องออก ภายในบรรจุตะปูหลากขนาดและลวดลาย ตะปูยาวแหลมคมสะท้อนแสงจันทร์เป็ประกายวูบวาบ
"สิ่งนี้แหละที่ฉัน้า..." เธอพึมพำเบา ๆ
หญิงสาวหยิบถุงผ้าใบเล็ก ๆ ที่เตรียมมาออกจากกระเป๋า เธอเลือกหยิบตะปูขนาดใหญ่ที่สุดและแหลมคมที่สุด ใส่ลงในถุงอย่างระมัดระวัง เสียงกระทบกันเบา ๆ ของเหล็กกับผ้าทำให้เธอต้องหยุดชั่วขณะเพื่อฟังเสียงรอบตัว เมื่อแน่ใจว่าไม่มีใครเดินผ่าน เธอก็เร่งมือเก็บตะปูใส่ถุง
เธอปิดกล่องไว้ดังเดิมเพื่อไม่ให้ใครสังเกตเห็นความผิดปกติ ก่อนจะถอยหลังออกจากห้องอย่างเงียบเชียบ
หลี่เฟยเฟย ก้าวเดินอย่างเงียบเชียบไปยังลานจอดรถ ดวงตาคู่สวยกวาดมองรอบบริเวณอย่างระแวดระวัง โชคดีที่ไม่มีใครอยู่แถวนี้ รถยนต์คันหรูสีแดงสดของเฉินเสี่ยวหลานจอดเด่นเป็สง่าอยู่กลางลานจอดรถ
หลี่เฟยเฟยสูดหายใจเข้าลึก พยายามข่มความโกรธและความตื่นเต้นที่กำลังพลุ่งพล่านในอก เธอค่อยๆ เดินเข้าไปใกล้รถ ดวงตาคมกริบกวาดมองไปรอบๆ อย่างระมัดระวัง
"คุณหนูเฉินฉันจะทำให้คุณอยู่..ไม่สู้ตาย" หลี่เฟยเฟยพึมพำเสียงเย็น มือบางลูบไล้ไปตามตัวรถอย่างแ่เบา ราวกับกำลังัักับศัตรูตัวฉกาจ
สายตาของเธอหยุดอยู่ที่ยางรถยนต์ เธอค่อยๆ เปิดกระเป๋า ก่อนหยิบถุงผ้าใบเล็กๆ ที่บรรจุตะปูแหลมคมที่เธอขโมยออกมาจากโรงเก็บอุปกรณ์ช่างก่อนจะปักบนยางเส้นหน้าทั้งสองข้างอย่างรวดเร็วและแม่นยำ ลมยางค่อยๆ รั่วไหลออกมาอย่างช้าๆ เสียงลมเสียดสีดังแ่เบา ตอนนี้มันยังรั่วซึมไม่มากแต่เมื่อไหร่ที่คุณหนูเฉินขับรถเร็ว รับรองได้ว่าเธอจะต้องเกิดอุบัติเหตุอย่างแน่นอน
หลี่เฟยเฟยแสยะยิ้มอย่างพอใจ "เฉินเสี่ยวหลานฉันจะทำให้เธอจะต้องได้รับบทเรียนอันสาสมกับสิ่งที่เธอทำไว้"
"สิ่งที่ฉันทำกับเธอมันยังน้อยกว่าที่เธอขับรถชนฉันกับลูกจนเสียชีวิต" หลี่เฟยเฟยแค่นหัวเราะในลำคออย่างสมเพช "เธอไม่ต้องกังวลหรอกนะว่าฉันจะแย่งคุณชายจ้าวไปจากเธอ ผู้ชายเลวๆ แบบนั้นฉันไม่้า"
"ชาติที่แล้วเธอพรากทุกอย่างไปจากฉัน ทั้งลมหายใจ และชีวิตลูกของฉัน" น้ำตาแห่งความเ็ปเอ่อคลอหน่วยตา หญิงสาวรีบปาดมันทิ้งอย่างรวดเร็ว ความอ่อนแอไม่ใช่สิ่งที่เธอ้าในตอนนี้ สิ่งเดียวที่เธอปรารถนาคือการแก้แค้น
"ชาตินี้เธอก็อย่าหาว่าฉันโหดร้ายก็แล้วกัน" หลี่เฟยเฟยกล่าว ก่อนจะเดินกลับไปห้องนอนของเธอทันที
เมื่อกลับมาถึงห้อง หลี่เฟยเฟยถอนหายใจยาว ริมฝีปากบางเม้มเข้าหากันแน่น ก่อนจะครุ่นคิดวิธีการออกจากบ้านตระกูลจ้าว ร่างบางมองไปรอบห้องนอนที่หรูหราโอ่อ่า
