จูจื้อโหยวไม่ทันจะได้ถามเหตุผลกับหงหลินเลยแม้แต่คำเดียว กลายเป็ว่านางร้องไห้ออกมาอีกครั้ง และเหตุการณ์ต่อจากนี้ก็เป็สิ่งที่นางไม่สามารถควบคุมได้อีกต่อไป เพราะนางตกอยู่ภายใต้การควบคุมของหงหลินเป็ที่เรียบร้อยแล้ว
จูจื้อโหยวที่ถูกหงหลินควบคุมความคิดเริ่มพูดด้วยท่าทางคับข้องใจ
“ท่านพ่อสามี แม้ว่าตัวข้าจะเป็เพียงบุตรสาวของขุนนางต้องโทษ แต่ความจริงแล้วความผิดของบิดายังไม่ได้ถูกตัดสินอย่างชัดเจน คำว่าขุนนางต้องโทษนั้นเป็เพียงแค่ข่าวลือที่ผู้คนเล่าต่อกันมาเท่านั้น แต่ผิดที่บิดาของข้าทนรับความอับอายไม่ไหวจึงปลิดชีพตัวเองไปก่อน ด้วยชื่อเสียงที่ตกต่ำของครอบครัว เมื่อข้าแต่งเข้ามา ข้าก็ได้รับความไม่เป็ธรรมอยู่สารพัด หลายครั้งที่ข้าอยากจะจบชีวิตตัวเองลง แต่เพราะสามีเป็คนดี ข้าจึงเลิกล้มความคิดนั้นไป
ข้าต้องทนให้หลี่อี๋เหนียง ฟู่วั่งเสียน และฟู่เซียงหรูกดหัวใช้งานราวกับทาสโดยไม่กล้าบอกใคร นั่นก็เพราะข้าแค่้าสินเดิมของข้าคืนมา หากข้าได้สินเดิมคืนมา ชีวิตความเป็อยู่ของข้ากับสามีคงดีขึ้นกว่านี้ ท่านพ่อสามีคงไม่ทราบว่าอาหารที่พวกเราได้กินในแต่ละวันนั้น หลี่อี๋เหนียงส่งมาให้พวกเราแค่วันละมื้อ ทั้งยังเป็อาหารที่ ‘คน’ ไม่สามารถกินได้ และข้าคิดว่าบ่าวไพร่ในบ้านคงอยู่ดีกินดีกว่าเราสองสามีภรรยาเสียด้วยซ้ำ
การที่ข้าอยากได้สมบัติของข้าคืนมาเป็เื่ผิดมากเลยหรือเ้าคะ หากข้านำเื่นี้ไปร้องเรียนต่อศาลว่ามีคนจงใจยึดครองทรัพย์สินของข้าอย่างไม่เป็ธรรม ท่านคิดว่าศาลจะพิจารณาโทษของบุคคลนั้นอย่างไร
แต่สุดท้ายข้าก็ไม่ทำ เพราะข้านึกถึงชื่อเสียงของสกุลฟู่ ข้าถึงต้องใช้ความอดทนเข้าสู้ เพื่อหวังว่าหลี่อี๋เหนียงจะเห็นใจและยอมคืนสมบัติของข้ากลับมา แต่จนป่านนี้ ความพยายามของข้าคงสูญเปล่าแล้ว เพราะยิ่งข้าอดทน ข้ายิ่งถูกพวกนางรังแก”
ภายนอกที่ผู้อื่นเห็น จูจื้อโหยวพูดความจริงออกมาอย่างน่าสงสาร แต่ในใจของนางะโถามหงหลินอย่างโมโห ‘หงหลิน! เ้ากำลังทำบ้าอะไรอยู่เนี่ย บทละครของเ้ามันน้ำเน่าเสียจนข้าจะทนไม่ได้แล้วรู้ไหม และข้าก็ไม่เห็นมันเป็ประโยชน์เลยสักนิด’
‘เ้านายใจเย็นๆ อีกนิดขอรับ นอกจากสินเดิมแล้ว เ้านายกับนายท่านอาจจะได้แยกบ้านและตัดสัมพันธ์กับคนสกุลฟู่ได้ด้วยนะขอรับ ท่านเชื่อหงหลินเถอะ’
“โหยวเอ๋อ ทำไมเ้าถึงต้องยอมอดทนเพื่อข้าขนาดนี้” ฟู่ซีซวนปรับคำเรียกภรรยาเป็ใกล้ชิดขึ้นเมื่อเขาได้รับฟังถึงความเสียสละของนาง เขาจึงไม่อยากรักษาระยะห่างกับนางอีกแล้ว