"ฉันจะหนีจากที่นี่ไปได้อย่างไร..." หลี่เฟยเฟยพึมพำกับตัวเองเบาๆ สายตาเหลือบไปเห็นกระเป๋าเดินทางใบเก่าที่วางอยู่มุมห้อง ภายในบรรจุเสื้อผ้าเพียงไม่กี่ชุด กับเงินเก็บก้อนเล็กๆ เกือบพันหยวนหยวนที่เธอแอบเก็บหอมรอมริบมาตลอดหลายปี มันคงไม่เพียงพอสำหรับการเริ่มต้นชีวิตใหม่ในเมืองที่ห่างไกลจากเมืองหลวง
หลี่เฟยเฟยตัดสินใจเปิดลิ้นชักโต๊ะเครื่องแป้ง ภายในมีกล่องกำมะหยี่สีแดงสด บรรจุเครื่องประดับล้ำค่ามากมาย ต่างหูเพชรน้ำงามระยิบระยับ สร้อยคอทองคำขาวสลักลวดลายวิจิตร กำไลหยกเขียวมรกตที่จ้าวเหวินมอบให้เธอเป็ของขวัญวันเกิด เธอจ้องมองมันด้วยหัวใจร้าวราน
แต่เมื่อนึกถึงเหตุการณ์เมื่อชาติที่แล้ว ที่ชายหนุ่มโยนกำไลหยกจนแตกละเอียด พร้อมกับคำพูดดูถูกเหยียดหยามยังคงติดตรึงอยู่ในใจ หลี่เฟยเฟยรู้สึกเจ็บแปลบในอก น้ำตาเอ่อคลอหน่วย
"ฉันคงต้องใช้พวกมัน..." หลี่เฟยเฟยพูดกับตัวเองเสียงแ่ แม้จะรู้สึกผิด แต่เธอก็ไม่มีทางเลือก เธอต้องหนีจากที่นี่ หนีไปให้ไกลจากคนใจร้าย
แต่จะไปขายที่ไหน?ใครจะกล้ารับซื้อของมีค่าแบบนี้จากเธอ?ยิ่งคิด หัวใจของหลี่เฟยเฟยก็ยิ่งบีบรัดแน่น เธอรู้ดีว่าการขายเครื่องประดับพวกนี้มีความเสี่ยงสูง หากคุณชายจ้าวจะรู้ และเขาคงไม่ปล่อยเธอไปง่ายๆ
"ฉันต้องวางแผนให้รอบคอบ" หลี่เฟยเฟยบอกกับตัวเอง
ทันใดนั้นเสียงเคาะประตูเบาๆ ดังขึ้น หลี่เฟยเฟยสะดุ้งใ รีบยัดกล่องเครื่องประดับลงลิ้นชักอย่างรวดเร็ว ก่อนที่จ้าวเหวินจะผลักประตูเข้ามาช้าๆ ในมือของเขาถือข้าวของพะรุงพะรัง
"เฟยเฟย วันนี้น้องเป็อย่างไรบ้าง" จ้าวเหวินเอ่ยถามด้วยน้ำเสียงอ่อนโยน สายตาของเขาเต็มไปด้วยความห่วงใย ถ้าหลี่เฟยเฟยไม่รู้ความจริงมาก่อนคงจะหลงชื่อว่าเขาเป็ห่วงเธอจากใจจริง
"ฉันยังเป็ไข้อยู่นะคะใกล้จะหายแล้ว อาจจะเป็เพราะทำงานหนักไม่มีเวลาพักผ่อน"
"พี่ซื้อของมาฝากเราด้วยนะ จะได้บำรุงร่างกายน้องให้แข็งแรง"จ้าวเหวินเอ่ยด้วยน้ำเสียงอบอุ่น
หลี่เฟยเฟย รับถุงผ้าใบมาวางไว้บนโต๊ะ ใบหน้าหวานละมุนปรากฏรอยยิ้มบาง แต่แววตากลับดูหม่นหมอง
"ขอบคุณค่ะพี่เหวิน พี่ไม่จำเป็ต้องซื้อของมาให้ฉันเยอะหรอกค่ะ ฉันเกรงใจ"
แม้จะเอ่ยขอบคุณ แต่ภายในใจของหลี่เฟยเฟยกลับเต็มไปด้วยความสะอิดสะเอียน เธอฝืนยิ้มรับ มือบางกำเข้าหากันแน่น
จ้าวเหวินรู้สึกแปลกใจ วันนี้หลี่เฟยเฟยเหมือนมีกำแพงบางๆ กั้นเขาไว้ แม้ว่าเธอจะทำตัวเหมือนเดิม รอยยิ้มหวาน คำพูดไพเราะ แต่เขากลับััได้ถึงความเ็า ความห่างเหินที่ซ่อนอยู่ภายใน
"เฟยเฟย น้องเป็อะไรรึเปล่า หน้าตาเธอไม่ค่อยดีเลย" จ้าวเหวินเอ่ยถามด้วยความเป็ห่วง
หลี่เฟยเฟยสะดุ้งเล็กน้อย รีบปรับสีหน้าให้เป็ปกติ "น่าจะเป็เพราะ่นี้ฉันป่วยอยู่นะคะ"