จูจื้อโหยวก็ใกับคำเรียกของสามีเหมือนกัน เมื่อหงหลินได้ยินคำเรียกขานแบบใหม่ เขาจึงควบคุมเ้านายของตัวเองต่อ
“ท่านพี่ ท่านไม่เรียกข้าว่าน้องหญิงแล้ว ท่านยอมรับข้าเป็ภรรยาของท่านแล้วใช่หรือไม่เ้าคะ” จูจื้อโหยวมองสามีอย่างดีใจ
“เ้าเสียสละเพื่อข้าเพียงนี้ แล้วข้าจะไม่ยอมรับเ้าได้อย่างไร” ฟู่ซีซวนจับมือภรรยาไว้อย่างซาบซึ้ง
ฟู่เซียงหรูที่ถูกควบคุมด้วยยาสัจจะจริงใจอยู่ เมื่อเห็นฉากรักอันหวานซึ้งของพี่ชายและพี่สะใภ้ นางเริ่มเการิมฝีปากตัวเองอีกครั้ง “เ้าพวกคนโง่! พวกเ้ายังมีเวลามาพลอดรักกันอีกนะ ไม่ว่าพวกเ้าจะได้รับความทุกข์ขนาดไหนก็ไม่มีสิทธิ์มาเรียกร้อง ชีวิตของพวกเ้าไม่ต่างจากสุนัขข้างถนนตัวหนึ่งด้วยซ้ำ แต่เื่ที่เ้าเรียกท่านแม่ของข้าว่าเป็เพียงอนุภรรยานั้นต้องถูกลงโทษ ใครๆ ก็รู้กันทั้งนั้นว่าท่านแม่ของข้าเป็ฮูหยินใหญ่ของบ้าน ตัวเ้าเองก็เหมือนกันนะฟู่ซีซวน เ้าไม่ใช่คุณชายใหญ่ที่เกิดจากภรรยาเอกอีกแล้ว”
“ฟู่เซียงหรู ถ้าข้าไม่ใช่คุณชายใหญ่ที่เกิดจากภรรยาเอกแล้วใครจะเป็ได้ ฟู่วั่งเสียนอย่างนั้นหรือ” ฟู่ซีซวนหันไปพูดกับบิดาต่อ “ท่านพ่อแต่งตั้งหลี่อี๋เหนียงขึ้นเป็ฮูหยินเอกเมื่อไหร่หรือขอรับ ผู้าุโในตระกูลรู้เื่นี้แล้วหรือยัง”
“เื่นี้...” ฟู่เต๋อหย่งตอบคำถามนี้ไม่ได้ เพราะเขายังไม่ได้แจ้งต่อผู้าุโของตระกูลและยังไม่ได้นำชื่อของหลี่อี๋เหนียงลำดับเข้าผังของตระกูลในฐานะฮูหยินเอกจริงๆ
“ท่านพ่อก็ตอบเขาไปสิเ้าคะว่าท่านพ่อจะแต่งตั้งท่านแม่ขึ้นเป็ฮูหยินเอกเร็วๆ นี้ หรือว่าคำสัญญาของท่านพ่อมันเชื่อถือไม่ได้” ฟู่เซียงหรูไม่รู้ตัวเองเลยสักนิดว่าได้ทำให้บิดาโกรธเอามากๆ แล้ว เพราะเื่นี้เป็สิ่งที่นางคิดอยู่ในใจตลอดเวลา เมื่อได้รับการกระตุ้นจากยาสัจจะจริงใจเข้าไปอีก ทุกเื่ที่นางคิดล้วนกล่าวออกมาเป็คำพูดที่ชัดเจนทุกคำ
ฟู่เต๋อหย่งมองหลี่อี๋เหนียงและฟู่เซียงหรูอย่างตัดสินใจ “ข้าขอประกาศให้ทุกคนในที่นี้ได้รู้กันทั่วว่านับแต่วันนี้ หลี่อี๋เหนียงจะเป็ฮูหยินเอกของบ้าน และคุณชายวั่งเสียนและคุณหนูเซียงหรูจะเป็บุตรของฮูหยินเอก ส่วนคุณชายซีซวนจะมีสถานะเป็เพียงบุตรของอนุเท่านั้น”
“ในเมื่อท่านพ่อตัดสินใจแล้ว...เช่นนั้นข้าขอให้ท่านพ่อตัดความสัมพันธ์กับข้าไปด้วยเถิดขอรับ” ฟู่ซีซวนพูดด้วยท่าทางจริงจัง “ข้ายังจำได้ว่าเมื่อครั้งที่ข้ายังเด็กและท่านแม่ยังมีชีวิตอยู่ ท่านเคยสัญญากับเราสองคนไว้ว่าตำแหน่งฮูหยินเอกและผู้สืบทอดของสกุลฟู่จะเป็ของข้าและท่านแม่ตลอดไป ในเมื่อวันนี้ท่านพ่อยกสถานะนี้ให้กับหลี่อี๋เหนียงแล้ว เช่นนั้นข้าก็ยินดีจะยอมสละทุกอย่าง”
“เหลวไหล! มีบุตรที่ไหนพูดว่าจะตัดสัมพันธ์กับบิดา อีกอย่างท่านแม่ของเ้าก็ทำผิดต่อข้า ที่ข้าไว้ชีวิตเ้าไว้ก็นับว่าข้าเมตตาเ้ามากแล้ว” ฟู่เต๋อหย่งพูดขึ้นอย่างโมโห เขาไม่คิดว่าบุตรชายจะกล้าตัดสัมพันธ์กับเขา
“นั่นยิ่งเป็เหตุผลอันเหมาะสมที่เราควรตัดสัมพันธ์กันขอรับ เพราะในตัวของข้ามีเืของท่านแม่อยู่ครึ่งหนึ่ง ในเมื่อท่านแม่ทำผิดต่อท่าน ก็เท่ากับข้าทำผิดต่อท่านด้วย”
“เ้า! เพื่อผู้หญิงคนหนึ่งเ้าถึงกับกล้าตัดพ่อตัดลูกกับข้าเชียวหรือ”
“แต่ผู้หญิงคนนี้เป็คนที่ยอมเสียสละตัวเองเพื่อข้า ผิดกับท่านที่เรียกตัวเองว่าเป็บิดา แต่กลับยืนมองดูข้าถูกอนุต่ำต้อยรังแก ท่านอย่านึกว่าข้าไม่รู้ว่าที่ท่านยังเลี้ยงดูข้าไว้ก็เพราะท่านยังไม่มั่นใจว่าฟู่วั่งเสียนจะประสบความสำเร็จได้เหมือนข้าหรือเปล่า ตำแหน่งผู้สืบทอดอะไรนั่นข้าไม่้าเลยสักนิด แต่ที่ข้ายังทนอยู่ในบ้านหลังนี้ก็เพราะข้ายังไม่อยากละทิ้งความหวังสุดท้ายของท่านแม่ที่หวังว่าท่านจะดีกับข้า และข้ายังอยากสืบหาคนที่จัดฉากว่าท่านแม่แอบมีสัมพันธ์กับชายอื่นลับหลังท่าน จนทำให้ท่านลงโทษท่านแม่จนนางต้องตาย แต่ตอนนี้ข้าไม่อยากสืบหาเื่นั้นอีกแล้ว และข้าก็ไม่อยากอยู่ในบ้านหลังนี้ต่อไปอีกแล้วเช่นกัน”
หลี่อี๋เหนียงได้ฟังก็หน้าเสียขึ้นมาทันที เป็เพราะนางอยู่เื้ัความเข้าใจผิดนี้ทั้งหมด ชายคนที่นางอ้างว่าเป็ชู้ลับของฮูหยินใหญ่นั้นความจริงแล้วเป็ชู้รักของนางต่างหาก แต่เพราะฮูหยินใหญ่มาเห็นนางกับชายคนนั้นเข้า นางจึงซ้อนแผนแล้วโยนความผิดไปให้ฮูหยินใหญ่รับแทน โชคดีที่ฮูหยินใหญ่และชายคนนั้นถูกฟู่เต๋อหย่งลงโทษจนเสียชีวิตไปแล้ว นางจึงอาศัยอยู่ในบ้านอย่างสบายใจ แต่ไม่คิดว่าฟู่ซีซวนกำลังสืบหาความจริงเื่นี้อยู่
“ท่านพี่เ้าคะ คุณชายใหญ่ทำเช่นนี้คงเพราะเขาไม่อยากกตัญญูกับท่านแล้ว ในเมื่อท่านพี่มีเสียนเอ๋ออยู่แล้วทั้งคน ข้าคิดว่าเราควรปล่อยคุณชายใหญ่ไปดีหรือไม่เ้าคะ เื่นี้ไม่ใช่ท่านเคยให้สัญญากับข้าไว้แล้วหรือ” หลี่อี๋เหนียงพูดออกมาอย่างน้อยเนื้อต่ำใจ “ที่ข้ามีชีวิตอยู่ได้จนทุกวันนี้ก็เพราะคำสัญญาของท่าน”
ฟู่เต๋อหย่งนึกถึงวันที่หลี่อี๋เหนียงรับอาวุธแทนตนจนนางเกือบเอาชีวิตไม่รอด และยังนึกถึงฮูหยินคนเก่าที่สวมหมวกเขียวให้เขา “ได้! ข้าจะเชิญผู้าุโมาเป็พยานในการตัดสัมพันธ์ครั้งนี้ หวังว่าเ้าจะไม่เสียใจ”