คนร่างสูงจึงไม่ได้ติดใจสงสัยอะไร เขาปอกเปลือกผลไม้มาป้อนให้เธอ
หลี่เฟยเฟยแอบถอนหายใจอย่างโล่งอก เธอกำลังวางแผนที่จะพาลูกไปอยู่ที่ห่างไกลจากเมืองหลวง เธอรู้ดีว่าการจะไปเริ่มต้นชีวิตใหม่ในที่ที่ห่างไกล จำเป็ต้องใช้เงินทุน ไหนจะค่ากินค่าคลอดลูกการดูแลเด็กคนหนึ่งต้องใช้เงินจำนวนมาก และจ้าวเหวินคือหนทางเดียวที่เธอจะได้มันมา
"พี่เหวินค่ะ" หลี่เฟยเฟยเอ่ยเรียกจ้าวเหวินเสียงหวาน ดวงตาคู่สวยฉายแววออดอ้อน
"่นี้น้องรู้สึกเหนื่อยเหลือเกิน อยากไปเที่ยวพักผ่อนใจที่ต่างจังหวัดสักพัก พี่จะไปกับฉันไปไหมคะ"
หลี่เฟยเฟยจ้องมองจ้าวเหวิน รอคอยคำตอบจากเขา ก่อนจะขยับเข้าไปใกล้คนร่างสูง มือบางลูบไล้แผงอกกว้างอย่างเชื่องช้า ดวงตาคู่สวยฉายแววออดอ้อน
น้ำเสียงหวานหยดกับท่าทางเย้ายวนของหลี่เฟยเฟย ทำให้ใจของจ้าวเหวินหวั่นไหว แต่ภาระหน้าที่ในบริษัททำให้เขาไม่อาจปลีกตัวไปไหนได้ "เฟยเฟยพี่ขอโทษ น้องก็รู้ดีว่า่นี้บริษัทของเรายุ่งมาก" จ้าวเหวินเอ่ยเสียงอ่อน
หลี่เฟยเฟย เดินเข้ามาซบไหล่จ้าวเหวิน แสร้งทำท่างอน "พี่เหวิน ฉันจะงอนแล้วนะ ถ้าพี่ไม่หาอะไรถูกใจให้ฉัน ฉันจะโกรธพี่แล้ว" เธอพูดด้วยน้ำเสียงแง่งอน
ประธานหนุ่มมองใบหน้าหวานที่ปราศจากเครื่องสำอางอย่างหลงใหล ดวงตากลมโตฉายแววเ้าเล่ห์ "เอาอย่างงี้ดีไหม พรุ่งนี้พี่พาเราไปซื้อสร้อยเพชรที่ร้านจิวเวลรี่ที่เพิ่งเปิดใหม่ เขาว่ามีเพชรน้ำงามจากแอฟริกาใต้มาใหม่ด้วย"
"แค่นี้เองเหรอคะ สร้อยที่พี่ให้มาฉันไม่ค่อยได้ใส่ ฉันอยากได้เงินมากกว่า พี่ใช้งานฉันหนักฉันแทบจะไม่ได้ใช้เงินเลย" หลี่เฟยเฟยยื่นหน้าเข้าไปใกล้ จ้าวเหวินได้กลิ่นหอมดอกกุ้ยฮวาบนตัวเธอจางๆ
ชายหนุ่มควักเงินสดปึกหนาประมาณ 1000 หยวนส่งให้เธอ หลี่เฟยเฟยรับเงินมา นับอย่างรวดเร็ว แล้วยัดใส่กระเป๋าถือใบเล็ก
"ขอบคุณค่ะพี่เหวิน ฉันรักพี่ที่สุดเลย" หญิงสาวยิ้มหวาน ก่อนจะโน้มตัวลงจูบแก้มเขาอย่างรวดเร็ว ััแ่เบาจากริมฝีปากนุ่ม ทำให้จ้าวเหวินรู้สึกเคลิบเคลิ้ม
แต่ในขณะที่จ้าวเหวินกำลังเคลิบเคลิ้มไปกับัันั้น ความคิดในหัวของหลี่เฟยเฟยกลับแตกต่างออกไปโดยสิ้นเชิง 'พี่เหวินคอยดูแล้วกัน ฉันจะล้างผลาญพี่หนักๆ ให้เพียงพอกับเงินเลี้ยงลูกของฉัน หลังจากที่ฉันเก็บเงินได้พอแล้ว ฉันจะจากพี่ไปทันที'
ความเ็ปแล่นริ้วผ่านหัวใจดวงน้อย น้ำตาของเธอเอ่อคลอหน่วยตา แต่หลี่เฟยเฟยรีบยกมือขึ้นปาดมันออกอย่างรวดเร็ว ก่อนที่ชายหนุ่มจะทันสังเกตเห็น
'อีกไม่นานหรอก ฉันจะไม่อยู่ให้พี่รำคาญใจ'
++++++++++++
ยัยน้องวางแผนจะออกจากตระกูลจ้าวแล้ว ต่อจากนี้จะปอกลอกอีพี่อย่างเดียวเก็บเงินเอาไว้ให้ลูกอย่างเดียว